ปี พ.ศ.: 2533
4,313 รายการ · หน้า 29 จาก 216
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1375/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 104) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนที่ดินเนื้อที่ 3 ไร่ 2 งาน 12 วาและเนื้อที่ 3 ไร่ 1 งาน ตามรูปแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษานี้ออกจากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 205 ตำบลดอนทอง อำเภอเมืองพิษณุโลกจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีการรังวัดตรวจสอบทำรูปแผนที่พิพาทตามเอกสารหมาย จ.3 ได้เนื้อที่ทั้งหมด 28 ไร่ 2 งาน 47 วา และห้ามจำเลยทั้งสองกับบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินที่ให้เพิกถอนนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 99,98) จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในเรื่องให้เพิกถอนที่ดินพิพาทออกจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 205 ตำบลดอนทอง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ในระหว่างอุทธรณ์แต่ยังคงห้ามจำเลยทั …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1376/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 72) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้จำนวน105,791 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันที่14 กุมภาพันธ์ 2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 68,69) จำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 59) คำสั่ง อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1377/2533
ความว่า โจทก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลภาษีอากรกลางสั่งว่า คดีที่จำนวนทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง อุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงจึงไม่รับอุทธรณ์ โจทก์เห็นว่า โจทก์อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลางซึ่งวินิจฉัยรายรับที่โจทก์ได้รับจากการขายที่ดินซึ่งโจทก์ซื้อมาจากการขายทอดตลาดเนื่องจากลูกหนี้โจทก์ไม่ชำระหนี้ ว่าเป็นรายรับที่โจทก์ได้รับจากการประกอบธุรกิจตามวัตถุประสงค์ ของโจทก์เป็นรายรับตามประเภทการค้า 11 หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 40) โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีตามแบบหนังสือแจ้งภาษีการค้าเลขที่ใบแจ้งภาษีอากร1070/3/05527 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์เลขที่ 536/2532/2 ลงวันที่ 10มีนาคม 2532 โดยพิพากษาว่า โจทก์ไม่ต้องเสียภาษีการค้าดังกล่าวให้จำเลยคืน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1378/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา มีทางชนะคดีได้ในที่สุด โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ทั้งสามแถลงคัดค้าน (อันดับ 89) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายจำนวน 70,000 บาท ให้โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน 600,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน600,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระให้แก่โจทก์ทั้งสามเสร็จสิ้น จำเลยที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 84,83) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 2 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องจนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปี มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1379/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 253) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน152,495 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันทำละเมิด (วันที่ 12 เมษายน 2525) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 251,250) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ แต่จำเลยที่ 1 ไม่วางหลักประกันภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด (อันดับ238,239) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 12 เมษายน 2525 จนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปี มาวางศาลจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:138/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,336 ทวิ จำคุกคนละ 6 ปีคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 4 ปี ส่วนจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7)(8) วรรคสาม ประกอบมาตรา 336 ทวิ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 131) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น และศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นตีราคาประกันคนละ 50,000 บาท (อันดับ 52 …
- ฎีกาที่ 1380/2533
จำเลยได้ รับซื้อ และขายรถของกลางโดย รู้อยู่แล้วว่าเป็นรถที่ถูก คนร้ายลักมา ถึง แม้จำเลยได้ ทำในนามของบริษัท จ.จำกัดหรือบริษัท อ. จำกัด ในฐานะ ที่จำเลยเป็นลูกจ้างก็ตาม ถือ ได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการรับซื้อ ไว้และช่วย จำหน่ายซึ่ง ทรัพย์อันได้ มาโดย การกระทำผิดฐาน ลักทรัพย์ จำเลยจึงมีความผิด ฐานรับของโจร.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1380/2533
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลแรงงานกลางสั่งอุทธรณ์ว่า จำเลยอุทธรณ์ข้อ 2.1 และ 2.2ในลักษณะข้อกฎหมายว่าโจทก์บังคับให้จำเลยทำนิติกรรมตามเอกสารหมายจ.1 อันเป็นการให้รับฟังข้อเท็จจริงฝ่าฝืนกับคำพิพากษาศาลแรงงานกลางเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายถือว่าเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ส่วนอุทธรณ์ข้อ 2.3หาเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลางไม่ ทั้งไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 จึงไม่รับอุทธรณ์จำเลย และสั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับว่า ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์จำเลยแล้วจึงไม่มีเหตุที่จะขอทุเลาการบังคับอีก ไม่รับคำร้องจำเลยเห็นว่า อ …
- ฎีกาที่ 1381/2533
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเบิกความเท็จต่อศาลในคดีอาญาที่ พ.เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันทำเหมืองแร่โดยไม่ได้รับประทานบัตรชั่วคราวหรือประทานบัตร โดยบรรยายรายละเอียดข้อความทั้งสิ้นที่จำเลยเบิกความ กับความจริงที่ตรงกันข้ามกับคำเบิกความของจำเลยนั้นเป็นอย่างไร และว่าคำเบิกความของจำเลยเป็นข้อสำคัญในคดแต่คดีที่จำเลยเบิกความเท็จนั้นประเด็นสำคัญของคดีคือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำผิดของ พ. จำเลยคดีนั้นมีอย่างไร โจทก์มิได้บรรยายไว้ ที่อ้างว่าความจริงจำเลยเป็นคนงานของบริษัท พี. ใช้รถตักรถดั๊มขุดตักกะสะ แร่ดีบุกจากที่ดินทั้งสองแปลงแล้วบรรทุกเข้าไปในเหมืองแร่ของบริษัท พี. โจทก์ก็บรรยายให้ทราบแต่เพียงความสัมพันธ์ระหว่าง พ. กับบริษัท พี.เท่านั้น การกระทำของคนงานบริษัท พี. ที่อ้างว่าจำเลยเห็นดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับการกระทำของ พ. อย่างไร โจทก์หาได้บรรยายให้ชัดแจ้งไม่ ถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องให้เห็นว่าค …
- ฎีกาที่ 1381/2533
โจทก์บรรยายรายละเอียดข้อความทั้งสิ้นที่จำเลยเบิกความ กับความจริงที่ตรงกันข้ามกับคำเบิกความของจำเลยนั้นเป็นอย่างไรแล้วสรุปคำเบิกความของจำเลยเป็นข้อสำคัญในคดี แต่ เป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไรโจทก์ไม่ได้บรรยายถึง จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยป.วิ.อ. มาตรา 158(5).
- ฎีกาที่ 1381/2533
สัญญากู้มีข้อความว่า ถ้าต่อไปผู้ให้กู้จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดแล้ว ผู้กู้ยอมให้ผู้ให้กู้มีสิทธิขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ตามแต่จะเห็นสมควร โดยเพียงแต่แจ้งให้ผู้ก้ทราบเท่านั้น ผู้กู้ยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้ตามที่แจ้งไปนั้นทุกประการโดยไม่โต้แย้งใด ๆทั้งสิ้น ดังนี้ เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยออกประกาศกำหนดให้โจทก์ผู้ให้กู้ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากผู้กู้ในอัตราที่เพิ่มมากขึ้นได้ และโจทก์มีหนังสือแจ้งการขอเพิ่มอัตราดอกเบี้ยให้จำเลยผู้กู้ทราบแล้ว อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ขอเพิ่มขึ้นไปนั้นไม่เกินกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยออกประกาศกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติด้วย โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามเงื่อนไขข้อสัญญาดังกล่าว โดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ 1 อีกแต่อย่างใด
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1381/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25(2),27(5),59 ให้จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวและมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 20,19) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 8) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1382/2533
ปัญหาว่าคดีขาดอายุความหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วย ความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้มิได้ว่ากล่าวกันมาในศาลล่าง ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ ดังนี้ เมื่อเป็นคดีความผิดตาม มาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ.จัดหางานฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน จึงมีกำหนดอายุความฟ้องคดี1 ปี โจทก์ฟ้องจำเลยหลังเกิดเหตุเกิน 1 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความ.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1382/2533
ความว่า โจทก์ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ระงับหรือทุเลาการเฉลี่ยทรัพย์ไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายผู้ร้องได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 43แผ่นที่ 2) คดีสืบเนื่องจากโจทก์ได้บังคับคดีอายัดเงินเดือน โบนัส และเงินบำเหน็จของจำเลยที่ 1 ซึ่งลาออกจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยและองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยได้ส่งเงินดังกล่าวมายังเจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ 1 ในคดีอื่น จำเลยที่ 1 ไม่มีทรัพย์สินอื่นใดที่ผู้ร้องจะบังคับชำระหนี้ได้ จึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ด้วย โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ 1 ขณะยื่นคำขอเฉลี่ยหนี้ จำเลยที่ 1ไม่มีทรัพย์สินที่จะนำยึดมาชำระหนี้ได้ ผู้ร้องจึงมีสิทธิขอเฉลี่ยได้ แต่คงขอเฉลี่ยได้เฉพาะเงินอายัดจำนวนแรก 6,198.70 บาทส่วนเงินอายัดจำนวน 1 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1383/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดีอย่างแน่นอน โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 69) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน 114,300 บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงินจำนวน 200,700 บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 66,65) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยได้วางหลักประกันและทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น(อันดับ 46 แผ่นที่ 2,55) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอั …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1384/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 69) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินของจำเลยตาม น.ส.3 ก.เลขที่ 579 ตำบลบึงกอกอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ภายในเส้นสีแดงกว้าง 3 เมตร ยาว 20 เมตร ตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย ล.1เป็นทางภารจำยอม ให้จำเลยทำทางพิพาทดังกล่าวให้มีสภาพใช้การได้ดังเดิมกับให้จำเลยไปจดทะเบียนสิทธิเป็นภารจำยอมถ้าไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ แต่ไม่นำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ถือว่า จำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ประกอบด้วยมาตรา246 จึงให้จำหน่ายคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 132(1) จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 67,66) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรจะอนุญาตให้ทุเลาก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1385/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักประกันซึ่งวางไว้ในชั้นขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295,91 ลงโทษฐานทำร้ายผู้เสียหายที่ 1จำคุก 2 ปี ฐานทำร้ายผู้เสียหายที่ 2 จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 2 ปี1 เดือน ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 25) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน150,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 3 แผ่นที่ 2, อันดับ 16แผ่นที่ 2) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1386/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกา มีทางชนะคดีได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 93) จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน20,300 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับจากวันที่ 24 กันยายน 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 91,90) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ แต่จำเลยที่ 1 ไม่นำหลักทรัพย์มาวางเป็นหลักประกันต่อศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด (อันดับ 78,80) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมดอกเบี้ยเป็นเวลาเจ็ดปีมาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1387/2533
ความว่า โจทก์ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 193 แผ่นที่ 2)โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาให้จำเลยคืนรถแทรกเตอร์ยี่ห้อโคมัสสุสีเหลือง หมายเลขทะเบียน ส.ฎ.ต.0051 แก่โจทก์ ให้ชำระค่าเสียหาย210,000 บาท ให้ชำระค่าเสียหายวันละ 2,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะคืนรถแทรกเตอร์แก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ชำระเงินให้จำเลยตามฟ้องแย้งจำนวน 67,808 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2527 จนกว่าชำระเสร็จ โจทก์ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 189,188) โจทก์ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 151,160) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าโจทก์หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1388/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ยื่นฎีกา มีทางชนะคดีโจทก์ได้ทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 91แผ่นที่ 2) จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินให้โจทก์ 99,310.46 บาท โดยให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิดตามจำนวนมูลค่าหุ้น ที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ยังค้างชำระต่อจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ใช้ดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 86,060 บาท นับแต่ วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ชำระเงินแก่โจทก์คนละ 43,030 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 6 มีนาคม 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้อ …