ปี พ.ศ.: 2545
1,958 รายการ · หน้า 27 จาก 98
- ฎีกาที่ 2447/2545
โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทมาก่อนการเวนคืนภายในระยะเวลา 5 ปี ในราคาเฉลี่ยตารางวาละ 2,383.50 บาท โดยโจทก์มิได้ใช้ที่ดินพิพาทอยู่อาศัยหรือใช้ประกอบการทำมาหาเลี้ยงชีพหรือทำประโยชน์ที่ดินพิพาทอย่างแท้จริง เข้ากรณีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มาตรา 22 ที่จะกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินให้ต่ำกว่าเงินค่าทดแทนที่ดินที่กำหนดตามมาตรา 21 ก็ได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่าราคาที่ดินพิพาทในขณะที่โจทก์ได้ที่ดินพิพาทมา ทั้งที่ดินพิพาทอยู่ในทำเลที่ห่างไกล แม้จะอยู่ติดถนนสาธารณะและถมดินไว้แล้ว แต่จากสภาพความเจริญของท้องถิ่นในระยะเวลาที่ผ่านไป 5 ปี ไม่น่าจะทำให้ที่ดินพิพาทมีราคาเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัวได้ ที่คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้น ฯ กำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์ตารางวาละ 6,000 บาท เป็นธรรมแก่โจทก์ผู้ถูกเวนคืนแล้ว
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:245/2545
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีต้องห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นไม่รับรองให้ฎีกา ส่วนปัญหาข้อกฎหมายก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกาโจทก์ โจทก์เห็นว่า อำนาจในการวินิจฉัยว่าปัญหาข้อกฎหมายใดมีสาระแก่คดีหรือไม่ มิใช่เป็นอำนาจของผู้พิพากษาในศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 และปัญหาข้อกฎหมายที่โจทก์หยิบยกมาฎีกานั้น คือปัญหาคำให้การจำเลยที่ขัดแย้งกันเอง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 โปรดรับฎีกาของโจทก์ในปัญหาข้อกฎหมายต่อไป หมายเหตุ จำเลยยังมิได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง เนื้อที่ 23 ไร่เศษหมู่ที่ 1 ตำบลโคกหาร อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ เป็นของโจทก์ ให้ขับไล่จำเลยกับบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท และห้ามจำเลยกับบริวารเข้าเกี่ยวข้องที่ด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:246/2545
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษา ไม่อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.2 ที่ว่า ยาเสพติดให้โทษมีสารบริสุทธิ์ไม่ถึง 20 กรัม ยังไม่เข้าองค์ประกอบตามมาตรา 15 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จึงเป็นการมิชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังมิได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,66 วรรคหนึ่ง,102 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้ลงโทษจำคุก 6 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้ลงโทษจำคุก 5 ปี รวมให้ลงโทษจ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:247/2545
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 เป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง โจทก์ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ยกคำร้อง โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่าคดีมีทุนทรัพย์หรือไม่มีทุนทรัพย์นั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 ซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์เฉพาะเนื้อหาสาระในอุทธรณ์เท่านั้น คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกา จึงไม่ถูกต้อง โปรดรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยยังมิได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 ก. เลขที่ 572(ที่ถูกโฉนดที่ดินเลขที่ 25578) ตำบลยางคำ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น และเพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 25578 ตำบลยางคำ อำเภอหนอ …
- ฎีกาที่ 2473/2545
ด.มารดาของช.และช. ผู้เป็นบุตรถึงแก่ความตายแล้ว ไม่อาจให้ความยินยอมในการที่ผู้ร้องขอจดทะเบียนรับ ช. เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1548 วรรคสาม ผู้ร้องไม่อาจกระทำได้โดยวิธีอื่นนอกจากดำเนินการทางศาล ในเมื่อบุคคลที่จะต้องให้ความยินยอมในการขอจดทะเบียนดังกล่าวไม่มีผู้ใดยังมีชีวิตอยู่ ผู้ร้องจึงชอบที่จะใช้สิทธิทางศาลเพื่อให้พิพากษาว่า ช. เป็นบุตรผู้ร้องได้
- ฎีกาที่ 2473/2545
เด็กและมารดาของเด็กถึงแก่ความตายแล้ว กรณีจึงเป็นเรื่องที่บุคคลทั้งสองไม่อาจให้ความยินยอมในการที่ผู้ร้องขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตาม ป.พ.พ.มาตรา 1548 วรรคสาม ผู้ร้องไม่อาจกระทำได้โดยวิธีอื่นนอกจากดำเนินการทางศาล ในเมื่อบุคคลที่จะต้องให้ความยินยอมในการขอจดทะเบียนดังกล่าวไม่มีผู้ใดยังมีชีวิตอยู่เช่นนี้ ผู้ร้องก็ชอบที่จะใช้สิทธิทางศาลได้
- ฎีกาที่ 248/2545
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 ให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจในการลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยที่มีอายุกว่าสิบเจ็ดปีแต่ยังไม่เกินยี่สิบปี โดยพิเคราะห์ถึงความรู้สึกผิดชอบและสิ่งอื่นทั้งปวงเกี่ยวกับจำเลย ดังนั้น ศาลอาจลดมาตราส่วนโทษให้แก่จำเลยหนึ่งในสามหรือกึ่งหนึ่ง หรืออาจไม่ลดมาตราส่วนโทษให้เลยก็ได้บทบัญญัติมาตราดังกล่าวหาได้บังคับให้ศาลต้องลดมาตราส่วนโทษให้แก่จำเลยทุกกรณีเสมอไปไม่
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:248/2545
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า โทษที่จำเลยได้รับเกินห้าปี จำเลยจึงสามารถฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ โปรดรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังมิได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,66 วรรคหนึ่ง เป็นความผิดหลายกรรม เรียงกระทงลงโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 74) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 75) คำสั่ง พิเคราะห์แ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:249/2545
ความว่า เนื่องจาก จำเลยที่ 2 ได้ถึงแก่กรรมลงด้วยโรคชรา ผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 2 มีความประสงค์จะขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ 2 ต่อไปโปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 191) คดีนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอีกสำนวนหนึ่งโดยให้เรียกจำเลยคดีนี้ว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และบริวารรื้อถอนบ้านเลขที่ 43 หมู่ที่ 1 ตำบลอ่างแก้วอำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ออกไปจากที่ดินของโจทก์ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 4622 ตำบลอ่างแก้วอำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ห้ามจำเลยที่ 2 ที่ 3 และบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์อีกต่อไป ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีนี้รับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริง(อันดับ 164,163) คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ร้องยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว โจทก์แถลงรับผู้ร้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:25/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว กรณีเป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และในชั้นนี้จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงยังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมของศาลฎีกาที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:25/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว กรณีเป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และในชั้นนี้จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงยังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมของศาลฎีกาที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:25/2545
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:250/2545
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์จำเลยเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์จำเลย จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2.1 ที่ว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีนอกเหนือไปจากที่ปรากฏในสำนวน ข้อ 2.2 ที่ว่า คำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางฝ่าฝืนบทบัญญัติ มาตรา 51 ที่ไม่แสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยข้อ 2.3 การแปลความคำว่านายจ้าง ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยแตกต่างไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้ และข้อ 2.4 การที่นางสาวพรรณี พูดว่า ให้ออกไปเลยในวันนี้ เป็นการโต้เถียงเพียงว่าคำพูดดังกล่าวยังแปลความไม่ถึงขั้นเป็นการพูดไม่ให้โจทก์ทำงานต่อไปได้นั้น ล้วนแต่เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดรับอุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 44) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสีย …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:251/2545
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า รับอุทธรณ์เฉพาะข้อ 6.1และ 6.2 ส่วนอุทธรณ์ข้ออื่นนั้น เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานเป็นข้อเท็จจริง จึงไม่รับอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน มาตรา 54 โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ข้อ 6.3 ถึงข้อ 6.7 ที่ว่า ประเด็นที่ศาลวินิจฉัยไม่ใช่ประเด็นโดยตรงแห่งคดี อีกทั้งการที่ศาลฟังข้อเท็จจริงไม่หมดและฟังพยานที่ไม่มาเบิกความที่ศาลมาประกอบการใช้ดุลพินิจของศาลเป็นการมิชอบด้วยกฎหมาย อุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 64) โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระค่าชดเชย เงินบำเหน็จ เงินบำนาญ ค่าเสียหายเนื่องจากการเลิกจ้าง เงินโบนัส เงินสวัสดิสงเคราะห์ และค่าเสียหายต่าง ๆ ให้โจทก์รวม6,125,722 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อ …
- ฎีกาที่ 2510/2545
ผู้ร้องมิใช่ภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย แต่ผู้ตายได้ที่ดินมาหลังจากอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยากับผู้ร้องและไม่ปรากฏว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการให้โดยเสน่หา ที่ดินจึงเป็นทรัพย์สินที่ผู้ตายและผู้ร้องเป็นเจ้าของร่วมกัน ถือได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตายได้
- ฎีกาที่ 2510/2545
ตาม พ.ร.บ.จดทะเบียนครอบครัว มาตรา 6 วรรคสอง คู่สมรสจะต้องลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญในทะเบียนต่อหน้านายทะเบียนและต่อหน้าพยานสองคนซึ่งต้องลงลายมือชื่อไว้ในทะเบียนในขณะนั้นด้วย แต่ตามทะเบียนการสมรสปรากฏว่ามีลายมือชื่อพยานเพียงคนเดียว จึงถือไม่ได้ว่าได้มีการลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานสองคน เป็นการมิได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด การจดทะเบียนสมรสจึงไม่มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย
- ฎีกาที่ 2511/2545
แม้เฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนจะเป็นยาเสพติดให้โทษคนละชนิดกัน แต่ต่างเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงในประเภทที่ 1 ทั้งเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นยึดเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนได้ในสถานที่และเวลาเดียวกัน แสดงว่าจำเลยมีเจตนามีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองด้วยกัน การที่โจทก์บรรยายฟ้องการกระทำความผิดของจำเลยเกี่ยวกับเฮโรอีนและแอมเฟตามีนแยกเป็น ข้อ ก และ ข้อ ข ก็ไม่อาจทำให้การกระทำความผิดของจำเลยแยกเป็นสองกรรมต่างกันแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว มีดคัทเตอร์4เล่มและไฟแช็กแก๊ส 6 อัน ของกลาง ข้อเท็จจริงไม่ได้ความว่าเป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ หรือวัตถุอื่นหรือทรัพย์สินซึ่งจำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดฐานมีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งโจทก์ก็มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเสพยาเสพติดให้โทษมาด้วย กรณีจึงไม่อาจริบของกลางดังกล่าวได้ ตามพระราชบัญญัติยา …
- ฎีกาที่ 2511/2545
แม้เฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนจะเป็นยาเสพติดให้โทษคนละชนิดกัน แต่ต่างเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงในประเภทที่ 1 ทั้งเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นยึดเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนได้ในสถานที่และเวลาเดียวกัน แสดงว่าจำเลยมีเจตนามีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองด้วยกัน การที่โจทก์บรรยายฟ้องการกระทำความผิดของจำเลยเกี่ยวกับเฮโรอีนและแอมเฟตามีนแยกเป็น ข้อ ก และ ข้อ ข ก็ไม่อาจทำให้การกระทำความผิดของจำเลยแยกเป็นสองกรรมต่างกันแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว มีดคัทเตอร์ 4 เล่ม และไฟแช็กแก๊ส 6 อัน ของกลาง ข้อเท็จจริงไม่ได้ความว่าเป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ หรือวัตถุอื่นหรือทรัพย์สินซึ่งจำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดฐานมีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งโจทก์ก็มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเสพยาเสพติดให้โทษมาด้วย กรณีจึงไม่อาจริบของกลางดังกล่าวได้ตามพระราชบัญญัติ …
- ฎีกาที่ 2512/2545
คำว่า สุจริต ในป.พ.พ. มาตรา 583 มิได้หมายความว่าโจทก์จะต้องกระทำการโดยไม่ทุจริต แต่กรณีนี้มีความหมายว่า โจทก์ทราบถึงเหตุที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างแล้ว แต่โจทก์มิได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนด้วยความรอบคอบเต็มความสามารถ โดยมิได้แจ้งพนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งหมดให้เข้มงวดตรวจตราคนเข้าออกภายในอาคารจึงเกิดความเสียหายขึ้น เป็นความประพฤติที่ไม่ชอบด้วยหน้าที่หัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยของโจทก์ตามความหมายคำว่า "สุจริต" ในบทกฎหมายดังกล่าวจำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตาม ป.พ.พ. มาตรา 583 และแม้จะฟังไม่ได้ว่าโจทก์ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงก็ตาม แต่เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุดังกล่าวโดยไม่ปรากฎว่าจำเลยกลั่นแกล้งโจทก์ จึงไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ตามพ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 โจทก์กระทำผิดเพียงแต่ไม่ได้กำชับใ …
- ฎีกาที่ 2524/2545
ในการนัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนสามารถแบ่งแยกการนัดประชุมเจ้าหนี้ออกเป็น 2 ช่วง คือ การนัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกและการนัดประชุมเจ้าหนี้ในคราวที่ได้เลื่อนไป ในการประกาศโฆษณากำหนดนัดประชุมในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายอย่างน้อย 1 ฉบับล่วงหน้าก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 10 วันตามมาตรา 90/44 วรรคหนึ่งใช้เฉพาะกับการนัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับแผนพร้อมสำเนาจากผู้ทำแผนเพื่อปรึกษาลงมติว่าจะยอมรับแผนหรือไม่หรือจะแก้ไขอย่างไรเท่านั้นส่วนในการนัดประชุมเจ้าหนี้ในคราวที่ได้เลื่อนไปนั้น หากว่าในการนัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกได้ดำเนินการโดยชอบตามมาตรา 90/44 วรรคหนึ่งแล้ว การนัดประชุมเจ้าหนี้ในคราวที่ได้เลื่อนไปนั้น ก็ไม่ต้องประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันอีก ในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้นัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 …