ปี พ.ศ.: 2564
459 รายการ · หน้า 18 จาก 23
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:49/2564
คดีนี้เอกชนยื่นฟ้องเจ้าพนักงานที่ดิน ที่ ๑ อธิบดีกรมธนารักษ์ ที่ ๒ ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ ที่ ๓ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ ที่ ๔ ผู้ถูกฟ้องคดี ความว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะรายต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ซึ่งผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้ครอบครองปลูกสร้างที่อยู่อาศัยและใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ไม่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายให้แล้วเสร็จอันเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้สำนักงานที่ดิน โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ดำเนินการออกโฉนดที่ดินให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสอง ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เพิกถอนทะเบียนที่ราชพัสดุ ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ถึงที่ ๔ ถอนการคัดค้านการขอออกโฉนดที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสอง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ให้การว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้ยื่นค …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:5/2564
คดีที่อดีตหัวหน้าสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางอำเภอทั้งสาม ยื่นฟ้อง ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ที่ 1 การยางแห่งประเทศไทย ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และหน่วยงานทางปกครองว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งไล่ผู้ฟ้องคดีทั้งสามออกจากการเป็นพนักงานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีผู้ฟ้องคดีทั้งสามกับพวกรวม 6 คน ถูกกล่าวหาว่ามีหน้าที่ดำเนินการให้เกษตรกรผู้รับการสงเคราะห์จัดหาปุ๋ยบำรุงเองในปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ในกิจกรรมส่งเสริมสถาบันเกษตรกรจัดหาปุ๋ยบำรุงให้แก่เกษตรกรผู้รับการสงเคราะห์ ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่การงาน และปฏิบัติหน้าที่โดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบการยางแห่งประเทศไทย มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล เป็นเหตุให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองได้รับความเสียหายอย่างร้ายแร …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:50/2564
ตามคำร้องของผู้ร้องเป็นกรณีที่กองทัพเรือนำข้อเท็จจริงซึ่งเป็นเรื่องเดียวกันฟ้องต่อศาลปกครองและศาลยุติธรรม ซึ่งต่อมาศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๖๗๔/๒๕๕๘ และศาลยุติธรรมมีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ ๑๒๗๑๗/๒๕๖๒ ซึ่งเป็นคำพิพากษาที่ถึงที่สุด โดยทั้งสองศาลมีคำวินิจฉัยแตกต่างกันในเรื่องระยะเวลาการฟ้องคดีหรืออายุความการฟ้องคดีซึ่งมีผลทำให้คำพิพากษาหรือคำสั่งของทั้งสองศาลนั้นแตกต่างกัน เป็นเหตุให้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ถูกฟ้องคดีและจำเลยในคดีดังกล่าวไม่ได้รับความเป็นธรรม กรณีจึงเป็นปัญหาเกี่ยวกับคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ถึงที่สุดระหว่างศาลขัดแย้งกันในคดีที่มีข้อเท็จจริงเป็นเรื่องเดียวกันตามมาตรา ๑๔ แห่งแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งคณะกรรมการมีอำนาจวินิจฉัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลที่ถึงที่สุดขัดแย้งกันได้ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัย …
- ฎีกาที่ 503-505/2564
โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้สำนวนแรกภายหลังวันที่ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. 2559 ใช้บังคับ แต่ก่อนฟ้องคดีต่อศาลและก่อนประกาศใช้พระราชบัญญัติดังกล่าวโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้สืบพยานไว้ล่วงหน้าตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 มาตรา 31 โดยศาลชั้นต้นสืบพยานรายผู้เสียหายที่ 1 ไว้ล่วงหน้าแล้ว ย่อมถือว่าคดีนี้เป็นคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลชั้นต้นก่อนวันที่ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. 2559 ใช้บังคับ จึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. 2559 ใช้บังคับ มาใช้บังคับต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด การฎีกาของโจทก์จึงเป็นไปตามสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่ใช่กรณีต้องขออนุญาตตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. 2559
- ฎีกาที่ 506/2564
แม้โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ภายหลังวันที่ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ.2559 ใช้บังคับ แต่ก่อนฟ้องคดีต่อศาลและก่อนประกาศใช้พระราชบัญญัติดังกล่าวโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นและศาลชั้นต้นสืบพยานรายผู้เสียหายไว้ล่วงหน้าแล้ว ย่อมถือว่าคดีนี้เป็นคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลชั้นต้นก่อนวันที่ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ.2559 ใช้บังคับ จึงต้องนำ ป.วิ.อ. ที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ.2559 ใช้บังคับมาใช้บังคับต่อไปตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ.2559 มาตรา 48 การฎีกาของโจทก์ย่อมเป็นไปตาม ป.วิ.อ. ไม่ใช่ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ.2559 ซึ่งฎีกาของโจทก์ที่ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามต้องห้ามคู่ความฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 แต่ตามหนังสือรับรองของอัยการสูงสุดแนบท้ายคำร้องแสดงเหตุที่ศาลฎีกาควรรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณา รับรองว่าฎีกาของโจทก์สำหรับจำเลยทั้งสามมีเหตุสม …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:51/2564
คดีที่ ร้อยตรี ว. อดีตข้าราชการทหารเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่ ๑ กระทรวงกลาโหม ที่ ๒ จำเลย โดยอ้างว่า การไต่สวนข้อเท็จจริงและมติของจำเลยที่ ๑ ที่ชี้มูลความผิดโจทก์ว่าโจทก์มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๑๕ ประกอบพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๖ มาตรา ๕ และเป็นความผิดอาญา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓ ประกอบมาตรา ๔ และพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรับราชการทหาร (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๖ มาตรา ๔๕ เป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และคำสั่งลงโทษทางวินัยปลดโจทก์ออกจากราชการของจำเลยที่ ๒ ตามคำสั่งกระทรวงกลาโหม ที่ ๓๕๐/๒๕๕๐ ลงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ที่ออกตามมติชี้มูลความผิดของจำเลยที่ ๑ เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:52/2564
คดีที่ บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ยื่นฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามซึ่งเป็นเอกชนว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่ ๒ ไม่ปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจโครงการทดลองการให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๓G ระหว่างผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ และข้อตกลงต่อท้าย ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เป็นผู้รับโอนสิทธิและหน้าที่ตามบันทึกความเข้าใจดังกล่าว โดยมีหนังสือค้ำประกันของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ เป็นหลักประกันการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจ ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกันชำระเงินค่าบริการ ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นพร้อมดอกเบี้ย และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย เห็นว่า ผู้ฟ้องคดี เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชน จำกัด ถูกจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยแปลงสภาพมาจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีอำนาจหน้าที่ประกอบกิจการโทรศัพท์ แต่ผู้ฟ้องคดีจะมีฐานะ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:53/2564
คดีนี้บริษัทเอกชนยื่นฟ้อง สำนักงานศาลยุติธรรม ที่ ๑ สำนักงบประมาณ ที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดี ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ทำสัญญาจ้างผู้ฟ้องคดีก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยข้าราชการศาลยุติธรรม โดยสัญญาดังกล่าวกำหนดให้นำสัญญาแบบปรับราคา (ค่า K) มาใช้กับสัญญานี้ได้ ผู้ฟ้องคดีได้นำหนังสือค้ำประกันของธนาคารกสิกรไทย มอบให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา หลังจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้ตรวจรับมอบงานแล้วได้มีหนังสือให้ผู้ฟ้องคดีชำระเงินชดเชยค่าก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ที่ลดลง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้ตรวจสอบและเห็นชอบให้เรียกเงินคืนจากผู้ฟ้องคดีตามเงื่อนไขของสัญญาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐจะต้องปฏิบัติแล้ว โดยธนาคารกสิกรไทยนำส่งแคชเชียร์เช็คมาชำระให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เมื่อหักชำระหนี้ประธาน (ค่า K) และแบ่งชำระเป็นดอกเบี้ยผิดนัดคงเหลือเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามแบบปรับร …
- ฎีกาที่ 5392/2564
การที่จำเลยอ้างสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างมารดาโจทก์กับจำเลยเป็นพยานหลักฐานประกอบคำเบิกความของจำเลยในคดีแพ่ง ผู้เสียหายที่แท้จริงในความผิดฐานใช้เอกสารปลอมคือมารดาโจทก์เพราะการอ้างเอกสารดังกล่าวอาจมีผลให้มารดาโจทก์แพ้คดี โจทก์เป็นเพียงผู้เข้าเป็นคู่ความแทนที่มารดาโจทก์ในคดีแพ่ง มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลเสร็จไปแทนผู้ตายเท่านั้น โจทก์มิใช่บุคคลผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำผิดของจำเลย ทั้งมิใช่บุคคลผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 4, 5, 6 แม้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้องแล้ว และป.วิ.อ. มาตรา 170 บัญญัติว่า คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด กรณีดังกล่าวเพียงแต่หมายถึงคู่ความไม่อาจอุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นให้คดีมีมูลได้ แต่หากคดีขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์และเห็นว่าโจทก์มิใช่ผู้เสียหาย คดีไม่มีมูลความผิด ศาลอุ …
- ฎีกาที่ 5392/2564
บุคคลซึ่งจะมีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาล ต้องเป็นพนักงานอัยการหรือผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 28 และผู้เสียหายหมายความถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดฐานใดฐานหนึ่ง รวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอำนาจจัดการแทนได้ ดังบัญญัติไว้ในมาตรา 4, 5 และ 6 ตามมาตรา 2 (4) จำเลยอ้างสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่าง จ. กับจำเลยเป็นพยานหลักฐานประกอบคำเบิกความของจำเลยในคดีแพ่ง ผู้เสียหายที่แท้จริงคือ จ. เพราะการที่จำเลยอ้างส่งเอกสารดังกล่าวอาจมีผลทำให้ จ. แพ้คดี โจทก์เป็นเพียงผู้เข้าเป็นคู่ความแทน จ. ในคดีแพ่ง มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลเสร็จไปแทนผู้ตายเท่านั้น โจทก์จึงมิใช่บุคคลผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดของจำเลย ทั้งมิใช่บุคคลผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายดังบัญญัติไว้ในมาตรา 4, 5 และ 6 อีกด้วย ประกอบกับพยานหลักฐานในสำนวนไม่ปรากฏว่า คดีแพ่งดังกล่าวถึงที่สุดโดยศาลมีคำพ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:54/2564
คดีนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลคุ้งน้ำวน ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เป็นราชการส่วนท้องถิ่น จึงมีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ทำสัญญาจ้างผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ซึ่งเป็นเอกชน ให้ขุดลอกคลองสาธารณประโยชน์คลองหมอปลีกเป็นการดำเนินการตามหน้าที่ที่ต้องทำในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๖๗ (๑) จัดให้มีและบำรุงรักษาทางน้ำและทางบก (๒) รักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดิน และที่สาธารณะ รวมทั้งกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล และเป็นการทำหน้าที่ในการจัดให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร อันเป็นหน้าที่ตามมาตรา ๖๘ แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน การดำเนินการของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเอกชนที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินกิจการทางปกครองดังกล่าว จึงเป็นการกร …
- ฎีกาที่ 540/2564
ป.อ. มาตรา 336 ทวิ บัญญัติให้ผู้กระทำความผิดฐานลักทรัพย์ต้องรับโทษหนักขึ้นกว่าที่บัญญัติไว้อีกกึ่งหนึ่ง กรณีที่มียานพาหนะเข้ามาเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดสามกรณีคือ ผู้กระทำความผิดใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมเท่านั้น มิใช่บัญญัติให้ถือว่ายานพาหนะนั้นเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด จำเลยทั้งสองกับพวกลักทรัพย์ลวดทองแดงสำเร็จแล้ว จึงนำลวดทองแดงของผู้เสียหายที่ลักมาซุกซ่อนบรรทุกในรถกระบะของกลางพาลวดทองแดงนั้นไป รถกระบะของกลางจึงไม่ใช่เครื่องมือหรือเป็นส่วนหนึ่งในการลักทรัพย์อันเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดโดยตรงและไม่ใช่ทรัพย์ที่มีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด อันจะพึงริบตาม ป.อ. มาตรา 33 (1)
- ฎีกาที่ 5425/2564
ก่อนเกิดเหตุ จำเลยไปหาผู้ร้องและหยิบอาวุธปืนของกลางออกมาเพื่อใช้ซ้อมยิงปืนในค่ายทหารซึ่งเป็นกิจกรรมที่จำเลยกระทำอยู่เป็นประจำ ภายหลังจากนั้นจำเลยพาอาวุธปืนของกลางติดตัวมาใช้ก่อเหตุ อันแสดงให้เห็นว่าผู้ร้องมิได้เข้มงวดกวดขันในการอนุญาตให้จำเลยนำอาวุธปืนของกลางไปใช้อย่างแท้จริง และการที่จำเลยสามารถหยิบอาวุธปืนของกลางไปใช้ได้โดยไม่จำต้องบอกกล่าววัตถุประสงค์ให้ผู้ร้องทราบก่อน ย่อมแสดงว่าผู้ร้องอนุญาตโดยปริยายให้จำเลยนำอาวุธปืนของกลางไปใช้ได้ตลอดเวลาโดยไม่คำนึงถึงว่าจำเลยจะนำไปใช้ในกิจกรรมใด ถือได้ว่าผู้ร้องมีส่วนรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอคืนอาวุธปืนของกลาง
- ฎีกาที่ 5435/2564
แม้แผงค้าพิพาทมีการก่อสร้างที่ผิดต่อ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 กฎกระทรวงฉบับที่ 50 (พ.ศ.2540) และกฎกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ.2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 โดยสำนักงานเขตจตุจักรแจ้งการรถไฟแห่งประเทศไทยกับโจทก์ให้ระงับการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารจนกว่าจะได้รับใบอนุญาตและห้ามใช้อาคารแล้ว ต่อมาสำนักงานเขตจตุจักรมีคำสั่งให้รื้อถอนแผงค้าพิพาท แต่คำสั่งดังกล่าวเป็นเพียงอำนาจของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 40 (1) เพื่อดำเนินการมีคำสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร ผู้ควบคุมงาน ผู้ดำเนินการ ลูกจ้าง หรือบริวารของบุคคลดังกล่าว ระงับการกระทำในกรณีที่มีการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ซึ่งผู้ได้รับคำสั่งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อค …
- ฎีกาที่ 5452/2564
คดีก่อน โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อ และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ผู้ค้ำประกัน ให้ร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน และให้ร่วมกันรับผิดชำระค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน ผลแห่งคำพิพากษาดังกล่าวจึงผูกพันคู่ความ และทำให้จำเลยทั้งสี่มีสถานะเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่จะต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ นอกจากโจทก์ชอบจะร้องขอให้มีการบังคับคดีต่อไปได้ในกรณีที่จำเลยทั้งสี่ไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว การที่จำเลยทั้งสี่ละเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ หากโจทก์ได้รับความเสียหายประการใด โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะเรียกค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยทั้งสี่เพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การนั้นได้อีก ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีก่อน จำเลยทั้งสี่ม …
- ฎีกาที่ 5465/2564
ข้อบังคับของจำเลยที่ 1 หมวดที่ 10 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ ข้อ 41 ระบุว่า "การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับให้กระทำโดยมติที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกและมติเกี่ยวกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับต้องได้รับคะแนนเสียง 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม" เมื่อปรากฏตามรายงานการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติให้แก้ไขข้อบังคับของจำเลยที่ 1 ด้วยคะแนนเสียง 155 เสียง ต่อ 10 เสียง อันเป็นคะแนนเสียงมากกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมตามที่ข้อบังคับข้อ 41 กำหนดไว้ มติดังกล่าวจึงไม่ขัดต่อข้อบังคับของจำเลยที่ 1 และ พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 43 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "สาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต เช่น ถนน สวน สนามเด็กเล่น ให้ตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรร และให้เป็นหน้าที่ของผู้จัดสรรที่ดินที่จะบำรุงรักษาสาธ …
- ฎีกาที่ 5469/2564
โจทก์ยื่นคำร้องโดยมุ่งประสงค์ขอให้ศาลทำการไต่สวนและออกหมายเรียกจำเลยทั้งสองกับบุคคลอื่นมาให้ถ้อยคำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 277 โดยกล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 1 ขายสินค้าแล้วนำเงินเข้าฝากในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 กับบุคคลอื่นอันเป็นกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า ทรัพย์สินใดเป็นของจำเลยที่ 1 ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ ซึ่งมาตรา 277 บัญญัติให้ศาลทำการไต่สวนออกหมายเรียกลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นที่เชื่อว่าอยู่ในฐานะที่จะให้ถ้อยคำอันจะเป็นประโยชน์มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหรือวัตถุพยานซึ่งอยู่ในความยึดถือหรืออำนาจของผู้นั้นเพื่อให้ได้ความเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อประโยชน์ในการบังคับคดีตามคำพิพากษาเท่านั้น เมื่อคดีนี้ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งเรียกบุคคลผู้เคยเป็นกรรมการผู้ถือหุ้นและพนักงานบัญชีของจำเลยที่ 1 มาให้ถ้อยคำและทำการไต่สวนเกี่ยวกับการขายสินค้าและการนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากดังกล่ …
- ฎีกาที่ 5480/2564
โจทก์เป็นสถานบริการเอกชน ในความหมายของกรมบัญชีกลางและไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 แต่ให้ความร่วมมือกับนโยบายของรัฐบาลโดยจะไม่ปฏิเสธให้การรักษาผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน ความผูกพันระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสองจึงเป็นนิติสัมพันธ์ในทางแพ่งว่าด้วยสัญญา โจทก์จึงมีสิทธิเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจากจำเลยทั้งสองได้ พฤติการณ์ที่โจทก์ไม่ดำเนินการย้ายจำเลยที่ 1 ไปรักษายังโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามสิทธิของจำเลยที่ 1 ตามความประสงค์ของจำเลยทั้งสองในวันที่ 11 เม.ย. 56 ซึ่งเป็นวันที่โรงพยาบาลดังกล่าวมีเตียงว่าง โดยมีเหตุผลเพียงว่า จำเลยทั้งสองยังไม่ชำระค่ารักษาพยาบาลหรือทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ ถือว่าโจทก์ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจได้ใช้สิทธิแห่งตนโดยไม่ได้คำนึงถึงมาตรฐานทางการค้าที่เหมาะสมภายใต้ระบบธุรกิจที่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:55/2564
คดีนี้เอกชนเป็นโจทก์ยื่นฟ้องการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นจำเลย ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า เกิดภัยพิบัติลมพัดแรงในพื้นที่อำเภอห้วยยอด มีต้นไม้หักทับสายไฟฟ้าขาดและเสาไฟฟ้าล้มในพื้นที่หลายจุด การไฟฟ้าอำเภอห้วยยอดได้ระดมทีมงานเพื่อแก้กระแสไฟฟ้าขัดข้องตามพื้นที่ต่าง ๆ ในความรับผิดชอบ พนักงานช่างเวรแก้กระแสไฟฟ้าขัดข้องของจำเลยได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ภายหลังเกิดเหตุแล้ว ซึ่งเหตุละเมิดในคดีนี้เป็นผลโดยตรงจากการที่ต้นยางพาราหักโค่นล้มมาทับสายไฟฟ้าทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่นลงมาขวางถนน จึงมิได้เกิดจากการที่จำเลยไม่ได้รักษาเสาไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรงและเหตุการณ์ไม่ได้อยู่ในความรู้เห็นของจำเลยอันจะป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าวได้ทันท่วงที จำเลยจึงมิได้ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติแต่อย่างใด จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาท …
- ฎีกาที่ 5500/2564
จำเลยบอกให้ บ. ไปเรียกผู้เสียหายกับ พ. มาที่ห้องเช่าซึ่งจำเลยเข้าไปนอนรออยู่ก่อนแล้ว เมื่อถึงห้องเช่า บ. กระชากตัว พ. เข้าไปในห้องแล้วหยิบไม้หน้าสามขึ้นมาถือขู่ ขณะเดียวกันจำเลยจับคอผู้เสียหายกระชากตัวไปยังที่นอนก่อนที่จะลงมือข่มขืนกระทำชำเรา พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นชัดว่าจำเลยกับ บ. มีเจตนาร่วมกันที่จะกระทำความผิดต่อผู้เสียหายและ พ. มาตั้งแต่แรก ห้องที่เกิดเหตุเป็นห้องโล่งขนาดเล็กมีเพียงที่นอนปูไว้ที่พื้น ส่วนไม้หน้าสามมีขนาดใหญ่เท่าท่อนแขนของคนอ้วน เมื่อ บ. กระชากตัว พ. เข้าไปในห้องแล้วก็หยิบไม้หน้าสามขึ้นมาขู่ทันที แสดงว่าไม้หน้าสามวางอยู่ในห้องก่อนแล้ว จำเลยเข้าไปนอนรอในห้องที่แคบเช่นนั้น ย่อมเห็นหรือรู้ถึงการมีอยู่ของไม้หน้าสาม หลังจาก บ. หยิบไม้หน้าสามมาขู่ จำเลยก็เริ่มข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย โดย บ. ถือไม้หน้าสามคอยคุ้มกันอยู่ตลอด เพื่อมิให้ พ. เข้ามาขัดขวางการกระทำความผิดของจ …