ปี พ.ศ.: 2536
2,967 รายการ · หน้า 8 จาก 149
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1193/2536
ความว่า โจทก์ฎีกา เนื่องจากโจทก์ไม่ติดใจที่จะ ดำเนินคดีในชั้นฎีกาต่อไป จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาต หมายเหตุ ทนายจำเลยแถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้าน โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้เพิกถอนสัญญาจำนองที่ดินโฉนดที่ 54997 เลขที่ดิน 220 ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลีจังหวัดสมุทรปราการ และสัญญาค้ำประกัน ฉบับลงวันที่ 9 มกราคม 2531 ให้จำเลยคืนโฉนดที่ดินดังกล่าวโดยปลอดจำนอง และคืนสัญญาจำนอง สัญญาค้ำประกันให้โจทก์หรือให้จำเลย ทำลายเสีย ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ สำเนา ให้จำเลย ให้โจทก์นำส่งภายใน 5 วัน หากส่งไม่ได้ให้แถลงเพื่อดำเนินการต่อไปภายใน 15 วัน นับแต่วันส่งไม่ได้ หากไม่แถลงให้ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องฎีกา (อันดับ 150) ปรากฏว่าพ้นกำหนด 5 วันแล้วโจทก์หรือผู้แทนโจทก์ไม่มาเสียค่าธรรมเนียมในการส่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ส่ง ศาลฎีกาเพื่อสั่งต่อไป (อันดับ 152 …
- ฎีกาที่ 1196/2536
ฟ้องโจทก์ตั้งประเด็นข้อกล่าวหาว่า ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสของโจทก์กับจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้นำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนยกให้แก่จำเลยที่ 2 โดยโจทก์ไม่ยินยอม และจำเลยที่ 2 ได้ไปจดทะเบียนจำนองไว้แก่ธนาคาร ขอให้เพิกถอนการยกให้ที่ดินส่วนที่เป็นของโจทก์และใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของร่วมกับจำเลยที่ 2 กับขอให้จำเลยที่ 2ไถ่ถอนการจำนองที่ดินส่วนของโจทก์ ดังนี้แม้จำเลยที่ 1 ให้การและแถลงรับข้อเท็จจริงตามฟ้อง คำให้การและคำแถลงของจำเลยที่ 1ดังกล่าวก็หามีผลผูกพันจำเลยที่ 2 ที่ให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ไม่ทั้งจำเลยที่ 2 มิได้ให้การและโจทก์มิได้ยอมรับว่า จำเลยที่ 2แย่งการครอบครองที่ดินพิพาทไปจากโจทก์เกินกว่า 1 ปี การที่ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงตามคำให้การและคำแถลงของจำเลยที่ 1 ว่าจำเลยที่ 1 จดทะเบียนยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 โดยโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอม นิติกรรมการยกให้ไม่สมบูรณ์และฟังว่าหลังจากการยกให้ที่ดินพิ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1197/2536
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์ ฎีกาจำเลยที่ 1 แล้ว เห็นว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ในการรับฟังพยานหลักฐานทั้งสิ้น และทุนทรัพย์พิพาทใน ชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นปัญหา ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่ต้อง ห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน120,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 20,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2532 และของต้นเงิน 100,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2533 จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1198/2536
ความว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องในระหว่างการพิจารณาของ ศาลอุทธรณ์ขออนุญาตยื่นพยานเอกสารเป็นพยานหลักฐานในสำนวน แต่ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาและไม่สั่งคำร้อง ของจำเลย จำเลยขอเรียนว่าจำเลยไม่สามารถยื่นพยานเอกสาร ดังกล่าวในศาลชั้นต้นเป็นเพราะพฤติการณ์ไม่เปิดช่องให้ กระทำได้ การที่ศาลอุทธรณ์ไม่สั่งคำร้องของ จำเลยจึงไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย ขอศาลฎีกาได้โปรดมีคำสั่งและวินิจฉัยพยาน เอกสารในคำร้องดังกล่าวด้วย หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 197) ระหว่างพิจารณา จำเลยถึงแก่ความตาย โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกนายเทวินสุทัตตกุลและนางวาสนาภู่พานิช ทายาทของจำเลยเข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลย ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนสัญญาให้ที่ดินเฉพาะส่วนโฉนดเลขที่ 21051,10935,1279 และ 1752 ตำบลหนองปรืออำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ระหว่างโจทก์จำเลยคำขออื่นให้ยกเสีย ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้อ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1199/2536
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกาฉบับลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2536ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 218 ฎีกาฉบับนี้ เป็นฎีกาดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้าม ไม่รับเป็นฎีกาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาที่ว่าคำเบิกความของประจักษ์พยาน โจทก์แตกต่างกันในสาระสำคัญ และขัดกับเหตุผล จึงเป็นพยาน หลักฐานที่มีเหตุอันควรสงสัยเป็นอย่างยิ่งและควรยกประโยชน์ แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยทั้งสอง แต่ศาลอุทธรณ์กลับรับฟัง พยานหลักฐานดังกล่าว จึงเป็นการรับฟังพยานโดยไม่ชอบด้วย กฎหมาย เป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลย ทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 75) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง,83 ให้ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี ศาลอุทธรณ์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:12/2536
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยทุกข้อ เป็นฎีกาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในข้อ 2(2.2) ในประเด็นที่ว่า บาดแผลที่โจทก์ร่วมได้รับจากการทำร้ายของจำเลยเป็นบาดแผลสาหัสหรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 81) ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายชานนท์คำมาหล้าผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 247(8) จำคุก 4 ปี จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน เป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงาน ถือว่ากรณีมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ให้ยกฟ้องฐานพยายามฆ่าเสีย ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดั …
- ฎีกาที่ 120/2536
จำเลยถึงแก่ความตายก่อนโจทก์ฟ้องคดี แสดงว่าขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ จำเลยไม่มีสภาพเป็นบุคคลตามกฎหมาย ไม่อาจเป็นคู่ความในคดีได้ โจทก์จึงไม่อาจยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลได้ แต่เมื่อศาลรับฟ้องไว้แล้วจึงต้องจำหน่ายคดี
- ฎีกาที่ 120/2536
จำเลยถึงแก่ความตายก่อนโจทก์ฟ้อง จึงไม่มีสภาพเป็นบุคคลตามกฎหมาย ไม่อาจเป็นคู่ความในคดีได้ โจทก์จึงไม่อาจยื่นฟ้องจำเลยต่อศาล.
- ฎีกาที่ 1204/2536
การที่ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมแล้วลงความเห็นว่า ลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมไม่ใช่ลายมือชื่อของส. นั้น เป็นการแสดงความเห็นตามหลักวิชาการ หาได้รับฟังถ้อยคำจากบุคคลใดมากล่าว ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญจึงมิใช่พยานบอกเล่าแต่ศาลก็มิได้รับฟังคำเบิกความของผู้เชี่ยวชาญเป็นหลักในการวินิจฉัยเสมอไป หากแต่รับฟังประกอบดุลพินิจของศาลเท่านั้น
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1204/2536
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีนี้เป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้เมื่อคดีมีทุนทรัพย์เพียง 100,000 บาท และฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า ฎีกาที่ว่าบ้านพิพาททั้งสามหลังซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินของโจทก์นั้นเป็นส่วนควบกับที่ดินหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสามได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าพินัยกรรมฉบับลงวันที่17 มีนาคม 2529 ซึ่งจำเลยทั้งสามนำมาอ้างนั้นเป็นโมฆะห้ามมิให้จำเลยทั้งสามเข้ามาเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินในส่วนที่เป็นของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 110) โจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 111) คำสั่ง โจทก์ฟ้องอ้างว่า ได้รับมรดกที่ดินโฉนดเลขที่ 12166พร้อมบ้าน 3 หลังมาจากบิดา บ้านทั้งสาม …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1205/2536
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างและแก้ไขโทษจำคุกและให้ลงโทษจำคุกจำเลย ไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า เอกสารหมาย จ.1 จะเป็น เอกสารปลอมหรือไม่ผู้กระทำเอกสารดังกล่าวมีเจตนาอย่างไร และการที่โจทก์ไม่สามารถนำสืบให้ศาลเห็นได้ว่าผู้กระทำเอกสาร มีเจตนาอย่างไรจึงไม่อาจรับฟังได้ว่าเป็นเอกสารปลอม ที่ศาลล่าง พิพากษาลงโทษจำเลยเป็นการรับฟังพยานหลักฐานนอกสำนวนล้วนเป็น ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้ พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264 ประกอบมาตรา 265 จำคุก 3 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 6 เดือน นอกจากที …
- ฎีกาที่ 121/2536
พ.ร.บ. การรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 มีผลใช้บังคับในวันที่21 กุมภาพันธ์ 2535 เมื่อปรากฏว่าการส่งมอบและตรวจรับสินค้าทำขึ้นก่อนที่ พ.ร.บ. ดังกล่าวมีผลใช้บังคับ ดังนั้น เรื่องอายุความฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความสูญหายหรือบุบสลายของสินค้าที่ขนส่งทางทะเลจึงต้องนำ ป.พ.พ. มาตรา 624 ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นมาปรับแก่คดีในฐานะเป็นกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 4 เมื่อปรากฏว่าผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับตราส่งตรวจรับและพบความเสียหายของสินค้าที่ซื้อและส่งมาทางทะเลตั้งแต่วันที่4 มกราคม 2527 แต่โจทก์ในฐานะผู้รับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยเพิ่งมาฟ้องจำเลยเพื่อไล่เบี้ยเรียกค่าเสียหายที่โจทก์ได้ชำระให้แก่ผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัยไป ในวันที่ 9 ตุลาคม 2528ซึ่งเป็นระยะเวลาเกินกว่า 1 ปี นับแต่วันส่งมอบหรือวันที่ควรจะได้ส่งมอบสินค้า คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตร …
- ฎีกาที่ 1211/2536
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 1 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 1 เดือนและปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีเป็นการแก้ไขมาก แต่ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษปรับ 2,000 บาท และรอการลงโทษจำคุกไว้นั้น ไม่เป็นการเพิ่มเติมโทษ จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219
- ฎีกาที่ 1211/2536
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๓ มีกำหนด ๑ เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำคุกจำเลยที่ ๓ มีกำหนด ๑ เดือน และปรับ ๒,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี เป็นการแก้ไขมาก แต่ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษปรับ ๒,๐๐๐ บาท และ รอการลงโทษจำคุกไว้นั้น ไม่เป็นการเพิ่มเติมโทษ จึงต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1211/2536
ความว่า คู่ความในคดีนี้ได้ยื่นโฉนดที่ดินเลขที่ 82เลขที่ดิน 46 ตำบลลาดหลุมแก้ว อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัด ปทุมธานี เป็นพยานเอกสารต่อศาล ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้กรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินดังกล่าวได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายไว้ และมีความจำเป็นที่จะต้องนำโฉนดที่ดินดังกล่าวมาโอนและ จดทะเบียนขายให้กับผู้จะซื้อ จึงมีความประสงค์ที่จะขอยืม ต้นฉบับโฉนดที่ดินที่อยู่กับศาลไปจดทะเบียนเฉพาะส่วนของ ผู้ร้องและจะนำมาคืนให้กับศาลภายใน 7 วัน โปรดอนุญาต หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องสอดทั้งเก้าและจำเลยทั้งสี่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกโฉนดเลขที่ 82 ตำบลลาดหลุมแก้ว อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 และให้จำเลยแบ่งที่ดินมรดกดังกล่าวให้กับโจทก์ทั้งห้า ฯลฯ ผู้ร้องสอดที่ 1 ถึงที่ 9 ร้องสอดเป็นทำนองเดียวกันขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินมรดกที่พิพาทระหว่างจำเลยที่ 1ก …
- ฎีกาที่ 1212/2536
คำแถลงการณ์เป็นหนังสือนั้นจำเลยมีสิทธิยื่นได้ก่อนวันศาลฎีกาพิพากษา ไม่จำเป็นต้องให้ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตก่อน เมื่อจำเลยไม่ได้ยื่นตามที่มีสิทธิจะยื่นได้ จึงถือว่าจำเลยไม่ติดใจยื่นคำแถลงการณ์ดังกล่าว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ จำเลยมิได้อุทธรณ์ในปัญหานี้ ปัญหาเรื่องอายุความจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ทั้งไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ฎีกาจำเลยที่ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้ ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า การที่ บ. ได้มอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ซื้อแล้ว จึงเป็นการโอนสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ซื้อโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่จำต้องทำสัญญาซื้อขายเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การที่โจทก์นำพยานบุคคลมาสืบถึงสิทธิในที่ดินพิพาทว่าบิดาโจทก์ซื้อที่พิพาทจาก บ. จึงมิใช่เป็นการนำพยานบุคคลมาสืบแทนเอกสาร หาต้องห้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1212/2536
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าพิเคราะห์แล้วฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ ซึ่งเป็นการฎีกาปัญหา ข้อเท็จจริง และคดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกิน200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 แก้ไขใหม่จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาที่ว่าการที่ศาลล่างยึดถือเอาหนังสือรับสารภาพผิดว่าทำละเมิดมาเป็นข้อวินิจฉัยความผิดของจำเลยที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 2 และโจทก์ต่างรับกันแล้วว่าที่รับสารภาพเช่นนั้นเพียงเพื่อเอารถยนต์ทั้งห้าคันออกจากสถานีตำรวจเท่านั้นและตกลงกันด้วยว่าความรับผิดทางแพ่งให้ไปว่ากล่าวกันเอง เป็นปัญหาข้อกฎหมายและความผิดมิได้เกิดจากจำเลยที่ 2 แต่เกิดจากคนขับรถของโจทก์ที่ 2 โปรดมี คำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้ด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องแล้ …
- ฎีกาที่ 122/2536
ตามหนังสือสัญญาเช่าซื้อระบุว่า ราคาเงินผ่อนเพิ่มดอกเบี้ย14 เปอร์เซ็นต์ต่อปี แสดงว่าราคาเงินผ่อนคือราคาเงินสดบวกดอกเบี้ยดอกเบี้ยจะเป็นส่วนหนึ่งของเงินค่าเช่าซื้อที่จะต้องชำระ ฉะนั้นข้อสัญญาที่ว่าถ้าผู้เช่าซื้อชำระเงินค่าเช่าซื้อครบ 80,000 บาทผู้ให้เช่าซื้อยินยอมโอนที่ดินที่เช่าซื้อให้ จึงหมายถึงราคาเงินผ่อนที่รวมดอกเบี้ยเข้าด้วยแล้ว หาใช่เฉพาะเงินต้นต้องครบ80,000 บาทไม่ ฎีกาที่เป็นการโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น มิได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้.
- ฎีกาที่ 1228/2536
คำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ให้ด้วยความสมัครใจเป็นข้อสนับสนุนคำเบิกความของผู้เสียหายให้มีน้ำหนักรับฟังได้ จำเลยกับ ว. คบคิดกันจะขอเงินผู้เสียหาย 20 บาท หากผู้เสียหายไม่ให้จะใช้มีดจี้ขู่เอาเงิน ดังนั้นการที่จำเลยบอกให้ว. ใช้มีดจี้ขู่ผู้เสียหายหลังจากที่ผู้เสียหายไม่ยอมให้เงินตามที่จำเลยกับ ว. พูดขอถือว่าเป็นการกระทำส่วนหนึ่งของการที่ว. ใช้มีดจี้ขู่ผู้เสียหายตามที่ได้คบคิดกันมาก่อนแล้ว และจำเลยยังอยู่ในที่เกิดเหตุในลักษณะพร้อมจะช่วยเหลือ ว. แต่เมื่อจำเลยไม่ได้ทรัพย์สินไปจากผู้เสียหาย จำเลยจึงมีความผิดฐานร่วมกับว. พยายามชิงทรัพย์ผู้เสียหาย
- ฎีกาที่ 1229/2536
องค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341ต้องประกอบด้วยผู้หลอกลวงมีเจตนาทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งและผลการหลอกลวงนั้นทำให้ผู้หลอกลวงได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง หรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ฟ้องโจทก์บรรยายว่าจำเลยให้คำรับรองต่อโจทก์ต่อหน้าพนักงานสอบสวนว่าจะชำระหนี้แทนนาง ส. และขอให้โจทก์ถอนคำร้องทุกข์เป็นคำมั่นสัญญาที่จำเลยจะปฏิบัติในอนาคต คำรับรองดังกล่าวจึงไม่ใช่ข้อความเท็จ เพราะโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยมีความตั้งใจมาแต่แรกขณะให้คำรับรองว่าจะไม่ปฏิบัติตามนั้น ฟ้องโจทก์จึงขาดองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกง