ปี พ.ศ.: 2533
4,313 รายการ · หน้า 14 จาก 216
- ฎีกาที่ 1143/2533
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีคำสั่งเรื่อง ใช้รถยนต์ในส่วนภูมิภาคห้ามพนักงานซึ่งมิใช่พนักงานขับรถ ขับรถของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา และให้ใช้รถของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในการปฏิบัติงานเฉพาะกิจการเท่านั้นและข้อบังคับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าด้วยระเบียบพนักงานข้อ 43กำหนดว่า "การลงโทษปลดออกนั้น จะกระทำได้เมื่อพนักงานผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามข้อ 41 และข้อ 42 แต่โทษยังไม่ถึงกับจะต้องถูกไล่ออก หรือถึงกับจะต้องถูกไล่ออก แต่มีเหตุผลอันควรลดหย่อน" การที่โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยตำแหน่งพนักงานช่างนำรถของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไปปักเสา 2 ต้น และยกหม้อแปลงขึ้นบนคานนั่งร้านหม้อแปลงให้แก่เอกชน การกระทำของโจทก์ดังกล่าวนอกจากจะเป็นการผิดข้อบังคับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าด้วยระเบียบพนักงาน หมวด 5 เรื่องวินัย ข้อ 38(3) ที่กำหนดว่า "ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งโดยชอบด้วยกฎหม …
- ฎีกาที่ 1143/2533
ตามข้อบังคับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าด้วยระเบียบพนักงานข้อ 43 กำหนดว่า "การลงโทษปลดออกนั้น จะกระทำได้เมื่อพนักงานผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามข้อ 41 และข้อ 42 แต่โทษยังไม่ถึงกับจะต้องถูกไล่ออก หรือถึงกับจะต้องถูกไล่ออก แต่มีเหตุผลอันควรลดหย่อน" การที่โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยตำแหน่งพนักงานช่างนำรถของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปปักเสา 2 ต้น และยกหม้อแปลงขึ้นบนคานนั่งร้านหม้อแปลงให้แก่ผู้รับเหมา การกระทำของโจทก์ดังกล่าวนอกจากจะเป็นการผิดข้อบังคับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าด้วยระเบียบพนักงาน หมวด 5 เรื่องวินัย ข้อ 38(3) ที่กำหนดว่า "ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบหรือวิธีปฏิบัติของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ห้ามขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง..." แล้วยังต้องด้วยข้อ 41(3) ที่กำหนดว่า "ทุจริตต่อหน้าที่การงาน" ด้วยเพราะเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับผู้อื่น คือผู้ร …
- ฎีกาที่ 1143/2533
ข้อบังคับเกี่ยวกับการลงโทษของจำเลยซึ่ง เป็นนายจ้างกำหนดว่า เมื่อพนักงานผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง แต่ โทษยังไม่ถึงต้อง ถูก ไล่ออกหรือถึง ต้อง ถูก ไล่ออกแต่ มีเหตุผลอื่นอันสมควรลดหย่อนก็ให้ลงโทษปลดออกได้ ดังนี้เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ซึ่ง เป็นลูกจ้างนำรถของจำเลยไปปักเสาและยกหม้อแปลงขึ้นคานให้แก่ผู้รับเหมา ซึ่ง เป็นการกระทำผิดระเบียบและมีโทษถึง ไล่ออก การที่จำเลยลงโทษโจทก์โดย การปลดออก จึงชอบด้วยระเบียบดังกล่าว ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม.
- ฎีกาที่ 1143/2533
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีคำสั่งเรื่อง ใช้รถยนต์ในส่วนภูมิภาคห้ามพนักงานซึ่งมิใช่พนักงานขับรถ ขับรถของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา และให้ใช้รถของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในการปฏิบัติงานเฉพาะกิจการเท่านั้นและข้อบังคับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าด้วยระเบียบพนักงานข้อ 43 กำหนดว่า "การลงโทษปลดออกนั้น จะกระทำได้เมื่อพนักงานผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามข้อ 41 และข้อ 42 แต่โทษยังไม่ถึงกับจะต้องถูกไล่ออก หรือถึงกับจะต้องถูกไล่ออก แต่มีเหตุผลอันควรลดหย่อน" การที่โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยตำแหน่งพนักงานช่างนำรถของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปปักเสา 2 ต้น และยกหม้อแปลงขึ้นบนคานนั่งร้านหม้อแปลงให้แก่เอกชน การกระทำของโจทก์ดังกล่าวนอกจากจะเป็นการผิดข้อบังคับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าด้วยระเบียบพนักงาน หมวด 5 เรื่องวินัย ข้อ 38(3) ที่กำหนดว่า "ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายและ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1143/2533
ความว่า จำเลยทั้งสามขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7),83 จำคุกคนละ 8 ปี ริบเครื่องมือแก้เครื่องยนต์ของกลางกับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน จำนวน 5,000 บาทแก่ผู้เสียหายให้ยกฟ้องในความผิดฐานรับของโจร ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า คำขอโจทก์ที่ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนอีก 5,000 บาทแก่ผู้เสียหายนั้นให้ยก นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสามยื่นฎีกาสองฉบับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับทั้งสองฉบับ (อันดับ 105,106) จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาฉบับที่สอง(อันดับ 108) จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 109) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสามชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจาร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1144/2533
ความว่า เนื่องจากโจทก์จำเลยทำการตกลงกันได้ โดยจำเลยได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นที่พอใจ โจทก์ไม่ประสงค์จะเรียกร้องกับจำเลยอีกและขอถอนฟ้องคดีนี้ โปรดมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความต่อไป หมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้าน (อันดับ 150) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินค่าจ้างและค่าดินลูกรังที่ค้างจำนวน 363,780.65 บาท ให้แก่โจทก์ ให้จำเลยร่วมกันหรือแทนกันเสียดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงิน 363,780.65 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเงินให้แก่โจทก์เสร็จ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา (อันดับ 117) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 150) คำสั่ง โจทก์จะถอนฟ้องเดิมในชั้นฎีกาไม่ได้ แม้จะแปลว่าโจทก์ถอนฟ้องเท่ากับโจทก์ประสงค์จะถอนฎีกา แต่โจทก์ไม่ได้ฎีกา จึงไม่มีคำฟ้องในชั้นฎีกาที่จะถอนได้ ให้ยกคำร้อ …
- ฎีกาที่ 1145/2533
ในคดีพิพาทกันเรื่องที่ดิน เมื่อศาลฎีกาฟังว่าโจทก์และโจทก์ร่วมเป็นเจ้าของที่พิพาทร่วมกัน แม้ในชั้นฎีกาจะมีเพียงโจทก์ร่วมผู้เดียวฎีกาโดยโจทก์มิได้ฎีกา แต่กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ศาลฎีกาย่อมพิพากษาให้มีผลถึงโจทก์ด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา245(1)247.
- ฎีกาที่ 1145/2533
ในคดีพิพาทกันเรื่องที่ดิน เมื่อศาลฎีกาฟังว่าโจทก์และโจทก์ร่วมเป็นเจ้าของที่พิพาทร่วมกัน แม้ในชั้นฎีกาจะมีเพียงโจทก์ร่วมผู้เดียวฎีกาโดยโจทก์มิได้ฎีกา แต่กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ศาลฎีกาย่อมพิพากษาให้มีผลถึงโจทก์ด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245 (1), 247
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1145/2533
ความว่า จำเลยที่ 3 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 200,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309,295,310,157,83,84,86,91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องระหว่างพิจารณาโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 ศาลชั้นต้นอนุญาต จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 2 ออกเสียจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295,86 และมาตรา 157 ความผิดตามมาตรา 295,86จำคุก 4 เดือน และความผิดตามมาตรา 157 จำคุก 2 ปี รวมจำคุก2 ปี 4 เดือน คำขออื่นให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง (อันดับ 62,64) จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ จำเลยที่ 3 เคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1146/2533
ความว่า เนื่องด้วยคดีนี้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ได้ยื่นฎีกาโดยขอให้การรับสารภาพต่อศาลฎีกา และขอความปรานีโทษเพื่อประสงค์จะได้พ้นโทษโดยเร็ว อีกทั้งจะได้ไม่เสียประโยชน์ในการขอพระราชทานอภัยโทษ จึงขอศาลฎีกาได้โปรดพิจารณาพิพากษาคดีเป็นการด่วนด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15,67 กระทงหนึ่ง วางโทษจำคุก1 ปี กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติเดียวกันมาตรา 57,91 อีกกระทงหนึ่ง วางโทษจำคุก 6 เดือนรวมสองกระทงเป็นจำคุก 1 ปี 6 เดือนจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยที่ 1ไว้ 9 เดือน สำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15,57,67,91การกระทำของจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นความผิดหลายกรรมให้เรียงกระทงลงโทษลงโทษจำเลย …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1147/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 240) ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางพิพากษาว่าเด็กหญิงธิดาพรคงนุกูลเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของจำเลย ให้จำเลยไปจดทะเบียนรับเด็กหญิงธิดาพรคงนุกูลเป็นบุตร หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทน ให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้ผู้เยาว์ในอัตราเดือนละ 1,500 บาท นับแต่วันที่ผู้เยาว์คลอด (วันที่ 12 ตุลาคม 2528) จนกว่าผู้เยาว์จะมีอายุครบ 5 ปี อัตราเดือนละ 2,100บาท นับแต่ผู้เยาว์อายุ 5 ปี ขึ้นไปจนกว่าจะอายุครบ 10 ปี อัตราเดือนละ 2,500 บาท นับแต่ผู้เยาว์มีอายุ 10 ปีขึ้นไปถึงอายุ15 ปีบริบูรณ์ และอัตราเดือนละ 3,000 บาท นับแต่ผู้เยาว์ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 233,232) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1148/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นายแพ้ เกิดภัณฑ์ ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 จำคุก 2 ปี ยกฟ้องโจทก์ร่วม ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 109,107) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน200,000 บาท (อันดับ 4,87) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1149/2533
การที่ธนาคารโจทก์ที่ 1 จัดให้มีการแข่งขันกีฬาภายในระหว่างหน่วยงาน ถือว่าเป็นการกระทำที่อยู่ในวัตถุประสงค์ของโจทก์ที่ 1และเมื่อระเบียบของโจทก์ที่ 1 กำหนดว่าการแข่งขันกีฬาและการฝึกซ้อมกีฬาของพนักงานให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติงานของธนาคาร เมื่อโจทก์ที่ลงแข่งขันกีฬาฟุตบอลเพื่อคัดเลือกหาทีม ตัวแทน สำนักงานใหม่ตามคำสั่งของโจทก์ที่ 1 และได้รับบาดเจ็บขณะทำการแข่งขัน จึงเป็นกรณีลูกจ้างประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง จำเลยต้องจ่ายเงินทดแทนเป็นรายเดือนที่ถึงกำหนดแล้วทั้งหมดให้แก่โจทก์ที่ 2 ในคราวเดียวกัน.
- ฎีกาที่ 1149/2533
การที่ธนาคารโจทก์ที่ 1 จัดให้มีการแข่งขันกีฬาภายในระหว่างหน่วยงาน ถือว่าเป็นการกระทำที่อยู่ในวัตถุประสงค์ของโจทก์ที่ 1และเมื่อระเบียบของโจทก์ที่ 1 กำหนดว่าการแข่งขันกีฬาและการฝึกซ้อมกีฬาของพนักงานให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติงานของธนาคาร ที่โจทก์ที่ 2 ลงแข่งขันกีฬาฟุตบอลเพื่อคัดเลือกหาทีมตัวแทนสำนักงานใหญ่ตามคำสั่งของโจทก์ที่ 1 และได้รับบาดเจ็บขณะทำการแข่งขัน จึงเป็นกรณีลูกจ้างประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง จำเลยต้องจ่ายเงินทดแทนเป็นรายเดือนที่ถึงกำหนดแล้วทั้งหมดให้แก่โจทก์ที่ 2 ในคราวเดียวกัน
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1149/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณานางวุ้นจงจิตต์ มารดาของผู้ตายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 จำคุก 15 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 18) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน300,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 1,8 แผ่นที่ 5) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาประกันสี่แสนบาทถ้วน ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่มแล้วดำเนินการต่อไป
- ฎีกาที่ 1149-1150/2533
การที่ธนาคารโจทก์ที่ 1 จัดให้มีการแข่งขันกีฬาภายในระหว่างหน่วยงาน ถือว่าเป็นการกระทำที่อยู่ในวัตถุประสงค์ของโจทก์ที่ 1 และเมื่อระเบียบของโจทก์ที่ 1 กำหนดว่าการแข่งขันกีฬาและการฝึกซ้อมกีฬาของพนักงานให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติงานของธนาคาร เมื่อโจทก์ที่ 2 ลงแข่งขันกีฬาฟุตบอลเพื่อคัดเลือกหาทีม ตัวแทน สำนักงานใหม่ตามคำสั่งของโจทก์ที่ 1 และได้รับบาดเจ็บขณะทำการแข่งขัน จึงเป็นกรณีลูกจ้างประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง จำเลยต้องจ่ายเงินทดแทนเป็นรายเดือนที่ถึงกำหนดแล้วทั้งหมดให้แก่โจทก์ที่ 2 ในคราวเดียวกัน
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1150/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ได้ยื่นฎีกา บัดนี้จำเลยที่ 2 ไม่ประสงค์ที่จะให้คดีดำเนินต่อไปในชั้นฎีกา จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 58) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเฮโรอีน ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15,66วรรคสอง,102 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 วางโทษจำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 25 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา (อันดับ 56) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 58) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ถอนฎีกา จำหน่ายคดีจำเลยที่ 2 เสียจากสารบบความศาลฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1151-1152/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองยื่นฎีกาไว้ บัดนี้จำเลยที่ 1 ที่ 2ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 169,180) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันและแทนกันชำระเงินจำนวน 310,000 บาทแก่โจทก์ พร้อมค่าเสียหายในอัตราเดือนละ3,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (7 พฤษภาคม 2527) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองฎีกา (อันดับ 137) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 1 ที่ 2 ต่างยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 162,175) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ถอนฎีกาได้คืนค่าขึ้นศาลให้สามในสี่ จำหน่ายคดีจากสารบบความ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1153/2533
ความว่า ผู้ร้องฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แถลงคัดค้าน (อันดับ 58) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายชื่อผู้ร้องจากบัญชีลูกหนี้ของบริษัทเซนิซเอ็นจิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด ลูกหนี้(จำเลย) ที่ 1 ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ผู้ร้องชำระหนี้ค่าหุ้นที่ยังค้างชำระจำนวน 320,300 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 16 เมษายน 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้องฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 56,55) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าผู้ร้องหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 16 เมษายน 2530 เป็นต้นไปจนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปี มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว …
- ฎีกาที่ 1154/2533
จำเลยพาผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงเดินทางจากที่พักไปยัง ท่าอากาศยานกรุงเทพ โดยจำเลยประสงค์จะพาผู้เสียหายออกไปจากประเทศ ไทย เพื่อรับจ้างให้เขาทำเมถุนกรรม แต่จำเลยถูกจับกุมเสียก่อนที่ ท่าอากาศยานกรุงเทพ ในขณะที่จำเลยกำลังเข้าแถวขอรับบัตรเลขที่นั่งเครื่องบินสำหรับจำเลยและผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการดำเนินการพาผู้เสียหายออกไปจากประเทศ ไทย และใกล้ชิดต่อความผิดสำเร็จที่จะเกิดขึ้น พ้นขั้นตระเตรียมการแล้ว จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามพาหญิงออกไปจากประเทศ ไทย เพื่อการรับจ้างให้เขาทำเมถุนกรรมตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการค้าหญิงและเด็กหญิง พ.ศ. 2471 มาตรา 4ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80.