ปี พ.ศ.: 2532
3,985 รายการ · หน้า 6 จาก 200
- ฎีกาที่ 111/2532
จำเลยสั่งจ่ายเช็ค เพื่อชำระหนี้ค่าสินค้าที่ค้างชำระโจทก์ร่วมกับสินค้าใหม่ที่จำเลยสั่งซื้อ จากโจทก์ร่วม เมื่อโจทก์ร่วมไม่ส่งสินค้าให้จำเลยอีก แต่ นำเช็ค ดังกล่าวไปขึ้นเงิน แม้ธนาคารตามเช็ค ปฏิเสธการจ่ายเงิน อ้างว่าบัญชีปิดแล้ว การกระทำของจำเลยก็ยังไม่เป็นความผิด.
- ฎีกาที่ 1119/2532
จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ร่วมกันกระทำความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีนมีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 เป็นคนติดต่อขายเฮโรอีน แล้วจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 เป็นคนไปขนเฮโรอีนมาส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อ ดังนี้ ก่อนที่จะส่งมอบเฮโรอีนให้แก่ผู้ซื้อ ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 มีเฮโรอีนดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแล้ว เป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีนจำนวนดังกล่าว และมีโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษฐานจำหน่ายเฮโรอีน.
- ฎีกาที่ 1119/2532
จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ร่วมกันจำหน่ายเฮโรอีนโดยแบ่งหน้าที่กันทำ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 เป็นผู้ติดต่อขาย แล้วจำเลยที่ 2ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 ไปขนเฮโรอีนมาส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อ ดังนี้ก่อนที่จะส่งมอบเฮโรอีนให้แก่ผู้ซื้อย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 2ถึงที่ 6 มีเฮโรอีนดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีนจำนวนดังกล่าวมีโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษฐานจำหน่ายเฮโรอีน
- ฎีกาที่ 1119/2532
จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ร่วมกันกระทำความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีนมีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 เป็นคนติดต่อขายเฮโรอีน แล้วจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 เป็นคนไปขนเฮโรอีนมาส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อ ดังนี้ ก่อนที่จะส่งมอบเฮโรอีนให้แก่ผู้ซื้อ ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 มีเฮโรอีนดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแล้ว เป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีนจำนวนดังกล่าว และมีโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษฐานจำหน่ายเฮโรอีน.
- ฎีกาที่ 1128/2532
การผิดสัญญาของผู้ประกันทำให้ศาลไม่สามารถดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้ ทั้งไม่ปรากฏว่าผู้ประกันได้ดำเนินการเพื่อให้ได้ตัวจำเลยมาศาล เช่นนี้ไม่มีเหตุอันควรที่จะลดค่าปรับให้ อัตราโทษตามกฎหมายที่จำเลยถูกฟ้องและข้อสันนิษฐานที่ปราศจากพยานหลักฐาน ก็ไม่เป็นเหตุที่จะขอลดค่าปรับให้ผู้ประกันเช่นกัน.(ที่มา-ส่งเสริม)
- ฎีกาที่ 1130/2532
เดิมโจทก์ จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกันโดยจำเลยได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่โจทก์เพื่อชำระเป็นค่าซื้อที่ดินบางส่วนต่อมา เมื่อโจทก์จำเลยต่างบอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินต่อกันแล้ว จำเลยก็ไม่มีหน้าที่ชำระเงินตามเช็คพิพาทให้แก่โจทก์อีก โจทก์ไม่อาจนำเช็คพิพาทมาฟ้องเรียกเงินจากจำเลยได้.
- ฎีกาที่ 1130/2532
เดิมโจทก์ จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกันโดยจำเลยได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่โจทก์เพื่อชำระเป็นค่าซื้อที่ดินบางส่วนต่อมาเมื่อโจทก์จำเลยต่างบอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินต่อกันแล้วจำเลยก็ไม่มีหน้าที่ชำระเงินตามเช็คพิพาทให้แก่โจทก์อีก โจทก์ไม่อาจนำเช็คพิพาทมาฟ้องเรียกเงินจากจำเลยได้
- ฎีกาที่ 1130/2532
เดิมโจทก์ จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกันโดยจำเลยได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่โจทก์เพื่อชำระเป็นค่าซื้อที่ดินบางส่วน ต่อมา เมื่อโจทก์จำเลยต่างบอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินต่อกันแล้ว จำเลยก็ไม่มีหน้าที่ชำระเงินตามเช็คพิพาทให้แก่โจทก์อีก โจทก์ไม่อาจนำเช็คพิพาทมาฟ้องเรียกเงินจากจำเลยได้
- ฎีกาที่ 1131/2532
การนิ่งเสียไม่ไขข้อความจริงอันจะถือว่าเป็นกลฉ้อฉลตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 124 นั้น จะต้องเป็นการนิ่งในพฤติการณ์ที่คู่กรณีมีหน้าที่ควรจะบอกความจริง หรือเป็นการนิ่งประกอบด้วยพฤติการณ์อันแสดงออกซึ่งทำให้อีกฝ่ายหนึ่งหลง กรณีที่จะมีโครงการตัดถนนผ่านที่ดินที่จะซื้อขายหรือไม่ไม่ใช่หน้าที่ของผู้จะซื้อ ที่จะบอกข้อความจริงดังกล่าว หากแต่เป็นหน้าที่ของผู้จะขายที่ดินพิพาทจะต้องขวนขวายแสวงหาความจริงเอาเอง แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าผู้จะซื้อจงใจนิ่งเสียไม่ไขข้อความจริงเกี่ยวกับโครงการจะตัดถนนผ่านที่ดินดังกล่าวซึ่งผู้จะขายมิได้รู้มาก่อนและถ้าฝ่ายผู้จะซื้อมิได้นิ่งเสีย สัญญาจะซื้อขายที่ดินก็จะมิได้ทำขึ้นนั้น การกระทำของผู้จะซื้อก็ไม่เป็นกลฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 124 แม้จำเลยซึ่งเป็นผู้ขายได้บอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อ และได้แจ้งให้โจทก์รับเงินมัดจำคืน แล …
- ฎีกาที่ 1131/2532
การนิ่งเสียไม่ไขข้อความจริงอันจะถือว่าเป็นกลฉ้อฉลตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 124 นั้น จะต้องเป็นการนิ่งในพฤติการณ์ที่คู่กรณีมีหน้าที่ควรจะบอกความจริง หรือเป็นการนิ่งประกอบด้วยพฤติการณ์อันแสดงออกซึ่งทำให้อีกฝ่ายหนึ่งหลง กรณีที่จะมีโครงการตัดถนนผ่านที่ดินที่จะซื้อขายหรือไม่ไม่ใช่หน้าที่ของผู้จะซื้อที่จะบอกข้อความจริงดังกล่าว หากแต่เป็นหน้าที่ของผู้จะขายที่ดินพิพาทจะต้องขวนขวายแสวงหาความจริงเอาเองแม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าผู้จะซื้อจงใจนิ่งเสีย ไม่ไขข้อความจริงเกี่ยวกับโครงการจะตัดถนนผ่านที่ดินดังกล่าว ซึ่งผู้จะขายมิได้รู้มาก่อน และถ้าฝ่ายผู้จะซื้อมิได้นิ่งเสีย สัญญาจะซื้อขายที่ดินก็จะมิได้ทำขึ้นนั้น การกระทำของผู้จะซื้อก็ไม่เป็นกลฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 124 แม้จำเลยซึ่งเป็นผู้ขายได้บอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อ และได้แจ้งให้โจทก์รับเงินมัดจำคืน แ …
- ฎีกาที่ 1131/2532
การนิ่งเสียไม่ไขข้อความจริงอันจะถือว่าเป็นกลฉ้อฉลนั้นจะต้องเป็นการนิ่งในพฤติการณ์ที่คู่กรณีมีหน้าที่ควรจะบอกความจริงหรือเป็นการนิ่งประกอบพฤติการณ์อันแสดงออกซึ่งทำให้อีกฝ่ายหนึ่งหลง แต่ในกรณีที่จะมีโครงการตัดถนนผ่านที่ดินพิพาทหรือไม่ ไม่ใช่หน้าที่ของผู้จะซื้อที่ดินจะต้องบอกความจริงดังกล่าว หากแต่เป็นหน้าที่ของผู้จะขายที่ดินพิพาทจะต้องขวนขวายแสวงหาความจริงเอาเอง การกระทำของโจทก์จึงไม่เป็นกลฉ้อฉล กรณีต้องคืนเงินมัดจำเพราะฝ่ายผู้รับมัดจำผิดสัญญาละเลยไม่ชำระหนี้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 378(3) นั้นผู้วางมัดจำมีสิทธิเรียกร้องดอกเบี้ยจากเงินมัดจำดังกล่าวนับแต่วันที่ผู้รับมัดจำผิดนัดเป็นต้นไปด้วย.(ที่มา-ส่งเสริม)
- ฎีกาที่ 1131/2532
การนิ่งเสียไม่ไขข้อความจริงอันจะถือว่าเป็นกลฉ้อฉลตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 124 นั้น จะต้องเป็นการนิ่งในพฤติการณ์ที่คู่กรณีมีหน้าที่ควรจะบอกความจริง หรือเป็นการนิ่งประกอบด้วยพฤติการณ์อันแสดงออกซึ่งทำให้อีกฝ่ายหนึ่งหลง กรณีที่จะมีโครงการตัดถนนผ่านที่ดินที่จะซื้อขายหรือไม่ ไม่ใช่หน้าที่ของผู้จะซื้อ ที่จะบอกข้อความจริงดังกล่าว หากแต่เป็นหน้าที่ของผู้จะขายที่ดินพิพาทจะต้องขวนขวายแสวงหาความจริงเอาเอง แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าผู้จะซื้อจงใจนิ่งเสียไม่ไขข้อความจริงเกี่ยวกับโครงการจะตัดถนนผ่านที่ดินดังกล่าวซึ่งผู้ จะขายมิได้รู้มาก่อนและถ้าฝ่ายผู้จะซื้อมิได้นิ่งเสีย สัญญาจะซื้อขายที่ดินก็จะมิได้ทำขึ้นนั้น การกระทำของผู้จะซื้อก็ไม่เป็นกลฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 124 แม้จำเลยซึ่งเป็นผู้ขายได้บอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อ และได้แจ้งให้โจทก์รับเงินมัดจำคืน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1141/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 204) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 220,124 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในต้นเงินดังกล่าวในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2525 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ โดยให้จำเลยที่ 4 ร่วมรับผิดในเงินดังกล่าวจำนวน100,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย ส่วนจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 และที่ 3 ที่ 4 ต่างฎีกา (อันดับ 192,196) จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 191) จำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 173แผ่นที่ 2,179,182) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 2 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จำเลยที่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1142/2532
ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 131) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันรับผิดชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 420,886.47 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินค้างชำระตามเช็คแต่ละฉบับคือต้นเงิน 62,500 บาท นับแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2526 ต้นเงิน49,800 บาท นับแต่วันที่ 4 กันยายน 2526 ต้นเงิน 75,000 บาทนับแต่วันที่ 15 กันยายน 2526 ต้นเงิน 17,200 บาท นับแต่วันที่12 กันยายน 2526 ต้นเงิน 36,000 บาท นับแต่วันที่ 30 กันยายน 2526ต้นเงิน 85,000 บาท นับแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2526 ต้นเงิน 21,510 บาทนับแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2526 ต้นเงิน 48,839.04 บาท นับแต่วันที่15 กุมภาพันธ์ 2527 และต้นเงิน 64,937.43 บาท นับแต่วันที่3 มีนาคม 2527 จนถึงวันฟ้อง และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปีจากต้นเงิน 420,886.47 บาท นับแต่วันถัดจาก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1143/2532
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 59) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 35,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่16 พฤษภาคม 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 54,53) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2526 ถึงวันทราบคำสั่งนี้มาให้จนเป็นที่พอใจ และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1144/2532
ความว่า จำเลยฎีกา มีโอกาสชนะคดีโจทก์อย่างแน่นอนโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 81) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงิน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2518เป็นต้นไปเป็นเวลา 5 ปี เป็นเงิน 37,500 บาท กับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 78,77) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยจำเลยนำหลักทรัพย์ของตนวางเป็นประกันและทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 62,66) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีในต้นเงินห้าหมื่นบาทนับแต่วันฟ้องจนถึงวันทราบคำสั่งนี้ มาให้จนเป็นที่พอใจ และภายในเวลาที่ศาลชั้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1145/2532
ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า พิเคราะห์คำร้องขออนาถาพยานผู้ขอประกอบกับโจทก์ไม่นำพยานมาสืบหักล้างข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ผู้ขอมีรายได้จากการค้าขายเดือนละ 3,000-6,000 บาทแต่ค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาเป็นเงินเพียง 1,602.50 บาท ทั้งปรากฏว่าผู้ขอได้ยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์มาครั้งหนึ่งแล้ว ผู้ขอไม่ติดใจไต่สวนคำร้อง นำเงินค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์มาวางศาลแล้ว แสดงให้เห็นว่าผู้ขอยังมีเงินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลผู้ขอมิได้ยากจนจริง ให้ยกคำร้องของผู้ขอเสียจำเลยเห็นว่า ในชั้นอุทธรณ์นั้น จำเลยยังมีเงินพอที่จะมาวางศาลได้ แต่ปัจจุบันนี้จำเลยเป็นคนยากจนจริง ไม่มีความสามารถหาเงินได้อย่างแต่ก่อน การค้าของจำเลยกับสามีล้มเหลวต้องถูกเจ้าหนี้ฟ้องทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาหลายคดี ตัวจำเลยเองก็ถูกจำคุกมาแล้วหากจำเลยมีเงินก็คงไม่ต้องถูกจำคุก ที …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1146/2532
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า รับเป็นอุทธรณ์ของโจทก์เฉพาะข้อ 2(ข)ส่วนข้อ2(ก) เป็นการอุทธรณ์ดุลพินิจของศาลอันเป็นข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์ข้อนี้ โจทก์เห็นว่า การคิดคำนวณค่าชดเชยของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เรื่องการจ่ายค่าชดเชย การที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์และไม่รับอุทธรณ์ข้อ 2(ก) จึงขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(2) ประกอบกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ข้อ 2(ก) และมีคำสั่งให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาคดีนี้ใหม่ด้วย หมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 33) โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงินค่าชดเชยจำนวน 109,080 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากยอ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1147/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา มีมูลที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 158) คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขดำที่ 13546/2522 นี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีหมายเลขดำที่ 14613/2526 โดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกและจำเลยที่ 1 ในสำนวนหลังเป็นโจทก์ที่ 1จำเลยที่ 2ในสำนวนหลังเป็นโจทก์ที่ 2 จำเลยที่ 1 ในสำนวนแรกและโจทก์ในสำนวนหลังเป็นจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ในสำนวนแรกเป็นจำเลยที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองในคดีหมายเลขดำที่13546/2526 ร่วมกันชำระเงิน 121,462.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (8 พฤศจิกายน2526) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จให้แก่โจทก์ คำขออื่นในคดีหมายเลขดำที่ 14613/2526 นอกจากนี้ให้ยกเสียศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 281,900 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1148/2532
ความว่า เนื่องจากจำเลยได้ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 9มิถุนายน 2531 ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายมรณบัตรท้ายคำร้องนี้โจทก์มีความประสงค์ขอศาลเรียกนางโสม แสงเดือนเข้ามารับมรดกความแทนจำเลยผู้ตาย โปรดอนุญาต หมายเหตุ นางโสม แสงเดือน ไม่คัดค้าน (อันดับ 105) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา (อันดับ 92) โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วจึงให้ส่งสำนวนมาศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป (อันดับ 96,105) คำสั่ง ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้นางโสม แสงเดือน เข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยผู้มรณะแล้ว จึงไม่จำต้องสั่งคำร้องนี้อีก