ปี พ.ศ.: 2532
3,985 รายการ · หน้า 10 จาก 200
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1188/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 และจำเลยร่วมฎีกา หากมีการบังคับคดีแล้ว จำเลยที่ 2 ที่ 3 และจำเลยร่วมจะเสียหาย โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 219) ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นหมายเรียกห้างหุ้นส่วนจำกัดโคราชสหะส.ล.ขนส่ง เข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามคำร้องของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และจำเลยร่วมร่วมกันชำระเงินจำนวน 241,791.86 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 233,164 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ที่ 3 และจำเลยร่วมฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้(อันดับ 214,213) จำเลยที่ 2 ที่ 3 และจำเลยร่วมได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 198 แผ่นที่ 2,202 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 2 ท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1189/2532
ความว่า จำเลยฎีกา มีเหตุผลที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 42) สืบเนื่องจากจำเลยไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การอ้างว่า มิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวน ก่อนถึงวันนัดจำเลยยื่นบัญชีระบุพยาน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การและนัดสืบพยานโจทก์ วันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยยื่นคำแถลงขอระบุพยานเพิ่มเติม ศาลชั้นต้นสั่งว่า บัญชีระบุพยานที่จำเลยเคยยื่นไว้เป็นบัญชีระบุพยานชั้นไต่สวนคำร้องขอยื่นคำให้การ หลังจากจำเลยยื่นคำให้การจนถึงเวลา 3 วันก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้ ถือว่า จำเลยไม่ได้ยื่นบัญชีพยานก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน จึงไม่อนุญาตให้จำเลยระบุพยานเพิ่มเติม แล้วให้โจทก์นำพยานเข้าสืบจนเสร็จโดยไม่ให้จำเ …
- ฎีกาที่ 119/2532
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินกู้ จำเลยให้การว่าสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องจะใช้สัญญากู้เงินที่จำเลยลงลายมือชื่อไว้หรือไม่จำเลยไม่อาจให้การได้โดยชัดแจ้ง และฟ้องโจทก์ขาดอายุความตามคำให้การ ของจำเลยหมายความว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความฟ้องเรียกเงินกู้ตามคำฟ้องของโจทก์นั่นเอง ปัญหาเรื่องอายุความจึงเป็นประเด็นในคดี เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นเรื่องอายุความ และได้ยื่นคำแถลงคัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องดังกล่าวไว้ก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา การที่ศาลชั้นต้นมิได้ตั้งประเด็นเรื่องอายุความ ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยเรื่องอายุความ จึงเป็นการไม่ชอบ โจทก์บรรยายฟ้องไว้แล้วว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินและรับเงินไปจากโจทก์แต่ละครั้งเมื่อใด ถึงกำหนดชำระคืนเมื่อใด จำเลยผิดนัดไม่ชำระเงินคืน จึงฟ้องเรียกเงินกู้คืนพร้อมดอกเบี้ยคำฟ้องของโจทก์จึงแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และ …
- ฎีกาที่ 119/2532
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินกู้ จำเลยให้การว่า สัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องจะใช่สัญญากู้เงินที่จำเลยลงลายมือชื่อไว้หรือไม่ จำเลยไม่อาจให้การได้โดยชัดแจ้งและฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ดังนี้ ตามคำให้การของจำเลยหมายความว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความฟ้องเรียกเงินกู้ตามคำฟ้องของโจทก์นั่นเอง ปัญหาเรื่องอายุความจึงเป็นประเด็นในคดี เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นเรื่องอายุความและได้ยื่นคำแถลงคัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องดังกล่าวไว้ก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา การที่ศาลชั้นต้นมิได้ตั้งประเด็นเรื่องอายุความ และศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยเรื่องอายุความจึงเป็นการไม่ชอบ โจทก์บรรยายฟ้องไว้แล้วว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินและรับเงินไปจากโจทก์แต่ละครั้งเมื่อใดถึงกำหนดชำระคืนเมื่อใด จำเลยผิดนัดไม่ชำระเงินคืน จึงฟ้องเรียกเงินกู้คืนพร้อมดอกเบี้ยคำฟ้องของโจทก์จึงแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1190/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 239 แผ่นที่ 2) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 1 เมษายน 2526 จนกว่าจะชำระเสร็จ ฯลฯ จำเลยที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 238,237) จำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยที่ 2 ได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกัน และได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 222,226) คำสั่ง ถ้าจำเลยที่ 2 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 1 เมษายน 2526จนถึงวันฟังคำสั่งนี้และต่อไปอีกมีกำหนด 1 ปี มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1192/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 2 ประกอบมาตรา 340 ตรี,80,83,295,391 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 340วรรค 2 ประกอบมาตรา 340 ตรี,80 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 12 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 119) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 88) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1193/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288,80,83 จำคุก 10 ปี จำเลยฎีกา (อันดับ 99) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 103,102) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 97 แผ่นที่ 3) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 77) คำสั่ง พิเคราะห์ฎีกาจำเลยประกอบเหตุผลตามคำร้องขอปล่อยชั่วคราวแล้วเห็นสมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างฎีกา ตีราคาประกัน 500,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1194/2532
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 120) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ระหว่างอุทธรณ์ โจทก์ถึงแก่กรรม นายมี อ้นคำ บุตรโจทก์ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ ศาลอุทธรณ์อนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินแปลงนี้ จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 117,116) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาท หากจำเลยปฏิบัติผิดเงื่อนไขเมื่อใด ก็ไม่อนุญาต และให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1195-1196/2532
ความว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ฉบับลงวันที่ 31 มกราคม 2532ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยมิได้เป็นผู้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวจึงไม่มีอำนาจที่จะอุทธรณ์คำสั่ง ไม่รับอุทธรณ์ จำเลยจึงอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว ฉบับลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2532ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว เป็นกรณีที่จะต้องยื่นอุทธรณ์คำสั่งไปยังศาลฎีกา หาใช่อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์ตามที่จำเลยอุทธรณ์ขึ้นมาไม่ จึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยจำเลยเห็นว่า การที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับนั้น จำเลยชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวไปยังศาลอุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 193 คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยโดยอ้างว่าต้องยื่นอุทธรณ์คำสั่งไปยังศาลฎีก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1197/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา มีเหตุที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วโดยวิธีปิดหมาย(อันดับ 104) สืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดิน น.ส. 3 ก.เลขที่ 1502 ตำบลทนงอำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ของจำเลยที่ 2แล้วนำออกขายทอดตลาดเพื่อบังคับตามคำพิพากษาตามยอม ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายแก่ผู้สู้ราคาสูงสุดแล้ว จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 2 ไม่ทราบถึงการขายทอดตลาดและการขายทอดตลาดกระทำไปโดยไม่สุจริตของผู้ขายทอดตลาดผู้ซื้อ และโจทก์เพราะได้ขายต่ำกว่าราคาประเมินจำนวนมากเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติเกี่ยวกับการบังคับคดีทำให้จำเลยที่ 2 ได้รับความเสียหาย ขอให้ยกเลิกการขายทอดตลาด ศาลชั้นต้นสั่งว่า การบังคับคดีชอบแล้วไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 101,100) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เจ้าพน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1198/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 103) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินโจทก์ทั้งสองเป็นเงินจำนวน 1,124,258.61 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 1,077,134 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 562,134 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และจำเลยที่ 2 ต่างฎีกา เฉพาะจำเลยที่ 2ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 96,99,98) จำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 81แผ่นที่ 2,85) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับจำเลยที่ 2ไว้ในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1199/2532
ความว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดฐานร่วมกันนำธนบัตรปลอมออกใช้โดยรู้ว่าเป็นของปลอม จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 2 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี จำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์และยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งว่า พิเคราะห์แล้วตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ไม่อนุญาต ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องนี้ คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสองชอบแล้ว มีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์
- ฎีกาที่ 12/2532
ลูกจ้างป่วยเป็นอัมพาตเนื่องจากเส้นเลือดในสมองตีบ ไม่สามารถปฏิบัติงานได้เป็นเหตุที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แม้ตามระเบียบธนาคารออมสิน จะให้อำนาจนายจ้างปลดลูกจ้างออกจากงานได้เมื่อลูกจ้างลาครบกำหนดระยะเวลาแล้วก็ตาม ก็เป็นเพียงให้สิทธิที่นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างเท่านั้น จะถือว่าลูกจ้างกระทำผิดฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างอย่างร้ายแรง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 หาได้ไม่ เมื่อเลิกจ้างนายจ้างจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้าง เงินทุนเลี้ยงชีพประเภทสอง (บำเหน็จ) เป็นเงินที่นายจ้างผูกพันต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างตามระเบียบของนายจ้าง ส่วนค่าชดเชยเป็นเงินซึ่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46บังคับให้นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างสิทธิของลูกจ้างที่จะได้เงินบำเหน็จและค่าชดเชยจึงกำหนดให้โดยอาศัยกฎหมายและระเบียบต่างกัน ทั้งตามระเบียบกำหนดให้ลูกจ้างซึ่งมี …
- ฎีกาที่ 12/2532
ลูกจ้างป่วยเป็นอัมพาตเนื่องจากเส้นเลือดในสมองตีบ ไม่สามารถปฏิบัติงานได้เป็นเหตุที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แม้ตามระเบียบธนาคารออมสินจะให้อำนาจนายจ้างปลดลูกจ้างออกจากงานได้เมื่อลูกจ้างลาครบกำหนดระยะเวลาแล้วก็ตาม ก็เป็นเพียงให้สิทธิที่นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างเท่านั้น จะถือว่าลูกจ้างกระทำผิดฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างอย่างร้ายแรง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 47 หาได้ไม่ เมื่อเลิกจ้าง นายจ้างจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้าง เงินทุนเลี้ยงชีพประเภทสอง (บำเหน็จ) เป็นเงินที่นายจ้างผูกพันต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างตามระเบียบของนายจ้าง ส่วนค่าชดเชยเป็นเงินซึ่งประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ46 บังคับให้นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างสิทธิของลูกจ้างที่จะได้เงินบำเหน็จและค่าชดเชยจึงกำหนดให้โดยอาศัยกฎหมายและระเบียบต่างกัน ทั้งตามระเบียบดังกล่าวกำหนดให้ลูกจ้า …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1200/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีเหตุที่ศาลฎีกาสามารถกลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 115แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ทั้งสองจำนวน 70,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2526เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 110,109) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2526 จนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีกมีกำหนด 1 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1201/2532
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน และมีคำสั่งห้ามโจทก์ทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทในระหว่างฎีกาด้วย หมายเหตุ ทนายโจทก์ทั้งห้าแถลงคัดค้าน (อันดับ 296) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ระหว่างอุทธรณ์ จำเลยถึงแก่กรรม นายวิเชียรมณฑาทิพย์บุตรของจำเลยขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ ศาลอุทธรณ์อนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 11904/2525 ที่สั่งว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยนั้นไม่มีผลผูกพันโจทก์ทั้งห้า ให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกไปจากที่พิพาท ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่พิพาทอีกต่อไปจำเลยฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลเฉพาะบางส่วนพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 243,267,289,242) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกาส่วนคำขออื่นนั้นให้ยก
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1202/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,91 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,157,162 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป แต่คำร้องประกอบทนายจำเลยซึ่งศาลยังมิได้มีคำสั่งในใบแต่งทนายเป็นผู้เรียงและพิมพ์ (อันดับ 25,22,24) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาแล้วศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 18,21) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1203/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,335(7)(11),336 ทวิ จำคุกคนละ 3 ปีจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 1 ปี6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยคนละ 1 ปี 6 เดือนจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ9 เดือน จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 43) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาประกัน 120,000 บาท (อันดับ 15) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจำเป็นต้องฟังฎีกาก่อน เมื่อจำเลยที่ 1 ยังไม่ได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1204/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,335(7)(11),336 ทวิ จำคุกคนละ 3 ปี จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยคนละ 1 ปี 6 เดือนจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 9 เดือนจำเลยที่ 2 ที่ 3 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 40) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ที่ 3 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาประกันคนละ 120,000 บาท (อันดับ 13) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจำเป็นต้องฟังฎีกาก่อน เมื่อจำเลยที่ 2 และที่ 3 ยังไม่ได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1205/2532
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 132) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 40,000 บาทให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 3 มีนาคม 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแต่ดอกเบี้ยก่อนฟ้องต้องไม่เกินจำนวน 1,413.70 บาท จำเลยฎีกา (อันดับ 109) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวและแนบหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงเทพ จำกัด ฉบับลงวันที่ 5 เมษายน 2532(อันดับ 129) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกาอนุญาต แต่จำเลยไม่นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด (อันดับ 110,121,128) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาหลักประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 ปีมาให้เป็นที่พอใจ …