ปี พ.ศ.: 2536
2,967 รายการ · หน้า 30 จาก 149
- ฎีกาที่ 1822/2536
ตั๋วสัญญาใช้เงินกำหนดใช้เงินเมื่อทวงถาม สิทธิเรียกร้องตามตั๋วสัญญาใช้เงินจึงเริ่มนับตั้งแต่เมื่อเจ้าหนี้ทวงถาม ผู้ชำระบัญชีของผู้ล้มละลายได้มีหนังสือทวงถาม เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2527 ถือเป็นวันเริ่มต้นถึงกำหนดใช้เงินต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของผู้ล้มละลายได้ยื่นหนังสือแจ้งให้จำเลยชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2529 อายุความตามสิทธิเรียกร้องของผู้ล้มละลายย่อมสะดุดหยุดอยู่ในวันนั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 178 เดิม เมื่อนับย้อน-หลังไปจนถึงวันเริ่มต้นถึงกำหนดใช้เงินแล้วไม่เกิน 3 ปี ตั๋วสัญญาใช้เงินจึงยังไม่ขาดอายุความ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1822/2536
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ต่างฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าเนื่องจากคดีนี้ทุนทรัพย์ 45,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับฎีกา ของจำเลยที่ 1 ที่ 2 จำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า การกระทำของโจทก์ไม่ต้องตามกฎหมาย พยานเอกสารของโจทก์รับฟังไม่ได้ เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ เป็นให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนโอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 3750 ตำบลหัวไทร(ทางข้ามน้อย) อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทราระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และการโอนระหว่างจำเลยที่ 2กับจำเลยที่ 3 ให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนที่ดินเฉพาะส่วนตามแผนที่วิวาทให้โจทก์ หากจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติ ให้ถือเอา คำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลย จำเลยที่ …
- ฎีกาที่ 1823/2536
ผู้คัดค้านทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเพื่อนำมาจัดสรรขาย มีผู้จองซื้อที่ดินจากผู้คัดค้านจำนวน 96 ราย รวมทั้งลูกหนี้ด้วยผู้คัดค้านให้ผู้จองซื้อที่ดินทำสัญญาเช่าซื้อไว้ และก่อนทำการแบ่งแยกเป็นโฉนดแปลงย่อย ผู้คัดค้านใส่ชื่อผู้จองซื้อที่ดินทั้งหมดลงในโฉนดที่ดินเป็นการซื้อร่วมกับผู้คัดค้าน และเมื่อเจ้าพนักงานออกโฉนดที่ดินแปลงย่อยแล้วมีชื่อผู้จองซื้อที่ดินเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินแต่ละแปลงซึ่งเป็นการให้ผู้จองซื้อที่ดินถือกรรมสิทธิ์แทนผู้คัดค้านเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอนและภาษีอีกชั้นหนึ่ง ทั้งเป็นการอำพรางว่าผู้คัดค้านมิได้จัดสรรที่ดิน ผู้คัดค้านให้ผู้จองซื้อที่ดินลงชื่อในหนังสือมอบอำนาจไว้ใช้ดำเนินการโอนที่ดินเป็นของผู้คัดค้านในกรณีที่ผู้จองซื้อที่ดินผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ และผู้คัดค้านเป็นผู้ถือโฉนดที่ดินไว้แสดงว่าผู้คัดค้านและผู้จองซื้อที่ดินมีเจตนาให้ผูกพันต่อกันอย่างสัญญาเช่ …
- ฎีกาที่ 1824/2536
พระราชบัญญัติ ญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 100 บัญญัติห้ามมิให้เจ้าหนี้ขอรับชำระดอกเบี้ยภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เท่านั้น หาได้หมายความว่าหนี้ดอกเบี้ยภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ระงับแล้วไม่ เมื่อหนี้ดอกเบี้ยภายหลังนั้นยังมีอยู่ลูกหนี้ไม่ว่าจะในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยหรือในฐานะผู้ค้ำประกันอย่างลูกหนี้ร่วมก็ยังต้องร่วมรับผิดในหนี้ดังกล่าวลูกหนี้หาอาจยกข้อต่อสู้ตามบทบัญญัติดังกล่าว อันเป็นกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองประโยชน์แห่งเจ้าหนี้ทั้งปวงและแก่ลูกหนี้ในคดีล้มละลายนั้นโดยเฉพาะขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในคดีนี้หาได้ไม่เพราะมิฉะนั้นหากเจ้าหนี้มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยภายในกำหนดเวลา 2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยไว้เด็ดขาด ทำให้เจ้าหนี้ไม่อาจขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลย ก็จะทำให้เจ้าหนี้ไม่อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกห …
- ฎีกาที่ 1824/2536
พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 100 บัญญัติห้ามมิให้เจ้าหนี้ขอรับชำระดอกเบี้ยภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เท่านั้น หาได้-หมายความว่าหนี้ดอกเบี้ยภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ระงับแล้วไม่ เมื่อหนี้ดอกเบี้ยภายหลังนั้นยังมีอยู่ ลูกหนี้ไม่ว่าจะในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยหรือในฐานะผู้ค้ำประกันอย่างลูกหนี้ร่วมก็ยังต้องร่วมรับผิดในหนี้ดังกล่าว ลูกหนี้หาอาจยกข้อต่อสู้ตามบทบัญญัติดังกล่าว อันเป็นกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองประโยชน์แห่งเจ้าหนี้ทั้งปวงและแก่ลูกหนี้ในคดีล้มละลายนั้นโดยเฉพาะขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในคดีนี้หาได้ไม่ เพราะมิฉะนั้นหากเจ้าหนี้มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยภายในกำหนดเวลา2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยไว้เด็ดขาด ทำให้เจ้าหนี้ไม่อาจขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลย ก็จะทำให้เจ้าหนี้ไม่อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามเหตุ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1824/2536
ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้มีทุนทรัพย์ 45,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 3ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ เป็นให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียน โอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 3750 ตำบลหัวไทร (ทางข้ามน้อย) อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และการโอนระหว่างจำเลยที่ 2กับจำเลยที่ 3 ให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนที่ดินเฉพาะส่วนตามแผนที่วิวาท ให้โจทก์ หากจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติ ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการ แสดงเจตนาแทนจำเลย จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อัน …
- ฎีกาที่ 1825/2536
การที่ ฉ. จำนองทรัพย์สินของตนไว้เป็นประกันหนี้ของจำเลยผู้ล้มละลาย ทรัพย์สินที่จำนองย่อมเป็นประกันเพื่อการชำระหนี้กับทั้งค่าอุปกรณ์อันได้แก่ดอกเบี้ยตามสัญญาจำนอง เมื่อผู้ร้องฟ้องฉ. เพื่อบังคับจำนองและเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองไม่เพียงพอที่จะเปลื้องหนี้สินได้ทั้งหมด การจัดลำดับชำระหนี้ก่อนหลังต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 329คือต้องจัดใช้เป็นค่าฤชาธรรมเนียมก่อนแล้วจึงใช้ดอกเบี้ย สุดท้ายจึงชำระหนี้อันเป็นประธานและดอกเบี้ยนั้นจะต้องใช้ถึงวันขายทอดตลาดเพราะ ฉ. ผู้จำนองมิใช่ลูกหนี้ที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์จึงนำมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาใช้บังคับไม่ได้
- ฎีกาที่ 1825/2536
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด ผู้ร้องขอรับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้มีประกัน ศาลมีคำสั่งอนุญาตภายในเงื่อนไขว่าหากผู้ร้องได้รับชำระหนี้จากการบังคับจำนองไปแล้วเพียงใดก็ให้สิทธิของผู้ร้องที่จะได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยลดลงไปเพียงนั้น ดังนี้การที่ ฉ.จำนองทรัพย์สินของตนไว้เป็นประกันหนี้ของจำเลยต่อผู้ร้องทรัพย์สินซึ่งจำนองย่อมเป็นประกันเพื่อการชำระหนี้กับทั้งค่าอุปกรณ์อันได้แก่ดอกเบี้ยตามสัญญาจำนองด้วย เมื่อผู้ร้องฟ้อง ฉ.เพื่อบังคับจำนองและเงินได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองไม่เพียงพอปลดเปลื้องหนี้สินได้ทั้งหมด การจัดลำดับในการชำระหนี้ก่อนหลังจึงต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 329 คือ จัดใช้เป็นค่าฤชาธรรมเนียมเสียก่อนแล้วจึงใช้ดอกเบี้ย และในที่สุดจึงให้ใช้ในการชำระหนี้อันเป็นประธานสำหรับดอกเบี้ยนั้นต้องใช้ถึงวันขายทอดตลาด กรณีนี้จะนำความในมาตรา 100แห่งพระราชบัญญ …
- ฎีกาที่ 1825/2536
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด ผู้ร้องขอรับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้มีประกัน ศาลมีคำสั่งอนุญาตภายในเงื่อนไขว่าหากผู้ร้องได้รับชำระหนี้จากการบังคับจำนองไปแล้วเพียงใดก็ให้สิทธิของผู้ร้องที่จะได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยลดลงไปเพียงนั้น ดังนี้การที่ ฉ.จำนองทรัพย์สินของตนไว้เป็นประกันหนี้ของจำเลยต่อผู้ร้อง ทรัพย์สินซึ่งจำนองย่อมเป็นประกันเพื่อการชำระหนี้กับทั้งค่าอุปกรณ์อันได้แก่ดอกเบี้ยตามสัญญาจำนองด้วย เมื่อผู้ร้องฟ้อง ฉ.เพื่อบังคับจำนองและเงินได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองไม่เพียงพอปลดเปลื้องหนี้สินได้ทั้งหมด การจัดลำดับในการชำระหนี้ก่อนหลังจึงต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 329 คือ จัดใช้เป็นค่าฤชาธรรมเนียมเสียก่อนแล้วจึงใช้ดอกเบี้ย และในที่สุดจึงให้ใช้ในการชำระหนี้อันเป็นประธานสำหรับดอกเบี้ยนั้นต้องใช้ถึงวันขายทอดตลาด กรณีนี้จะนำความในมาตรา 100แห่งพระราชบัญ …
- ฎีกาที่ 1826/2536
การขอแก้ไขคำฟ้องเกี่ยวกับชื่อจำเลยและวันเกิดเหตุละเมิดซึ่งเป็นรายละเอียดแห่งคำฟ้อง มิใช่เป็น การขอแก้ไขคำฟ้องตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179(1) และ (2)แม้โจทก์ทั้งห้าจะมิได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขก่อนวันสืบพยานศาลชั้นต้นก็อนุญาตให้โจทก์ทั้งห้าแก้ไขได้ กรณีไม่อยู่ในบังคับตามมาตรา 180 แม้โจทก์จะมิได้บรรยายในคำฟ้องว่า ธ.เป็นเจ้าของรถยนต์เก๋งคันที่ถูกชน แต่โจทก์ทั้งห้าก็ได้บรรยายฟ้องไว้แล้วว่า จากเหตุรถชนกันทำให้รถยนต์ที่ ธ.ขับมาได้รับความเสียหายและ ธ. ถึงแก่ความตายเป็นเหตุให้โจทก์ที่ 1ซึ่งเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของ ธ. ได้รับความเสียหายเกี่ยวกับรถยนต์คันดังกล่าว คิดเป็นเงิน 315,000 บาท และโจทก์ที่ 1 ขอให้จำเลยชดใช้ราคารถยนต์คันดังกล่าวด้วยเมื่อทางพิจารณาได้ความว่ารถยนต์ที่ถูกชนเป็นรถของ ธ.การที่ศาลพิพากษาให้จำเลยชดใช้ราคารถคันดังกล่าวให้แก่โจทก์ที่ 1 จึงมิใช่เป็นการพิพากษา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1826/2536
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นคดีที่ห้าม โจทก์ มิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามมาตรา 248แห่งประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า คดีของโจทก์มีทุนทรัพย์เกินกว่า 200,000 บาท จึงไม่ต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 อีกทั้งฎีกาของโจทก์ยังเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายอีกด้วย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้ดำเนินการ ต่อไปด้วย หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 62) โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 1416 ตำบลอำแพงอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของนายโพธิ์ และล้ำเลิศเนื้อที่ 857.5 ตารางวา ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ยอมปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลย หากกฎหมาย ไม่เปิดช่องให้ ก็ขอให้นำที่ดินจำนวนดังกล่าวมาประมูลร่วมกัน ระหว่างทายาทของนายโพธิ์ และล้ำเลิศหากไม่สามารถตกลงก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1827/2536
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ข้อ 2 ของจำเลย ศาลอนุญาตให้โจทก์ระบุพยานเพิ่มเติมแล้วตามรายงานกระบวนพิจารณา ฉบับลงวันที่ 9 มีนาคม 2536อุทธรณ์ข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยและสำหรับอุทธรณ์ข้อ 3 ก็เป็นอุทธรณ์ที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น อุทธรณ์ของจำเลยจึงต้องห้ามไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ข้อ 3 ของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูง และปัญหาดังกล่าวนั้นจำเลยได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้นแล้ว ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.1โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 34) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าชดเชยจำนวน 43,200 บาท และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 12,480 บาท แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 31 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1829/2536
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์ยกอุทธรณ์โจทก์มีผลเท่ากับ ยกฟ้องโจทก์ยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ประกอบด้วย พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง มาตรา 4 จึงไม่รับฎีกาโจทก์ โจทก์เห็นว่า คดีของโจทก์ศาลอุทธรณ์ยังมิได้พิจารณาถึงข้อหาหรือความผิดที่โจทก์ฟ้อง โจทก์จึงมีสิทธิที่จะฎีกาให้ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัยว่าอุทธรณ์ของโจทก์ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับพิจารณานั้นเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามหรือไม่ หากศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ต้องกลับนำไปพิจารณาวินิจฉัย ใหม่ถึงข้อหาหรือความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ฎีกาของโจทก์ จึงไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 โจทก์จึงมีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎี …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1830/2536
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์แม้จะเป็นฎีกาในข้อกฎหมายแต่ก็ไม่เป็นสาระแก่คดีจึงไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ในประเด็นที่ว่า นางบุญเลี้ยงไม่ใช่บุตรของนางกำมาซึ่งเป็นทายาทของนางอุ้ยเจ้าของ ที่พิพาท เพราะนางกำมาไม่ได้แจ้งคนเกิดในสูติบัตรว่านางบุญเลี้ยงเป็นบุตรของตน ตามประมวลกฎหมายเกี่ยวกับทะเบียนราษฎร์ พ.ศ. 2534 มาตรา 18 ดังนั้น นางบุญเลี้ยงจึงไม่มีอำนาจขายที่พิพาทให้แก่จำเลยและสัญญาซื้อขายที่พิพาทระหว่างนางบุญเลี้ยงกับจำเลยไม่ได้ติดอากรแสตมป์ให้ถูกต้องตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 จึงเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ อีกทั้งการที่ นาง บุญเลี้ยงไม่ได้เข้ามาเป็นจำเลยร่วมในคดีนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 59 จึงนำคำเบิกความของนางบุญเลี้ยงมาประกอบการพิจารณาในคดีนี้ไม่ได้นั้น ล้วนเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดี อันควรได้รับการวินิจฉัยทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้ร …
- ฎีกาที่ 1831/2536
เมื่อการโอนหุ้นพิพาทระหว่างจำเลยกับผู้คัดค้านที่ 1 ได้กระทำขึ้นในระหว่างระยะเวลา 3 ปี ก่อนมีการขอให้จำเลยล้มละลายผู้คัดค้านที่ 1 จึงต้องมีภาระพิสูจน์ว่าได้รับโอนหุ้นพิพาทมาจากจำเลยโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ผู้คัดค้านที่ 1 สนิทสนมกับจำเลยเป็นอย่างดี และได้ประกอบกิจการค้าอยู่ด้วยกัน 4-5 ปี ก่อนจำเลยถูกฟ้องให้เป็นบุคคลล้มละลายจำเลยได้ถูกฟ้องคดีแพ่งเรียกเงินตามเช็คและถูกฟ้องคดีอาญาเกี่ยวกับความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค และในระหว่างระยะเวลานั้นผู้คัดค้านที่ 1 ก็ได้รับโอนหุ้นพิพาทมาจากจำเลย เมื่อผู้ร้องเรียกผู้คัดค้านที่ 1 มาสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องการรับโอนหุ้นพิพาท ผู้คัดค้านที่ 1 ก็ไม่ยอมมา ส่อให้เห็นถึงความไม่สุจริตผู้คัดค้านที่ 1 จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 114 ส่วนการโอนหุ้นพิพาทระหว่างผู้คัดค้านที่ 1 กับผู้คัดค้านที่ 2 เป็นการโอนกันภายหลังจากโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นบุคคลล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1831-1834/2536
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ ของจำเลยเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย ถือว่าเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องค่าเสียหายก็เป็น ข้อที่ไม่ได้ว่ากันมาแต่ต้น จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์จำเลยในประเด็นที่ว่า สัญญาจ้างแรงงาน ระหว่างโจทก์ทั้งสี่และจำเลยยังไม่เกิดขึ้น เพราะจำเลย ยังไม่มีคำสนองรับไปยังโจทก์ทั้งสี่ และประเด็นเรื่องค่าจ้าง ที่ว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ไม่ควรจะได้รับค่าจ้างเกินกว่า ระยะเวลาที่ทำงานให้จำเลย อันเป็นการตีความตามเอกสารหมาย จ.2 ว่ามีผลเป็นการบอกเลิกจ้างหรือไม่นั้น ล้วนแต่เป็นปัญหา ข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้ พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ทั้งสี่ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 40) คดีทั้งสี่สำนวนนี้ จำเลยเป็นบุคคลเดียวกัน ศาลแรงงานกลาง พิจารณาพิพากษารวมกันโดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกถึงสำนวนที่สี่ …
- ฎีกาที่ 1836/2536
อัยการสูงสุดได้มีหนังสือลงลายมือ ชื่อรับรองว่ารูปคดีมีเหตุอันควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัย จึงรับรองฎีกาของโจทก์เพื่อศาลฎีกาจะได้พิจารณาพิพากษาต่อไป การรับรองให้ฎีกาเช่นนี้ชอบด้วยมาตรา 221 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว ไม่จำต้องยกเหตุผลหรือระบุว่ามีข้อความใดในส่วนใดของฎีกาที่ศาลฎีกาควรจะวินิจฉัย
- ฎีกาที่ 184/2536
จำเลยให้การว่า เนื่องจากสัญญาขายฝากเป็นสัญญาต่างตอบแทน ซึ่งโจทก์มีหน้าที่ต้องเสนอค่าสินไถ่เป็นเงินสด โจทก์มิได้ขอปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายหรือข้อตกลงตามสัญญาขายฝากคำให้การดังกล่าวมิได้มีข้อความใดกล่าวถึงเลยว่าฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์ปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์สมบูรณ์หรือไม่จึงเป็นข้อที่มิได้ว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ทั้งปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะไม่รับวินิจฉัย โจทก์อ้างว่าต้นฉบับเช็คอยู่ที่ธนาคาร ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกโจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเรียกเอกสารจากธนาคารแต่ธนาคารได้มอบสำเนาเช็คให้แก่โจทก์นำมาส่งต่อศาลชั้นต้น โดยไม่มีผู้รับรองสำเนาถูกต้อง โจทก์ได้ยื่นคำแถลงขอส่งสำเนาเช็คต่อศาล ศาลชั้นต้นสั่งรับไว้รวม สำเนาก่อนวันสืบพยานโจทก์ 1 เดือนและเมื่อโจทก์อ้างเอกสารดังกล่าวกับพยานโจทก์หลายปากเบิกความถึงเอกสารดังกล่าวจำเลยมิได้คัดค้านว่าไม่มีต้นฉบับหรือ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1840/2536
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามฎีกา ในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขแล้ว ฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 โต้แย้งดุลพินิจของ ศาลอุทธรณ์ภาค 2เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกา จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 ที่ว่า สัญญากู้ตามฟ้อง ไม่อาจกระทำได้โดยบุคคลที่โจทก์อ้าง เป็นสัญญาที่โจทก์ได้จัดทำขึ้นเองโดยโจทก์ทราบดีว่าบุคคลที่ปรากฏลายมือชื่อ ในสัญญานั้น ไม่อาจมาเบิกความได้ เป็นฎีกาเกี่ยวกับความ สงบเรียบร้อยของประชาชน และฎีกาข้อ 2.2 ที่ว่าการนับอายุความ มรดกควรนับจากวันตายของนายเจริญ หรือนับจากวันที่โจทก์ทราบว่านายเจริญตาย นั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 124) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 91,875 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้ …
- ฎีกาที่ 1841/2536
การที่จำเลยใช้มีดพกสั้นวิ่งไล่แทงผู้เสียหายและพูดว่าจะฆ่าผู้เสียหาย แล้วชักอาวุธปืนจ้องยิงไปทางผู้เสียหาย 1 นัดเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย และจำเลยได้ลงมือกระทำความผิดไปแล้ว เมื่อผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าจำเลยมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนและพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยไม่รับอนุญาต แม้จะฟังได้ว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายและในชั้นสืบพยานจำเลย จำเลยจะตอบคำถามค้านของโจทก์ว่าพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาแก่จำเลยว่าพยายามฆ่า มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง และพาอาวุธปืนไปโดยไม่รับอนุญาต และจำเลยได้ลงชื่อไว้ในบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาซึ่งปรากฏตามบันทึกดังกล่าวว่า จำเลยได้ให้การว่าจำเลยไม่เคยได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนมาก่อนก็ตาม ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้นำสืบให้เห็นว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่อง …