ปี พ.ศ.: 2561
626 รายการ · หน้า 4 จาก 32
- ฎีกาที่ 1376/2561
ประกาศกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เรื่อง กำหนดให้ผู้ใช้ความถี่วิทยุต้องเสียค่าตอบแทนในการใช้ความถี่วิทยุ และกรณีที่ผู้ใช้ความถี่วิทยุไม่ชำระหรือชำระค่าตอบแทนในการใช้ความถี่วิทยุเกินกำหนดเวลาที่กำหนด ผู้ใช้ความถี่วิทยุต้องเสียค่าตอบแทนในการใช้ความถี่วิทยุเพิ่ม เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงตามหนังสืออนุญาตให้จัดตั้งข่ายสื่อสารในกิจการเพื่อสื่อมวลชน ซึ่งการเสียค่าตอบแทนในการใช้ความถี่วิทยุเพิ่มดังกล่าว เป็นการกำหนดค่าเสียหายในกรณีจำเลยไม่ชำระหนี้หรือไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องตามสมควรไว้ล่วงหน้าในลักษณะเป็นเบี้ยปรับตาม ป.พ.พ. มาตรา 379 เมื่อเบี้ยปรับสูงเกินส่วน ศาลย่อมมีอำนาจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยชำระค่าตอบแทนในการใช้ความถี่วิทยุเพิ่มนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์นั้น เมื่อศาลชั้นต้นยกคำขอในส่วนนี้ โจทก์มิได้อุทธรณ์โต้แย้ง ถือว่าเ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:138/2561
คดีที่เอกชนยื่นฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ถึงที่ ๔ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองว่า ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ร่วมกันรังวัดแนวเขตที่ดินที่ราชพัสดุ ปักหลักเขตรุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดีและทำลายต้นไม้ในบริเวณดังกล่าว ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ย้ายหลักเขตที่ดินที่ราชพัสดุตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงที่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดี และห้ามรบกวนหรือยุ่งเกี่ยวกับที่ดินของผู้ฟ้องคดี รวมทั้งให้ชดใช้ค่าเสียหาย ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ให้การทำนองเดียวกันว่า แม้ที่ดินของผู้ฟ้องคดีจะทับซ้อนกับที่ราชพัสดุและผู้ฟ้องคดีจะได้ครอบครองในส่วนที่ทับซ้อน แต่ผู้ฟ้องคดีไม่อาจยกอายุความต่อสู้กับสาธารณสมบัติของแผ่นดินได้ เห็นว่า แม้คดีนี้จะเป็นคดีที่ฟ้องเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานทางปกครองว่า กระทำการโดยไม่มีอำนาจหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่การที่ฝ่ายผู้ถูกฟ้อ …
- ฎีกาที่ 1389/2561
ข้อตกลงเบื้องต้น (MOU) ระหว่างจำเลยที่ 3 กับจำเลยที่ 5 เป็นข้อตกลงระหว่างผู้ค้ำประกันด้วยกันเอง โจทก์ในฐานะผู้รับโอนหนี้จากธนาคาร ด. มิได้ตกลงยินยอมด้วย จึงไม่มีผลให้จำเลยที่ 5 หลุดพ้นจากการเป็นผู้ค้ำประกันตามสัญญาค้ำประกันทรัสต์รีซีทที่ทำกับธนาคาร ด. ส่วนการที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ทำสัญญาสินเชื่อกับโจทก์ ปรากฏว่าเนื้อหาของสัญญาดังกล่าวเป็นการที่โจทก์ยินยอมให้จำเลยที่ 2 มาร่วมใช้วงเงินสินเชื่อที่จำเลยที่ 1 เคยได้รับจากธนาคาร ด. พร้อมกันนั้นได้มีการขอเพิ่มวงเงินสินเชื่อและเปลี่ยนแปลงประเภทวงเงินสินเชื่อ โดยไม่ได้ตกลงให้หนี้เดิมระงับและบังคับตามหนี้ใหม่ สิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้เดิมมิได้มีการเปลี่ยนแปลง กรณีถือไม่ได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงหนี้ใหม่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 349 ไม่ทำให้หนี้ของจำเลยที่ 5 ที่มีต่อโจทก์ระงับสิ้นไป จำเลยที่ 5 จึงต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ ตามสัญญาค้ำประกันทรัสต์รีซีทระบุว่า " …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:139/2561
คดีที่โจทก์ทั้งหกเป็นเอกชนยื่นฟ้องหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐว่า จำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันรังวัดและออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ฉบับที่ ๔๑๓๐/๒๕๑๕ (ที่สงวนเลี้ยงสัตว์โคกเขากระโดง) โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทับที่ดินของโจทก์ทั้งหก ขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่า ที่ดินเป็นของโจทก์ทั้งหก ให้เพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเฉพาะบริเวณที่ออกทับที่ดินและห้ามจำเลยทั้งห้าหรือบริวารหรือผู้ใต้บังคับบัญชา กระทำการอันเป็นการรบกวนการทำประโยชน์ในที่ดินของโจทก์ทั้งหก จำเลยทั้งห้าให้การทำนองเดียวกันว่า การออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ได้ดำเนินการโดยถูกต้องตามระเบียบ และข้อกฎหมาย โจทก์ทั้งหกไม่มีเอกสารแสดงสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทจึงเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน เห็นว่า ที่ดินพิพาทในคดีนี้เป็นที่ดินที่โจทก์ทั้งหกอ้างว่าเป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ต่อเนื่องมาจากบรรพบุรุษ แต่จำเลยท …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:14/2561
คดีที่เอกชน ยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ และที่ ๔ เป็นข้าราชการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานเขตคลองสามวา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ซึ่งเป็นส่วนราชการในสังกัดของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จึงเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินมีโฉนด โดยมารดาของผู้ฟ้องคดีซื้อมาจากโครงการจัดสรร จากนั้นมารดาของผู้ฟ้องคดีและผู้ฟ้องคดีได้ครอบครองที่ดินติดกันซึ่งเป็นที่ดินคงเหลือจากโครงการจัดสรรที่ขายพร้อมกับที่ดินมีโฉนดให้แก่มารดาของผู้ฟ้องคดี ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ และที่ ๔ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สังกัดผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ กับพวกอีกหลายคน พร้อมด้วยทหารนำรถแบ็คโฮเข้ามาทำลายต้นไม้และทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีในที่ดินพิพาทอ้างว่าเป็นที่สาธารณะ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งห้าม ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่และผู้ที่เกี่ยวข้องกระทำการใด ๆ …
- ฎีกาที่ 140/2561
แม้คดีนี้จะเป็นคดีที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ศาลกำหนดโทษให้ใหม่ ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (ที่แก้ไขใหม่) โดยอ้าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2560 มาตรา 3 ซึ่งเป็นกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 2 มากกว่ามาตรา 15 วรรคสาม (เดิม) ตาม ป.อ. มาตรา 3 (1) ก็ตาม แต่คำร้องของจำเลยที่ 2 ก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ดังนี้ คดีของจำเลยที่ 2 จึงเป็นคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อันอยู่ในบังคับของ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ด้วย ซึ่งมาตรา 18 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าวบัญญัติว่า "ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งโดยมิชักช้าและภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติมาตรา 16 และมาตรา 19 คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์เฉพาะการกระทำซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้เป็นที่สุด" และมาตรา 19 วรรคหนึ่ง บัญญัติว …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:140/2561
ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลบ่อนอก ที่ ๑ นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ที่ ๒ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ ๓ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ ๔ กรมที่ดิน ที่ ๕ ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยห้ามมิให้ฝ่ายผู้ถูกฟ้องคดีกระทำใด ๆ เพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงทับที่ดินแปลงพิพาทของผู้ฟ้องคดี และอ้างว่าการดำเนินการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาความมุ่งหมายของ ผู้ฟ้องคดีก็เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งรับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดิน ซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ฝ่ายผู้ถูกฟ้องคดี เพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงหรือห้ามมิให้กระทำใด ๆ เพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับท …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:141/2561
ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งยกเลิกการรังวัดการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงทับที่ดินของผู้ฟ้องคดี และห้ามมิให้ผู้ถูกฟ้องคดีกระทำการหรืองดเว้นกระทำการใด ๆ หรือเข้ามาสอดเกี่ยวข้องกับที่ดินของผู้ฟ้องคดีเพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงที่สาธารณประโยชน์ ประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ ๗ ตำบลบ่อนอก อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างพิจารณาศาลมีคำสั่งเรียกนายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์และองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อนอก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานทางปกครองตามพระราชบัญญัติเดียวกัน เข้ามาในคดีเป็นผู้ร้องสอด ที่ ๑ และที่ ๒ ตามลำดับ เห็นว่า แม้ผู้ฟ้องคดีจะยื่นฟ้องผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐขอให้ยกเลิกการรังวัดการออก …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:142/2561
ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลบ่อนอก ที่ ๑ นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ที่ ๒ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ ๓ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ ๔ กรมที่ดิน ที่ ๕ ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แม้จะมีคำขอให้ห้ามมิให้ฝ่ายผู้ถูกฟ้องคดีกระทำใด ๆ เพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงทับที่ดินแปลงพิพาทของผู้ฟ้องคดี และอ้างว่าการดำเนินการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนคำสั่งให้ออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาความมุ่งหมายของผู้ฟ้องคดีก็เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งรับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดิน ทั้งการที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ฝ่ายผู้ถูกฟ้องคดีเพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงหรือห้ามมิให้กระทำใด ๆ …
- คำวินิจฉัย(คำสั่ง)ที่ คำวินิจฉัย(คำสั่ง):143/2561
คดีที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งอันถึงที่สุดระหว่างศาลขัดแย้งกันและจะส่งให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดได้นั้นจะต้องเป็นกรณีที่คำพิพากษาหรือคำสั่งอันถึงที่สุดระหว่างศาลขัดแย้งกันโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่เป็นเรื่องเดียวกัน แต่ได้ยื่นฟ้องต่อศาลสองศาลต่างระบบและศาลทั้งสองศาลนั้น มีคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแตกต่างกัน จนเป็นเหตุให้คู่ความไม่ได้รับการเยียวยาความเสียหายหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม กรณีที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำพิพากษาในประเด็นแห่งคดีเรื่องค่าเสียหายในทางแพ่งตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ล. โจทก์ บริษัท ค. จำเลย (ผู้ร้อง) ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกัน โดยไม่ได้วินิจฉัยเกี่ยวกับการกระทำของคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดนนทบุรีซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐว่าได้ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่พิพาทกันในคดีปกครองตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ประเด็ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:144/2561
คดีที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องสหกรณ์สตรีประโคนชัย ขอให้รับผิดตามสัญญากู้ยืมเงินตามข้อตกลงระหว่างโจทก์และจำเลย โดยจำเลยทำหนังสือ "คำยินยอมของสหกรณ์ในการขอรับความช่วยเหลือด้านเงินทุนภายใต้โครงการเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างภาคเกษตร" ให้ไว้แก่โจทก์ และให้รับผิดตามหนังสือรับสภาพความผิดตามคำยินยอมของสหกรณ์ในการขอรับความช่วยเหลือเงินทุนภายใต้โครงการเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างภาคเกษตรและสิทธิเรียกร้องเดิมนั้น แม้โจทก์เป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นกรม สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่เมื่อพิจารณาสัญญากู้ยืมเงินหรือคำยินยอมของสหกรณ์ในการขอรับความช่วยเหลือด้านเงินทุนภายใต้โครงการเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างภาคเกษตรที่จำเลยทำไว้กับโจทก์แล้ว มีสาระสำคัญเ …
- ฎีกาที่ 145/2561
คดีก่อนโจทก์ฟ้องว่าที่ดินพิพาทตามพินัยกรรมเป็นทรัพย์มรดกของ บ. มิใช่ พ. ศาลชั้นต้นยกฟ้อง คดีถึงที่สุด จึงต้องฟังว่าพินัยกรรมของ พ. ถูกต้องสมบูรณ์ และ บ. ไม่ได้รับทรัพย์สินตามพินัยกรรม โจทก์ในฐานะทายาทของ บ. ไม่มีสิทธิขอแบ่งที่ดินพิพาท ฟ้องโจทก์คดีนี้ขอให้แบ่งที่ดินพิพาทจึงเป็นฟ้องซ้ำ เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้วินิจฉัยถูกต้องแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับคดีไว้พิจารณาพิพากษา ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง อนึ่ง แม้อุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นและพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 แบ่งที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ แต่คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีผลเพียงให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดีเท่านั้น จึงเป็นการปลดเปลื้องทุกข์อันมิอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท ดังนั้น จึงให้คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกิน 200 บาท ในช …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:145/2561
สัญญาซื้อขายโต๊ะ - เก้าอี้นักเรียนพร้อมติดตั้งจำนวน ๑,๑๕๐ ชุด สัญญาพิพาทมีสาระสำคัญเพียงว่าให้เอกชนส่งมอบโต๊ะ - เก้าอี้นักเรียนพร้อมติดตั้งให้แก่หน่วยงานทางปกครอง อันไม่ใช่ลักษณะของการมอบหมายให้เอกชนเข้าร่วมจัดทำบริการสาธารณะ รวมทั้งวัตถุแห่งสัญญาพิพาทในคดีนี้เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกในด้านการเรียนการสอนเท่านั้น ไม่ใช่เครื่องมือในการจัดทำบริการสาธารณะโดยตรง และไม่มีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน หรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ที่จะถือว่าเป็นสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:146/2561
แม้พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๑๖ เป็นกฎหมายว่าด้วยการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่เจตนารมณ์ในการจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกำหนดให้ผู้ค้าต้องส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ก็โดยมุ่งหมายที่จะให้มีเงินสำหรับบริหารจัดการให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเป็นธุรกิจการค้าระหว่างเอกชนในท้องตลาดไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป เพื่อรองรับภาวะวิกฤติและภัยพิบัติที่ส่งผลต่อธุรกิจพลังงาน ทั้งอัตราเงินส่งเข้ากองทุนก็รวมอยู่ในราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผู้บริโภคต้องชำระแก่ผู้ค้าน้ำมัน ไม่มีกฎหมายกำหนดให้โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองฟ้องคดีต่อศาลเพื่อบังคับให้จำเลยส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง การมีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้เป็นวิธีปฏิบัติในการแจ้งข้อเรียกร้อง ไม่ใช่การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานทางปกครองใช้อำนาจตามกฎหมายออกคำสั่งทางปกครอง เมื่ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:147/2561
คดีที่โจทก์ทั้งเจ็ดในฐานะทายาทโดยธรรมของนาย ป. ยื่นฟ้องกรมทางหลวง จำเลย โดยกล่าวอ้างว่าจำเลยละเลยต่อหน้าที่ไม่ตัดกิ่งไม้แห้งริมถนนที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบบริเวณสามแยกทางเข้าวัดวังสรรพรส ตำบลบ่อ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ทำให้กิ่งไม้แห้งของต้นยางขนาดใหญ่ตกลงมาใส่ศีรษะนาย ป. เป็นเหตุให้นาย ป. ล้มลงหมดสติและถึงแก่ความตาย อันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งเจ็ด ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ทั้งเจ็ด เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องคดีนี้ กรมทางหลวง จำเลย เป็นส่วนราชการฐานะเป็นกรม สังกัดกระทรวงคมนาคม ตามมาตรา ๒๑ (๖) แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ จำเลยจึงเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และโดยที่กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ กำหนดให้จำเลยมีภารกิจเกี่ยวกับก …
- ฎีกาที่ 1476/2561
โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยซื้อมาจากพระภิกษุ ป. และเข้าครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา แต่ที่ดินพิพาทกลับมีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของ และมีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับซื้อฝาก เป็นการรบกวนการครอบครองที่ดินพิพาท เท่ากับเป็นการกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองโต้แย้งการครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์ โจทก์จึงเสนอคดีของตนต่อศาลได้ ส่วนที่ดินพิพาทไม่ใช่แปลงเดียวกับที่โจทก์ซื้อมาจากพระภิกษุ ป. หรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่คู่ความจะต้องนำสืบในชั้นพิจารณา โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่โจทก์ซื้อมาจากพระภิกษุ ป. และเข้าครอบครองทำประโยชน์ หาใช่เป็นการครอบครองที่ดินผิดแปลง แม้การให้ที่ดินพิพาทระหว่าง ส. กับพระภิกษุ ป. ไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 525 แต่เมื่อ ส. สละการครอบครองและโอนการครอบครองโดยส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:148/2561
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในเรื่องดังต่อไปนี้ (๓) คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ซึ่งเป็นการจำกัดประเภทคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ในอำนาจของศาลปกครองจากคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม แม้คดีนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เป็นรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ. ๒๕๐๓ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๒ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:149/2561
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในเรื่องดังต่อไปนี้ (๓) คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ซึ่งเป็นการจำกัดประเภทคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ในอำนาจของศาลปกครองจากคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม แม้คดีนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เป็นรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ. ๒๕๐๓ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๒ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจั …
- ฎีกาที่ 1497/2561
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 32, 33, 80, 83, 91, 138, 140, 289, 358 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ จำเลยให้การรับสารภาพ และศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยเกี่ยวกับความผิดที่จำเลยกระทำในคำพิพากษาไว้ชัดเจนว่า จำเลยร่วมกับพวกกระทำความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีหรือใช้อาวุธปืนกับร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด นอกจากนี้จำเลยกับพวกยังร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนกับร่วมกันทำให้เสียทรัพย์เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนอันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดเป็นกระทงแรก จำเลยกั …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:15/2561
คดีที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้อง เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุพรรณบุรี สาขาอู่ทอง ที่ ๑ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ ๒ และกรมที่ดิน ที่ ๓ ผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานทางปกครองว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ เนื้อที่ ๑๓ ไร่ ได้รับความเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ มีคำวินิจฉัยยืนตามคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ไม่รับคำขอออกโฉนดที่ดินในที่ดินพิพาทเนื่องจากไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าผู้ฟ้องคดีครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ และที่ดินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีครอบครองต่อเนื่องมาจากเจ้าของเดิมและปัจจุบันมีพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพที่ดินดังกล่าวแล้ว ขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ให้ผู้ถูก …