ปี พ.ศ.: 2533
4,313 รายการ · หน้า 15 จาก 216
- ฎีกาที่ 1154/2533
จำเลยพาผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงเดินทางจากที่พักไปยังท่าอากาศยานกรุงเทพโดยจำเลยประสงค์จะพาผู้เสียหายออกไปจากประเทศไทยเพื่อรับจ้างให้เขาทำเมถุนกรรม แต่จำเลยถูกจับกุมเสียก่อนที่ท่าอากาศยานกรุงเทพในขณะที่จำเลยกำลังเข้าแถวขอรับบัตรเลขที่นั่งเครื่องบินสำหรับจำเลยและผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการดำเนินการพาผู้เสียหายออกไปจากประเทศไทยและใกล้ชิดต่อความผิดสำเร็จที่จะเกิดขึ้น พ้นขั้นตระเตรียมการแล้ว จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามพาหญิงออกไปจากประเทศไทยเพื่อการรับจ้างให้เขาทำเมถุนกรรมตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการค้าหญิงและเด็กหญิง พ.ศ. 2471 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80
- ฎีกาที่ 1154/2533
จำเลยกับพวกประสงค์จะหาผู้เสียหายทั้งสองออกไปจากประเทศ ไทย เพื่อการรับจ้างให้เขาทำเมถุนกรรม แต่ จำเลยถูก จับกุมเสียก่อนที่ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ในขณะที่จำเลยกำลังเข้าแถวขอรับบัตรเลขที่นั่งในเครื่องบินสำหรับจำเลยและผู้เสียหายทั้งสองการกระทำของจำเลยกับพวกดังกล่าว เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการดำเนินการพาผู้เสียหายทั้งสองออกไปจากประเทศ ไทย เพื่อการรับจ้างให้เขาทำเมถุนกรรม เป็นการกระทำที่ใกล้ชิดต่อ ความผิดสำเร็จที่จะเกิดขึ้น จึงต้อง ถือ ว่าการกระทำของจำเลยกับพวกพ้นขั้นตระเตรียมการเข้าสู่การลงมือกระทำความผิดแล้ว หากแต่ ยังไม่สำเร็จเพราะมีเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้เสียก่อน เช่นนี้ ย่อมเป็นความผิดฐาน พยายามพาหญิงออกไปจากประเทศ ไทย เพื่อการรับจ้างให้เขาทำเมถุนกรรม ตามฟ้อง.
- ฎีกาที่ 1154/2533
จำเลยพาผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงเดินทางจากที่พักไปยัง ท่าอากาศยานกรุงเทพ โดยจำเลยประสงค์จะพาผู้เสียหายออกไปจากประเทศ ไทย เพื่อรับจ้างให้เขาทำเมถุนกรรม แต่จำเลยถูกจับกุมเสียก่อนที่ท่าอากาศยานกรุงเทพในขณะที่จำเลยกำลังเข้าแถวขอรับบัตรเลขที่นั่งเครื่องบินสำหรับจำเลยและผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการดำเนินการพาผู้เสียหายออกไปจากประเทศ ไทย และใกล้ชิดต่อความผิดสำเร็จที่จะเกิดขึ้นพ้นขั้นตระเตรียมการแล้ว จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามพาหญิงออกไปจากประเทศไทย เพื่อการรับจ้างให้เขาทำเมถุนกรรม ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการค้าหญิงและเด็กหญิง พ.ศ. 2471 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1154/2533
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า รับอุทธรณ์ของโจทก์เฉพาะประเด็นข้อ 8 หน้าที่ 9 ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า เงินโบนัสถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง จำเลยไม่มีสิทธินำเงินโบนัสของโจทก์ไปหักชำระหนี้เพราะขัดกับประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 30 ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ในทำนองว่า การที่โจทก์ไปฝึกอบรมตามฟ้องเป็นการไปปฏิบัติงานต่างประเทศตามข้อบังคับของจำเลยนั้นพิเคราะห์คำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์แล้วเห็นว่า เป็นการอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงที่จะนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายจึงไม่รับอุทธรณ์ส่วนนี้โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์เมื่อสรุปประเด็นทั้งหมดแล้วเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่โจทก์เดินทางไปต่างประเทศนั้น เป็นการปฏิบัติงานตามคำสั่งและระเบียบข้อบังคับของจำเลยหรือไม่อีกประการหนึ่งตามอุทธรณ์ในประเด็นข้อที่ 5 หน้า 9 นั้น ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลแรงงานมีอำนาจพิจารณาคดีในปัญหาข้อนี้ตามที่จำเลยฟ้องแย้งหรือไม่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1155/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้โจทก์ไม่ติดใจดำเนินคดีนี้กับจำเลยทั้งสองอีกต่อไป จำเลยทั้งสองจึงขอถอนฎีกาโปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 59) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากบ้านพิพาทตั้งแต่วันพิพากษาเป็นต้นไป ห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้องในบ้านพิพาท จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา (อันดับ 56) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 59) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้จำเลยทั้งสองถอนฎีกาได้ ให้จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความของศาลฎีกา คืนค่าขึ้นศาลให้สามในสี่
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1156/2533
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาคัดค้านดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยเหตุผลของคดีโดยไม่มีพยานหลักฐานในสำนวนสนับสนุนอย่างชัดแจ้ง แต่ได้วินิจฉัยอาศัยข้อสันนิษฐานของศาลเองและการคาดคะเนความเห็นเป็นประการสำคัญแล้วพิพากษาลงโทษจำเลย ตามข้อสันนิษฐานและข้อคาดคะเนดังกล่าวนั้นจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1157/2533
ความว่า เนื่องด้วยคดีนี้โจทก์ไม่ติดใจดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป จำเลยจึงไม่ติดใจยื่นฎีกา จึงขอถอนฎีกาที่ได้ยื่นไว้ต่อศาล โปรดอนุญาต หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงข้างคำร้องว่าไม่คัดค้าน (อันดับ 83) คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องเรียกถอนคืนการให้ที่ดินจากจำเลยจำเลยยื่นคำให้การ แต่ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้เพิกถอนการให้ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 2674ตำบลสำโรง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยคืนที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องอ้างว่า ในวันนัดสืบพยานโจทก์นั้น ทนายจำเลยป่วยจึงได้ให้เสมียนทนายมายื่นคำร้องขอเลื่อนคดี แต่ศาลชั้นต้นได้ตั้งแพทย์ไปตรวจตัวทนายจำเลยแล้วมีคำสั่งยกคำร้องขอเลื่อนคดีโดยมิได้ตั้งเจ้าพนักงานศาลไปด้วย อันเป็นการปฏิบัติมิชอบ จำเลยมิได้ประวิงคดีแต่อย่างใด และคดีของจำเลยก็มีทางชนะ ขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่ ศา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1158/2533
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 71) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 2339 ตำบลม่วงหมู่ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรีเนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน 36 ตารางวา ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยและหากตกลงแบ่งแยกกันไม่ได้ก็ให้นำออกขายทอดตลาดนำเงินที่ขายได้มาแบ่งกันตามส่วนของโจทก์จำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 68,67) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ แต่ห้ามทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาท (อันดับ 56) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา แต่ห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทในระหว่างทุเลาการบังคับให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1159/2533
ความว่า จำเลยยื่นฎีกาไว้ เนื่องจากคดีนี้กับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 5808/2524 ของศาลชั้นต้น โจทก์ทั้งสองคดีเป็นผู้เสียหายร่วมกันข้อหาและความผิดเดียวกัน จำเลยคนเดียวกัน ซึ่งคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 5808/2529 ของศาลชั้นต้น จำเลยมีโอกาสนำพยานเข้าสืบต่อสู้คดีแต่ในคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตัดพยานจำเลย จำเลยจึงขออ้างสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 5808/2529 ของศาลชั้นต้น พร้อมทั้งคำพยานฝ่ายจำเลยทุกปากเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาในคดีนี้ด้วยปรากฏตามบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมที่แนบมาพร้อมคำร้องนี้ โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175,177,91,90,59 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 175 จำคุก 1 ปี และตามมาตรา 177 จำคุก 1 ปี เป็นความผิดหลายกรรมลงโทษทุกกรรม รวมจำคุก 2 ปี ศาลอุท …
- ฎีกาที่ 1160/2533
โจทก์จำเลยตกลงจะซื้อขายที่ดินกันในราคา 22,000,000 บาทจำเลยวางเงินมัดจำให้โจทก์ 1,000,000 บาท โดยจ่ายเป็นเช็ค ทั้งยังตกลงกันว่าโจทก์จะเป็นผู้เสนอขายที่ดินตามสัญญาให้แก่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในนามของโจทก์แทนจำเลย และหากจำเลยปฏิบัติครบถ้วนตามสัญญา โจทก์จะจ่ายค่านายหน้าให้แก่จำเลย 1,100,000บาททันที ตามสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยแสดงให้เห็นว่า เจตนาของคู่กรณีไม่ใช่เรื่องซื้อขายที่ดินกันจริง ๆ แต่เป็นเรื่องที่คู่กรณีตกลงที่จะนำที่ดินของโจทก์ไปขายให้แก่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยจำเลยมีภาระผูกพันที่จะต้องดำเนินการวิ่งเต้นขายที่ดินดังกล่าว การที่สัญญาระบุไว้ว่า ถ้า ผู้จะซื้อไม่ชำระราคาที่ดินให้ครบถ้วนภายในกำหนดให้ถือว่าผิดสัญญาและผู้จะขายริบเงินมัดจำได้นั้น ต้องถือว่าเป็นข้อความอำพรางหาใช่เจตนาอันแท้จริงของคู่สัญญาไม่ การที่จำเลยจ่ายเงินมัดจำเป็นเช็คลงวันที่วันเดียวกับวันครบกำหนดในสัญญาก็เพื่อให้สมกับเรื่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1160/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 91) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน204,229 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่1 มีนาคม 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 82,81) คำสั่ง ถ้าจำเลยทั้งสองหรือคนใดคนหนึ่งหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยมีกำหนด8 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1161/2533
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 151) ศาลชั้นต้นพิพากษาห้ามจำเลยผลิตและจำหน่ายสินค้าน้ำมันกีฬาทั้ง 2 ชนิด ซึ่งใบฉลากสินค้าและฉลากกล่องสินค้ามีลักษณะคล้ายกับเครื่องหมายการค้าและในสลากสินค้าน้ำมันมวยของโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินจำนวนนี้นับจาก วันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จและใช้ค่าเสียหายเดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะหยุดผลิตและจำหน่ายสินค้าน้ำมันกีฬาซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับสินค้าน้ำมันมวยของโจทก์ให้แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นรายเดือน เดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะเลิกการกระทำอันเป็นละเมิดต่อโจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว ( …
- ฎีกาที่ 1162/2533
เช็คที่ขีดฆ่าคำว่า "หรือผู้ถือ" ออก และด้านหน้าบนซ้ายของเช็คมีตราประทับเป็นอักษรภาษาอังกฤษว่า "เอซีเปยี่โอนลี่"(A/CPAYERONLY) เป็นเช็คเปลี่ยนมือไม่ได้ ผู้รับเงินจะต้องนำเข้าบัญชีของตน หากจะโอนให้ผู้อื่นได้ก็แต่โดยรูปการและด้วยผลอย่างการโอนสามัญ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306วรรคหนึ่ง ดังที่มาตรา 917 วรรคสอง ประกอบมาตรา 989 บัญญัติไว้ซึ่งต้องทำเป็นหนังสือจึงจะสมบูรณ์ และจะยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกได้ แต่เมื่อได้บอกกล่าวการโอนเป็นหนังสือไปยังลูกหนี้ หรือลูกหนี้ยินยอมเป็นหนังสือในการโอนนั้น ดังนั้นแม้จำเลยที่ 3 ผู้ทรงเช็คพิพาทจะได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความชำระหนี้ให้โจทก์ด้วยเช็คพิพาท และศาลพิพากษาตามยอมในคดีดังกล่าวแล้วก็ตาม เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้แจ้งการโอนเช็คพิพาทในคดีดังกล่าวไปให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ผู้สั่งจ่ายทราบเป็นหนังสือ หรือจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้ยินยอมเป็นหนังสือในการโอนเช็คพิพา …
- ฎีกาที่ 1162/2533
เช็คที่ขีดฆ่าคำว่า "หรือผู้ถือ" ออก และด้านหน้าบนซ้ายของเช็คมีตราประทับเป็นอักษรภาษาอังกฤษว่า "เอ/ซีเปยี่โอนลี่"(A/CPAYEEONLY) เป็นเช็คเปลี่ยนมือไม่ได้ ผู้รับเงินจะต้องนำเข้าบัญชีของตน หากจะโอนให้ผู้อื่นได้ก็แต่โดยรูปการและด้วยผลอย่างการโอนสามัญ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 306 วรรคหนึ่ง ดังที่มาตรา 917 วรรคสอง ประกอบมาตรา 989บัญญัติไว้ ซึ่งต้องทำเป็นหนังสือจึงจะสมบูรณ์ และจะยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกได้แต่เมื่อได้บอกกล่าวการโอนเป็นหนังสือไปยังลูกหนี้หรือลูกหนี้ยินยอมเป็นหนังสือในการโอนนั้น ดังนั้น แม้จำเลยที่ 3ผู้ทรงเช็คพิพาทจะได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความยอมชำระหนี้ให้โจทก์ด้วยเช็คพิพาท และศาลพิพากษาตามยอมในคดีดังกล่าวแล้วก็ตาม เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้แจ้งการโอนเช็คพิพาทในคดีดังกล่าวไปให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ผู้สั่งจ่ายทราบเป็นหนังสือ หรือจำเลยที่ 1 ที่ 2ได้ยินยอมเป็นหนังสือในการโอนนั้น โจ …
- ฎีกาที่ 1162/2533
เช็ค พิพาทจำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันลงชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายระบุชื่อ จำเลยที่ 3 เป็นผู้รับเงินโดย ขีดฆ่าคำว่า "หรือผู้ถือ"ออก และด้านหน้าบนซ้าย ของเช็ค มีตราประทับเป็นภาษาอังกฤษว่า"เอ/ซีเพอี้โอนลี่" แสดงว่าเปลี่ยนมือไม่ได้ จำเลยที่ 3 จะต้องนำเข้าบัญชีของตน จำเลยที่ 3 จะโอนเช็ค พิพาทให้โจทก์ได้ แต่ โดยรูปการและด้วย ผลอย่างการโอนหนี้สามัญ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 917วรรคสอง ประกอบด้วย มาตรา 989 และการโอนสิทธิเรียกร้องตามมาตรา 306 วรรคหนึ่ง การที่จำเลยที่ 3 ชำระหนี้ให้โจทก์ด้วยเช็ค พิพาทตาม สัญญาประนีประนอมยอมความในศาลโดย มิให้โอนกันอย่างการโอนสามัญ ดังนี้โจทก์จึงไม่ใช่ผู้ทรงเช็คพิพาทที่จะใช้สิทธิไล่เบี้ย จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้.
- ฎีกาที่ 1162/2533
เช็คที่ขีดฆ่าคำว่า "หรือผู้ถือ" ออก และด้านหน้าบนซ้ายของเช็คมีตราประทับเป็นอักษรภาษาอังกฤษว่า "เอ/ซี เปยี่ โอนลี่" (A/C PAYER ONLY) เป็นเช็คเปลี่ยนมือไม่ได้ ผู้รับเงินจะต้องนำเข้าบัญชีของตน หากจะโอนให้ผู้อื่นได้ก็แต่โดยรูปการและด้วยผลอย่างการโอนสามัญ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 วรรคหนึ่ง ดังที่มาตรา 917 วรรคสอง ประกอบมาตรา 989 บัญญัติไว้ซึ่งต้องทำเป็นหนังสือจึงจะสมบูรณ์ และจะยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกได้ แต่เมื่อได้บอกกล่าวการโอนเป็นหนังสือไปยังลูกหนี้ หรือลูกหนี้ยินยอมเป็นหนังสือในการโอนนั้น ดังนั้นแม้จำเลยที่ 3 ผู้ทรงเช็คพิพาทจะได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความชำระหนี้ให้โจทก์ด้วยเช็คพิพาท และศาลพิพากษาตามยอมในคดีดังกล่าวแล้วก็ตาม เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้แจ้งการโอนเช็คพิพาทในคดีดังกล่าวไปให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ผู้สั่งจ่ายทราบเป็นหนังสือ หรือจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้ยินยอมเป็นหนังสือในการโอนเ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1162/2533
ความว่า โจทก์ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 104) โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 4604 เลขที่ดิน 7 ตำบลไทรงาม(บางไทรป่า)อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม (นครชัยศรี) เนื้อที่ 30 ไร่ทางด้านทิศตะวันตกของที่ดินตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเอกสารหมายเลข 2ซึ่งโจทก์ครอบครองตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 และให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนตามหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินเฉพาะส่วนลงวันที่ 10 มกราคม 2527 และให้จำเลยทั้งสองร่วมกับโจทก์ไปจัดการยื่นคำขอโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน และยื่นคำขอแบ่งแยกที่ดินตามที่โจทก์ครอบครองเนื้อที่ 30 ไร่ ทางด้านทิศตะวันตกของที่ดินตามโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ต่อไป จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 4604 เลขที่ดิ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1163/2533
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องระหว่างพิจารณานายกอดลีประโคน บิดาของผู้ตาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288,371 เรียงกระทงลงโทษ ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำคุก20 ปี ฐานพาอาวุธไปในหมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรปรับ 100 บาท รวมจำคุก 20 ปี ปรับ 100 บาท ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ (อันดับ 108) จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งว่ายังไม่มีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ยกคำร้อง (อันดับ 110) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 116) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 26) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤต …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1165/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 จำคุกคนละ 3 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยทั้งสองในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้หนึ่งในสามคงเหลือจำคุกคนละ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสาม,83 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 63,62) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 80,000 บาท (อันดับ 6,37) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 จำคุกคนละ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยท …
- ฎีกาที่ 1166/2533
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทำการประมงโดย ไม่ได้รับอนุญาตคำขอท้ายฟ้องระบุอ้าง พ.ร.บ. การประมงฯ มาตรา 20 ซึ่ง เป็นบทมาตราความผิด และมาตรา 62 ทวิ ซึ่ง เป็นบทกำหนดโทษและอ้างประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 105 ข้อ 4 ซึ่ง แก้ไขมาตรา62 ทวิ แต่ ในขณะที่จำเลยกระทำผิดได้ มี พ.ร.บ. การประมง (ฉบับที่ 3)ออกใช้ บังคับแล้ว โดย แก้ไขมาตรา 62 ทวิ แม้โจทก์ จะมิได้อ้างพ.ร.บ. การประมง (ฉบับที่ 3)ฯ แต่ ได้ อ้างกฎหมายเดิม ซึ่งมีความผิดอยู่ ถือ ว่าฟ้อง โจทก์ได้ อ้างมาตราที่ลงโทษจำเลยมาสมบูรณ์แล้ว ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 2 ตาม กฎหมายที่แก้ไขใหม่ได้และการปรับบทลงโทษดังกล่าวมี ผลถึง จำเลยที่ 1 ซึ่ง ไม่มีฝ่ายใดฎีกาด้วย แต่ โทษที่ลงแก่จำเลยที่ 1 คงยุติไปตาม คำพิพากษาศาลอุทธรณ์.