ปี พ.ศ.: 2532
3,985 รายการ · หน้า 8 จาก 200
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1164/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 90) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวน 805,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 800,000 บาทนับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 16 ตุลาคม 2527) เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ สำหรับจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 88,87) จำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยที่ 2 ได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกัน และได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 79 แผ่นที่ 3,78) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 2 หาประกันสำหรับจำนวนต้นเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี มีกำหนด 6 ปีนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปมาวางต่อศาลชั้นต้นให้เป็นที่พอใจ และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1165/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับจำเลยที่ 1 ไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 105แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ใช้เงิน800,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2524 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 104,103) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2524จนถึงวันทราบคำสั่งนี้มาให้จนเป็นที่พอใจ และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1166/2532
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 158) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน จำนวน 3,000,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี นับแต่วันที่ 15 มกราคม2526 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ หากไม่ชำระให้นำทรัพย์จำนองตามฟ้องขายทอดตลาดชำระหนี้ในกรณีที่ไม่พอจำนวนหนี้ให้บังคับจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยจนครบจำนวน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 137,136) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยใช้ทรัพย์สินของจำเลยที่จำนองและจำเลยได้นำหลักทรัพย์ของผู้มีชื่อมาวางเป็นประกัน และได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 115,129) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ให้ศาลชั้นต้นตีราคาทรัพย์สินที่จำนองถ้าไม่พอชำระต้นเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มีกำหนด 6 ปี ก็ให้จำเลยหาประกันมาให …
- ฎีกาที่ 1167/2532
เมื่อความผิดฐานมีสุรากลั่นไว้ในครอบครอง ฐานมีสุราแช่ไว้ในครอบครอง และฐานทำสุราแช่โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 ประกอบกับพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดพ.ศ. 2520 มาตรา 3 แม้ผู้พิพากษาที่ลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ก็ตาม จำเลยก็ไม่มีสิทธิฎีกาในข้อหาดังกล่าว แต่เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยข้อหาความผิดฐานมีภาชนะเครื่องต้มกลั่นสำหรับทำสุราไว้ในครอบครองและฐานทำสุรากลั่นโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งจำเลยมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้แล้วเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดฐานมีสุรากลั่นไว้ในครอบครองฐานมีสุราแช่ไว้ในครอบครอง และฐานทำสุราแช่โดยไม่ได้รับอนุญาตได้ตามประมวลกฎหมายวิธ …
- ฎีกาที่ 1167/2532
เมื่อความผิดฐานมีสุรากลั่นไว้ในครอบครอง ฐานมีสุราแช่ไว้ในครอบครองและฐานทำสุราแช่โดยไม่ได้รับอนุญาตต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 ประกอบกับพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับในศาลจังหวัดพ.ศ. 2520 มาตรา 3 แม้ผู้พิพากษาที่ลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ก็ตาม จำเลยก็ไม่มีสิทธิฎีกาในข้อหาดังกล่าว แต่เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงได้ก็ตาม จำเลยก็ไม่มีสิทธิฎีกาในข้อหาดังกล่าว แต่เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยข้อหาความผิดฐานมีภาชนะเครื่องต้มกลั่นสำหรับทำสุราไว้ในครอบครองและฐานทำสุรากลั่นโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งจำเลยมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้แล้วเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิด ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดฐานมีสุรากลั่นไว้ในครอบครอง ฐานมีสุรา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1167/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 72 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน จำนวน100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับจากวันที่ 2 มิถุนายน 2524 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้เมื่อคำนวณดอกเบี้ยถึงวันฟ้องจะต้องไม่เกิน87,397.26 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาพร้อมยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 71,70) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับจำเลยที่ 2 ไว้ในระหว่างอุทธรณ์แก่จำเลยที่ 2 ไม่นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันต่อศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด (อันดับ 5,58) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 2 หาประกันสำหรับต้นเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละยี่สิบต่อปี นับแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2528 จนถึงวันทราบคำสั่งนี้และดอกเบี้ยต่อไปอีก 2 ปี มาใ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1168/2532
ความว่า จำเลยที่ 4 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 183) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ 4 ร่วมกันไปดำเนินการเพิกถอนการจดทะเบียนผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 34763,34764,34765,34766 และ 34767 ตำบลหนองค้างพลู (หนองแขม)อำเภอหนองแขม (ภาษีเจริญ) กรุงเทพมหานคร แล้วใส่ชื่อโจทก์และนางจำเนียร สงวนคำ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวตามเดิม หากจำเลยคนใดไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลฉบับนี้เป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยคนนั้นระหว่างอุทธรณ์ โจทก์ถึงแก่กรรม นายจิระศักดิ์ สงวนคำขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 4 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 177,178) จำเลยที่ 4 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 166 แผ่นที่ 11) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ระหว่างฎีกา แต่ห้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1169/2532
ความว่า โจทก์ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 139) โจทก์ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 6908ตำบลท่ายาง (ละหารบอน) อำเภอท่ายาง (นายาง) จังหวัดเพชรบุรีเนื้อที่ 8 ไร่ 2 งาน 64 วา เป็นกรรมสิทธิ์ของนายเกื้อปิ่นแก้วโดยการครอบครองปรปักษ์ โดยพิพากษาใหม่ว่าที่ดินตามโฉนดดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยการครอบครองปรปักษ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน และให้จำเลยมอบหน้าโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ หลังจากยื่นฟ้องแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยถึงแก่กรรมขอให้เรียกนางสมใจ ปิ่นแก้ว ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยเข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยผู้มรณะ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา พ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1170/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 223) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า สิทธิครอบครองในที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ห้ามโจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสอง ห้ามจำเลยที่ 1 และบริวารเข้าเกี่ยวข้อง และให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองปีละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกจากที่พิพาท ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 216,218) คำสั่ง ถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวนเงินค่าเสียหายที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยคิดถึงวันทราบคำสั่งนี้กับค่าเสียหายอีกปีละ 2,000 บาท เป็นเวลา 2 ปี นับจากวันฟังคำสั่งนี้ มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1171/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,276 วรรคสอง ประกอบด้วย มาตรา 43 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม มาตรา 276 วรรคสองซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกคนละ 15 ปี ข้อนำสืบของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในห้าคงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 12 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยทั้งสองไว้ในระหว่างฎีกา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 136) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกัน250,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1172/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,276 วรรคสอง ประกอบด้วย มาตรา 83เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม มาตรา 276 วรรคสองซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกคนละ 15 ปี ข้อนำสืบของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในห้าคงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 12 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยทั้งสองไว้ระหว่างฎีกา จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 143) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราว ตีราคาค่าประกัน 250,000บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1173/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 วรรคหนึ่ง ให้จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 20) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 6 แผ่นที่ 9) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงประกอบกับจำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา เป็นเหตุให้ไม่อาจนำฎีกาในมาประกอบในการใช้ดุลพินิจว่ามีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้หรือไม่ ให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1173-1174/2532
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกศาลประกาศวันเวลานัดไต่สวนคำร้องและว่าผู้ใดจะคัดค้านให้ยื่นคำร้องต่อศาลก่อนกำหนดนี้ กำหนดระยะเวลาให้ยื่นคำร้องคัดค้านดังกล่าว หมายถึงกำหนดวันเวลาที่จะมีการไต่สวนคำร้องของผู้ร้องจริง ๆ เมื่อถึงวันนัดตามที่ระบุไว้ในประกาศของศาลศาลยังไม่ได้ไต่สวนพยานของผู้ร้อง ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำร้องคัดค้านก่อนมีการไต่สวนพยานของผู้ร้องจริง ๆ จึงเป็นการยื่นคำร้องคัดค้านภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด เมื่อศาลสั่งรับคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 2 ไว้แล้วก็ชอบที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ไม่ควรยกคำร้องคัดค้านนั้นเสียก่อน.
- ฎีกาที่ 1173-1174/2532
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ศาลประกาศวันเวลานัดไต่สวนคำร้องและว่าผู้ใดจะคัดค้านให้ยื่นคำร้องต่อศาลก่อนกำหนดนี้ กำหนดระยะเวลาให้ยื่นคำร้องคัดค้านดังกล่าวหมายถึงกำหนดวันเวลาที่จะมีการไต่สวนคำร้องของผู้ร้องจริง(ไม่ใช่วันนัดที่ได้เลื่อนไปแล้ว) เมื่อถึงวันนัดตามที่ระบุไว้ในประกาศของศาล ศาลยังไม่ได้ไต่สวนพยานของผู้ร้อง ผู้คัดค้านที่ 2ยื่นคำร้องคัดค้านก่อนมีการไต่สวนพยานของผู้ร้องจริง ๆ จึงเป็นการยื่นคำร้องคัดค้านภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด เมื่อศาลสั่งรับคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 2 ไว้แล้วก็ชอบที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ไม่ควรยกคำร้องคัดค้านนั้นเสียก่อน
- ฎีกาที่ 1173-1174/2532
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ศาลประกาศวันเวลานัดไต่สวนคำร้องและว่าผู้ใดจะคัดค้านให้ยื่นคำร้องต่อศาลก่อนกำหนดนี้ กำหนดระยะเวลาให้ยื่นคำร้องคัดค้านดังกล่าว หมายถึงกำหนดวันเวลาที่จะมีการไต่สวนคำร้องของผู้ร้องจริง ๆ เมื่อถึงวันนัดตามที่ระบุไว้ในประกาศของศาล ศาลยังไม่ได้ไต่สวนพยานของผู้ร้อง ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำร้องคัดค้านก่อนมีการไต่สวนพยานของผู้ร้องจริง ๆ จึงเป็นการยื่นคำร้องคัดค้านภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด เมื่อศาลสั่งรับคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 2 ไว้แล้วก็ชอบที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ไม่ควรยกคำร้องคัดค้านนั้นเสียก่อน
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1174/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,336 ทวิ,83 จำเลยอายุไม่เกิน17 ปี ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่ง จำคุก 9 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 เดือน 15 วัน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 38,37) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 4,29) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและจำเลยก็ยังไม่ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1175/2532
คำว่า "ทายาทของบุคคลเช่นว่านั้น" ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 137 อันจะมีสิทธิบอกล้างโมฆียะกรรมซึ่งผู้ไร้ความสามารถหรือผู้ได้ทำการแสดงเจตนาโดยวิปริตได้กระทำลง จะมีได้ก็ต่อเมื่อบุคคลดังกล่าวถึงแก่ความตายไปแล้ว ดังนั้น เมื่อบุคคลดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่และได้ทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินอันเป็นโมฆียะ ผู้สืบสันดานของบุคคลเช่นว่านั้นจึงไม่มีสิทธิบอกล้างนิติกรรมอันเป็นโมฆียะได้ และไม่มีอำนาจฟ้องให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าว.
- ฎีกาที่ 1175/2532
คำว่า "ทายาทของบุคคลเช่นว่านั้น" ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 137 อันจะมีสิทธิบอกล้างโมฆียกรรมซึ่งผู้ไร้ความสามารถ หรือผู้ได้ทำการแสดงเจตนาโดยวิปริตได้กระทำลง จะมีได้ก็ต่อเมื่อบุคคลดังกล่าวถึงแก่ความตายไปแล้วดังนั้น เมื่อบุคคลดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่และได้ทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินอันเป็นโมฆียะ ผู้สืบสันดานของบุคคลเช่นว่านั้นจึงไม่มีสิทธิบอกล้างนิติกรรมอันเป็นโมฆียะได้ และไม่มีอำนาจฟ้องให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าว
- ฎีกาที่ 1175/2532
สิทธิบอกล้างโมฆียะกรรมของทายาทของผู้ไร้ความสามารถหรือผู้ได้ทำการแสดงเจตนาโดยวิปริตตาม ป.พ.พ. มาตรา 137นั้น จะมีได้ต่อเมื่อผู้ไร้ความสามารถหรือผู้ได้แสดงเจตนาโดยวิปริตได้ถึงแก่ความตายลงโดยมิได้มีการบอกล้างโมฆียะกรรมก่อนถึงแก่ความตาย ฉะนั้นเมื่อบิดาโจทก์ยังมีชีวิตอยู่แม้จะทำนิติกรรมขณะวิกลจริต โจทก์ก็เป็นเพียงผู้สืบสันดานเท่านั้น โจทก์จึงมิใช่ทายาทอันจะมีสิทธิบอกล้างนิติกรรมอันเป็นโมฆียะได้.
- ฎีกาที่ 1175/2532
คำว่า "ทายาทของบุคคลเช่นว่านั้น" ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 137 อันจะมีสิทธิบอกล้างโมฆียะกรรมซึ่งผู้ไร้ความสามารถหรือผู้ได้ทำการแสดงเจตนาโดยวิปริตได้กระทำลง จะมีได้ก็ต่อเมื่อบุคคลดังกล่าวถึงแก่ความตายไปแล้ว ดังนั้น เมื่อบุคคลดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่และได้ทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินอันเป็นโมฆียะ ผู้สืบสันดานของบุคคลเช่นว่านั้นจึงไม่มีสิทธิบอกล้างนิติกรรมอันเป็นโมฆียะได้ และไม่มีอำนาจฟ้องให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าว.