ปี พ.ศ.: 2561
626 รายการ · หน้า 2 จาก 32
- ฎีกาที่ 1108/2561
ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิบริษัทเงินทุน ท. ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ผู้รับจำนองและเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้กันส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทเพื่อชำระหนี้แก่ผู้ร้อง เป็นการตั้งเรื่องโดยขอใช้สิทธิตาม ป.วิ.พ. มาตรา 287 (เดิม) มิได้อ้างสิทธิตาม ป.วิ.พ. มาตรา 289 (เดิม) โดยตรง กรณีจึงไม่อยู่ในบังคับต้องยื่นคำร้องขอก่อนเอาทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาดตามมาตรา 289 วรรคสอง (เดิม) แม้โจทก์เดิมคือบริษัทเงินทุน ท. เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่ได้ดำเนินการบังคับคดีแก่จำเลยที่ 2 ในคดีดังกล่าวซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 ในคดีนี้ภายในกำหนด 10 ปี นับแต่มีคำพิพากษา ผู้ร้องเป็นผู้สวมสิทธิไม่อาจใช้สิทธิบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองในคดีดังกล่าวเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปได้ แต่การร้องขอคดีนี้ผู้ร้องขอกันส่วน มิได้เป็นผู้ยึดทรัพย์บังคับคดีเอง ย่อมไม่อยู่ในบังคับของ ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) แต่ผ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:111/2561
คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีเป็นรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๑ จึงมีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ การที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ซึ่งเป็นพนักงานตำแหน่งสถาปนิกระดับ ๘ แผนกออกแบบอาคาร กองสถาปัตยกรรม ฝ่ายออกแบบและบริหารงานก่อสร้าง รับผิดตามสัญญาการลาศึกษาหรือไปศึกษานอกเวลา เพื่อศึกษาในระดับคุณวุฒิปริญญาเอก สาขาก่อสร้าง ที่มหาวิทยาลัยแฮเรียต-วัตต์ หลักสูตร ๔๘ เดือน ณ ประเทศสก๊อตแลนด์ และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ รับผิดตามสัญญาค้ำประกัน จึงต้องพิจารณาว่าสัญญาการลาศึกษาหรือไปศึกษานอกเวลาพิพาท เป็นสัญญาทางแพ่งหรือสัญญาทางปกครอง เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในเรื่องดังต …
- ฎีกาที่ 1113/2561
จำเลยหักเงินจำนวนหนึ่งออกจากเงินผลประโยชน์ที่โจทก์ได้รับจากการเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย แต่จำเลยนำส่งเงินจำนวนดังกล่าวแก่กรมสรรพากรโดยแจ้งว่าเป็นภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของบริษัท บ. ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่มีอัตราภาษีต่างจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทำให้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาน้อยกว่าความเป็นจริง เมื่อจำเลยได้หักเงินออกจากเงินค่านายหน้าเพื่อเป็นภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับเงินได้ของโจทก์แล้ว จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้แก่โจทก์
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:112/2561
การขอให้บังคับคู่ความปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕ อยู่ในเขตอำนาจของศาลใดนั้น บทบัญญัติมาตรา ๙ และมาตรา ๔๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติให้เขตอำนาจศาลที่พิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ได้เสนอต่ออนุญาโตตุลาการนั้น อาจมีได้หลายศาลและอาจเป็นข้อพิพาทที่อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรมหรือศาลปกครองก็ได้ หากมีปัญหาโต้แย้งกันว่าคดีควรอยู่ในอำนาจของศาลใดและมีการเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการต้องพิจารณาถึงเจตนารมณ์ของการจัดตั้งระบบศาลคู่ เพื่อให้ประชาชนได้รับการพิจารณาพิพากษาคดีจากศาลที่มีความเชี่ยวชาญในคดีพิพาทนั้นๆ ข้อเท็จจริงคดีนี้ เมื่อบริษัท ล. ผู้ร้อง ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง ขอให้บังคับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้คัดค้าน ซึ่งเป็นคู่สัญญากับผู้ร้องตามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน …
- ฎีกาที่ 113/2561
ร. ได้รับการคัดเลือกให้เข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ตามที่กฎหมายกำหนด หาก ร. ทำผิดเงื่อนไข รัฐจะเอาคืนเสียเมื่อใดก็ได้ ที่ดินพิพาทจึงยังเป็นที่ดินของรัฐ เมื่อ ร. ได้รับอนุญาตให้เข้าไปทำประโยชน์ ร. จึงมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 1367 ที่สามารถใช้ยันกับราษฎรหรือประชาชนทั่วไปได้ และ ร. อาจได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทหากปฏิบัติครบถ้วนตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 มาตรา 11 สิทธิของ ร. ที่เข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทมีลักษณะทำนองเดียวกับสิทธิเหนือพื้นดินซึ่งสามารถโอนรับมรดกกันได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1410 และมาตรา 1411 เมื่อ ร. ถึงแก่ความตาย สิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทย่อมเป็นกองมรดกตกแก่ทายาทโดยธรรมของ ร. ตาม ป.พ.พ. มาตรา1599 และมาตรา 1600 เมื่อมีผู้บุกรุกที่ดินพิพาท โจทก์ซึ่งเป็นผู้ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:113/2561
คดีที่ร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕ นั้น ต้องพิจารณาลักษณะเนื้อหาของสัญญาที่เป็นเหตุแห่งการยื่นคำร้องขอให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดว่าเป็นสัญญาทางแพ่งหรือสัญญาทางปกครอง จึงจะวินิจฉัยเขตอำนาจศาลเหนือคดีที่ขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการนั้นได้ คดีนี้ คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างโครงการทางด่วนสายบางนา-บางพลี-บางปะกง ระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ผู้ร้อง ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง กับ ผู้คัดค้านทั้งสามซึ่งเป็นเอกชน มีลักษณะเป็นสัญญาทางปกครอง ข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาดังกล่าว จึงเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง และการร้องขอ ให้ปฏิบัติตามหรือเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ควรอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แห่งพระราชบัญญัติจัด …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:114/2561
คดีนี้ โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลศาลาครุ ที่ ๑ องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ที่ ๒ จำเลย ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองว่า จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองละเลยไม่ดูแลตัดกิ่งต้นไม้ที่ปลูกอยู่ริมถนนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบให้มีสภาพสมบูรณ์เพื่อป้องกันการหักโค่น เมื่อฝนตกลมแรงจึงทำให้กิ่งไม้หักโค่นล้มทับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหาย โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เอาประกันภัยแล้ว จึงเข้ารับช่วงสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสอง โดยมีคำขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) บัญญัติให้ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:115/2561
คดีที่โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ ๑ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา ที่ ๒ และผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ที่ ๓ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐว่า โจทก์เป็นเจ้าของรวมในที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ ซึ่งได้รับการรับรองสิทธิในที่ดินและมีสิทธิขอรับโฉนดที่ดิน โดยมิได้แจ้งการครอบครองตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ แต่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ไม่ดำเนินการให้ โดยอ้างว่าที่ดินอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติคลองทุ่งมะพร้าว และโจทก์กับพวกไม่มี ส.ค. ๑ จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะต้องตั้งคณะกรรมการออกไปตรวจพิสูจน์สิทธิในที่ดิน การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้โจทก์กับพวกเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดิน กับมีสิทธิขอรับโฉนดที่ดินหรือขอออกโฉนดที่ดินได้ โดยให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ดำเนินการให้แก่โจทก์ ห้ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:116/2561
คดีที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลภูเงิน ที่ ๑ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง อธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๒ และเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดร้อยเอ็ด สาขาเสลภูมิ ที่ ๓ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ว่า ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ ที่ ๓ ถึงที่ ๑๐ เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครองครองและทำประโยชน์ในที่ดินบริเวณที่ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ (ทำเลเลี้ยงสัตว์ป่ากุงหนา) ต่อมาเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้รังวัดที่ดินและอก น.ส.ล. เลขที่ ๑๕๒๘๗ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทับที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ ที่ ๓ ถึงที่ ๑๐ ครอบครองและทำประโยชน์ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ข่มขู่ให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสิบเอ็ดทำบันทึกข้อตกลงกรณีบุกรุกที่สาธารณประโยชน์บ้าน กุงหนา ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ถอนสภาพบางส่วนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงจำนวนเนื้อที่ รูปแผนที่ใน น.ส.ล. เลขที่ ๑๕๒๘๗ โดยกันที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีท …
- ฎีกาที่ 1162/2561
การที่โจทก์เป็นผู้เสนอราคาสูงสุดในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล และได้รับอนุญาตให้ขยายระยะเวลาชำระราคาไปจนกว่าคดีที่จำเลยร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทถึงที่สุด ก็เพียงก่อสิทธิแก่โจทก์ว่าโจทก์ยังจะมีสิทธิเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลให้สำเร็จลุล่วงต่อไปเท่านั้น ตราบใดที่โจทก์ยังมิได้ชำระราคาค่าซื้อทรัพย์สินตามเงื่อนไขการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล โจทก์ย่อมไม่ใช่ผู้ซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 เพราะโจทก์อาจผิดสัญญาการขายทอดตลอดตามคำสั่งศาล ทำให้การขายทอดตลาดไม่สำเร็จได้ โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/2561)
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:117/2561
คดีนี้ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้อง เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุรินทร์ สาขาปราสาท ที่ ๑ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุรินทร์ ที่ ๒ และอธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๓ ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐอ้างว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ครอบครองที่ดินไม่มีหนังสือแสดงสิทธิซึ่งได้ครอบครองที่ดินพิพาทก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินพิพาทแต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ มีคำสั่งไม่รับคำขอออกโฉนดโดยอ้างว่าผู้ถูกฟ้องคดีไม่สามารถชี้ตำแหน่งที่ดินในระวางแผนที่ ไม่มีหลักฐานแสดงสิทธิ อีกทั้งมิได้แจ้งความประสงค์จะได้สิทธิในที่ดินและที่พิพาทอยู่ในที่ดินของรัฐแปลง "ป่าตาเกาสาธารณประโยชน์" ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ สร ๐๒๕๒๕ ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากออกทับที่ดินของผู้ฟ้องคดี ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ รับคำขอออกโฉนดที่ …
- ฎีกาที่ 1179/2561
การวินิจฉัยปัญหาว่า คดีใดจะอยู่ในอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัวหรือไม่นั้น เป็นอำนาจของประธานศาลฎีกาตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 11 วรรคหนึ่ง (เดิม) และคู่ความต้องร้องขอก่อนวันสืบพยาน แต่กรณีที่ศาลเห็นสมควรให้กระทำได้ก่อนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นตามมาตรา 11 วรรคสอง (เดิม) จำเลยเพิ่งยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา ศาลฎีกาจึงไม่อาจส่งปัญหานี้ให้ประธานศาลฎีกาวินิจฉัย และไม่มีอำนาจวินิจฉัยให้ การได้ที่ดินของโจทก์ซึ่งเป็นคนต่างด้าวโดยจำเลยถือกรรมสิทธิ์แทน เป็นการต้องห้ามตาม ป.ที่ดิน มาตรา 86 แต่นิติกรรมการได้ที่ดินของโจทก์ก็ใช่ว่าจะเสียเปล่าไม่มีผลใด ๆ เสียเลยไม่โจทก์ยังมีสิทธิได้รับผลตาม ป.ที่ดิน มาตรา 94 อันจะจำหน่ายที่ดินภายในเวลาที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนดถ้าไม่จำหน่ายในเวลาที่กำหนด อธิบดีกรมที่ดินก็มีอำนาจจำหน่าย
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:118/2561
ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุโขทัย ที่ ๑ อธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ตามหลักฐาน ส.ค. ๑ เลขที่ ๑๕๗ ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ แจ้งว่าไม่สามารถออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดีได้ เนื่องจากที่ดินแปลงพิพาทตั้งอยู่ในเขตที่สาธารณประโยชน์ "ทุ่งพระบาทน้อย" และ หลักฐาน ส.ค. ๑ ที่นำมาขอออกโฉนดที่ดินเป็นการแจ้งการครอบครองภายหลังจากการเป็นที่ดินของรัฐ ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าการปฏิเสธไม่ออกโฉนดที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้ฟ้องคดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาล มีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนคำสั่งไม่ออกโฉนดที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้ฟ้องคดี และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดีภายในระยะ …
- ฎีกาที่ 1185/2561
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดตาม ป.อ. 358, 365 (3) ประกอบมาตรา 362 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ระหว่างกำหนดระยะเวลาฎีกา โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 สำหรับความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ เป็นความผิดต่อส่วนตัว โจทก์ถอนฟ้องในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้ ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องเป็นการไม่ชอบ แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องของศาลชั้นต้น แต่เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง โดยอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องและให้จำหน่ายคดีโจทก์ในส่วนความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 358 จากสารบบความ สำหรับความผิดฐานบุกรุก เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 362 ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ และโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องในระหว่างกำหนดระยะเวลาฎีกา ประกอบกับจำเลยที่ 1 ไม่คัดค้าน ศาลฎีกาจึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องในส่วนความผิดฐานบุก …
- ฎีกาที่ 1188/2561
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยนำภาพและวิดีโอลามกส่งเข้าระบบคอมพิวเตอร์ ส่งให้บุตรสาวโจทก์ดูเพื่อประจานโจทก์ ซึ่งมีเพียงจำเลยและบุตรสาวโจทก์เท่านั้นที่มีรหัสในการเข้าดูประชาชนทั่วไปไม่สามารถเข้าดูได้หากไม่ทราบรหัส จึงไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (4) จำเลยส่งข้อความทางผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ตถึงโจทก์หลายครั้ง ขู่เข็ญโจทก์ให้จ่ายเงินจำเลย มิเช่นนั้นจะเปิดเผยความลับรูปภาพและวิดีโอที่โจทก์ไปมีความสัมพันธ์ทางเพศกับชายอื่น ในขณะที่ยังไม่ได้หย่าขาดจากจำเลย การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการข่มขืนใจผู้อื่น ให้ยอมให้ หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินโดยขู่เข็ญจะเปิดเผยความลับ ซึ่งการเปิดเผยนั้นจะทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สามเสียหายครบองค์ประกอบความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ เมื่อโจทก์ไม่ยินยอมมอบเงินให้ตามที่จำเลยขู่เ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:119/2561
คดีที่โจทก์ทั้งสองเป็นเอกชน ยื่นฟ้องอธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๑ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ ๒ นายอำเภอสตึก ที่ ๓ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขาอำเภอสตึก ที่ ๔ จำเลย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์คนละ ๑ แปลง ได้มาโดยการซื้อมาจากเจ้าของเดิม และจดทะเบียนโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ถูกจำเลยทั้งสี่ร่วมกันออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ บร ๑๗๖๗ แปลง "กุดมนสาธารณประโยชน์" ทับที่ดินของโจทก์ทั้งสอง ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าว ห้ามจำเลยทั้งสี่พร้อมบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยทั้งสี่งดการกระทำใด ๆ หรือการดำเนินการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ บร ๑๗๖๗ หรือเพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงดังกล่าวในส่วนที่ทับที่ดินของโจทก์ทั้งสอง ส่วนจำเลยทั้งสี่ให้ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:12/2561
คดีที่เอกชนยื่นฟ้องผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๕ ตำบลโคกกลาง อำเภอลำปลายมาศ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ นายอำเภอลำปลายมาศ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และกรมการปกครอง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนดได้อนุญาตให้ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๕ คนก่อนผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ก่อสร้างศาลาอเนกประสงค์บนที่ดินดังกล่าว โดยได้รับค่าใช้ที่ดิน และตกลงจะรื้อถอนเมื่อหมดวาระการดำรงตำแหน่ง แต่ผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวได้ถึงแก่ความตาย ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๕ คนต่อมาได้เข้าใช้ประโยชน์สิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีได้แจ้งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ นิ่งเฉย รวมทั้งได้ร้องเรียนผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒แต่ก็ไม่ได้รับความเป็นธรรม ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามชำระค่าใช้ที่ดิน ส่ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:120/2561
คดีที่โจทก์ทั้งสองเป็นเอกชน ยื่นฟ้องกระทรวงมหาดไทย ที่ ๑ กรมที่ดิน ที่ ๒ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ดำเนินการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงที่ดินสาธารณประโยชน์ทำเลเลี้ยงสัตว์โคกหนองตานาทับที่ดินที่โจทก์ทั้งสองครอบครองและทำประโยชน์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ บร ๔๓๘๑ ห้ามจำเลยทั้งสามและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน การประกาศสงวนหวงห้ามที่ดินสาธารณประโยชน์แปลงโคกหนองตานาเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย การออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่มีผู้ใดหรือโจทก์ทั้งสองโต้แย้งคัดค้าน เห็นว่า แม้โจทก์ทั้งสองจะฟ้องคดีโดยตั้งรูปเรื่องตามคำฟ้องว่าจำเลยทั้งสองออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีคำ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:121/2561
คดีกลุ่มนี้ผู้ฟ้องคดีในแต่ละคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลบ่อนอก ที่ ๑ นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ที่ ๒ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ ๓ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ ๔ กรมที่ดิน ที่ ๕ ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินมือเปล่าในที่ดินพิพาท ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ยื่นคำขอออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง และชี้แนวเขตรังวัดทับที่ดินที่พิพาทของผู้ฟ้องคดี ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งห้ามมิให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้ากระทำการใด ๆ เพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงที่สาธารณประโยชน์ประจำหมู่บ้านทับที่ดินของผู้ฟ้องคดี และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าเพิกถอนคำสั่งการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงที่สาธารณประโยชน์ประจำ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:122/2561
คดีกลุ่มนี้ผู้ฟ้องคดีในแต่ละคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลบ่อนอก ที่ ๑ นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ที่ ๒ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ ๓ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ ๔ กรมที่ดิน ที่ ๕ ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินมือเปล่าในที่ดินพิพาท ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ยื่นคำขอออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง และชี้แนวเขตรังวัดทับที่ดินที่พิพาทของผู้ฟ้องคดี ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งห้ามมิให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้ากระทำการใด ๆ เพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงที่สาธารณประโยชน์ประจำหมู่บ้านทับที่ดินของผู้ฟ้องคดี และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าเพิกถอนคำสั่งการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงที่สาธารณประโยชน์ประจำ …