ปี พ.ศ.: 2534
2,182 รายการ · หน้า 13 จาก 110
- ฎีกาที่ 1567/2534
จำนองเป็นสัญญาที่เอาทรัพย์สินตราไว้เป็นประกันการชำระหนี้มีหนี้ประธาน คือหนี้เงินกู้ยืมที่ลูกหนี้รับไปในวันกู้ยืม ส่วนจำนองเป็นแต่เพียงอุปกรณ์แห่งหนี้เงินกู้ยืมซึ่งเป็นหนี้คนละส่วนที่แยกออกจากกันได้ เมื่อเจ้าหนี้ตกลงให้กู้และมอบเงินกู้ให้ลูกหนี้รับไป การกู้ยืมก็เกิดขึ้น เจ้าหนี้จึงอยู่ในฐานะเป็นเจ้าหนี้ของลูกหนี้ หลังจากนั้นลูกหนี้ได้มอบอำนาจให้ ช. ไปทำสัญญาและจดทะเบียนจำนองที่ดินเพื่อเป็นประกันหนี้เงินกู้ยืมดังกล่าวให้แก่เจ้าหนี้ เจ้าหนี้จึงเป็นเจ้าหนี้ของลูกหนี้อยู่ก่อนแล้วในขณะที่มีการทำสัญญาและจดทะเบียนจำนอง สัญญาจำนองต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 714 การจำนองที่ดินพิพาทจึงมีผลบังคับนับแต่วันที่มีการทำสัญญาและจดทะเบียนจำนองกัน คือวันที่ 31 มกราคม 2527เมื่อเจ้าหนี้ฟ้องลูกหนี้ขอให้ล้มละลาย ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2527การที่ลูกหนี้มอบอำนาจให้ ช. จดทะเบีย …
- ฎีกาที่ 1569/2534
โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานเห็นคนร้ายลักเงินจากตู้บริการเงินด่วนของผู้เสียหายสาขาราษฎร์บูรณะ คงมีเพียงพ. เบิกความว่าเห็นจำเลยลักเงินจากตู้บริการเงินด่วนของผู้เสียหายสาขาสะพานขาว และพนักงานสอบสวนเบิกความว่านอกจากจำเลยจะให้การรับสารภาพว่าลักเงินผู้เสียหายสาขาสะพานขาวแล้ว จำเลยยังรับสารภาพว่าลักเงินผู้เสียหายสาขาราษฎร์บูรณะโดยมีบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนบันทึกการชี้เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพพร้อมภาพถ่ายพยานบุคคลและพยานเอกสารดังกล่าวเป็นพยานบอกเล่ามีน้ำหนักน้อย ต้องมีพยานอื่นมาฟังประกอบจึงจะลงโทษจำเลยได้ พยานโจทก์นอกจากนี้ก็ล้วนเป็นพยานปลายเหตุ ไม่ทำให้ คดีโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงให้รับฟังได้ว่าจำเลยลักเงินของ ผู้เสียหายสาขาราษฎร์บูรณะ
- ฎีกาที่ 157/2534
พระราชบัญญัติ ญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 มาตรา 11 ที่บัญญัติให้พนักงานรัฐวิสาหกิจซึ่งมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์พ้นจากตำแหน่งนั้นมีความหมายว่าเมื่อพนักงานรัฐวิสาหกิจผู้ใดมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์อันเป็นการขาดคุณสมบัติแล้วก็ให้รัฐวิสาหกิจนั้นดำเนินการให้ผู้นั้นออกจากงาน มิได้หมายความว่าพนักงานผู้นั้นต้องพ้นจากตำแหน่งในทันที เมื่อจำเลยดำเนินการให้โจทก์ทั้งยี่สิบหกคนออกจากงานเพื่อให้เป็นไปตามบทกฎหมายดังกล่าวจึงเป็นการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 46 หาใช่เป็นการออกจากงานโดยผลของกฎหมายไม่
- ฎีกาที่ 1572/2534
แม้จำเลยจะคัดค้านการถอนฟ้อง แต่การที่ศาลจะอนุญาตให้ถอนฟ้องหรือไม่นั้นเป็นดุลพินิจของศาล โดยพิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็นว่าสมควรหรือไม่ประการใด เป็นการถอนฟ้องไปเพื่อที่จะฟ้องใหม่ โดยแก้ไขฟ้องเดิมที่บกพร่องอันเป็นการเอาเปรียบในเชิงคดีกับอีกฝ่ายหนึ่งหรือไม่ ฟ้องของโจทก์โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 4 ไม่มีข้อบกพร่องปรากฏให้เห็นว่าจะเป็นการถอนฟ้องไปเพื่อฟ้องใหม่อันเป็นการเอาเปรียบในเชิงคดีแต่โจทก์มีความจำเป็นสำหรับจำเลยอื่นที่จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ก่อน โดยข้อเท็จจริงที่เป็นที่มาแห่งความจำเป็นนี้ปรากฏแก่โจทก์หลังจากฟ้องคดีไปแล้วถ้าจะถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่จำเป็นโดยไม่ถอนฟ้องจำเลยในคดีนี้ทั้งหมด ก็จะทำให้ต้องมีการพิจารณาคดีในหนี้ที่โจทก์ฟ้องถึงสองครั้ง เป็นการเสียเวลาในการดำเนินคดีโดยไม่จำเป็น ชอบที่จะอนุญาตให้ถอนฟ้องรวมถึงจำเลยที่ 4ได้ แม้จำเลยที่ 4 จะคัดค้าน.
- ฎีกาที่ 1572/2534
การที่ศาลจะอนุญาตให้ถอนฟ้องหรือไม่นั้นเป็นดุลพินิจ ของศาลโดยพิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็นว่าสมควรหรือไม่ เป็นการถอนฟ้องไปเพื่อเจตนาที่จะฟ้องใหม่ โดยแก้ไขฟ้องเดิมที่บกพร่องอันเป็นการเอาเปรียบในเชิง คดีกับอีกฝ่ายหนึ่งหรือไม่ ดังนั้น แม้จำเลยจะคัดค้าน แต่ศาลก็ใช้ดุลพินิจ อนุญาต ให้โจทก์ถอนฟ้องได้.
- ฎีกาที่ 1573/2534
คำว่า "ประชาชน" ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน หมายถึง บุคคลทั่วไป ไม่จำกัดตัวว่าเป็นบุคคลใด และไม่ถือจำนวน มากน้อยเป็นสำคัญจำเลยหลอกลวง ว. แล้ว ว.พาจำเลยไปหาช.จำเลยจึงหลอกลวงช. แม้เหตุการณ์ในบ้านของจำเลยจะมีคนอื่นอยู่ด้วยอีกสองคน ก็ไม่ใช่บุคคลทั่วไป ตามความหมายของกฎหมายบทนี้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็น ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยหลอกลวงประชาชนด้วยการโฆษณา แสดงข้อความอันเป็นเท็จว่าจำเลยเป็นตัวแทนของบริษัท จ. เป็นผู้ดำเนินงานจัดหางานให้คนงานไปทำงานยังต่างประเทศ ความจริงจำเลยไม่มีเจตนาที่จะส่งคนไปทำงานต่างประเทศ และไม่สามารถจัดหางานแก่คนหางานไปทำงานที่ต่างประเทศได้ และข้อเท็จจริงคดีนี้ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ดำเนินการ จัดหางานให้คนหางานได้ไปทำงานที่ต่างประเทศ แสดงว่าจำเลย มิได้มีเจตนาจะจัดหางานให้แก่ผู้เสียหาย เพียงแต่อ้าง ข้อความเท็จเพื่อให้ได้เงินจากผู้เสียหายเท่านั้น การกระทำ …
- ฎีกาที่ 1574/2534
โจทก์บรรยายฟ้องโดยชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ เป็นจำนวนเท่าใด ผิดนัดเมื่อใด พร้อมกับแนบสำเนา หนังสือกู้เงินมาท้ายฟ้อง จำเลยสามารถเข้าใจและต่อสู้คดีได้ โดยไม่หลงข้อต่อสู้ ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม จำเลยให้การว่า โจทก์จะได้มอบอำนาจให้ อ. หรือไม่นั้นจำเลยไม่อาจทราบได้เพราะเหตุว่าโจทก์ไม่เคยบอก จำเลย มิได้ปฏิเสธว่าหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์ยื่นต่อศาล มิใช่ใบมอบอำนาจอันแท้จริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 47 การที่จำเลยไม่ทราบ มิใช่เหตุที่จะทำให้ หนังสือมอบอำนาจของโจทก์เสียไป คำให้การของจำเลย ไม่ชัดแจ้งว่ายอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้น หรือแต่บางส่วน จึงไม่เป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในเรื่อง อำนาจฟ้อง และกรณีต้องถือว่าโจทก์ได้มอบอำนาจให้ อ. ฟ้องคดีนี้ตามหนังสือมอบอำนาจ จำเลยให้การแต่เพียงว่า โจทก์ไม่ระบุการทวงถามในหนี้ ให้ชัดแจ้งไม่กำหนดเวลาให้แน่นอนเสียก่อนโจทก์นำคดีมาฟ้อ …
- ฎีกาที่ 1577/2534
เช็คที่จำเลยสั่งจ่ายชำระค่าสินค้าแก่โจทก์ไม่สามารถเรียกเก็บเงินจากธนาคารได้ เมื่อจำเลยขอรับเช็คคืน แล้วทำสัญญากู้ให้ไว้กับโจทก์ จึงเป็นการแปลงหนี้ใหม่ จำเลยต้องผูกพันรับผิดตามสัญญากู้ที่ทำขึ้นใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 95 มิได้บัญญัติมิให้ศาลยอมรับฟังพยานที่เป็นพี่น้องกับคู่ความฝ่ายที่อ้าง โจทก์มี บ. น้องของโจทก์ซึ่งลงชื่อเป็นพยานในสัญญากู้เบิกความยืนยันตรงกับโจทก์ว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์ จำนวน 170,000 บาท ส่วนจำเลยเองมีแต่เพียงตัวจำเลยเบิกความลอย ๆ ไม่มีพยานอื่นมาสนับสนุนว่ารับสินค้าของโจทก์ไปขาย แล้วโจทก์ให้จำเลยลงชื่อในแบบพิมพ์สัญญากู้โดยยังไม่ได้กรอกข้อความ ประกอบกับจำเลยรับราชการเป็นครูการที่จำเลยลงลายมือชื่อในสัญญากู้โดยไม่มีการกรอกข้อความนั้น ผิดวิสัยของบุคคลที่มีความรู้ทั่ว ๆ ไปคำพยานโจทก์จึงมีน้ำหนักและเหตุผลให้รับฟังได้ดีกว่าพยานจำเลย
- ฎีกาที่ 1579/2534
จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจวิ่งไล่ตามผู้ตายซึ่งจำเลยสงสัยว่าเป็นคนร้าย ผู้ตายใช้อาวุธปืนยิงมาทางจำเลย จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายในขณะที่ผู้ตายหันหลังให้และกำลังวิ่งหนีจำเลย แต่ไม่แน่ว่าผู้ตายจะหันกลับมายิงจำเลยอีกหรือไม่ ภยันตรายที่จะเกิดจากผู้ตายจึงยังไม่หมดไป จำเลยมีอำนาจป้องกันได้ แต่ปรากฏว่ากระสุนปืนนัดแรกที่จำเลยยิงถูกผู้ตายบริเวณโคนขาซ้ายด้านหลังจนผู้ตายต้องวิ่งหนีในลักษณะขากะเผลกอยู่ แล้ว จึงไม่มีเหตุผลที่จำเลยจะต้องใช้อาวุธปืนไล่ยิงผู้ตายต่อไปอีกหลายนัดโดยเฉพาะก่อนที่จำเลยจะยิงผู้ตายนัดสุดท้าย ผู้ตายได้รับบาดเจ็บสาหัสเพราะถูกจำเลยยิงที่โคนขาซ้ายและที่ชายโครงซ้าย แม้จะได้ความว่าผู้ตายใช้อาวุธปืนยิงมาทางจำเลยอีกก็ตาม ผู้ตายก็ไม่อยู่ในสภาพที่จะใช้อาวุธปืนได้อย่างคนปกติ จำเลยมีโอกาสใช้ดุลพินิจได้ว่าในสภาพของผู้ตายขณะนั้นจำเลยควรเลือกยิงผู้ตายบริเวณอวัยวะที่ไม่สำคัญได้ การที่จำเลยยิงผู้ …
- ฎีกาที่ 1582/2534
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสร้างรั้วรุกล้ำเข้าไปในที่ดินโฉนด เลขที่ 19168 เลขที่ดิน 5109 ของโจทก์ ดังนั้นการที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยปลูกสร้างรั้วรุกล้ำเข้าไปในที่ดินโฉนดเลขที่ 19226 เลขที่ดิน 5167 ของโจทก์ จึงเป็นเรื่องนอกเหนือไปจากคำฟ้อง ซึ่งไม่เป็นประเด็นในคดี ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
- ฎีกาที่ 1586/2534
โจทก์นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร พนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากร จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานประเมินตาม ป.รัษฎากรด้วย ได้ประเมินราคาสินค้าเพิ่มจากที่โจทก์ได้สำแดงไว้ ทำให้โจทก์ต้องชำระค่าอากรขาเข้า ภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่มขึ้นเมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์เกี่ยวกับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับแจ้งการประเมินตาม ป.รัษฎากร มาตรา 18 วรรคหนึ่ง,30 ดังนี้ โจทก์จึงไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องเกี่ยวกับค่าภาษีการค้าและค่าภาษีบำรุงเทศบาลที่เจ้าพนักงานประเมินได้แจ้งการประเมิน สินค้าที่โจทก์นำเข้ามาในราชอาณาจักรกำเนิดในประเทศนอร์เวย์มิได้กำเนิดในประเทศสวีเดน โจทก์ได้สำแดงราคา เครื่องหมายการค้าและประเทศกำเนิดสินค้าตามใบขนส่งสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าตรงตามที่ปรากฏในใบอินวอยซ์ อันเป็นราคาแท้จริงที่ซื้อขายกันการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยประเมินราคาค่าสิน …
- ฎีกาที่ 1587/2534
สินค้าที่โจทก์นำเข้าเป็นอะไหล่ยานยนต์ที่มีเครื่องหมายการค้าเอ็น.พี.อาร์.ไดโด้และฟูจิซึ่งยานยนต์ยี่ห้อโคมัตสุมิตซูบิชิโตโยต้า ซูบารุนิสสันและอีซูซุ ใช้ทดแทนอะไหล่แท้ เมื่อบัญชีราคาสินค้าที่ตัวแทนจำหน่ายยานยนต์ยี่ห้อดังกล่าวยื่นต่อเจ้าหน้าที่ประเมินอากรได้ผ่านการตรวจสอบและอนุมัติแล้ว ราคาสินค้าที่โจทก์นำเข้าจึงควรมีราคาตามบัญชีราคาสินค้าดังกล่าวหรือใกล้เคียงกัน แต่ปรากฏว่าราคาตามที่โจทก์สำแดงนั้นต่ำกว่าราคาตามบัญชีราคาสินค้าดังกล่าวมากและโจทก์พิสูจน์ไม่ได้ว่าสินค้าที่โจทก์นำเข้าแตกต่างกับสินค้าตามบัญชีราคาสินค้านั้นที่ตัวสินค้าหรือภาชนะบรรจุอย่างไร อันจะเป็นเหตุให้ราคาต่างกันมากเช่นนั้นราคาที่โจทก์สำแดงจึงมิใช่ราคาขายส่งเงินสดทั่วไปที่ไม่มีการลดหย่อนราคาแก่กัน จึงถือไม่ได้ว่าเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดดังนั้นการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยประเมินราคาสินค้าที่โจทก์นำเข้าตามคำสั่งทั่วไป กรมศ …
- ฎีกาที่ 1587/2534
สินค้าที่โจทก์นำเข้าเป็นอะไหล่ยานยนต์ ราคาสินค้าที่โจทก์นำเข้าจึงควรเท่ากับหรือใกล้เคียงกับราคาตามบัญชีราคาสินค้าที่ตัวแทนจำหน่ายยานยนต์นั้นเสนอให้เจ้าหน้าที่ประเมินอากรตรวจสอบและรับรองราคาไว้ แต่ปรากฏว่าราคาที่โจทก์สำแดงนั้นต่ำกว่าราคาตามบัญชีราคาสินค้ามาก โดยโจทก์พิสูจน์ไม่ได้ว่าสินค้าที่โจทก์นำเข้าแตกต่างกับสินค้าตามบัญชีราคาสินค้าที่ตัวสินค้า หรือภาชนะบรรจุอย่างไร อันจะเป็นเหตุให้ราคาต่างกันมากเช่นนั้น ดังนั้นราคาที่โจทก์สำแดงจึงไม่ใช่ราคาขายส่งเงินสดทั่วไป ที่ไม่มีการลดหย่อนราคาแก่กัน ถือไม่ได้ว่าเป็นราคาอันแท้จริง ในท้องตลาดฉะนั้น การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยประเมิน ราคาสินค้าที่โจทก์นำเข้าตามคำสั่งทั่วไปกรมศุลกากรที่ 28/2527 โดยเปรียบเทียบกับราคาตามบัญชีราคาสินค้าและอะไหล่แท้ และถือเกณฑ์ ให้ต่างกันไม่เกินร้อยละ 5 ในกรณีที่อะไหล่ดังกล่าวใช้ได้กับยานยนต์ หลายยี่ห้อให้ใช้ราคาของอะไ …
- ฎีกาที่ 1587/2534
สินค้าที่โจทก์นำเข้าเป็นอะไหล่ยานยนต์ที่มีเครื่องหมายการค้า เอ็น.พี.อาร์.ไดโด้ และฟูจิ ซึ่งยานยนต์ยี่ห้อโคมัตสุ มิตซูบิชิ โตโยต้า ซูบารุ นิสสันและอีซูซุ ใช้ทดแทนอะไหล่แท้เมื่อบัญชีราคาสินค้าที่ตัวแทนจำหน่ายยานยนต์ยี่ห้อดังกล่าวยื่นต่อเจ้าหน้าที่ประเมินอากรได้ผ่านการตรวจสอบและอนุมัติแล้ว ราคาสินค้าที่โจทก์นำเข้าจึงควรมีราคาตามบัญชีราคาสินค้าดังกล่าวหรือใกล้เคียงกัน แต่ปรากฏว่าราคาตามที่โจทก์สำแดงนั้นต่ำกว่าราคาตามบัญชีราคาสินค้าดังกล่าวมากและโจทก์พิสูจน์ไม่ได้ว่าสินค้าที่โจทก์นำเข้าแตกต่างกับสินค้าตามบัญชีราคาสินค้านั้นที่ตัวสินค้าหรือภาชนะบรรจุอย่างไร อันจะเป็นเหตุให้ราคาต่างกันมากเช่นนั้น ราคาที่โจทก์สำแดงจึงมิใช่ราคาขายส่งเงินสดทั่วไปที่ไม่มีการลดหย่อนราคาแก่กัน จึงถือไม่ได้ว่าเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดดังนั้นการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยประเมินราคาสินค้าที่โจทก์นำเข้าตามคำสั่งทั่วไ …
- ฎีกาที่ 1588/2534
วันนัดสืบพยานจำเลย ทนายคนเดิมของจำเลยขอถอนตัวและจำเลยขอตั้งทนายคนใหม่แทน ศาลชั้นต้นอนุญาต แม้การถอนตัวของทนาย คนเดิมจะเกิดจากการขอของจำเลยหรือไม่ก็ตาม ก็เป็นสิทธิโดยชอบ ของจำเลยที่จะกระทำได้ และการที่จำเลยจะตั้งผู้ใดเป็นทนายของตนต่อไปก็เป็นสิทธิโดยชอบของจำเลยอีกเช่นกัน ส่วนทนายคนใหม่จะมาศาลในวันนัดนั้นได้หรือไม่ก็เป็นเรื่องของทนายคนใหม่ จำเลยไม่มี สิทธิหรืออำนาจที่จะบังคับได้ เมื่อทนายคนใหม่ยื่นคำร้องว่ามาศาลในวันนัดนั้นไม่ได้เพราะคิดว่าความที่ศาลอื่นซึ่งนัดไว้ก่อนแล้ว และโจทก์ก็ไม่คัดค้าน ดังนี้ หากศาลชั้นต้นไม่เชื่อว่าเป็นความจริง ก็ ชอบ ที่จะไต่สวนหาความจริงได้ไม่ยาก จึงไม่ชอบที่ศาลชั้นต้น จะ ถือเอา ว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่าทนายคนใหม่ติดว่าความคดีอื่นอยู่ก่อน แล้ว ยัง ขืนตั้งให้เป็นทนายอีกมาเป็นเครื่องชี้ว่าจำเลยจงใจเพื่อ ไม่ให้ มี ทนายมาดำเนินคดีในวันนัดนั้น และการเลื่อนคดีของทนาย คนใหม่ …
- ฎีกาที่ 1588/2534
ศาลเคยอนุญาตให้ทนายจำเลยเลื่อนคดีครั้งหนึ่งแล้ว ในนัดต่อมาทนายจำเลยคนเดิมขอถอนตัวจากการเป็นทนายจำเลยและศาลอนุญาตและในวันเดียวกันนั้นจำเลยได้แต่งตั้งทนายความคนใหม่ ทนายความคนใหม่มอบฉันทะให้เสมียนทนายมายื่นคำร้องขอเลื่อนคดี อ้างว่าทนายความคนใหม่ติดว่าความที่ศาลอื่น ดังนี้เป็นกรณีจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงได้ ศาลชอบที่จะสั่งอนุญาตให้เลื่อนการนั่งพิจารณาไปได้อีกแม้จะเกินกว่าหนึ่งครั้งก็ตาม ทั้งนี้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 40 วรรคแรก.
- ฎีกาที่ 1589/2534
จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายว่า จำเลยร่วมกันเข้าหุ้นส่วนอย่างไร จำเลยคนไหนแต่ผู้เดียวหรือร่วมกับใครบ้างมาทำสัญญาเช่าฉบับไหน เมื่อใด ครั้งไหนที่แทนกัน มีใบมอบอำนาจหรือตั้งตัวแทนหรือไม่ โดยเฉพาะข้อที่โจทก์อ้างว่าจำเลยเข้าหุ้นส่วนโจทก์จะต้องบรรยายให้เข้าลักษณะหุ้นส่วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1026 ว่าจำเลยคนไหนลงหุ้นอย่างไร ด้วยอะไร อันจะถือว่าเป็นหุ้นส่วน ฟ้องโจทก์จึงไม่ชัดเจนเป็นฟ้องเคลือบคลุม นั้น เมื่อจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมด้วยเหตุดังที่จำเลยฎีกามาดังกล่าว จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น และมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย แม้ฟ้องโจทก์จะมิได้บรรยายให้ชัดแจ้งว่า จำเลยร่วมกันเป็นหุ้นส่วนอย่างไรก็ตาม แต่การที่จำเลยแต่ละคนจะเข้าหุ้นส่วนกันอย่างไร เป็นรายละเอียดที่โจทก์นำสืบได้ในชั้นพิจารณา …
- ฎีกาที่ 1590/2534
แม้ในขณะยื่นฟ้องคดีนี้โจทก์ยังคงอยู่ในที่ดินที่เช่ามาจากป. และโจทก์ยังมิได้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปก็ตาม แต่การที่จำเลยทั้งสี่ฟ้องขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินที่โจทก์ทำสัญญาเช่าจากป. ซึ่งตกมาเป็นมรดกของจำเลยทั้งสี่ เท่ากับจำเลยทั้งสี่ไม่ยินยอมให้โจทก์อยู่ในที่ดินดังกล่าวตามสัญญาต่อไป เมื่อตามสัญญาเช่ากำหนดว่า หากผู้ให้เช่าต้องการที่ดินคืนโดยผู้เช่าไม่ผิดสัญญา ผู้เช่ามีสิทธิเรียกร้องค่าตอบแทนสิ่งปลูกสร้างค่ารื้อถอน ค่าขนย้าย ตลอดจนค่าเสียหายใด ๆ ได้ การที่จำเลยทั้งสี่ฟ้องขับไล่โจทก์โดยมิได้อ้างว่าโจทก์ผิดเงื่อนไขตามสัญญาเช่าดังกล่าว จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิตามสัญญาเช่าของโจทก์แล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องให้จำเลยทั้งสี่ปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญาเช่าดังกล่าวได้.
- ฎีกาที่ 1592/2534
จำเลยไม่มีเจตนายิงปืนเพื่อฆ่าผู้เสียหาย แต่การที่จำเลยใช้อาวุธปืนจี้ศีรษะผู้เสียหายไว้ในขณะที่อาวุธปืนขึ้นนกโดยมีกระสุนบรรจุในรังเพลิงและได้ทำอาวุธปืนลั่น ถือได้ว่าจำเลยกระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งจำเลยจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์และอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ จึงเป็นการกระทำโดยประมาท บาดแผลกระสุนปืนถูกหางคิ้วซ้าย ผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังขาดหายไปเลือดออกใต้เยื่อบุตาขาวข้างซ้ายอย่างมากแก้วตาซ้ายขุ่นมัวมาก ใช้เวลารักษาประมาณ 30 วัน ผู้เสียหายรักษาตัวที่โรงพยาบาล7 วัน แล้วกลับไปอยู่บ้านแต่ก็ต้องไปตรวจเป็นระยะ ๆ และตาซ้ายยังมองเห็นพร่า ๆ อยู่ ถือได้ว่าเป็นอันตรายถึงสาหัส โจทก์ฟ้องว่าจำเลยพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,288 แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ศาลมีอำนาจลงโท …
- ฎีกาที่ 1594/2534
การที่ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอเข้าเป็นผู้จัดการมรดกของ ป.โดยมิได้ระบุว่าผู้ร้องเป็นทายาทและได้ให้ความยินยอมด้วย และบัญชีเครือญาติท้ายคำร้องมีข้อความเพียงว่าผู้คัดค้านเป็นบุตรของป. กับ อ. เท่านั้น ยังมิใช่กรณีปิดบังทรัพย์มรดกเพื่อฉ้อฉลทายาทอื่น แม้ในคดีที่ผู้คัดค้านพิพาทกับบุคคลอื่นศาลอุทธรณ์จะพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้วว่าผู้คัดค้านไม่ได้เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของ ป.แต่ในคดีดังกล่าวไม่มีประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยชี้ขาดว่าผู้คัดค้านเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของ ป. เพราะเหตุที่ ป.จดทะเบียนสมรสกับ อ. มารดาผู้คัดค้านในภายหลังหรือไม่ ดังนั้นในคดีนี้ศาลชอบที่จะวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวซึ่งผู้ร้องยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โดยตรงได้.