ปี พ.ศ.: 2561
626 รายการ · หน้า 3 จาก 32
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:123/2561
คดีกลุ่มนี้ผู้ฟ้องคดีในแต่ละคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลบ่อนอก ที่ ๑ นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ที่ ๒ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ ๓ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ ๔ กรมที่ดิน ที่ ๕ ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินมือเปล่าในที่ดินพิพาท ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ยื่นคำขอออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง และชี้แนวเขตรังวัดทับที่ดินที่พิพาทของผู้ฟ้องคดี ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งห้ามมิให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้ากระทำการใด ๆ เพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงที่สาธารณประโยชน์ประจำหมู่บ้านทับที่ดินของผู้ฟ้องคดี และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าเพิกถอนคำสั่งการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงที่สาธารณประโยชน์ประจำ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:124/2561
คดีกลุ่มนี้ผู้ฟ้องคดีในแต่ละคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลบ่อนอก ที่ ๑ นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ที่ ๒ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ ๓ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ ๔ กรมที่ดิน ที่ ๕ ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินมือเปล่าในที่ดินพิพาท ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ยื่นคำขอออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง และชี้แนวเขตรังวัดทับที่ดินที่พิพาทของผู้ฟ้องคดี ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งห้ามมิให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้ากระทำการใด ๆ เพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงที่สาธารณประโยชน์ประจำหมู่บ้านทับที่ดินของผู้ฟ้องคดี และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าเพิกถอนคำสั่งการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงที่สาธารณประโยชน์ประจำ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:125/2561
คดีที่อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) ยื่นฟ้อง สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่ ๒ คณะกรรมการบริหารสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่ ๓ ผู้ถูกฟ้องคดี โดยอ้างว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ และที่ ๓ ละเลยไม่ออกระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชยให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงาน ขอให้บังคับผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามจ่ายค่าชดเชยโดยไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด เห็นว่า เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เป็นองค์การมหาชนที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๘ และมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงเป็นหน่วยงานทางปกครอง มีวัตถุประสงค์และอำ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:126/2561
คดีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ผู้ฟ้องคดี ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง ฟ้องบริษัท บ. จำกัด ผู้ถูกฟ้องคดี เพื่อเรียกค่าเสียหายกรณีผู้ถูกฟ้องคดีผิดสัญญาว่าจ้างให้จัดทำระบบสารสนเทศสนับสนุนการตัดสินใจของผู้ฟ้องคดี เมื่อระบบสารสนเทศสนับสนุนการตัดสินใจดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการบริหารกิจการในด้านต่างๆ ของผู้บริหารภายใต้ระบบสารสนเทศ ตามนโยบายและพันธกิจหลักของผู้ฟ้องคดี การดำเนินการตามข้อสัญญาพิพาท จึงเป็นเพียงการที่ผู้ฟ้องคดีมุ่งประสงค์ให้ผู้ถูกฟ้องคดีเข้ามาดำเนินการจัดการงานทางธุรการเพื่อความสะดวกของผู้ฟ้องคดีในการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่เท่านั้น สัญญาระหว่างผู้ฟ้องคดีกับผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่มีลักษณะเป็นการว่าจ้างให้ผู้ถูกฟ้องคดีเข้าร่วมจัดทำบริการสาธารณะโดยตรง และไม่มีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน หรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ที่จะถือว่าเป็นสัญญาทางปกครองต …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:127/2561
คดีที่เอกชนผู้ฟ้องคดีฟ้องขอให้บังคับการประปาส่วนภูมิภาค ผู้ถูกฟ้องคดี ชำระค่าจ้าง คืนเงินหลักประกันตามสัญญา ส่งมอบเอกสารบันทึกผลการขยายระยะเวลาของคณะกรรมการตรวจการจ้าง และผลการพิจารณาของฝ่ายกฎหมายของผู้ถูกฟ้องคดีที่ดำเนินการพิจารณาไปแล้ว กรณีหน่วยงานในสังกัดของผู้ถูกฟ้องคดี ว่าจ้างให้ผู้ฟ้องคดีอ่านมาตรด้วยเครื่องมืออ่านมาตร และบันทึกข้อมูล พร้อมคำนวณ จัดพิมพ์ใบแจ้งหนี้โดยใช้เครื่องพิมพ์ชนิดพกพา และส่งใบแจ้งหนี้ให้แก่ผู้ใช้น้ำในพื้นที่การประปาส่วนภูมิภาคสาขา แต่ผู้ถูกฟ้องคดีไม่ส่งมอบพื้นที่ ข้อมูลผู้ใช้น้ำ และเอกสารแผนที่เส้นทางอ่านมาตรให้แก่ผู้ฟ้องคดี ทำให้การดำเนินงานล่าช้ากว่ากำหนดในสัญญา เห็นว่า แม้ผู้ถูกฟ้องคดี เป็นหน่วยงาน ทางปกครอง แต่โดยที่พระราชบัญญัติการประปาส่วนภูมิภาค พ.ศ. ๒๕๒๒ กำหนดวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีไว้หลายประการ บางประการต้องใช้อำนาจทางปกครองในการดำเนิ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:128/2561
คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้องการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ ๑ กรมทางหลวง ที่ ๒ และห้างหุ้นส่วนจำกัด ม. ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ให้ร่วมกันชำระค่าเสียหายจากการที่เสาไฟฟ้าจำนวน ๖ ต้น ล้มพาดขวางถนนและเสาไฟฟ้าล้มทับรถยนต์ที่ผู้ฟ้องคดีโดยสารเป็นเหตุให้ผู้ขับขี่รถยนต์คันเกิดเหตุถึงแก่ความตายและผู้ฟ้องคดีได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ซึ่งเป็นผู้รับจ้างของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ก่อสร้างปรับปรุงทางหลวงหมายเลข ๑๒ ช่วงดังกล่าว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าข้อพิพาทในคดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในเรื่องดังต่อไปนี้ (๓) คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่ …
- ฎีกาที่ 1285/2561
การที่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้เสียหายที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่ผู้เสียหายฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่าคำพิพากษาในส่วนที่ผู้เสียหายเรียกค่าสินไหมทดแทนเป็นส่วนหนึ่งแห่งคำพิพากษาในคดีส่วนอาญา ทั้งการพิพากษาคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 ดังนั้น สิทธิในการอุทธรณ์ฎีกาเกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทนในคดีส่วนแพ่งดังกล่าวต้องถือคดีส่วนอาญาเป็นหลัก หากคดีส่วนอาญาขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา คดีส่วนแพ่งก็ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์หรือฎีกา ฉะนั้นการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาในคดีส่วนแพ่งจึงเป็นการไม่ชอบ จึงให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวเสียและมีคำสั่งใหม่เป็นรับฎีกาในคดีส่วนแพ่งของจำเลยที่ว่า ผู้ร้องไม …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:129/2561
คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้องการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ ๑ แขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ ที่ ๒ กรมทางหลวง ที่ ๓ และห้างหุ้นส่วนจำกัด ม. ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ ให้ร่วมกันชำระค่าเสียหายจากการที่เสาไฟฟ้าแรงสูงจำนวน ๑๑ ต้น ล้มพาดขวางถนนและสายไฟฟ้าแรงสูงครูดทับรถยนต์ของผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ ซึ่งเป็นผู้รับจ้างของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ก่อสร้างปรับปรุงทางหลวงหมายเลข ๑๒ ช่วงดังกล่าว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าข้อพิพาทในคดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในเรื่องดังต่อไปนี้ (๓) คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้า …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:13/2561
คดีนี้ แม้จำเลยที่ ๑ เป็นหน่วยงานทางปกครอง และจำเลยที่ ๒ จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องโจทก์อ้างว่า จำเลยทั้งสองสร้างสะพานไม้และศาลาที่พักรุกล้ำเข้าไปในที่ดินพิพาทของโจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตาม น.ส. ๓ ร่วมกับผู้มีชื่ออีกหลายคน ขอให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาทและห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้องรบกวนการครอบครองที่ดินดังกล่าว การที่จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ทั้งสามไม่ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทเกิน ๕ ปีติดต่อกัน ที่ดินพิพาทจึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของโจทก์ทั้งสามได้ จำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า ที่ดินที่พิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสามตามที่กล่าวอ้างหรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:130/2561
การฟ้องคดีเพื่อให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐรับผิดจากการกระทำละเมิดซึ่งจะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองนี้ต้องเป็นกรณีที่จำเลยหรือผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือผู้ฟ้องคดีอันเนื่องมาจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครองหรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร คดีนี้ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลนิคมเขาบ่อแก้ว ผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งเป็นราชการส่วนท้องถิ่น จึงมีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่เมื่อพิจารณาเหตุแห่งการฟ้องคดีที่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่า ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีขยายถนนสาธารณประโยชน์รุกล้ำเข้ามาในที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๗๙๗ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:131/2561
คดีที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้องเทศบาลนครนครปฐม ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นราชการส่วนท้องถิ่น ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินมีโฉนด ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดี ขอให้บังคับผู้ถูกฟ้องคดีรื้อถอนถนนส่วนที่รุกล้ำและปรับที่ดินให้อยู่ในสภาพเดิม กับให้ชดใช้ค่าเสียหาย ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีให้การว่า ที่ดินพิพาท เจ้าของที่ดินเดิมอุทิศให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ ผู้ถูกฟ้องคดีได้ก่อสร้างตามสภาพถนนเดิมที่ประชาชนใช้สัญจรเป็นเวลาหลายสิบปี โดยไม่มีผู้ใดคัดค้าน เห็นว่า แม้ผู้ถูกฟ้องคดี จะเป็นหน่วยงานทางปกครอง มีอำนาจหน้าที่ในการจัดให้มีบำรุงทางบกทางน้ำตามมาตรา ๕๐ วรรคหนึ่ง (๒) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ก็ตาม แต่การที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องผู้ถูกฟ้องคดี โดยอ้างเหตุว่าผู้ถูกฟ้องคดีก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กรุกล้ำที่ดินของตน ซึ่ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:132/2561
โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้องกระทรวงมหาดไทย ที่ ๑ กับพวกรวม ๙ คน ซึ่งจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ เป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ส่วนจำเลยที่ ๔ ถึงที่ ๙ เป็นเอกชนว่าได้เข้าร่วมในการจัดทำบริการสาธารณะในการจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภค ในโครงการขุดลอกห้วยโพนงาม โจทก์อ้างว่าจำเลยทั้งเก้าซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกับเอกชนกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยการขุดลอกห้วยนำดินขึ้นมาทำถนนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ตลอดจนการนำดินลูกรังถมถนนดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ให้การว่า ถนนริมคลองดังกล่าวเป็นทางสาธารณะ การทำถนนมิได้รุกล้ำที่ดินของโจทก์ ไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ส่วนจำเลยที่ ๔ ถึงที่ ๙ ขาดนัดยื่นคำให้การ เห็นว่า แม้เหตุแห่งการฟ้องคดีสืบเนื่องมาจากโจทก์อ้างว่าจำเลยทั้งเก้า ซึ่งเป็นหน่วยงานท …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:133/2561
คดีที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองร้อยห้าสิบแปดเป็นเอกชนยื่นฟ้องกรมที่ดิน ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดกระบี่ ผู้ถูกฟ้องคดี ที่ ๒ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต่อมา ศาลมีคำสั่งเรียกเอกชนที่มีชื่อเป็นเจ้าของที่ดินเข้ามาในคดี โดยกำหนดให้เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ถึงที่ ๑๔ ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้ออกโฉนดที่ดิน ๒๔ แปลง ให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ถึงที่ ๑๔ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นการออกโฉนดที่ดินในเขตที่สาธารณประโยชน์ (ที่ดินเขตทุ่งเลี้ยงสัตว์) ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนโฉนด เพื่อให้รัฐนำมาจัดสรรให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสองร้อยห้าสิบแปดคนเช่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสิบสี่ให้การในทำนองเดียวกันว่า โฉนดที่ดินทั้ง ๒๔ แปลง ออกโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่เป็นที่สาธารณประโยชน์หรือที่หลวงหวงห้ามแต่อย่างใด ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า คดีนี้ เดิมผู้ฟ้องคดีทั้งสองร้อยห้าสิบแปด ยื่นฟ้องกรมที …
- ฎีกาที่ 1335/2561
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์และจำเลยมีเจตนาทำสัญญากู้ยืมเงินกันมาตั้งแต่ต้น มิได้มีเจตนาที่จะทำสัญญาขายที่ดินกันจริง สัญญาขายที่ดินตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง และเป็นนิติกรรมอำพรางการกู้ยืมเงินที่จำเลยกู้ยืมไปจากโจทก์ โดยให้ที่ดินแก่โจทก์ยึดถือไว้เป็นหลักประกัน และย่อมถือได้ว่าสัญญาขายที่ดินเป็นนิติกรรมสัญญากู้ยืมเงินที่ทำเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างโจทก์กับจำเลยและถูกอำพรางไว้ ต้องบังคับตามสัญญากู้ยืมเงินซึ่งเป็นนิติกรรมที่ถูกอำพราง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคสอง เมื่อสัญญาขายที่ดินพิพาทตกเป็นโมฆะจึงต้องเพิกถอนสัญญาดังกล่าว เป็นผลให้ที่ดินยังเป็นของจำเลย โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องขับไล่จำเลย
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:134/2561
คดีนี้เป็นคดีที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลหนองหญ้าปล้อง ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำร้องขอรวมโฉนดที่ดินซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี รวม ๗ โฉนด เนื้อที่ ๒ ไร่ ๓๒ ตารางวา เมื่อทำการรังวัดที่ดินแล้วปรากฏว่ามีเนื้อที่ขาดหายไปจำนวน ๖ ตารางวา จึงไม่สามารถรวมโฉนดได้ เนื่องจากผู้ถูกฟ้องคดียื่นคำคัดค้านแนวเขตที่ดินด้านทิศใต้ซึ่งติดกับทางหลวงชนบท ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการปักหมุดหรือชี้กันแนวเขตของทางหลวงชนบทให้ถูกต้อง เห็นว่า การคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งเป็นราชการส่วนท้องถิ่น ในฐานะผู้คุ้มครองรักษาที่สาธารณะเป็นเพียงการใช้สิทธิของเจ้าของที่ดินข้างเคียงเช่นเดียวกับเอกชนทั่วไปในการระวังแนวเขตที่ …
- ฎีกาที่ 1346/2561
ความผิดฐานเบิกความเท็จตาม ป.อ. มาตรา 177 นั้น ข้อความเท็จที่ได้เบิกความต่อศาลในการพิจารณาคดีจะต้องเป็นข้อสำคัญในคดี ซึ่งหมายถึงต้องเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างแท้จริงถึงขนาดมีผลทำให้แพ้ชนะคดีกันได้โดยอาศัยคำเบิกความอันเป็นเท็จเท่านั้น ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงโดยวินิจฉัยถึงหน้าที่นำสืบของโจทก์ประกอบคำเบิกความตอบคำถามค้านของโจทก์และคำเบิกความของ พ. จำเลยในคดีดังกล่าวเป็นสำคัญ ส่วนคำเบิกความของจำเลยนั้น ศาลชั้นต้นไม่ได้นำมากล่าวถึง เพียงแต่นำมารับฟังประกอบข้อวินิจฉัยที่ว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบกับคำเบิกความตอบคำถามค้านทนายจำเลยของโจทก์เท่านั้น แล้ววินิจฉัยถึงพฤติการณ์ต่างๆ ดังที่หยิบยกขึ้นมากล่าว โดยมิได้นำคำเบิกความของจำเลย มาเป็นข้อวินิจฉัยให้มีผลเป็นการแพ้ชนะกัน ข้อความที่จำเลยเบิกความดังกล่าวจึงไม่ใช่ข้อสำคัญในคดี ไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานเบิกความเท็จได้
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:135/2561
คดีนี้เอกชนเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายกเทศมนตรีตำบลหาดเจ้าสำราญ ที่ ๑ นายอำเภอเมืองเพชรบุรี ที่ ๒ อธิบดีกรมเจ้าท่า ที่ ๓ จำเลย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอรังวัดสอบเขตที่ดินและได้นำชี้แนวเขตที่ดินพิพาทต่อเจ้าพนักงานที่ดิน แต่จำเลยทั้งสามคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินพิพาทโดยอ้างว่าโจทก์ได้นำชี้แนวเขตที่ดินด้านทิศตะวันออกและทิศใต้รุกล้ำที่ดินหาดทรายชายทะเลอันเป็นที่สาธารณประโยชน์ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสามเพิกถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินและรับรองแนวเขตที่ดินตามที่โจทก์ได้นำชี้ เห็นว่า แม้ว่าจำเลยทั้งสามจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีหน้าที่ในการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศัก …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:136/2561
คดีที่เอกชนยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ และเอกชนด้วยกันเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ โดยอ้างว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ที่ดินตามหลักฐานแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) เลขที่ ๔๔ โดยครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าวต่อจากบิดาของผู้ฟ้องคดี มาตั้งแต่ปี ๒๕๑๕ จนถึงปัจจุบัน โดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งการครอบครองหรือเข้าครอบครอง เมื่อผู้ฟ้องคดีได้นำแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) เป็นหลักฐานในการยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุรินทร์ สาขาชุมพลบุรี ทำให้ทราบว่า นางส. แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานปฏิรูปที่ดินว่าได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินของผู้ฟ้องคดี จนมีการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. ๔-๐๑) เลขที่ ๑๕๕๕ ให้แก่นาง ส. ทับที่ดิน ส.ค. ๑ ที่ผู้ฟ้องคดีครอบครองทำประโยชน์อยู่ทั้งแปลง เมื่อ นางส. เสียชีวิต ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ …
- ฎีกาที่ 1362/2561
ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 226/2 บัญญัติห้ามมิให้รับฟังพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดครั้งอื่นๆ หรือความประพฤติในทางเสื่อมเสียของจำเลย เพื่อพิสูจน์ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดในคดีที่ถูกฟ้อง การที่จำเลยที่ 1 ให้การและให้การเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวนแตกต่างกันทั้งๆที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ศึกษาวิชากฎหมายระดับนิติศาสตรบัณฑิตจึงนับว่าเป็นข้อพิรุธ พยานหลักฐานดังกล่าวหาใช่พยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดครั้งอื่นๆ หรือความประพฤติในทางเสื่อมเสียของจำเลยที่ 1 อันจะต้องห้ามมิให้รับฟังตาม ป.วิ.อ. มาตรา 226/2 ตามที่จำเลยที่ 1 อ้างแต่อย่างใด จึงไม่เป็นกรณีที่ต้องบังคับตาม ป.วิ.อ. มาตรา 226/2 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 232 บัญญัติห้ามมิให้โจทก์อ้างจำเลยเป็นพยาน หมายถึง จำเลยในคดีเดียวกันและกฎหมายมิได้ห้ามโจทก์อ้างผู้กระทำความผิดเช่นเดียวกับจำเลยมาเป็นพยานด้วย เมื่อคำเบิกความของจำเลยทั้งสองที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกขึ้ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:137/2561
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิพร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคารเลขที่ ๑๑๗ ต่อจากบิดาและนายยุทธนา เนื้อที่ ๓๕๒.๒๘ ตารางวา ตั้งอยู่ที่ซอยราชดำริ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ จำเลยซึ่งเป็นผู้อำนวยการเขตปทุมวันมีคำสั่งให้โจทก์รื้อถอนอาคาร เลขที่ ๑๑๗ ออกจากคลองซุง ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งโดยอ้างคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ. ๒๖๒/๒๕๕๖ ที่วินิจฉัยว่า อาคารของโจทก์สร้างบนที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน และเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ จำเลยได้มีคำสั่งให้โจทก์รื้อถอนอาคารเลขที่ ๑๑๗ ออกจากสาธารณสมบัติของแผ่นดินอีกครั้งหนึ่ง โจทก์เห็นว่าโจทก์เป็นผู้ครอบครองใช้ประโยชน์ที่ดินพิพาทต่อเนื่องมาจากบิดากว่า ๑๐๐ ปี การที่จำเลยออกคำสั่งให้โจทก์รื้อถอนอาคารบ้านเลขที่ ๑๑๗ จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ขอให้ศาลพิพาก …