ปี พ.ศ.: 2536
2,967 รายการ · หน้า 4 จาก 149
- ฎีกาที่ 1097/2536
การขอแก้ไขคำขอรับชำระหนี้จากเจ้าหนี้ไม่มีประกันเป็นเจ้าหนี้มีประกันตามมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 นั้นมาตราดังกล่าวมิได้กำหนดเวลาในการขอแก้ไขไว้ เจ้าหนี้จึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอแก้ไขได้ไม่ว่าระยะเวลาใด ๆ แม้จะได้มีการแบ่งทรัพย์สินครั้งที่สุดแล้วก็ตาม การที่ศาลจะอนุญาตให้แก้ไขหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับพฤติการณ์แห่งคดีเป็นราย ๆ ไป คดีนี้เมื่อศาลสั่งปิดคดีแล้ว ผู้ร้องเป็นผู้แจ้งต่อผู้คัดค้านว่าลูกหนี้ที่ 2 ยังมีที่ดินที่ลูกหนี้ที่ 2 จำนองไว้แก่ผู้ร้อง ผู้คัดค้านจึงรายงานศาลขอให้มีคำสั่งเปิดคดี ผู้คัดค้านทราบถึงทรัพย์สินของลูกหนี้ก็โดยผู้ร้องเป็นผู้เสนอข้อเท็จจริงต่อผู้คัดค้าน การทราบถึงทรัพย์สินของลูกหนี้ย่อมเป็นประโยชน์แก่เจ้าหนี้อื่น พฤติการณ์เช่นนี้ศาลอาจอนุญาตให้แก้ไขคำขอรับชำระหนี้ได้หากการขอรับชำระหนี้โดยไม่แจ้งว่าเป็นเจ้าหนี้มีประกันนั้นเกิดขึ้นโดยพลั้งเผลอ ผู้ร้องเป็นนิติบุ …
- ฎีกาที่ 1097/2536
การขอแก้ไขคำขอรับชำระหนี้มีบัญญัติไว้ในมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 ซึ่งบทบัญญัติในมาตราดังกล่าวมิได้กำหนดเวลาในการขอแก้ไขไว้เจ้าหนี้จึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอแก้ไขได้ไม่ว่าระยะเวลาใด ๆ แม้จะได้มีการแบ่งทรัพย์สินครั้งที่สุดแล้วก็ตาม ส่วนการที่ศาลจะอนุญาตให้แก้ไขได้หรือไม่นั้นย่อมขึ้นอยู่กับพฤติการณ์แห่งคดีเป็นราย ๆ ไป
- ฎีกาที่ 1097/2536
พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 97 การขอแก้ไขคำขอรับชำระหนี้จากเจ้าหนี้ไม่มีประกันเป็นเจ้าหนี้มีประกันตามมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 นั้น มาตราดังกล่าวมิได้กำหนดเวลาในการขอแก้ไขไว้ เจ้าหนี้จึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอแก้ไขได้ไม่ว่าระยะเวลาใด ๆ แม้จะได้มีการแบ่งทรัพย์สินครั้งที่สุดแล้วก็ตาม การที่ศาลจะอนุญาตให้แก้ไขหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับพฤติการณ์แห่งคดีเป็นราย ๆ ไป คดีนี้เมื่อศาลสั่งปิดคดีแล้ว ผู้ร้องเป็นผู้แจ้งต่อผู้คัดค้านว่าลูกหนี้ที่ 2 ยังมีที่ดินที่ลูกหนี้ที่ 2 จำนองไว้แก่ผู้ร้อง ผู้คัดค้านจึงรายงานศาลขอให้มีคำสั่งเปิดคดี ผู้คัดค้านทราบถึงทรัพย์สินของลูกหนี้ก็โดยผู้ร้องเป็นผู้เสนอข้อเท็จจริงต่อผู้คัดค้าน การทราบถึงทรัพย์สินของลูกหนี้ย่อมเป็นประโยชน์แก่เจ้าหนี้อื่น พฤติการณ์เช่นนี้ศาลอาจอนุญาตให้แก้ไขคำขอรับชำระหนี้ได้หากการขอรับชำระหนี้โดยไม่แจ้งว่าเป็นเจ้าหนี้มีประกันนั้นเกิด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:11/2536
ความว่า จำเลยฎีกาศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ส่วนปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยนั้นไม่เป็นสาระอันควรได้รับวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า หนังสือมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ตามเอกสารหมาย จ.7 ปิดอากรแสตมป์เพียง 10 บาทชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีหรือไม่ ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาแตกต่างจากฟ้อง ศาลจะพิพากษายกฟ้องหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายสมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 51) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 จำคุก 1 ปี จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 50) จำเลยจึงยื่นคำร้อ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1100/2536
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีเป็นคดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามฎีกา ในข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า ฎีกาที่ว่าจำเลยได้ไถ่ถอนการขายฝากที่ดิน พิพาทจากโจทก์แล้วหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันควรได้รับ การวินิจฉัยจากศาลสูง และคดีนี้เป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ อันมิอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ จึงไม่ต้องห้ามฎีกาแต่อย่างใด โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 53) โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกไป จากที่ดินตามน.ส.3 ก. เลขที่ 3520 เล่ม 36 ก. หน้า 21 ตำบลกุดล้องชัยอำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 52) โจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 53) คำสั่ง พิเคราะ …
- ฎีกาที่ 1101/2536
จำเลยนำใบมอบอำนาจ 2 ฉบับที่โจทก์ลงลายมือชื่อไว้ในช่องผู้มอบอำนาจไปกรอกข้อความว่า โจทก์ได้มอบอำนาจให้จำเลยไปจัดการยกที่ดินโฉนดเลขที่ 561 ให้แก่จำเลยโดยเสน่หาและมอบอำนาจให้จำเลยขายที่ดินโฉนดเลขที่ 558,559 ให้แก่จำเลยทั้งจำเลยยังทำหนังสือขึ้นอีกฉบับหนึ่งว่าภรรยาโจทก์ให้ความยินยอมในการทำนิติกรรมนั้นโดยโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้จำเลยกระทำการเช่นนั้นเลย จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 โจทก์เป็นเจ้าของลายมือชื่อเมื่อจำเลยเอาลายมือชื่อไปใช้โดยโจทก์ไม่ยินยอม โจทก์ย่อมเป็นผู้เสียหายโดยไม่จำต้องวินิจฉัยว่าที่ดินที่ไปจัดการโอนตามใบมอบอำนาจจะเป็นของโจทก์หรือไม่ การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกับพวกลักเอาหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์ลงลายมือชื่อในช่องผู้มอบอำนาจไว้แล้วไปกรอกข้อความลงในหนังสือมอบอำนาจเป็นการปลอมเอกสารสิทธิ ต่อมาจำเลยใช้เอกสารปลอมดังกล่าวไปยื่นต่อเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อให้หลงเชื่อว่าเป …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1101/2536
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ฎีกาของจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟัง พยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ย่อมต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว จึงไม่รับฎีกา ของจำเลย จำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษา แก้ไขอัตราโทษ และฐานความผิดเป็นการแก้ไขมาก คดีจึงมิต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้ พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 58) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคแรก,66 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครอ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1102/2536
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้วว่า จำเลยหลอกลวงผู้เสียหายฎีกาของจำเลยที่ว่าศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงนี้ จึงเป็นการฎีกา ข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้าม จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในประเด็นที่ว่าการกระทำของจำเลยครบองค์ประกอบความผิดตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ดังที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ และจำเลยได้ต่อสู้ในประเด็นนี้ ไว้ชัดแจ้งทั้งในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ซึ่งคดีนี้เป็นคดีแพ่ง เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ในการวินิจฉัยคดีของศาลจึงสมควร ที่จะต้องวินิจฉัยองค์ประกอบความผิดให้แจ้งชัด ฎีกาของจำเลย ในประเด็นดังกล่าวนี้เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายอันควรได้รับ การพิจารณาวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายทรงคุณ อัตถากรผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม …
- ฎีกาที่ 1106/2536
โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์กับ ป. แต่งงานอยู่กินเป็นสามีภรรยากันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ระหว่างอยู่กินเป็นสามีภรรยาทั้งโจทก์และ ป. ต่างมีทรัพย์สินมาลงหุ้นส่วนกัน โจทก์กับ ป.จึงเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน เมื่อ ป. ถึงแก่ความตายหุ้นส่วนระหว่างโจทก์กับ ป. จึงเลิกกันและขณะที่ ป. ถึงแก่ความตายมีทรัพย์สินของหุ้นส่วนหลายรายการ รวมทั้งบ้านและที่ดินพิพาทด้วย จำเลยให้การเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า โจทก์ไม่มีทรัพย์สินใดแม้แต่แรงงานมาลงหุ้นกับ ป. ในลักษณะของสัญญาหุ้นส่วน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องโดยอาศัยสัญญาการเข้าเป็นหุ้นส่วนได้ ทรัพย์สินตามฟ้องล้วนเป็นทรัพย์สินที่ ป. มีมาก่อนอยู่กินกับโจทก์ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันระหว่างโจทก์กับ ป. ศาลชั้นต้นจึงกำหนดเป็นประเด็นพิพาทว่า ทรัพย์สินพิพาทเป็นหุ้นส่วนระหว่างโจทก์กับ ป. หรือไม่เพียงใด เช่นนี้ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยเป็นผู้ออกเงินซื้อบ้านและที่ด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1106/2536
ความว่า ผู้ร้องฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลา การบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 104) คดีสืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดี ยึดรถยนต์บรรทุก อีซูซุ หมายเลขทะเบียน 20-0669 สมุทรสาครพร้อมอุปกรณ์จากจำเลยเพื่อบังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นผู้ร้องยื่นคำร้องว่ารถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวเป็นของผู้ร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า ขณะที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดรถนั้นกรรมสิทธิในรถยนต์ ยังเป็นของผู้ร้องอยู่ปรากฏหลักฐานตามหนังสือแสดง การจดทะเบียนของสำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรสาครไม่ใช่ ของจำเลย จึงพิพากษาให้ปล่อยรถบรรทุก อีซูซุ หมายเลขทะเบียน 20-0669 สมุทรสาคร ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 95,99) ชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้งดการถอนการยึดรถยนต์พิพาทไว้ (อันดับ 83) คำสั่ง คำร้องของ ผู้ร้องพอแปลได้ว่า ผู้ร้องขอค …
- ฎีกาที่ 1107/2536
การที่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้า แจ้งให้โจทก์ทราบเป็นหนังสือว่าไม่อาจรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้โจทก์ได้เนื่องจากเครื่องหมายการค้าคำว่า "JUNIORGAULTIER" ที่โจทก์ยื่นคำขอจดทะเบียน เหมือนหรือเกือบเหมือนกับเครื่องหมายการค้าคำว่า "JeanPaulGAULTIER" และคำว่า "J.P.GAULTIER" ซึ่งจำเลยนำมายื่นคำขอจดทะเบียนไว้ กรณีจึงถือได้ว่ามีข้อโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้วว่า โจทก์หรือจำเลยมีสิทธิที่จะได้รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอของตน โจทก์จึงมีอำนาจที่จะเสนอคดีของตนต่อศาลได้ ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474มาตรา 17 ประกอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1109/2536
ความว่า จำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า เนื่องจากศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นคำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ถึงที่สุด คดีต้องห้ามฎีกาคำสั่ง จึงไม่รับฎีกาคำสั่ง จำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยดำเนินคดี อย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืน จำเลยย่อมฎีกาต่อศาลฎีกาได้ ไม่เป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาคำสั่งของจำเลยและอนุญาต ให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถาด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 105 แผ่นที่ 3) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,340,590.97 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 1,000,000 บาทนับถัดจากวันฟ้อง (วันฟ้องวันที่ 14 มกราคม 2531) จนกว่า จะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักพอฟังว่าจำเลยเป็นคนจากจนไม่มีเงินเสียค่าฤชาธรรมเ …
- ฎีกาที่ 1110/2536
ฎีกาของจำเลยคงอ้างเหตุอย่างเดียวกับที่อุทธรณ์โดยมิได้ยกข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายขึ้นโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า ที่พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นการไม่ชอบ หรือผิดพลาดข้อไหนอย่างไร แต่ประการใดเลย จึงเป็นฎีกาที่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก
- ฎีกาที่ 1110/2536
ฎีกาของจำเลยคงอ้างเหตุอย่างเดียวกับที่อุทธรณ์โดยมิได้ยกข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายขึ้นโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า ที่พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นการไม่ชอบ หรือผิดพลาดข้อไหนอย่างไร แต่ประการใดเลย จึงเป็นฎีกาที่ขัดต่อ ป.วิ.พ. มาตรา 249วรรคแรก
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1110-1111/2536
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกา ของจำเลยที่ 3 เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับ จำเลยที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 3 เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 3ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 148) คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียกนายสมานไทยประทานนายศักดาวุฒิโกศลปลั่งศรีและนายวิสูตร เทียนปั่น จำเลยในสำนวนแรกว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับ และเรียก นายวรรณ บุญกอแก้ว จำเลยในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 4 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4กับที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กับมาตรา 335(ที่แก้ไขแล้ว) ตามลำดับ จำคุกคนละ 5 ปีข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกฟ้อง ริบแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอม ของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 มีความ …
- ฎีกาที่ 1112/2536
โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาต่อศาลชั้นต้นในกรณีฉุกเฉิน ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งอนุญาต จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาดังกล่าวเป็นกรณีฉุกเฉินเช่นกัน ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งให้ยกคำร้องของ จำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาของศาลชั้นต้นเสีย คำสั่งของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 267 วรรคสอง โจทก์ไม่มีสิทธิฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1116/2536
ความว่า ผู้คัดค้านทั้งสี่ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้รับสำเนาคำร้อง เนื่องจากเจ้าหน้าที่เดินหมายรายงานศาลว่า ส่งสำเนาคำร้อง ขอทุเลาการบังคับให้แก่ผู้ร้องไม่ได้เพราะไม่พบผู้ร้อง และบ้านใส่กุญแจไว้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าผู้ร้องได้ยื่น แก้ฎีกาแล้ว จึงให้รวม (อันดับ 152) ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนว่าที่ดินพิพาท เนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน 51 เศษหนึ่งส่วนสิบ ตารางวา ตกเป็น กรรมสิทธิ์ของนายทรงศักดิ์จงกลนี ผู้ร้อง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1342 ผู้คัดค้านทั้งสี่ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 142,140) ชั้นอุทธรณ์ ผู้คัดค้านทั้งสี่ยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 123 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 7(พ.ศ. 2497)ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 การจดทะเบี …
- ฎีกาที่ 1117/2536
คดีก่อน ส. ยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับ ส. ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องและคำร้องคัดค้านคดีถึงที่สุด ในคดีนี้ผู้คัดค้านมายื่นคำร้องคัดค้านขอเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้อง คู่ความทั้งสองคดีจึงมิใช่คู่ความเดียวกันไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อน ผู้คัดค้านเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว เป็นทายาทโดยธรรมและมีสิทธิรับมรดกแทนที่บิดาได้ จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของปู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713สมควรตั้งเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1117/2536
ความว่า ผู้คัดค้านทั้งสี่ฎีกา ผู้ร้องเห็นว่าฎีกาของผู้คัดค้านทั้งสี่มีประเด็นโต้เถียงเพียงประเด็นเดียวว่าผู้คัดค้านได้นำสืบว่า ผู้ครอบครองทั้ง 10 คนได้เข้าครอบครองที่พิพาทโดยมาขออาศัยทำกินจากผู้คัดค้านทั้งสี่ไว้แล้วจริงหรือไม่ นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 และไม่มีสาระสมควรที่จะได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ขอท่านรองประธานศาลฎีกา ซึ่งประธานศาลฎีกามอบหมาย โปรดมีคำสั่งว่า ฎีกาของ ผู้คัดค้านทั้งสี่ทุกข้อไม่มีสาระอันควรได้รับการพิจารณา พิพากษาจากศาลฎีกาด้วย หมายเหตุ ผู้คัดค้านทั้งสี่แถลงคัดค้าน (อันดับ 159) ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนว่าที่ดินพิพาท เนื้อที่4 ไร่ 3 งาน 51 เศษหนึ่งส่วนสิบ ตารางวา ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายทรงศักดิ์จงกลนี ผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ผู้คัดค้านทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง …
- ฎีกาที่ 112/2536
ความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียม ป.วิ.พ. มาตรา 161 บัญญัติให้เป็นดุลพินิจของศาลโดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการสู้ความหรือการดำเนินคดีการที่ศาลใช้ดุลพินิจกำหนดค่าเสียหายให้จำเลยชดใช้แก่โจทก์ต่ำกว่าที่โจทก์ขอมาในฟ้อง ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ดำเนินคดีโดยไม่สุจริต ศาลพิพากษาให้จำเลยรับผิดค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์ตามทุนทรัพย์ที่ฟ้อง เป็นการใช้ดุลพินิจที่ชอบ.