ปี พ.ศ.: 2568
356 รายการ · หน้า 11 จาก 18
- ฎีกาที่ 5409/2568
สัญญาเช่าซื้อ ข้อ 5 วรรคสอง เป็นข้อตกลงที่กำหนดสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญา โดยให้โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเข้าตรวจสอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อได้ตลอดเวลา และจำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อต้องแจ้งให้แก่โจทก์ทราบถึงความชำรุดบกพร่อง สูญหายหรือเสียหาย ของทรัพย์สินที่เช่าซื้อดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการยินยอมให้โจทก์หรือตัวแทนเข้าตรวจสอบทรัพย์สินนั้น อันเป็นการกำหนดหน้าที่ตามสัญญา หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตาม โจทก์มีสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 13 (ข) ที่จะบอกเลิกสัญญา แต่เหตุแห่งการเลิกสัญญาดังกล่าวเกิดจากการใช้สิทธิของโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อเข้าตรวจสอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อเมื่อเวลาใด ๆ ก็ได้ จึงเป็นกรณีกำหนดการชำระหนี้ไม่ได้กำหนดเวลาลงไว้ เจ้าหนี้อาจเรียกให้ชำระหนี้ได้โดยพลัน แต่เจ้าหนี้ต้องให้คำเตือนให้ลูกหนี้ชำระหนี้ดังกล่าวก่อน และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อ …
- ฎีกาที่ 5410/2568
ตามหนังสือสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 5 วรรคสอง ระบุว่าผู้เช่าซื้อยินยอมให้ผู้ให้เช่าซื้อ หรือตัวแทนของผู้ให้เช่าซื้อเข้าตรวจสอบสภาพทรัพย์สินได้ตลอดเวลา... ข้อสัญญาดังกล่าวเป็นข้อตกลงที่กำหนดสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญา โดยให้โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเข้าตรวจสอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อได้ตลอดเวลา และจำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อต้องยินยอมให้โจทก์หรือตัวแทนเข้าตรวจสอบทรัพย์สินนั้น อันเป็นการกำหนดหน้าที่ตามสัญญา หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตาม โจทก์มีสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 13 (ข) ที่จะบอกเลิกสัญญา แต่เหตุแห่งการเลิกสัญญาดังกล่าวเกิดจากการใช้สิทธิของโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อเข้าตรวจสอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อเมื่อเวลาใด ๆ ก็ได้ จึงเป็นกรณีกำหนดการชำระหนี้ไม่ได้กำหนดเวลาลงไว้ เจ้าหนี้อาจเรียกให้ชำระหนี้ได้โดยพลัน แต่เจ้าหนี้ต้องให้คำเตือนให้ลูกหนี้ชำระหนี้ดังกล่าวก่อน และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ย …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:55/2568
บริษัท ป. จำกัด (มหาชน) โจทก์ ยื่นฟ้อง องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ ที่ 1 บริษัท ศ. จำกัด ที่ 2 จำเลย ว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถบรรทุกไว้จากนาง ส. จำเลยที่ 1 เป็นผู้ว่าจ้างจำเลยที่ 2 ในการรับเหมางานตามโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ขณะที่นาย บ. ผู้ขับขี่รถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ขับรถยนต์มาตามถนนด้วยความระมัดระวังปฏิบัติตามกฎหมาย แต่บริเวณดังกล่าวเป็นสถานที่ก่อสร้างโครงการก่อสร้างทางถนนคอนกรีตเสริมเหล็กและเป็นเวลากลางคืน จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่จัดให้มีเครื่องกั้นและสัญญาณไฟเตือน หรือไฟกระพริบ หรือกรวยกั้น หรือสัญลักษณ์ใดไว้ในที่บริเวณก่อนถึงการก่อสร้าง กลับปล่อยปละละเลยให้ถนนอยู่ในสภาพชำรุดบกพร่องไม่บำรุงดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดีพร้อมใช้งาน เป็นเหตุให้นาย บ. ผู้ขับขี่รถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ไม่สามารถมองเห็นทางที่กำลังทำการก่อสร้าง และไม่สามารถรู้ได้ว่าเส้นทางม …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:56/2568
คดีนี้ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้อง องค์การบริหารส่วนตำบลสุขไพบูลย์ ผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งเป็นราชการส่วนท้องถิ่น จึงเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามบทนิยามในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีและนาง ส. ได้รับอนุญาตให้มีสิทธิทำกินในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงอีจานใหญ่ ซึ่งอยู่ติดกับอ่างเก็บน้ำหนองช้างตาย ต่อจากบิดามารดา ด้วยการทำไร่ ทำนา ทำสวน ทำบ่อปลา ปลูกป่า ปลูกบัว และเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่ปี 2515 ตามเอกสาร ภ.บ.ท. 5 ภ.บ.ท. 6 และใบตอบรับที่ทางราชการออกให้ ต่อมา เมื่อปี 2562 มีผู้นำชาวบ้านขอให้บิดาของผู้ฟ้องคดีบริจาคที่ดินเพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำสำหรับใช้ทำประปาในหมู่บ้าน บิดาของผู้ฟ้องคดีจึงบริจาคที่ดินเนื้อที่ 10 ไร่ ให้เป็นสาธารณประโยชน์ แต่เมื่อประมาณปี 2567 ผู้นำชาวบ้านได้ดำเนินการขุดลอกและถมที่ดินบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำรุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดีและครอบครัวเ …
- ฎีกาที่ 5605/2568
แม้ พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 42 วรรคสอง (3) กำหนดให้ผู้ร้องขอบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยของคำชี้ขาดและสัญญาอนุญาโตตุลาการโดยมีผู้แปลซึ่งได้สาบานตัวแล้ว หรือปฏิญาณตนต่อหน้าศาลหรือต่อหน้าเจ้าพนักงานหรือบุคคลที่มีอำนาจในการรับคำสาบานหรือปฏิญาณ หรือรับรองโดยเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจในการรับรองคำแปล หรือผู้แทนทางการทูตหรือกงสุลไทยในประเทศที่มีการทำคำชี้ขาดหรือสัญญาอนุญาโตตุลาการนั้น มาแสดงต่อศาลก็ตาม แต่การให้มีคำแปลโดยผู้แปลซึ่งได้สาบานตัวตามบทบัญญัติดังกล่าวมีความมุ่งหมายเพียงเพื่อให้เอกสารดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือ เช่นนี้ ถึงแม้ไม่ปรากฏว่าผู้แปลที่ผู้ร้องนำมาแสดงต่อศาลจะได้สาบานตัวหรือปฏิญาณตน แต่เมื่อผู้คัดค้านมิได้นำสืบว่าคำแปลคำชี้ขาดและสัญญาอนุญาโตตุลาการดังกล่าวไม่ถูกต้องอย่างไร กรณีย่อมไม่มีผลต่อความน่าเชื่อถือของคำแปลเอกสารดังกล่าว ซึ่งไม่ใช่บ …
- ฎีกาที่ 5608-5609/2568
สัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2562 ข้อ 1. กำหนดว่า โจทก์ตกลงชำระเงินให้แก่จำเลย 1,500,000 บาท และจำเลยกับบริวารตกลงออกจากที่ดินพิพาท โจทก์จะชำระเงินให้จำเลยต่อเมื่อโจทก์สามารถขายที่ดินพิพาทได้ในวันโอนที่ดินพิพาทและได้รับชำระเงินจากผู้ซื้อ เมื่อจำเลยได้รับเงินจำนวนดังกล่าวแล้ว จำเลยและบริวารของจำเลยจะออกจากที่ดินพิพาททันที หากจำเลยและบริวารไม่ออกไปจากที่ดินพิพาทถือว่าจำเลยผิดสัญญา ยินยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที และข้อ 2. กำหนดว่า โจทก์ตกลงให้จำเลยอยู่ทำประโยชน์ (เลี้ยงปลา) ในที่ดินพิพาท และจะยังไม่โอนที่ดินให้บุคคลอื่นเป็นระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน นับจากวันทำสัญญาฉบับนี้ โดยไม่คิดค่าเช่าจากจำเลยเป็นระยะเวลา 1 ปี หลังจากนั้นโจทก์ขอคิดค่าเช่าจำเลยปีละ 50,000 บาท คิดเป็นอัตราเดือนละ 4,160 บาท สัญญาประนีประนอมยอมความจึงมีสาระสำคัญว่า จำเลยและบริวารยินยอมออก …
- ฎีกาที่ 5681/2568
ป.อ. มาตรา 277 วรรคสี่ (เดิม) บัญญัติให้การมีอาวุธปืนในขณะกระทำความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ไม่ว่าจะได้ใช้อาวุธปืนในการกระทำผิดหรือไม่เป็นความผิด เนื่องจากอาวุธปืนเป็นอาวุธอันตรายร้ายแรงทำอันตรายถึงชีวิตได้โดยง่าย กฎหมายจึงป้องปรามมิให้มีการขยายผลการกระทำความผิดไปสู่ความเสียหายที่ร้ายแรงเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่การมีอาวุธปืนตามบริบทของกฎหมายดังกล่าวต้องเป็นอาวุธปืนที่พร้อมจะนำมาใช้ การที่จำเลยนำอาวุธปืนติดตัวไปกระทำความผิด แม้จะมิได้ใช้ในการกระทำความผิดแต่ก็เป็นอาวุธปืนที่อยู่ใกล้ชิดตัวจำเลย และมีเหตุให้ควรเชื่อว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเพราะจำเลยอ้างว่าเพิ่งไปยิงคนมา การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามมาตรา 277 วรรคสี่ (เดิม)
- ฎีกาที่ 5681/2568
ความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามโดยมีอาวุธปืนตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคสี่ (เดิม) บัญญัติให้การมีอาวุธปืนในขณะกระทำความผิด ไม่ว่าจะได้ใช้อาวุธปืนในการกระทำผิดหรือไม่ ก็เป็นความผิดอยู่ในตัว เนื่องจากอาวุธปืนเป็นอาวุธอันตรายร้ายแรงทำอันตรายถึงชีวิตได้โดยง่าย กฎหมายจึงป้องปรามมิให้มีการขยายผลการกระทำความผิดไปสู่ความเสียหายที่ร้ายแรงเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งการมีอาวุธปืนตามบริบทของกฎหมายดังกล่าวเป็นอาวุธปืนที่พร้อมจะนำมาใช้กระทำความผิด การที่จำเลยนำอาวุธปืนติดตัวไปกระทำความผิด แม้จะมิได้ใช้ในการกระทำความผิด แต่ก็เป็นอาวุธปืนที่อยู่ใกล้ชิดตัวจำเลย และมีเหตุให้ควรเชื่อว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเพราะจำเลยอ้างว่าเพิ่งไปยิงคนมา การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามมาตรา 277 วรรคสี่ (เดิม)
- ฎีกาที่ 5699/2568
การที่ผู้ร้องที่ 1 ขอถอนตนเองออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้องที่ 2 เมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องที่ 1 ขอถอนตนเองออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกได้ คดีจึงยังคงเหลือผู้ร้องที่ 2 เพียงผู้เดียวเป็นผู้จัดการมรดก จึงย่อมมีปัญหาเกี่ยวเนื่องจากการถอนตัวออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ร้องที่ 1 เป็นผลให้ผู้ร้องที่ 2 มีอำนาจจัดการมรดกแต่เพียงผู้เดียวหรือไม่ ซึ่งปัญหานี้ ผู้คัดค้านที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ได้คัดค้านเป็นประเด็นไว้แล้วว่า ผู้ร้องที่ 2 ไม่มีอำนาจหรือไม่ควรมีอำนาจจัดการมรดกแต่เพียงผู้เดียว ส่วนผู้ร้องที่ 2 โต้แย้งว่าตนมีอำนาจแต่เพียงผู้เดียว ดังนั้นปัญหาว่า ผู้ร้องที่ 2 มีอำนาจจัดการมรดกแต่เพียงผู้เดียวหรือไม่ จึงเป็นประเด็นข้อพิพาทโดยตรงในชั้นจัดการมรดกที่คงเหลือผู้จัดการมรดกเพียงผู้เดียว และเป็นอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะวินิจฉัยสั่งให้เสร็จสิ้นกระแสความได้ เมื่อสั่งแล้วกระทบถึงสิทธิของคู …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:57/2568
นาย ศ ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง อธิบดีกรมที่ดิน ที่ 1 กรมที่ดิน ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน โฉนดเลขที่ 20879 และเลขที่ 20880 โดยผู้ฟ้องคดีรับโอนที่ดินทั้งสองแปลงทางพินัยกรรม ผู้ฟ้องคดีขอรังวัดสอบเขตที่ดินทั้งสองแปลง ผลการรังวัดปรากฏว่าที่ดินทั้งสองแปลงมีเหมืองสาธารณประโยชน์คั่นระหว่างกลาง ผู้ฟ้องคดีตรวจสอบพบว่านายอำเภอแม่สายได้นำรังวัดเพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงแปลงสาธารณประโยชน์ตั้งอยู่ เนื้อที่ 4 ไร่ 2 งาน 6.9 ตารางวา จนกระทั่งมีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเลขที่ ชร 3649 ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าโฉนดที่ดินทั้งสองแปลงของผู้ฟ้องคดีมีแนวเขตติดต่อกันและมีระวางแนวเขตติดกับแม่น้ำรวก โดยมีการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์และมีการไต่สวนออกโฉนดที่ดินโดยตามหลักฐานทั้งหมดไม่ปรากฏว่ามีเหมืองสาธารณประโยชน์คั่นอยู่แต่อย่างใด และที่ดินทั้งสองแปลงเกิดที่งอกริมตลิ่งตามธรรมช …
- ฎีกาที่ 5745/2568
เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจในฐานะเป็นเจ้าพนักงานศาลในการดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามที่ศาลได้กำหนดไว้ในหมายบังคับคดี ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 278 วรรคหนึ่ง การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่มีต่อธนาคารและธนาคารส่งเงินฝากที่อายัดไว้ซึ่งมีจำนวนเพียงพอต่อการชำระหนี้และค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนตามหมายบังคับคดีต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีก่อนเวลาที่จำเลยจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งขอให้พิจารณาคดีใหม่ ย่อมเท่ากับเงินจำนวนดังกล่าวมาอยู่ในอำนาจของศาลก่อนที่จำเลยจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งขอให้พิจารณาคดีใหม่แล้ว เมื่อจำเลยไม่สามารถบริหารจัดการเงินจำนวนนี้ได้อีกและโจทก์ก็มีเงินจำนวนนี้เป็นประกันว่าจะได้รับค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนตามคำพิพากษาเต็มจำนวนแล้ว หากให้จำเลยวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนต่อศาลพร้อมกับอุทธรณ์อีกย่อมซ้ำซ้อนจนทวีเป็นสองเท่าอันเกินกว่าภาระของจำเลยที่จะต้องชำระตามคำพิพากษา ซึ่งผิดไปจากข้อที่มุ …
- ฎีกาที่ 5770/2568
การที่โจทก์ต้องสูญเสียเงินไป มิได้เกิดจากจำเลยทั้งสามเอาเงินของโจทก์ไปโดยพลการ เพราะจำเลยทั้งสามมิเคยได้รับหรือเข้าถือครองเงินของโจทก์เลยไม่ว่าในช่วงเวลาใด หากแต่จำเลยที่ 1 เพียงร่วมกับจำเลยที่ 2 และร่วมกับจำเลยที่ 3 ใช้อุบายหลอกลวงทำใบสั่งซื้ออันเป็นเท็จจนเป็นเหตุให้โจทก์หลงเชื่อว่าลูกค้าสินเชื่อของโจทก์สั่งซื้อสินค้าจากโจทก์จริง โจทก์จึงชำระเงินค่าสินค้าตามใบสั่งซื้อ การที่โจทก์เสียเงินไปจึงเป็นผลมาจากการหลอกลวงของจำเลยทั้งสามตามที่ได้ร่วมกันแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริงที่ควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงเป็นเหตุให้จำเลยทั้งสามได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากคู่ค้าของโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลที่สาม เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามฟ้องข้อ 2.1 ถึงข้อ 2.11 และการกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ตามฟ้องข้อ 2.12 ถึงข้อ 2.23 จึงเป็นความ …
- ฎีกาที่ 5770/2568
จำเลยทั้งสามมิได้เอาเงินของโจทก์ไปโดยพลการ แต่ใช้อุบายหลอกลวงทำใบสั่งซื้ออันเป็นเท็จจนเป็นเหตุให้โจทก์หลงเชื่อว่าลูกค้าสินเชื่อของโจทก์ได้สั่งซื้อสินค้าจากโจทก์จริง โจทก์จึงได้ชำระเงินค่าสินค้าตามใบสั่งซื้อ การที่โจทก์เสียเงินไปจึงเป็นผลมาจากการหลอกลวงของจำเลยทั้งสามตามที่ได้ร่วมกันแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริงที่ควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงเป็นเหตุให้จำเลยทั้งสามได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากคู่ค้าของโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลที่สาม เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย การกระทำของจำเลยทั้งสาม จึงเป็นความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงตาม ป.อ. มาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 มิใช่เป็นการลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย การที่โจทก์แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับจำเลยที่ 1 กับพวก เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2561 โจทก์เพียงแต่นำเอาบันทึกรับสภาพความผิดของจำเลยที่ 1 ที่ทำไว้ต่อโจทก์มาแจ้งให้พนักงานสอบส …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:58/2568
นาย ม. โจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) จำเลย ความว่า จําเลยเป็นผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับกิจการโทรคมนาคม มีหน้าที่ในการจัดการและดูแลสายโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต หรืออุปกรณ์สื่อสารอื่น ๆ ที่ได้มีการเดินสายติดตั้งในเขตพื้นที่ชุมชนเพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อบุคคลที่สัญจรไปมา แต่จําเลยกลับปล่อยปละละเลยให้สายโทรศัพท์หรือสายอินเทอร์เน็ตห้อยลงมาบนถนนในหมู่บ้าน เป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งกำลังปั่นจักรยานออกจากบ้านพักภายในหมู่บ้านเพื่อเดินทางไปออกกําลังกายถูกสายโทรศัพท์หรือสายอินเทอร์เน็ตของจําเลยเกี่ยวเข้าที่บริเวณลำคอ ทำให้โจทก์ล้มลงและได้รับอันตรายสาหัส ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ให้จำเลยชดใช้ค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องหลังจากการผ่าตัด จนกว่าการรักษาแผลจะหายเป็นปกติ จำเลยยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิด …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:59/2568
ร้อยตำรวจตรี ท. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง ปศุสัตว์จังหวัดนครปฐม ที่ 1 หัวหน้ากลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ จังหวัดนครปฐม ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี ความว่า เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 ผู้ฟ้องคดีพบเบาะแสมีผู้ยื่นแบบแจ้งและตอบรับการแจ้งการฆ่าสัตว์ โดยไม่ได้แสดงแหล่งที่มาของสัตว์ ซึ่งเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 31 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจําหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 ผู้ฟ้องคดีจึงมีบันทึกใบรับแจ้งความนําจับแจ้งความนําจับต่อผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองทางไปรษณีย์ลงทะเบียนเพื่อไปจับกุมหรือดำเนินการกับผู้กระทำความผิดดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีประสงค์ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองลงลายมือชื่อในบันทึกใบรับแจ้งความนําจับ และส่งกลับคืนมายังผู้ฟ้องคดีเพื่อใช้เป็นหลักฐานขอรับเงินสินบนนําจับ ผู้ฟ้องคดีมีหนังสือเร่งรัดหลายฉบับ (จำนวน 5 ครั้ง) แต่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองไม่ดำเนินการและแจ้ง …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:6/2568
คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนด ยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร ที่ 1 สำนักงานเขตคลองสามวา ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี กรณีผู้ฟ้องคดีขอรังวัดรวมโฉนดที่ดินสองแปลง แต่ปรากฏว่ามีถนนไทยรามัญตัดผ่านเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดี ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 แจ้งว่าได้ปรับปรุงถนนตามสภาพทางเดิม ที่ดินส่วนที่เป็นทางเดินหรือถนนตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ผู้ฟ้องคดีร้องเรียนไปยังผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 แต่มิได้รับคำชี้แจง ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า ถนนไทยรามัญรุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดี โดยไม่เคยได้รับแจ้งว่าจะมีการตัดถนนและให้มาระวังแนวเขต ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองชำระค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดี หากศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีจะแบ่งหักที่ดินดังกล่าวให้เป็นที่สาธารณประโยชน์ ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองให้การว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้ปรับปรุงถนนไทยรา …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:60/2568
คดีนี้โจทก์เป็นผู้ประกอบกิจการสถานีบริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกัน จำเลยที่ 4 กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 5 และที่ 6 ซึ่งเป็นบริษัทประกันภัย อ้างว่า ได้รับความเสียหายจากการก่อสร้างทางยกระดับใน "โครงการก่อสร้างทางยกระดับถนนอ่อนนุช – ลาดกระบัง" ซึ่งจำเลยที่ 4 ได้ว่าจ้างจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ในการก่อสร้างดังกล่าว แต่ด้วยความประมาทเลินเล่อในการก่อสร้างสะพานและควบคุมงานก่อสร้าง ทำให้โครงสร้างสะพานเสียสมดุลและพังล้มทับโครงสร้างสะพานบริเวณเสาที่ 83 และเสาที่ 84 เสียหาย เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต และปิดทางเข้าหน้าถนนทั้งหมดรวมถึงทรัพย์สินของโจทก์และธุรกิจอื่น ๆ ที่อยู่ภายในบริเวณสถานีบริการน้ำมันของโจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้จำเลยทั้งหกร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ให้ก …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:61/2568
เอกชนยื่นฟ้อง เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ผู้ถูกฟ้องคดี ความว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินเนื้อที่ 1 งาน 29 4/10 ตารางวา ผู้ฟ้องคดีเข้าไปตรวจสอบที่ดินแปลงดังกล่าวพบว่า มีการก่อสร้างท่อระบายน้ำและถนนลาดยางทับที่ดินของผู้ฟ้องคดีเต็มทั้งแปลง ผู้ฟ้องคดีจึงไปลงบันทึกประจำวันรับแจ้งเหตุที่สถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการในโครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำถนนชนเกษม และโครงการปรับปรุงผิวถนนจราจรแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต โดยก่อสร้างรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดีโดยไม่มีการเวนคืนที่ดินหรือได้มีการตกลงซื้อขายหรือตกลงยินยอมอุทิศที่ดินดังกล่าวให้เป็นทางสาธารณประโยชน์แต่อย่างใด จากนั้น ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทราบและดำเนินการรื้อถอนท่อระบายน้ำรวมทั้งถนนส่วนที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดี แต่ผู้ถูกฟ้องคดีเพิกเฉย ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าก่อนดำเน …
- ฎีกาที่ 618/2568
โจทก์บรรยายฟ้องว่า บริษัท อ. ผู้เสียหายที่ 1 เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า บริษัทดังกล่าวจึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้า และความผิดฐานจำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 108 และมาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108 บริษัท ค. โจทก์ร่วมที่ 1 เป็นคนละนิติบุคคลกันและเป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายสินค้าของผู้เสียหายที่ 1 โจทก์ร่วมที่ 1 จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีสิทธิร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), 4, 5, 6, 30 และไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เนื่องจากผู้ยื่นคำร้องดังกล่าวต้องเป็นผู้เสียหายในความผิดอาญาที่พนักงานอ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:62/2568
คดีที่เอกชนยื่นฟ้องการประปานครหลวง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 บจก. ว. ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 บริษัทประกันภัย ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายจากการก่อสร้างถังเก็บน้ำใสที่สถานีสูบจ่ายน้ำมีนบุรี พร้อมงานที่เกี่ยวข้องในโครงการปรับปรุงกิจการประปาของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ซึ่งมีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เป็นผู้ว่าจ้างก่อสร้าง ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินค่าสินไหมทดแทนและค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี พร้อมทั้งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ร่วมกันกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้วัสดุหรือวิธีการอื่นใดในการก่อสร้าง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ให้การว่า ความเสียหายไม่ใช่ผลโดยตรงจากการก่อสร้างของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และไม่ได้เกิดจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำหรือคำสั่งที่ตนให้ไว้หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและ …