ปี พ.ศ.: 2568
356 รายการ · หน้า 6 จาก 18
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:32/2568
คดีนี้ อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 43 โจทก์ ยื่นฟ้อง จ่าสิบเอก ว. จำเลย ว่าจำเลยเป็นนายทหารประทวนประจำการ สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 15 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 กองพลทหารราบที่ 5 กองทัพภาคที่ 4 กองทัพบก ได้กระทำผิดหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2565 เวลากลางคืน จำเลยพกพาอาวุธปืนพกจำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนจำนวน 6 นัด ติดตัวไปโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุสมควร จำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ต่อมา จำเลยใช้อาวุธปืนและกระสุนปืนดังกล่าวยิงนาย อ. โดยมีเจตนาฆ่า จำเลยได้ลงมือกระทำความผิดดังกล่าวไปโดยตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล แต่ได้รับอันตรายสาหัสต้องป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนา และจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา …
- ฎีกาที่ 3227/2568
ฐานภาษีเพื่อการคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและการยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีถูกบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะโดยให้ใช้มูลค่าทั้งหมดของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างที่เป็นห้องชุดที่ให้ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุดเป็นเกณฑ์ในการคำนวณ ตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 มาตรา 35 วรรคสอง (3) เมื่อบทบัญญัติในมาตรา 41 วรรคหนึ่ง ให้สิทธิและบรรเทาภาระของผู้เสียภาษีโดยยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีในการคำนวณภาษีให้กับทรัพย์สินไม่เกินห้าสิบล้านบาทสำหรับบุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ซึ่งสิ่งปลูกสร้างที่เป็นห้องชุดได้รับยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีตามราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุดไม่เกินห้าสิบล้านบาทแรก โดยมิได้คำนึงถึงว่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวมีเจ้าของกรรมสิทธิ์เพียงคนเดียวหรือเป็นกรรมสิทธิ์รวม หรืออีกนัยหนึ่งคือมิได้พิจารณ …
- ฎีกาที่ 3230/2568
มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก์กับจำเลย เมื่อโจทก์ไม่ใช่คู่สัญญาจำนำรถยนต์พิพาท โจทก์ไม่อาจอ้างสิทธิใด ๆ ตามสัญญาจำนำระหว่างมารดาโจทก์กับจำเลยได้ ทั้งการที่โจทก์จะขอไถ่ถอนจำนำแทนมารดาโจทก์ก็ได้ความว่ามารดาโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ไถ่ถอนแทน ในการฟ้องคดีนี้มารดาโจทก์ก็ไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องคดีแทนเช่นกัน โจทก์เป็นเพียงผู้เช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากบริษัท น. ผู้ให้เช่าซื้อซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์พิพาท การที่โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์พิพาทประกอบกับโจทก์ได้มอบการครอบครองและการใช้รถยนต์พิพาทให้เป็นสิทธิขาดของมารดาโจทก์ที่จะใช้สอยรถยนต์พิพาทจึงไม่มีสิทธิติดตามเอารถยนต์พิพาทคืนจากจำเลย ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยคืนรถยนต์พิพ …
- ฎีกาที่ 3230/2568
มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก์กับจำเลย เมื่อโจทก์ไม่ใช่คู่สัญญาจำนำรถยนต์พิพาท โจทก์ไม่อาจอ้างสิทธิใด ๆ ตามสัญญาจำนำระหว่างมารดาโจทก์กับจำเลยได้ ทั้งการที่โจทก์จะขอไถ่ถอนจำนำแทนมารดาโจทก์ก็ได้ความว่ามารดาโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ไถ่ถอนแทน ในการฟ้องคดีนี้มารดาโจทก์ก็ไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องคดีแทนเช่นกัน โจทก์เป็นเพียงผู้เช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากบริษัท น. ผู้ให้เช่าซื้อซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์พิพาท การที่โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์พิพาทประกอบกับโจทก์ได้มอบการครอบครองและการใช้รถยนต์พิพาทให้เป็นสิทธิขาดของมารดาโจทก์ที่จะใช้สอยรถยนต์พิพาทโจทก์จึงไม่มีสิทธิติดตามเอารถยนต์พิพาทคืนจากจำเลย ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยคืนรถยน …
- ฎีกาที่ 3233/2568
ด. ป่วยเป็นโรคก้านสมองเสื่อม โรคหลอดเลือดสมองและโรคพาร์กินสัน โดยเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องมานานหลายปีก่อนสมัครเข้าทำสัญญาประกันชีวิตกลุ่มกับจำเลยร่วม ซึ่งในส่วนนี้ได้ความเพิ่มเติมจากแพทย์ประจำโรงพยาบาล ส. ที่ ด. เข้ารับการรักษาว่า โรคก้านสมองฝ่อหรือโรคก้านสมองเสื่อมจะมีอาการล้มบ่อย สูญเสียการทรงตัว โรคหลอดเลือดสมองจะมีอาการหลายอย่างขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ลักษณะอาการอ่อนแรง มีปัญหาในการพูดหรือปัญหาในการรับรู้ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นจุดใดในบริเวณสมอง ส่วนโรคพาร์กินสันจะมีอาการมือสั่นและเดินลำบากซึ่งเกิดจากสารเคมีภายในสมองที่สร้างลดลงอย่างผิดปกติ และเมื่อประเมินประวัติการรักษาแล้ว พยานเห็นว่า ด. มีลักษณะเป็นผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งเมื่อพิจารณาคำเบิกความของแพทย์ประกอบประวัติการรักษาดังกล่าวแล้วเห็นได้ว่า นอกจาก ด. จะมีอาการป่วยจนไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว ยังเป็นโรคที่ล้ …
- ฎีกาที่ 324/2568
เมื่อผู้ตายมีส่วนประมาท มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยสำหรับความผิดข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตาย และไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 5 (2) และมาตรา 30 การที่ศาลล่างทั้งสองไม่ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ของโจทก์ร่วมจึงไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ดังนี้เมื่อโจทก์ร่วมไม่ใช่คู่ความในคดีอาญาจึงใช้สิทธิยื่นฎีกาไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาในส่วนคดีอาญาของโจทก์ร่วม ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า แม้คดีส่วนอาญาโจทก์ร่วมไม่อาจใช้สิทธิได้เพราะไม่ใช่คู่ความในคดีอาญา แต่เมื่อโจทก์ร่วมยื่นฎีกาและยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศา …
- ฎีกาที่ 3247-3248/2568
คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ประพฤติชั่วให้การอุปการะเลี้ยงดูยกย่องผู้อื่นฉันภริยา เป็นชู้ และร่วมประเวณีกับหญิงอื่นเป็นอาจิณ จำเลยที่ 1 ให้การว่า ไม่เคยประพฤติชั่วโดยให้การอุปการะเลี้ยงดู ยกย่องผู้อื่นฉันภริยา เป็นชู้ และร่วมประเวณีกับหญิงอื่นเป็นอาจิณ เช่นนี้ ประเด็นข้อพิพาทย่อมเกิดขึ้นจากคำฟ้องโจทก์และคำให้การของจำเลยที่ 1 แล้วว่าจำเลยที่ 1 อุปการะเลี้ยงดูยกย่องผู้อื่นฉันภริยา เป็นชู้ และร่วมประเวณีกับหญิงอื่นเป็นอาจิณอันเป็นเหตุหย่าหรือไม่ เมื่อเป็นประเด็นข้อพิพาทในคดีแล้ว แม้ในชั้นชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นจะกำหนดประเด็นว่าจำเลยที่ 1 อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยา หรือทำร้ายร่างกายโจทก์ หรือเหยียดหยามบุพการีของโจทก์ อันเป็นการกำหนดประเด็นโดยใช้ถ้อยคำตามมบทบัญญัติในกฎหมายอันเป็นเหตุที่โจทก์ฟ้องหย่าตามมาตรา 1516 (1) และ (3) ไว้โดยย่อก็ตาม แต่เมื่อคำฟ้องโจทก์และคำให้การของจำ …
- ฎีกาที่ 3270/2568
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยเด็กหญิงนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยมีอาวุธปืนหรือโดยใช้มีดเป็นอาวุธตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคสาม (เดิม) รวม 4 กระทง และให้จำคุกกระทงละตลอดชีวิต แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุกจำเลยตลอดชีวิต ตาม ป.อ. มาตรา 91 (3) จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ลงโทษจำเลยเบากว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้น การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดดังกล่าวหรือไม่ ย่อมเป็นการวินิจฉัยโดยอาศัยอำนาจตาม ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสอง เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ข้อเท็จจริงที่ว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาหรือไม่ จึงเป็นอันถึงที่สุดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสอง จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาว่า พยานโจทก์ยังเป็นที่สงสัยตามสมควรว่า จำเลยกระทำความผิดหรือไม่ ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 227 วรร …
- ฎีกาที่ 33/2568
การขอให้เพิ่มโทษจำเลยฐานกระทำความผิดไม่เข็ดหลาบต้องเป็นไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 159 ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3 คือ โจทก์ต้องกล่าวมาในฟ้อง ถ้ามิได้ขอเพิ่มโทษมาในฟ้อง ก่อนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์จะยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้อง เมื่อศาลเห็นสมควรจะอนุญาตก็ได้ แม้คดีนี้โจทก์ไม่ได้กล่าวมาในฟ้องขอให้เพิ่มโทษจำเลยฐานกระทำความผิดไม่เข็ดหลาบ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์เพิ่งได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีก่อนของจำเลยว่า เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2557 จำเลยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 4 ปี 4 เดือน และปรับ 200,000 บาท ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 635/2557 ของศาลชั้นต้น และพ้นโทษเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2559 แล้วมากระทำความผิดคดีนี้ขึ้นอีกภายในเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโทษ โจทก์จึงยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องฉบับวันที่ 19 ตุลาคม 2564 เพื่อให้ศาลชั้นต้นพิ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:33/2568
คดีที่เอกชนยื่นฟ้องสถาบันการบินพลเรือน ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีสมัครเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรนักบินพาณิชย์ตรี - เครื่องบิน (Commercial Pilot License - Aeroplane) รุ่นที่ AP - 120 ประเภทหลักสูตรต่อเนื่องของผู้ถูกฟ้องคดี และได้ชำระค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีแล้ว แต่ผู้ถูกฟ้องคดีเปลี่ยนแปลงหลักสูตรจากแบบต่อเนื่องเป็นแบบบล็อกคอร์ส (Block Course) ซึ่งไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่สมัครเรียนในตอนต้น และไม่สามารถจัดการเรียนการสอนและออกใบอนุญาตตามหลักสูตรต่อเนื่องตามที่ประกาศรับสมัคร ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีคืนค่าธรรมเนียมการฝึกอบรมที่ชำระไว้เกินพร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้ฟ้องคดี ระหว่างพิจารณา ศาลปกครองกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ถูกฟ้องคดีขยายระยะเวลายื่นคำให้การ ผู้ถูกฟ้องคดียื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางแพ่งซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศา …
- ฎีกาที่ 332/2568
ในคดีผู้บริโภคปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอายุความมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 แต่เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องให้การต่อสู้คดีไว้ และหากศาลเห็นว่าคำให้การดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือขาดสาระสำคัญบางเรื่อง ศาลอาจมีคำสั่งให้จำเลยแก้ไขคำให้การในส่วนนั้นให้ถูกต้องหรือชัดเจนขึ้นก็ได้ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 26 ทั้งประเด็นข้อพิพาทย่อมเกิดจากคำฟ้องและคำให้การซึ่งตามคำให้การของจำเลยเกี่ยวกับอายุความนั้น จำเลยให้การว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระค่าบริการสาธารณะ/ค่าสาธารณูปโภคส่วนกลางประจำปี 2553 ถึงปี 2562 โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลย เป็นกรณีฟ้องเกินกว่า 5 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (4) ดังนั้น ค่าเสียหายในส่วนนี้จึงขาดอายุความ คำให้การของจำเลยเป็นการแสดงโดยชั …
- ฎีกาที่ 3399/2568
การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดเมื่อไร และร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่ ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาที่ต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมายที่จำเลยยกขึ้นอ้าง อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
- ฎีกาที่ 3399/2568
คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 224 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 และ พ.ร.บ.ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 มาตรา 3 ได้ความว่าศาลชั้นต้นมิได้แจ้งคำสั่งไม่รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงให้จำเลยทราบ จึงเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ แต่คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและยังคงให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 และ พ.ร.บ.ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 มาตรา 3 จำเลยฎีกาในข้อที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับว่า จำเลยไม่ได้กระทำค …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:34/2568
เอกชนเป็นโจทก์ยื่นฟ้องสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ 1 นาย ท. ที่ 2 จำเลย ว่า โจทก์เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านเชียง เขตเลือกตั้งที่ 2 คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งให้โจทก์เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้ง จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งเดียวกับโจทก์แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง ร้องเรียนว่าโจทก์ก่อ สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจให้นาย ฉ. แจกเงินแก่นางสาว ก. และบุคคลในครอบครัวคนละ 100 บาท เพื่อจูงใจให้ลงคะแนนแก่โจทก์ โดยจำเลยที่ 2 จงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้านก่อน เพียงแต่สอบถามพยานฝ่ายที่สนับสนุนจำเลยที่ 2 เท่านั้น จำเลยที่ 1 สืบสวนและไต่สวนโดยไม่สอบถามโจทก์หรือนาย ฉ. และพยานบุคคลฝ่ายโจทก์ รวมทั้งมิได้พิจารณาพยานหลักฐานอย่างถี่ถ้วนกลับด่วนสรุปมีคำวินิจฉัย ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 ขอให้เพิกถอนสิทธิส …
- ฎีกาที่ 3400/2568
การยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาทั้งปวงไม่ว่าที่กฎหมายหรือศาลเป็นผู้กำหนดก็ดี เพื่อให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ก่อนสิ้นระยะเวลานั้น ให้พึงทำได้เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ และศาลได้มีคำสั่งหรือคู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย แม้เหตุสุดวิสัยไม่จำเป็นต้องเป็นเหตุอันเกิดจากภัยธรรมชาติ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 8 ที่บัญญัติว่า "คำว่า "เหตุสุดวิสัย" หมายความว่าเหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบเหตุนั้นจะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น" แต่ข้อสำคัญที่จะต้องพิจารณาการเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่นั้น จะต้องไม่เป็นความผิดหรือความบกพร่องของผู้ขอหรือผู้กล่าวอ้าง การผิดพลาดที่เกิดจากความไม่รอบคอบของทนายโจทก์ร่วมในการตรวจดูวันที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ก็ดี รวมทั้งการรับงานไว …
- ฎีกาที่ 345/2568
ปรากฏตามคำเบิกความของร้อยตำรวจโทหญิง ก. พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแก้งคร้อ ว่า หลังจากโจทก์ร่วมเข้าแจ้งความต่อพยานให้ดำเนินคดีแก่ ท. และจำเลยทั้งหกกับพวก พยานสอบปากคำโจทก์ร่วมและรวบรวมพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ท. กระทำความผิดข้อหาพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย ส่วนจำเลยทั้งหกกับพวกกระทำความผิดข้อหาร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ท. และจำเลยทั้งหกเข้ามอบตัวต่อพยาน พยานจึงแจ้งข้อหา ท. ว่า พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย และแจ้งข้อหาแก่จำเลยทั้งหกว่า ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย …
- ฎีกาที่ 345/2568
ตามคำเบิกความของพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแก้งคร้อ พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำโจทก์ร่วมและรวบรวมพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ท. กระทำความผิดข้อหาพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย ส่วนจำเลยทั้งหกกับพวกกระทำความผิดข้อหาร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ ไม่สามารถขัดขืนได้ อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง การที่ ท. ไปรับตัวโจทก์ร่วมมาไม่เกี่ยวข้องกับจำเลยทั้งหก ตามคำเบิกความดังกล่าวประกอบการแจ้งข้อหาและดำเนินคดีแก่ ท. และจำเลยทั้งหก เห็นได้ว่า ท. และจำเลยทั้งหกไม่ได้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดร่วมกัน แต่กระทำความผิดต่างคราวและต่างเจตนาแยกต่างหากจากกัน ซึ่งโจทก์บรรยายฟ้องคดีนี้ว่าเหตุเกิดที่ตำบลหนองสังข์ อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ โดยไม่ได้บรรยายว่าเหตุเกิดที่ตำบลช …
- ฎีกาที่ 3486/2568
การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 63 เมื่อศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของลูกหนี้ ให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายและให้ลูกหนี้กลับมีอำนาจจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของตน คำสั่งของศาลดังกล่าวย่อมมีผลให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากภาวะล้มละลายและมีอำนาจจัดการเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ทั้งหมดได้ต่อไป และมีผลผูกมัดเจ้าหนี้ทั้งหมดในเรื่องหนี้ซึ่งอาจขอรับชำระหนี้ได้ ตามมาตรา 63 ประกอบมาตรา 56 โดยลูกหนี้มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายตามที่ได้ตกลงไว้ในการประนอมหนี้ เมื่อลูกหนี้ชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายครบถ้วนตามคำขอประนอมหนี้แล้ว หนี้ส่วนที่ขาดตามที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระไว้ ลูกหนี้ย่อมได้รับการปลดเปลื้องไปด้วยผลของการประนอมหนี้ ส่วนการปลดจากล้มละลายตามมาตรา 81/1 เป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งศาลพิพากษาให้ล …
- ฎีกาที่ 3487/2568
จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันความรับผิดของจำเลยที่ 1 เฉพาะตามสัญญาเช่าชื้อฉบับที่ 2 เท่านั้น การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท จึงเป็นการพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระค่าธรรมเนียมศาลแทนโจทก์รวมถึงค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนข้อพิพาทตามสัญญาเช่าซื้อฉบับที่ 1 ด้วย ซึ่งเกินกว่าที่จำเลยที่ 2 ต้องรับผิด เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:35/2568
คดีนี้ นางสาว ส. ยื่นฟ้อง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 1 นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 2 สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่าผู้ฟ้องคดีได้แจ้งความนำจับโดยประสงค์รับเงินสินบนนำจับต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ซึ่งเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ได้รับเรื่องไว้พร้อมกับแจ้งว่าจะส่งเรื่องไปยังผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เพื่อตรวจสอบดำเนินการ แล้วจะแจ้งผลให้ผู้ฟ้องคดีทราบ แต่ก็ไม่ได้มีการแจ้งผลการดำเนินการ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามแจ้งผลการดำเนินการกรณีแจ้งความนำจับและประสงค์เงินสินบนนำจับจากการพบเห็นร้านค้าโฆษณาจําหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้ฟ้องคดี ก่อนมีคำพิพากษา ศาลปกครองกลางเห็นว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ศาลปกครองกลางเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามไม่แจ้งผลการดำเนิน …