ปี พ.ศ.: 2532
3,985 รายการ · หน้า 11 จาก 200
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1206-1211/2532
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า ศาลนี้ได้วินิจฉัยแล้วว่า จำเลยไม่สามารถหางานให้โจทก์ทั้งหกทำได้ตามสัญญาจ้าง จำเลยอุทธรณ์คัดค้านดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวของศาล จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์จำเลย จำเลยเห็นว่า จำเลยได้อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่าการตีความของศาลแรงงานกลางที่ให้จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 56นั้นไม่ถูกต้อง ที่ถูกจะต้องนำมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับ โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ทนายโจทก์ทั้งหกแถลงคัดค้าน (อันดับ 67) คดีทั้งหกสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียกโจทก์สำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 และเรียกโจทก์ในสำนวนถัดไปว่า โจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 6 …
- ฎีกาที่ 1207/2532
ฟ้องที่ไม่มีลายมือชื่อโจทก์ เป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(7) เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกา ย่อมล่วงเลยเวลาที่จะให้แก้ไขเสียแล้ว ศาลฎีกาจึงพิพากษายกฟ้อง.
- ฎีกาที่ 1207/2532
ฟ้องที่ไม่มีลายมือชื่อโจทก์ เป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(7) เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกา ย่อมล่วงเลยเวลาที่จะให้แก้ไขเสียแล้ว ศาลฎีกาจึงพิพากษา ยกฟ้อง
- ฎีกาที่ 1207/2532
ฟ้องที่ไม่มีลายมือชื่อโจทก์ เป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (7) เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกา ย่อมล่วงเลยเวลาที่จะให้แก้ไขเสียแล้ว ศาลฎีกาจึงพิพากษายกฟ้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1212/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลแรงงานกลางสั่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันมาให้ไว้พร้อมอุทธรณ์คำสั่ง จึงให้จำเลยที่ 1 นำเงินหรือหาประกันให้ไว้ภายใน 7 วัน มิฉะนั้นไม่รับอุทธรณ์ และสั่งยกคำร้องขอทุเลาการบังคับ จำเลยที่ 1 เห็นว่า ศาลแรงงานกลางไม่มีอำนาจในการสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ อำนาจในการสั่งรับหรือไม่รับนั้นเป็นอำนาจของศาลสูงศาลแรงงานกลางมีหน้าที่เพียงสั่งรับและส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ไปให้โจทก์เพื่อแก้อุทธรณ์และคัดค้านการขอทุเลาการบังคับเท่านั้น การที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งและคำร้องขอทุเลาการบังคับดังกล่าว เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้ยกคำสั่งของศาลแรงงานกลางดังกล่าวและสั่งรับอุทธรณ์และคำร้องขอทุเลาการบังคับด้วย …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1213/2532
ความว่า โจทก์ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้โจทก์ไม่ประสงค์จะฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์อีกต่อไป จึงขอถอนฎีกาของโจทก์เสียโปรดอนุญาตและมีคำสั่งให้คืนค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาด้วย หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 196 แผ่นที่ 4) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ จำนวน289,369.50 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงิน165,222 บาทนับแต่วันที่ 14 มีนาคม 2522 และในต้นเงิน122,107.50 บาท นับแต่วันที่ 16 มีนาคม 2522 เป็นต้นไปจนถึงวันฟ้อง ทั้งนี้โดยให้นำเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 180,070บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 12 ต่อปี ในต้นเงิน 100,000 บาทนับแต่วันที่ 13 มีนาคม 2522 และในต้นเงิน 80,700 บาท นับแต่วันที่ 29 มีนาคม 2522 เป็นต้นไปจนถึงวันฟ้องมาหักหนี้ที่จำเลยจะต้องชำระแก่โจทก์ เมื่อหักแล้วเหลือเงินเท่าใด ให้จำเลยชำระส่วนที่เหลือพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1214/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 80) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งเจ็ดในฐานะทายาทของนายแหวน ด้วงนิ่ม ผู้ตาย ร่วมกันชำระหนี้จำนวน 60,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ของเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 10 กันยายน 2526 จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 75,74) คำสั่ง ถ้าจำเลยที่ 1 หรือที่ 2 หรือที่ 3 หรือที่ 4 หรือที่ 5 คนใดคนหนึ่งหรือร่วมกันหาหลักประกันสำหรับจำนวนเงิน 60,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี มีกำหนด 6 ปี นับแต่วันที่ 10กันยายน 2526 มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้องและให้ค่าคำร้องเป็นพับ
- ฎีกาที่ 1214-1219/2532
โจทก์ฟ้องจำเลยว่าได้ กระทำผิดในเรื่องเดียว กันหกสำนวนซึ่ง เกี่ยวเนื่องกันและศาลชั้นต้นได้ มีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเป็นคดีเดียว กัน การฟังพยานหลักฐานก็ต้อง ฟังรวมเป็นคดีเดียว กันเมื่อศาลฎีกาได้ ยกปัญหาข้อกฎหมายของโจทก์ร่วมสำนวนที่ 3 ที่ 4และที่ 6 ขึ้นวินิจฉัยแม้ฎี กาของจำเลยในข้ออื่นจะเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงในสำนวนของโจทก์ร่วมดังกล่าวได้ และย่อมมีอำนาจพิจารณาไปถึง ข้อเท็จจริงในสำนวนที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ซึ่ง ต้องห้าม ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ด้วย หากการกระทำของจำเลยในสำนวนใด ไม่เป็นความผิดศาลฎีกาก็ย่อมยกฟ้องได้ ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185.
- ฎีกาที่ 1214-1219/2532
โจทก์ฟ้องจำเลยว่าได้กระทำผิดในเรื่องเดียวกันหกสำนวน ซึ่งเกี่ยวเนื่องกันและศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน การฟังพยานหลักฐานก็ต้องฟังรวมเป็นคดีเดียวกันเมื่อศาลฎีกาได้ยกปัญหาข้อกฎหมายของโจทก์ร่วมสำนวนที่ 3 ที่ 4และที่ 6 ขึ้นวินิจฉัย แม้ฎีกาของจำเลยในข้ออื่นจะเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงในสำนวนของโจทก์ร่วมดังกล่าวได้ และย่อมมีอำนาจพิจารณาไปถึงข้อเท็จจริงในสำนวนที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ซึ่งต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ด้วย หากการกระทำของจำเลยในสำนวนใดไม่เป็นความผิด ศาลฎีกาก็ย่อมยกฟ้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185
- ฎีกาที่ 1214-1219/2532
โจทก์ฟ้องจำเลยว่าได้ กระทำผิดในเรื่องเดียวกันหกสำนวน ซึ่งเกี่ยวเนื่องกันและศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน การฟังพยานหลักฐานก็ต้องฟังรวมเป็นคดีเดียว กันเมื่อศาลฎีกาได้ ยกปัญหาข้อกฎหมายของโจทก์ร่วมสำนวนที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 ขึ้นวินิจฉัยแม้ฎีกา ของจำเลยในข้ออื่นจะเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงในสำนวนของโจทก์ร่วมดังกล่าวได้ และย่อมมีอำนาจพิจารณาไปถึงข้อเท็จจริงในสำนวนที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ซึ่งต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ด้วย หากการกระทำของจำเลยในสำนวนใดไม่เป็นความผิดศาลฎีกาก็ย่อมยกฟ้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1215/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 107)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 3 ชำระเงิน157,500 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ยกฟ้องจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 101,100) จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยนางสุมนทวีรัตน์ ได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น(อันดับ 81,86) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1, ที่ 2, หรือที่ 3 คนใดคนหนึ่งหรือร่วมกัน หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมดอกเบี้ยมีกำหนด 6 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1216/2532
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาโปรดอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 วรรคแรก,83 จำคุก 4 ปี คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสี่คงจำคุก 3 ปี จำเลยอุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง (อันดับ 1)ผู้ขอประกันจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 3) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดียังไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ คำสั่งศาลอุทธรณ์ชอบแล้วให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1217/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกา มีทางที่ศาลฎีกาจะพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ โปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 131,136) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าปรับแก่โจทก์รวมเป็นเงิน 342,400 บาท โดยจำเลยที่ 3 จะต้องร่วมรับผิดในเงินส่วนนี้ไม่เกิน 155,285 บาท และให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 ชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินที่ตนต้องชำระดังกล่าวข้างต้นนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระต้นเงินเสร็จแก่โจทก์นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ 1 ที่ 3 ต่างฎีกา เฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 3ยื่นคำร้องดังกล่าวและจำเลยที่ 1 เพิ่มเติมคำร้องขอทุเลาการบังคับ(อันดับ 123,127,126,129) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยเป็น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1218/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 87) ระหว่างพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 48,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2528เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ (ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องไม่เกิน 2,367.12 บาท) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 82,81) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 หาหลักประกันมาให้พอกับหนี้ที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นับถึงวันฟังคำสั่งนี้ มาให้จนเป็นที่พอใจของศาลชั้นต้น และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1220/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปีต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ฎีกาจำเลยเป็นข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 เห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1เกินกว่าหนึ่งปีคดีจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 18) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 75,76 เรียงกระทงลงโทษฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 2 ปีฐานจำหน่ายกัญชา ลงโทษจำคุก 2 ปี รวมเป็นโทษจำคุก 4 ปีจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 16) จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 18) คำสั่ง พ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1221/2532
ความว่า โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามมาตรา 220 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์ทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ทั้งสองเป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญอันควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (สำนวนธุรการอันดับ 27 แผ่นที่ 2) โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137,172,174,90 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 34) โจทก์ทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 35) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสอง โดยฟังข้อเท็จจริงว่าการกระทำของจำเลยไม่มีมูลความผิดต …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1222/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26,75,76เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนัก แต่ความผิดตามมาตรา 75 กับมาตรา 76 วรรคสอง มีอัตราโทษเท่ากันให้ลงโทษตามมาตรา 75 จำคุกจำเลย 4 ปี ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 74,72) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 13,58) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1223/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 265 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 64 ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดความผิดตามมาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 265 ให้จำคุก 3 ปีความผิดตามมาตรา 64 ให้ปรับ 400 บาท รวมจำคุก 3 ปี ปรับ 400 บาทจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือนและปรับ 200 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรค 2 ประกอบมาตรา 265 จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 14) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ชั้นอุท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1224/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 40,264,268 พระราชบัญญัติประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 ลงโทษตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526มาตรา 14 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 อันเป็นบทหนักจำคุก 8 เดือน ฯลฯ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 115) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน100,000 บาท (อันดับ 92) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและจำเลยที่ 2 ก็ยังไม่ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1225/2532
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ข้อ2(1) เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนข้อ 2(2)เป็นอุทธรณ์ข้อกฎหมายที่ไร้สาระ ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อจำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ข้อ 2(1) เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงโดยขาดพยานหลักฐานและอุทธรณ์ข้อ 2(2) ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่สำคัญมีผลให้ศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์แพ้หรือชนะคดีได้ โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ศาลแรงงานกลางได้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้ว (อันดับ 38) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน11,850 บาท และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 3,128 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 27) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 35) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อุทธรณ์ข้อ 2(1) เป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุท …