ปี พ.ศ.: 2563
1,187 รายการ · หน้า 9 จาก 60
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:134/2563
คดีนี้เอกชนยื่นฟ้อง กรมที่ดิน ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ อธิบดีกรมที่ดิน ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายและเป็นผู้จัดการมรดกของนาย ป. เจ้ามรดก ผู้ฟ้องคดีได้ตรวจสอบทรัพย์มรดกพบว่าโฉนดที่ดินพิพาทมีรายการในสารบัญจดทะเบียนไม่ถูกต้อง เนื่องจากภายหลังแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้มีชื่อตามบันทึกข้อตกลงเรื่องแบ่งกรรมสิทธิ์ลงวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๒๒ แล้ว ต่อมามีการจดทะเบียนให้แก่ผู้มีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดซึ่งเป็นแปลงคงเหลือและทำเป็นถนน ตามบันทึกข้อตกลงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๒๓ อันเป็นการจดทะเบียนที่ไม่ถูกต้องตามเจตนาของเจ้ามรดก ซึ่งผู้มีชื่อทั้งสองคนได้กรรมสิทธิ์ที่ดินไปครบถ้วนแล้ว การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในส่วนของแปลงคงเหลือจึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการหลีกเลี่ยงการเสียค่าธรรมเนียมการโอนที่ดินตามกฎหมาย ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เพิกถอนนิติกรรมรายก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:135/2563
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:135/2563
คดีนี้ ธนาคาร ก. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี ที่ ๑ สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี ที่ ๒ กรมที่ดิน ที่ ๓ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ที่ ๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ ๕ กระทรวงมหาดไทย ที่ ๖ บริษัท ณ. ที่ ๗ ผู้ถูกฟ้องคดี ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ธนาคาร ก. ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าหนี้ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๗ ตามคำพิพากษาศาลฎีกา คดีอยู่ระหว่างการบังคับคดี แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ มีคำสั่งจังหวัดชลบุรีให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนจำนองห้องชุดจำนวน ๖๙๓ ห้องชุด ที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๗ ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษานำมาจดทะเบียนจำนองไว้กับผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์คำสั่ง แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ มีคำสั่งยกอุทธรณ์ ขอให้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ และให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี ดังนี้ เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ และที่ ๕ เป็นเจ้าห …
- ฎีกาที่ 1350/2563
ขณะ จ. อยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลย จ. คบหาฉันชู้สาวกับผู้ตายจนเป็นสาเหตุให้จำเลยหึงหวงและทะเลาะกัน แล้วแยกกันอยู่กับ จ. ไม่ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันอีก วันเกิดเหตุเมื่อผู้ตายเห็นรถจำเลยจอดอยู่ จึงขับรถมาจอดเทียบข้างรถจำเลย แล้วจำเลยพูดกับผู้ตายว่า มึงยังไม่เลิกยุ่งกับเมียกูอีกหรือ ลูกโตกันหมดแล้ว ก็เป็นการพูดในทำนองขอร้องให้ผู้ตายเลิกคบหากับ จ. และให้เห็นแก่บุตรของจำเลยกับ จ. ซึ่งโตแล้ว แต่ผู้ตายกลับพูดด้วยถ้อยคำหยาบคายว่า จะเลิกยุ่งทำไม เมียมึงเย็ดมันดี ซึ่งเป็นการพูดต่อหน้าบุตรชายของจำเลยที่เกิดกับ จ. ด้วย คำพูดของผู้ตายเช่นนั้นเป็นการเย้ยหยันและดูถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรีของจำเลยอย่างรุนแรง จึงเป็นการข่มเหงจิตใจจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และการที่ผู้ตายคบหากับ จ. มาตั้งแต่ขณะ จ. อยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลย ถือว่าจำเลยถูกกดขี่ข่มเหงต่อเนื่องมาโดยตลอด ทำให้จำเลยไม่อาจ อดกลั้นโทส …
- ฎีกาที่ 1352/2563
แม้การทำปลอมสำเนาใบส่งสินค้า/สำเนาใบกำกับภาษีและสำเนาใบวางบิล ผู้กระทำมีเจตนามุ่งให้เกิดผลเป็นหนี้ค่าสินค้าแยกต่างหากจากกันรวม 6 ครั้ง แต่การขายเอกสารปลอมทั้ง 6 ฉบับดังกล่าวโดยการโอนสิทธิเรียกร้องให้แก่บริษัท ค. โดยอ้างว่าโจทก์ร่วมเป็นลูกหนี้จำเลยที่ 1 กระทำในวันและเวลาเดียวกันเพียงสองวัน เจตนาของการใช้เอกสารสิทธิปลอมในการทำนิติกรรมดังกล่าวจึงแยกออกจากกันได้เป็นสองกรรม หาใช่เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียว แต่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ตาม ป.อ. มาตรา 91 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้มิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาก็หยิบยกขึ้นวินิจฉัยให้ถูกต้องได้ แต่ไม่อาจเรียงกระทงลงโทษจำเลยทั้งสองได้ทุกกระทงความผิด เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยทั้งสองโดยโจทก์และโจทก์ร่วมมิได้ฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195, 212 ประกอบมาตรา 225
- ฎีกาที่ 1354/2563
ตามภาพสเก็ตซ์คนร้ายเป็นภาพของคนวัยหนุ่มซึ่งสอดคล้องกับที่ผู้เสียหายบอกพันตำรวจโท ธ. ว่าคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ แต่ภาพของจำเลยขณะถ่ายภาพขอมีบัตรประชาชนอายุ 51 ปี เป็นวัยกลางคนค่อนไปทางชรามีลักษณะต่างวัยกันมาก นอกจากนี้ผู้เสียหายก็เบิกความตอบคำถามค้านด้วยว่า ในการชี้ภาพนั้นใช้เวลาหลายชั่วโมง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติหากผู้เสียหายสามารถจดจำคนร้ายได้ชัดเจนและสามารถยืนยันได้อย่างแน่นอนจริง พยานหลักฐานโจทก์มีลักษณะขัดแย้งกันและเป็นพิรุธในหลายจุด เมื่อประมวลวิเคราะห์เข้าด้วยกันแล้ว ยังไม่มีน้ำหนักมั่นคงพอและเป็นที่สงสัยตามสมควรว่าจำเลยเป็นคนร้ายหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 227 วรรคสอง
- ฎีกาที่ 1354/2563
- ฎีกาที่ 1359/2563
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1359/2563
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:136/2563
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:136/2563
คดีที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลแม่ก๊า ผู้ถูกฟ้องคดี ว่าผู้ถูกฟ้องคดีให้ผู้รับจ้างนำรถแบคโฮขุดลอกลำเหมืองบริเวณที่ดินของผู้ฟ้องคดีเพียงด้านเดียวไม่ตรงตามแบบ ทำเป็นคันดินขนาดกว้างประมาณ ๓ เมตร สูงประมาณ ๗๐ เซนติเมตร ทอดยาวตลอดแนวลำเหมืองและขุดลอกลำเหมืองหลายครั้งโดยไม่แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีทราบ ทำให้ที่ดินของผู้ฟ้องคดีหายไปประมาณ ๑ งาน ๙๔ ๕/๑๐ ตารางวา ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีปรับคันดินตลอดแนวลำเหมืองให้ราบเรียบ และค้นหาหลักเขตที่ดินที่ถูกฝังกลบ กับให้ปรับคืนสภาพที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๓๑๓๘ หรือเลขที่ ๓๒๔๔๑ (เดิม) ให้มีสภาพเต็มเนื้อที่ดังเดิม หากไม่สามารถกระทำได้ให้ชดใช้ค่าเสียหายและค่าขาดประโยชน์พร้อมดอกเบี้ย ผู้ถูกฟ้องคดีให้การว่า ผู้ฟ้องคดีได้รังวัดสอบเขตที่ดินมีโฉนดรวม ๓ แปลง เพื่อรวมโฉนดเป็นแปลงเดียวกัน และจดทะเบียนแบ่งหักเป็นลำเหมืองสาธารณประโยชน์ จำนวน ๑ งาน ๙๔ ๕/๑๐ ตารางวา ที่ดิ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1360/2563
- ฎีกาที่ 1363/2563
- ฎีกาที่ 1373/2563
- ฎีกาที่ 1375/2563
จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องฐานประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมาย ส่วนกฎกระทรวง เรื่อง กำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ.2559 ออกโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตามที่จำเลยอ้างนั้น เป็นการออกกฎกระทรวงตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 เพื่อควบคุมอาคารที่จะนำมาประกอบธุรกิจโรงแรม จึงเป็นกฎกระทรวง ที่มิได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของจำเลยตามฟ้อง กฎกระทรวงดังกล่าวจึงไม่ได้มีผลยกเลิกหรือยกเว้นความผิดของจำเลย การกระทำของจำเลยยังคงเป็นความผิดตามฟ้อง
- ฎีกาที่ 1375/2563
- ฎีกาที่ 1376/2563
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515 ข้อ 5 บัญญัติว่า เมื่อได้มีประกาศของรัฐมนตรีกำหนดกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดดังระบุไว้ต่อไปนี้ หรือกิจการอันมีสภาพคล้ายคลึงกัน ให้เป็นกิจการที่ต้องขออนุญาต ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบกิจการนั้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี (7) การจัดหามาซึ่งเงินทุนแล้วให้ผู้อื่นกู้เงินนั้น หรือเอาเงินนั้นซื้อหรือซื้อลดซึ่งตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมืออื่น หรือตราสารการเครดิต ข้อ 16 บัญญัติว่า ผู้ใดฝ่าฝืนข้อ 4 หรือข้อ 5 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2548 มีใจความว่า "...รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจึงออกประกาศกำหนดให้การให้สินเชื่อส่วนบุคคลอันเป็นกิจการที่มีลั …
- ฎีกาที่ 1377/2563
เมื่อข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบมามีน้ำหนักให้รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยเป็นผู้ชักชวนผู้เสียหายที่ 1 ให้ไปมีเพศสัมพันธ์กับ ส. พฤติการณ์ของจำเลยที่ชักชวนผู้เสียหายที่ 1 นับตั้งแต่ครั้งแรกในคืนที่จำเลยพบผู้เสียหายที่ 1 ในร้านอาหาร โดยการตามผู้เสียหายที่ 1 ไปที่ห้องน้ำเพื่อบอกว่า ส. ต้องการมีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหายที่ 1 และ ส. จะให้ทุกอย่างตามที่ต้องการ จนกระทั่งวันเกิดเหตุจำเลยไปหาผู้เสียหายที่ 1 ที่บ้านเพื่อนของผู้เสียหายที่ 1 และยังคงพูดจาชักชวนผู้เสียหายที่ 1 ไปมีเพศสัมพันธ์กับ ส. อีก จนผู้เสียหายที่ 1 ยอมตามที่จำเลยชักชวนและหลังจาก ส. พาผู้เสียหายที่ 1 ไปมีเพศสัมพันธ์ แล้วกลับมาที่ร้านอาหารดังกล่าว จำเลยได้รับเงินจากผู้เสียหายที่ 1 จำนวน 500 บาท นอกจากนี้ ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายที่ 1 ยังอยู่ในอำนาจปกครองของผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ปกครองหรือผู้ดูแล การที่จำเลยชักชวนผู้เสียหายที่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1378/2563
- ฎีกาที่ 1389/2563
ผู้คัดค้านที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์จากผู้คัดค้านที่ 2 โดยนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมาชำระเงินดาวน์และค่างวดเช่าซื้อ แต่ผู้คัดค้านที่ 1 จะได้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์เมื่อชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนแล้วเท่านั้น เมื่อยังชำระค่าเช่าซื้อไม่ครบถ้วน กรรมสิทธิ์ในรถยนต์จึงยังคงเป็นของผู้คัดค้านที่ 2 เมื่อกรณีมีเหตุควรเชื่อว่าผู้คัดค้านที่ 2 ให้ผู้คัดค้านที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์และรับเงินตามสัญญาเช่าซื้อโดยสุจริตจึงชอบที่จะขอคืนรถยนต์ได้ แต่ผู้คัดค้านที่ 1 นำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดมาชำระราคาค่าเช่าซื้อบางส่วนให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 รถยนต์จึงมีส่วนที่เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดซึ่งต้องตกเป็นของแผ่นดินรวมอยู่ด้วย เมื่อตามสัญญาเช่าซื้อเหลือเงินลงทุนของผู้คัดค้านที่ 2 ที่ยังขาดอยู่ซึ่งผู้คัดค้านที่ 2 มีสิทธิจะได้รับ 358,504.59 บาท จึงต้องคืนราคารถยนต์ตามสิทธิของผู้คัดค้านที่ 2 โดยต้องขา …