ปี พ.ศ.: 2532
3,985 รายการ · หน้า 7 จาก 200
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1149/2532
ความว่า เนื่องจากจำเลยได้ถึงแก่ความตายปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายมรณะบัตรท้ายคำร้องนี้ ผู้ร้องในฐานะภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นผู้จัดการทรัพย์มรดก มีความประสงค์ขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยผู้มรณะ โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงรับความจริงตามที่ผู้ร้องแถลง (อันดับ 105) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา (อันดับ 92) ผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วจึงให้ส่งสำนวนมาศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป (อันดับ 99,105) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ผู้ร้องเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยผู้มรณะได้ตามคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1150/2532
ความว่า คดีนี้อยู่ระหว่างศาลชั้นต้นนัดไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ทั้งสองถูกคุกคามข่มขู่จากฝ่ายจำเลยตลอดเวลา โดยเฉพาะจำเลยที่ 1ซึ่งเป็นสารวัตรสถานีตำรวจภูธรตำบลนาสัก จำเลยที่ 2 เป็นรองสารวัตรสถานีตำรวจแห่งเดียวกัน ได้ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ข่มขู่โจทก์ทั้งสองให้ถอนฟ้อง และข่มขู่พยานมิให้มาเบิกความต่อศาลโจทก์ทั้งสองเป็นราษฎรมีอาชีพรับจ้างและทำสวนถูกจำเลยทั้งสองกับพวกประทุษร้าย โดยโจทก์ที่ 1 ถูกยิงและถูกซ้อมได้รับบาดเจ็บสาหัส และยังถูกจำเลยที่ 1 แจ้งข้อหาฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานบิดาโจทก์ที่ 2 ได้ร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับจำเลยที่ได้กระทำความผิดต่อโจทก์ทั้งสอง แต่ต่อมาก็ถูกข่มขู่จนต้องถอนคำร้องทุกข์โจทก์ทั้งสองเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงได้ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้และโจทก์ที่ 1 ได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าถูกจำเลยที่ 1 ควบคุมตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจำเลยที่ 1 จึงได้กลั่นแกล้งโจทก์ที่ 1 อีกโดยแจ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1151/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,335,336 ทวิ ฯลฯ ให้ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 1 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสาม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 60,59) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 43) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยที่ 1 ประกอบเสียก่อน แต่จำเลยที่ 1ยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1152/2532
โจทก์บรรยายฟ้องอ้างถึงสัญญาของผู้เข้าทำงานที่จำเลยทำกับโจทก์ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ของจำเลย และรายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยที่เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ซึ่งโจทก์ถือว่าจำเลยมิได้ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามสัญญาฉบับดังกล่าว คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นเรื่องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายเพราะปฏิบัติผิดสัญญาจ้างแรงงานโดยเฉพาะมิใช่เรื่องละเมิด เมื่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3ลักษณะ 6 มิได้กำหนดอายุความไว้ คดีโจทก์จึงมีอายุความ 10 ปีตามมาตรา 164 จำเลยมิได้ให้การปฏิเสธโดยแจ้งชัดถึงข้ออ้างตามฟ้องโจทก์ที่อ้างว่า จำเลยมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินโดยตรงเพราะตำแหน่งหัวหน้ากองรักษาเงินที่จำเลยดำรงอยู่นั้นเป็นผู้รักษาเงินตามระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ 4 จำเลยเพิ่งยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์ว่า มีระเบียบการธนาคารออมสินฉบับที่ 72 กำหนดส่วนงานของกองรักษาเงิน แล …
- ฎีกาที่ 1152/2532
โจทก์บรรยายฟ้องอ้างถึงสัญญาของผู้เข้าทำงานที่จำเลยทำกับโจทก์ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ของจำเลย และรายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยที่เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายซึ่งโจทก์ถือว่ามิได้ปฏิบัติงานเป็นไปตามสัญญาฉบับดังกล่าว คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นเรื่องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายเพราะปฏิบัติผิดสัญญาจ้างแรงงานโดยเฉพาะ มิใช่เรื่องละเมิด เมื่อ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 3 ลักษณะ 6 มิได้กำหนดอายุความไว้ คดีโจทก์จึงมีอายุความ10 ปี ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 จำเลยมิได้ให้การปฏิเสธโดยแจ้งชัดถึงข้ออ้างตามฟ้องโจทก์ที่อ้างว่า จำเลยมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินโดยตรง เพราะตำแหน่งหัวหน้ากองรักษาเงินที่จำเลยดำรงอยู่นั้นเป็นผู้รักษาเงินตามระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ 4 จำเลยเพิ่งยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์ว่า มีระเบียบฯ ฉบับที่ 72 กำหนดส่วนงานของกองรัก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1152/2532
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 129) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนรั้วออกไปจากที่ดินของโจทก์หากจำเลยไม่รื้อถอน ให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนโดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า หากจำเลยไม่ยอมรื้อถอนรั้วออกไปให้โจทก์ดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 256 ทวิ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 125,124) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 101) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1153/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา มีโอกาสชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 196) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน500,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2526 จนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างส่วนที่ต่อเติมด้านหลังจากอาคารที่ก่อสร้างตามหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายหรือสัญญาวางมัดจำ เอกสารท้ายฟ้องหมาย 1 ออกไป และทำให้อาคารที่ซื้อขายมีสภาพเรียบร้อย หากโจทก์ไม่ปฏิบัติให้จำเลยรื้อถอนได้โดยให้โจทก์เสียค่าใช้จ่าย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 27176 ตำบลบางพลัด (บ้านปูน) อำเภอบางกอกน้อยกรุงเทพมหานคร พร้อมตึกแถว 4 ชั้น มีชั้นลอยโดยปลอดจำนองหรือภาระติดพันใด ๆ ให้แก่โจทก์ และรับเงิน 700,000 บาท ไปจากโจทก์ในวันจดทะเบี …
- ฎีกาที่ 1154/2532
การจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและการอุทธรณ์ข้อ 22 ซึ่งกำหนดว่า "การจ่ายค่าทดแทนให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดการจ่ายค่าทดแทน แต่การจ่ายค่าทดแทนในคราวเดียวเต็มจำนวนจะทำได้ก็แต่โดยอนุมัติของอธิบดี กรมแรงงาน หรือผู้ซึ่งอธิบดี กรมแรงงาน มอบหมายเท่านั้น"เมื่อคดีของโจทก์ไม่ปรากฏว่าอธิบดี กรมแรงงาน หรือผู้ซึ่งอธิบดี กรมแรงงาน มอบหมายได้พิจารณาอนุมัติให้จ่ายค่าทดแทนแก่โจทก์ในคราวเดียวเต็มจำนวนแล้ว ยังปรากฏจากคำขอบังคับแห่งคำฟ้องของโจทก์ว่า ให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนรายเดือนให้แก่โจทก์เป็นเวลา2 ปี 9 เดือน แสดงว่า โจทก์ต้องการให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนให้จำเลยเป็นรายเดือนที่ศาล แรงงานกลาง พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนคราวเดียวเต็มจำนวน จึงเป็นการฝ่าฝืนประกาศกระทรวงมหาดไทยดังก …
- ฎีกาที่ 1154/2532
การจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและการอุทธรณ์ข้อ 22 ซึ่งกำหนดว่า "การจ่ายค่าทดแทนให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดการจ่ายค่าทดแทน แต่การจ่ายค่าทดแทนในคราวเดียวเต็มจำนวนจะทำได้ก็แต่โดยอนุมัติของอธิบดีกรมแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมแรงงานมอบหมายเท่านั้น" เมื่อคดีของโจทก์ไม่ปรากฏว่าอธิบดีกรมแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมแรงงานมอบหมายได้พิจารณาอนุมัติให้จ่ายค่าทดแทนแก่โจทก์ในคราวเดียวเต็มจำนวนแล้วยังปรากฏจากคำขอบังคับแห่งคำฟ้องของโจทก์ว่า ให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนรายเดือนให้แก่โจทก์เป็นเวลา 2 ปี 9 เดือน แสดงว่า โจทก์ต้องการให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนให้จำเลยเป็นรายเดือนที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนคราวเดียวเต็มจำนวนจึงเป็นการฝ่าฝืนประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว และฝ่ …
- ฎีกาที่ 1154/2532
การจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบ การจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและการอุทธรณ์ ข้อ 22 ซึ่งกำหนดว่า "การจ่ายค่าทดแทนให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดการจ่ายค่าทดแทน แต่การจ่ายค่าทดแทนในคราวเดียวเต็มจำนวนจะทำได้ก็แต่โดยอนุมัติของอธิบดี กรมแรงงาน หรือผู้ซึ่งอธิบดี กรมแรงงาน มอบหมายเท่านั้น" เมื่อคดีของโจทก์ไม่ปรากฏว่าอธิบดี กรมแรงงาน หรือผู้ซึ่งอธิบดี กรมแรงงาน มอบหมายได้พิจารณาอนุมัติให้จ่ายค่าทดแทนแก่โจทก์ในคราวเดียวเต็มจำนวนแล้ว ยังปรากฏจากคำขอบังคับแห่งคำฟ้องของโจทก์ว่า ให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนรายเดือนให้แก่โจทก์เป็นเวลา 2 ปี 9 เดือน แสดงว่า โจทก์ต้องการให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนให้จำเลยเป็นรายเดือนที่ศาล แรงงานกลาง พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนคราวเดียวเต็มจำนวน จึงเป็นการฝ่าฝืนประกาศกระทรวงมหาดไทย …
ป.วิ.พ. 142พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 31พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 52ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน 54ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน และการอุทธรณ์ 16ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน และการอุทธรณ์ 22 - คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1154/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยที่ 1เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 ศาลจะพึงลงโทษสถานใดและสมควรที่จะรอการลงโทษหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 21) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,303,390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 21,22,43,152,157 แต่การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 6 ปีจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 20) จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ ( …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1155/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ลงโทษจำคุก 2 ปีริบของกลาง ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 101,100) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 60,000 บาท (อันดับ 26,83) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบเสียก่อน แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1156/2532
ความว่า จำเลยขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ริบของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,8,26,75,76 วรรคสอง,102 ให้ลงโทษฐานผลิตตามมาตรา 75 จำคุก 2 ปี ฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามมาตรา 76 วรรคสอง จำคุก 2 ปีรวมจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 2 ปี ของกลางให้ริบ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 62) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว โดยตีราคาประกัน100,000 บาท (อันดับ 4) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาตีราคาประกัน 150,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1157/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 40,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง (1)(3) จำเลยอายุยังน้อยและผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความจำเลยอีกต่อไป ประกอบกับพฤติการณ์แห่งคดีไม่ร้ายแรงนัก เห็นควรลงโทษสถานเบาให้จำคุก2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 14 สำนวนธุรการ) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน40,000 บาท (อันดับ 2,6 สำนวนธุรการ) คำสั่ง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และจำเลยก็ยังไม่ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1158/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 97 แผ่นที่ 2) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 56,458 บาทแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน50,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จ จำเลยที่ 2 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 92,91) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 วางหลักประกันหรือไม่ (อันดับ 87) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 2 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวเป็นเวลา 7 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจ และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1159/2532
ความว่า จำเลยฎีกา มีเหตุผลที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงให้จำเลยหาหลักประกัน (อันดับ 77) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 49192 ตำบลโคกกรวด อำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมา และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ2,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่พิพาท จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 72,71) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินค่าเสียหายปีละ 2,000 บาทเป็นเวลา 5 ปีมาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกามิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1160/2532
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริงซึ่งศาลอุทธรณ์แก้ไขเล็กน้อย จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นการแก้ไขมากจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 31) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกจำเลย 2 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 30) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 31) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ศาลอุ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1161/2532
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 148 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 100,000 บาทให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินดังกล่าว คิดตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2527 เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะชำระให้โจทก์เสร็จ คำขออื่นนอกนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา (อันดับ 133) จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 137,135) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยได้นำหลักทรัพย์มาวางไว้เป็นหลักประกัน และได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 90,101) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับเงินต้นที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยเป็นเวลา 5 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา มิฉะ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1162/2532
ความว่า คดีนี้ โจทก์ทั้งสามกับจำเลยตกลงกันได้แล้ว โจทก์ทั้งสามจึงไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีอีกต่อไป จึงขอถอนฎีกาโปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยแถลงท้ายคำร้องว่า ไม่คัดค้าน (อันดับ 60) โจทก์ทั้งสามฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้บังคับจำเลยเปิดทางภารจำยอมเหนือที่ดิน โฉนดตราจองเลขที่ 985 ตำบลวัดตาลอำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก และจัดการทำให้ทางถนนอยู่ในสภาพเรียบร้อยเหมือนเดิม ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสามฎีกา (อันดับ 59) คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ทั้งสามยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 60) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้โจทก์ทั้งสามถอนฎีกาได้ จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกา โจทก์ทั้งสามเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามาเพียง 200 บาทจึงไม่คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาให้โจทก์ทั้งสาม
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1163/2532
ความว่า โจทก์ร่วมกับจำเลยตกลงกันได้ โดยจำเลยได้ชำระเงินให้โจทก์ร่วมครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว โจทก์ร่วมไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีอีกต่อไป จึงขอถอนคำร้องทุกข์และขอถอนฟ้อง โปรดอนุญาต หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางจิตอารี ข้างงาม ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ให้จำคุก 1 ปีจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน จำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์บางส่วนแล้ว โทษจำคุกเห็นสมควรรอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษให้จำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอ้างว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้าม (อันดับ 48) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับ(อันดับ 51) แต่ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะส่งคำร้องอุทธ …