ปี พ.ศ.: 2532
3,985 รายการ · หน้า 9 จาก 200
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1175/2532
ความว่า โจทก์ที่ 1 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 180) คดีนี้ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษากับคดีหมายเลขแดงที่11/2529 ของศาลชั้นต้น ระหว่าง ห้างหุ้นส่วนจำกัดภูเก็ต - ระนอง พูนทรัพย์ โจทก์เทศบาลเมืองระนองกับพวก จำเลยโดยเรียกห้างหุ้นส่วนจำกัดภูเก็ต - ระนอง พูนทรัพย์ เป็นโจทก์ที่ 1 นายรุ่งโรจน์อธิกิจรุ่งเรืองเป็นโจทก์ที่ 2 เทศบาลเมืองระนอง เป็นจำเลยที่ 1 นายวิวิทย์ปับฉิม เป็นจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 250,000 บาท ให้กับจำเลยที่ 1 พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์ทั้งสองจะชำระเงินเสร็จให้แก่จำเลยที่ 1และให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 177,176แผ่นที่ 2) โจทก์ที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบ …
- ฎีกาที่ 1176/2532
ในการทำสัญญาจะซื้อขายที่พิพาท ผู้ร้องกับผู้ขายตกลงกันไว้ว่าให้ผู้ร้องชำระค่าที่พิพาทส่วนที่เหลือภายใน 1 ปี แล้วจึงจะโอนกรรมสิทธิ์กัน เมื่อผู้ร้องไม่ได้ชำระค่าที่พิพาทส่วนที่เหลือ แม้ผู้ขายจะมอบที่พิพาทให้ผู้ร้องเข้าครอบครองแล้วก็ถือไม่ได้ว่าผู้ขายมีเจตนาสละการครอบครองที่พิพาทให้ผู้ร้องซึ่งเป็นเพียงผู้จะซื้อ การที่ผู้ร้องเข้าครอบครองที่พิพาทก็โดยอาศัยสิทธิของผู้ขายตามสัญญาจะซื้อขายเป็นการยึดถือแทนผู้ขายมิใช่ยึดถือในฐานะเป็นเจ้าของ ผู้ร้องครอบครองที่พิพาทเกินกว่า10 ปี ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382.
- ฎีกาที่ 1176/2532
ในการทำสัญญาจะซื้อขายที่พิพาท ผู้ร้องกับผู้ขายตกลงกันไว้ว่าให้ผู้ร้องชำระค่าที่พิพาทส่วนที่เหลือภายใน 1 ปี แล้วจึงจะโอนกรรมสิทธิ์กัน เมื่อผู้ร้องไม่ได้ชำระค่าที่พิพาทส่วนที่เหลือ แม้ผู้ขายจะมอบที่พิพาทให้ผู้ร้องเข้าครอบครองแล้ว ก็ถือไม่ได้ว่าผู้ขายมีเจตนาสละการครอบครองที่พิพาทให้ผู้ร้องซึ่งเป็นเพียงผู้จะซื้อ การที่ผู้ร้องเข้าครอบครองที่พิพาทก็โดยอาศัยสิทธิของผู้ขายตามสัญญาจะซื้อขายเป็นการยึดถือแทนผู้ขาย มิใช่ยึดถือในฐานะเป็นเจ้าของ ผู้ร้องครอบครองที่พิพาทเกินกว่า 10 ปี ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382
- ฎีกาที่ 1176/2532
ผู้ร้องกับ พ. ทำหนังสือสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทโดยตกลงกันว่าผู้ร้องจะชำระเงินส่วนที่เหลือภายใน 10 ปีแล้วจึงจะไปโอนที่พิพาทกัน เมื่อผู้ร้องไม่ได้ชำระเงินค่าที่พิพาทส่วนที่เหลือให้แก่ พ.แม้พ. จะได้มอบที่พิพาทให้ผู้ร้องเข้าครอบครองแล้วก็ถือไม่ได้ว่า พ. มีเจตนาสละการครอบครองที่พิพาท ดังนี้ ผู้ร้องครอบครองที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของ พ. แม้ผู้ร้องจะครอบครองที่พิพาทเกินกว่า 10 ปีก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382.(ที่มา-ส่งเสริม)
- ฎีกาที่ 1176/2532
ในการทำสัญญาจะซื้อขายที่พิพาท ผู้ร้องกับผู้ขายตกลงกันไว้ว่าให้ผู้ร้องชำระค่าที่พิพาทส่วนที่เหลือภายใน 1 ปี แล้วจึงจะโอนกรรมสิทธิ์กัน เมื่อผู้ร้องไม่ได้ชำระค่าที่พิพาทส่วนที่เหลือ แม้ผู้ขายจะมอบที่พิพาทให้ผู้ร้องเข้าครอบครองแล้วก็ถือไม่ได้ว่าผู้ขายมีเจตนาสละการครอบครองที่พิพาทให้ ผู้ร้องซึ่งเป็นเพียงผู้จะซื้อ การที่ผู้ร้องเข้าครอบครองที่พิพาทก็โดยอาศัยสิทธิของผู้ขายตามสัญญาจะซื้อขายเป็นการยึดถือแทนผู้ขาย มิใช่ยึดถือในฐานะเป็นเจ้าของ ผู้ร้องครอบครองที่พิพาทเกินกว่า 10 ปี ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1176/2532
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ทั้งอุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า การรับฟังพยานหลักฐานของศาลไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้จะเป็นอุทธรณ์ข้อกฎหมาย แต่ก็เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์เห็นว่า โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า การรับฟังพยานของศาลเป็นการรับฟังพยานที่ยังไม่จบสิ้น ย่อมเป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญ ไม่ขัดกับมาตรา 225 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งประกอบมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1177/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,300,390 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ผู้เสียหายมาแถลงว่าไม่ติดใจเอาความสมควรลงโทษสถานเบา จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291ที่มีโทษหนักที่สุด นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 19) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน100,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 3 แผ่นที่ 2,9 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สม …
- ฎีกาที่ 1178/2532
โจทก์ฟ้องขอหย่าโดยอ้างเหตุตามกฎหมาย จำเลยให้การปฏิเสธว่ามิได้กระทำการดังโจทก์กล่าวหา ขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอให้แบ่งสินสมรส ดังนี้ศาลจะต้องวินิจฉัยว่ามีเหตุหย่าตามฟ้องหรือไม่ถ้าไม่มีเหตุหย่า ศาลก็พิพากษายกฟ้องไป ไม่ต้องพิจารณาตามฟ้องแย้งของจำเลย การที่จำเลยฟ้องแย้งว่าถ้าศาลพิพากษาหย่าก็ให้แบ่งสินสมรส จึงเป็นฟ้องแย้งที่มีเงื่อนไข ศาลรับคำให้การแต่ไม่รับฟ้องแย้ง.
- ฎีกาที่ 1178/2532
โจทก์ฟ้องขอหย่าโดยอ้างเหตุตามกฎหมาย จำเลยให้การปฏิเสธว่ามิได้กระทำการดังโจทก์กล่าวหา ขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอให้แบ่งสินสมรส ดังนี้ ศาลจะต้องวินิจฉัยว่ามีเหตุหย่าตามฟ้องหรือไม่ถ้าไม่มีเหตุหย่า ศาลก็พิพากษายกฟ้องไป ไม่ต้องพิจารณาตามฟ้องแย้งของจำเลย การที่จำเลยฟ้องแย้งว่าถ้าศาลพิพากษาหย่าก็ให้แบ่งสินสมรส จึงเป็นฟ้องแย้งที่มีเงื่อนไข ศาลรับคำให้การแต่ไม่รับฟ้องแย้ง
- ฎีกาที่ 1178/2532
การที่โจทก์ฟ้องขอหย่าโดยอ้างเหตุตามกฎหมาย จำเลยให้การปฏิเสธว่ามิได้กระทำการดังโจทก์กล่าวหา ขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอให้แบ่งสินสมรสนั้น เมื่อจำเลยปฏิเสธว่าไม่มีเหตุหย่า ศาลจะต้องวินิจฉัยว่ามีเหตุหย่าตามฟ้องหรือไม่ ถ้าไม่มีเหตุหย่าก็ต้องพิพากษายกฟ้อง โดยไม่ต้องพิจารณาตามฟ้องแย้งของจำเลย ฉะนั้นฟ้องแย้งของจำเลยที่ว่า ถ้าศาลพิพากษาให้หย่าก็ให้แบ่งสินสมรสจึงเป็นฟ้องแย้งที่มีเงื่อนไข ศาลชอบที่จะไม่รับฟ้องแย้ง.(ที่มา-ส่งเสริม)
- ฎีกาที่ 1178/2532
โจทก์ฟ้องขอหย่าโดยอ้างเหตุตามกฎหมาย จำเลยให้การปฏิเสธว่ามิได้กระทำการดังโจทก์กล่าวหา ขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอให้แบ่งสินสมรส ดังนี้ศาลจะต้องวินิจฉัยว่ามีเหตุหย่าตามฟ้องหรือไม่ ถ้าไม่มีเหตุหย่า ศาลก็พิพากษายกฟ้องไป ไม่ต้องพิจารณาตามฟ้องแย้งของจำเลย การที่จำเลยฟ้องแย้งว่าถ้าศาลพิพากษาหย่าก็ให้แบ่งสินสมรส จึงเป็นฟ้องแย้งที่มีเงื่อนไข ศาลรับคำให้การแต่ไม่รับฟ้องแย้ง.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1178/2532
ความว่า จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุกจำเลยทั้งสี่แต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี จำเลยทั้งสี่ฎีกาขอให้ศาลฎีกาลดค่าปรับ เป็นการฎีกาดุลยพินิจของศาลในการกำหนดโทษ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสี่ จำเลยทั้งสี่เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลยทั้งสี่คนละ 90,000 บาท จำเลยทั้งสี่จึงมีสิทธิฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสี่ด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 52) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2485 มาตรา 4,5,6,7,11,47,48,69,73,74,74 ทวิ,74 จัตวา,75 ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33,83,91 ฯลฯ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507มาตรา 4,5,6,14,31 ฯลฯ เรียงกระทงลงโทษฐานท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1179/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 70,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง จำคุก 2 ปี ฯลฯจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน (อันดับ 56,54,52) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว โดยตีราคาประกัน50,000 บาท (อันดับ 4) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาประกัน 70,000 บาทเป็นเงินสดโดยให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1180/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง จำคุก 1 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 51,50) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 20,000 บาท (อันดับ 2,29) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระยะนี้ ไม่อนุญาต ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1181/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางวันดี ทองออน ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 278 ลงโทษจำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 65,64 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 3,52) คำสั่ง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบเสียก่อน แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุจะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1182/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341,83 จำคุก 1 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 80,79 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 4,64) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และจำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาขึ้นมาในชั้นนี้เห็นสมควรไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1183/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา มีทางที่จะชนะคดี โปรดมีคำสั่งให้ระงับการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่โจทก์ประมูลซื้อได้ไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 109 แผ่นที่ 2)กรณีเป็นชั้นบังคับคดี คดีสืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ทะเบียนเล่ม (1)3หน้า 185 สารบบเล่ม 12 เลขที่ 675/532 หมู่ที่ 3 ตำบลปากแพรกอำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 ที่ 3 และได้นำออกขายทอดตลาดแล้ว โดยโจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อในราคาสูงสุด 80,000 บาท ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายได้ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ยื่นคำร้องว่า การขายทอดตลาดไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โดยมีการสมรู้กันในการประมูลทำให้ขายได้ราคาต่ำกว่าราคาที่แท้จริง ทั้งจำเลยที่ 2ที่ 3 ก็ไม่เคยทราบการประกาศขายทอดตลาดจึงไม่มีโอกาสคัดค้านว่าราคาต่ำไป จึงขอให้มีคำสั่งขายทอดตลาด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1184/2532
ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 70) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินให้แก่โจทก์ จำนวน 36,399.27 บาท พร้อมดอกเบี้ยในต้นเงินดังกล่าวอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 19พฤศจิกายน 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสามฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 66,65) คำสั่ง ถ้าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 คนใดคนหนึ่งหรือร่วมกันหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีมีกำหนด 6 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1185-1186/2532
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 20 ที่ 23 ที่ 36 ถึงที่ 39 ที่ 46 ที่ 48 ที่ 52 ที่ 81 ถึงที่ 83 แถลงคัดค้าน(อันดับ 42) คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยเรียกโจทก์สำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 80และเรียกโจทก์สำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 81 ถึงที่ 83 ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่นายประกอบ จูกลางโจทก์ที่ 1 จำนวน 3,070.75 บาท นางกระบี่ จูกลาง โจทก์ที่ 2จำนวน 1,450 บาท นางสาวประนอม พินิจจอทอ โจทก์ที่ 3 จำนวน1,233 บาท นางแม้น ข้างสันเทียะ โจทก์ที่ 9 จำนวน 1,379 บาทนางสมบูรณ์ ตอสูงเนิน โจทก์ที่ 5 จำนวน 1,105 บาท นายอุ่นจงจอหอโจทก์ที่6จำนวน4,525บาทนางละมัย ศาลากลางโจทก์ที่ 7 จำนวน 1,482 บาท นายสุบินตัดพุดชา โจทก์ที่ 8จำนวน 1,451 บาท นางสงัดโปร่งสันเทียะ โจทก์ที่ 9 จำนวน 1,451บาท นางสา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1187/2532
ความว่า เนื่องจากการที่จำเลยร่วมกันแจ้งความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานอันเป็นมูลความผิดในคดีนี้ จึงทำให้จำเลยที่ 2ได้มาซึ่งเอกสารสิทธิ (น.ส. 3ก) ในที่ดินซึ่งโจทก์เป็นผู้ครอบครองและทำกินตลอดมา ในฤดูทำนาปีนี้จำเลยได้แสดงเจตนาที่จะไม่ให้โจทก์เข้าทำกินในที่ดินแปลงดังกล่าว โดยจำเลยไปบอกกับคนทำนาของโจทก์ว่าปีนี้จำเลยจะเข้าทำนาเอง ด้วยเหตุนี้ โจทก์จึงมีความประสงค์ขอให้ศาลมีคำสั่งว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองและทำกินในที่ดินดังกล่าวต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หมายเหตุ จำเลยที่ 2 ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157,267,268,83,84,91 ก่อนวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 4ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ประทับฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำ …