ปี พ.ศ.: 2568
356 รายการ · หน้า 5 จาก 18
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:29/2568
คดีนี้ บริษัท ท. จำกัด โจทก์ ยื่นฟ้อง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำเลย สรุปความได้ว่า โจทก์กับจำเลยได้ตกลงทำสัญญาซื้อขายรถบรรทุก 4 ตัน ติดกระเช้า (รถแก้กระแสไฟฟ้าติดกระเช้า) จำนวน 100 คัน กำหนดส่งมอบเป็น 2 งวด งวดละ 50 คัน ขณะทำสัญญาโจทก์ได้นำหนังสือสัญญาค้ำประกันมอบให้แก่จำเลยเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา ภายหลังทำสัญญาโจทก์และจำเลยได้ตกลงแก้ไขรายละเอียดเพิ่มเติมสัญญาซื้อขายดังกล่าว ต่อมาโจทก์ได้ส่งมอบสินค้าให้แก่จำเลยครบถ้วนแต่เกินกำหนดระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ จำเลยได้ตรวจรับสินค้าดังกล่าวและชำระค่าสินค้าให้แก่โจทก์ โดยหักเงินค่าสินค้าเป็นค่าปรับไว้ แต่ภายหลังจำเลยได้พิจารณางดค่าปรับและคืนเงินค่าปรับให้แก่โจทก์บางส่วน โจทก์เห็นว่าการที่โจทก์ส่งมอบสินค้าเกินกำหนดระยะเวลาส่งมอบมิใช่ความผิดของโจทก์ จำเลยจึงไม่มีสิทธิปรับโจทก์ ความล่าช้ามิได้เกิดจากความผิดของโจทก์ จําเลยไม่เคยแจ้งข้อเรียกร้องใ …
- ฎีกาที่ 2966/2568
ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง การขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องระบุว่าเป็นคำร้องขออนุญาตฎีกา แต่เนื้อหาในคำร้องระบุ แถลงขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ตลอดข้อกล่าวหา และฎีกาของจำเลยที่ 1 มีเนื้อหาเหมือนกับในคำร้อง เมื่อการขอแก้คำให้การของจำเลยจะต้องกระทำก่อนที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา การที่จำเลยที่ 1 ขอถอนคำให้การเดิมที่ให้การปฏิเสธและให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ตลอดข้อกล่าวหา เป็นการแก้ไขคำให้การซึ่งไม่อาจกระทำได้ตามบทบัญญัติดังกล่าว พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 จี้บังคับขู่เข็ญโจทก์ร่วมและผู้ตายให้ยอมขึ้นรถยนต์จากบ้านพักไปกับจำเลยทั้งสอง แล้วจำเลยที่ 2 สวมกุญแจมือที่ข้อมือของผู้ตาย ใช้เชือกมัดข้อมือของโจทก์ร่วม กับใช้เทปกาวปิดปากโจทก์ร่วมและผู้ตาย เป็นการใช้กำลังประทุษร้ายและขู่เข็ญในทันใดว่า …
- ฎีกาที่ 2981/2568
สำเนาตารางกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถของบริษัทประกันภัยกำหนดค่าสินไหมทดแทนระบุจำนวนเงินคุ้มครองผู้ประสบภัยสำหรับการเสียชีวิตไว้ 500,000 บาท โดยกำหนดค่าเสียหายเบื้องต้นไว้ 35,000 บาท ซึ่งตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 มาตรา 4 ให้คำจำกัดความค่าเสียหายเบื้องต้นว่า ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ค่าปลงศพ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดการศพ รวมทั้งค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอย่างอื่นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยในเบื้องต้น เมื่อหักค่าเสียหายเบื้องต้นออกจากวงเงินคุ้มครองผู้ประสบภัยสำหรับการเสียชีวิต ผู้ประสบภัยจะได้รับค่าสินไหมทดแทนส่วนที่สองตามวงเงินคุ้มครองผู้ประสบภัยอีกเพียง 465,000 บาท ค่าสินไหมทดแทนในส่วนที่สองนี้ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 มิได้บัญญัติไว้เฉพาะว่าเป็นความคุ้มครองความเสียหายในส่วนใด ค่าสินไหมทดแทนในส่วนน …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:3/2568
คดีนี้เอกชนเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง กรมสรรพากร ที่ 1 อธิบดีกรมสรรพากร ที่ 2 จำเลย สรุปข้อเท็จจริงตามคำฟ้องได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโดยมีชื่อของนาย ร. เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ จำเลยที่ 2 มีคำสั่งและประกาศยึดทรัพย์ที่ดินรวม 175 แปลง รวมที่ดินของโจทก์ เนื่องจากโจทก์และเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ตกลงกู้ยืมเงินกับบริษัท ช. จำกัด โดยใช้ที่ดินของตนจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่นาย ร. ซึ่งเป็นกรรมการและตัวแทนของบริษัทเพื่อเป็นประกันการกู้ยืม โดยมีเงื่อนไขว่าหากชำระเงินกู้ครบถ้วนแล้วผู้ให้กู้จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินกลับคืนให้ผู้กู้ยืม การจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ดังกล่าวเป็นเพียงหลักประกันการกู้ยืมเงินเท่านั้นไม่มีเจตนาโอนกรรมสิทธิ์กันแต่อย่างใด โจทก์ได้ชำระหนี้ให้แก่บริษัท ช. จำกัด ครบถ้วนแล้ว บริษัทให้นาย ร. ทำหนังสือมอบอำนาจโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินคืนแก่โจทก์ แต่โจทก์ไม่สามารถดำเนินการได้โดยได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงา …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:30/2568
คดีนี้ นางสาว ส. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 1 เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเป็นคดีของศาลปกครอง ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองยื่นคำให้การว่าผลิตภัณฑ์พิพาทในคดีดังกล่าวผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเป็นผู้เปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิดและมิได้มีการกันเงินสินบนให้แก่ผู้ฟ้องคดี ซึ่งเป็นผู้แจ้งความนำจับ ผู้ฟ้องคดีจึงมีหนังสือถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เพื่อสอบถามรายชื่อผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ยกเว้นผลิตภัณฑ์ในคดีที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำความผิดแล้ว แต่มิได้กันเงินสินบนนำจับให้แก่ผู้ฟ้องคดี จากนั้นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้มีหนังสือแจ้งว่าหากผู้ฟ้องคดีประสงค์จะทราบรายชื่อผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำความผิดแล้ว แต่ยังมิได้กันเงินสินบนให้แก่ผู้ฟ้องคดี ขอให้ผู้ฟ …
- ฎีกาที่ 3001/2568
การที่โจทก์อยู่ในที่ดินพิพาทเป็นเวลา 3 ปี โดยอาศัยสิทธิคำพิพากษาตามยอมและข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความจนสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2564 แล้วโจทก์ทำสัญญาเช่าฉบับใหม่กับผู้ร้องสอดทั้งสองซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก และอยู่ในที่ดินพิพาทต่อมาโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าฉบับใหม่ดังกล่าว ย่อมเป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษาแล้ว ไม่อาจถือได้ว่าโจทก์ผิดสัญญาประนีประนอมยอมความอันจะเป็นเหตุให้จำเลยมีสิทธิบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอม จึงไม่มีเหตุที่จำเลยจะอ้างคำพิพากษาตามยอมเพื่อขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีขับไล่โจทก์ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 274 มาตรา 275 และมาตรา 276 คำสั่งของศาลชั้นต้นที่หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 จึงเป็นการบกพร่องผิดพลาดศาลฎีกาชอบที่จะเพิกถอนหมายบังคับคดีและการบังคับคดีเสียได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 295 ปัญหาดังกล่าวเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎ …
- ฎีกาที่ 3013/2568
ป.พ.พ. มาตรา 1562 บัญญัติว่า "ผู้ใดจะฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญามิได้..." อันเป็นบทบัญญัติตัดสิทธิห้ามมิให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดฟ้องบุพการีของตน จึงต้องตีความอย่างเคร่งครัดโดยจำกัดเฉพาะกรณีบุคคลผู้ฟ้องคดีในฐานะที่ตนเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายฟ้องบุพการีเพื่อประโยชน์ส่วนตัว แม้ตามคำฟ้องของโจทก์ระบุว่าเป็นการฟ้องจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมและผู้จัดการมรดกของ น. ผู้ตายผู้เป็นบิดาของโจทก์ แต่จำเลยเป็นมารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ และโจทก์มีคำขอให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทซึ่งมีชื่อจำเลยและ น. ผู้เป็นบิดาเป็นชื่อของโจทก์ โดยอ้างว่าจำเลยและ น. ได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์แล้ว ถ้าหาก น. ยังมีชีวิตอยู่ โจทก์ก็ไม่อาจฟ้อง น. ผู้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายให้โอนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ด้วยเหตุอย่างเดียวกันนี้ได้เพราะเป็นคดีอุทลุมต้องห้ามตามมาตรา 1562 ดังนั้น การที่โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมและผู้จ …
- ฎีกาที่ 304/2568
การพิจารณาว่ามีเหตุอันสมควรและช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้หรือไม่ ต้องพิจารณาว่าช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการที่มีการเสนอแผนฟื้นฟูกิจการนั้นจะทำให้กิจการของลูกหนี้กลับคืนสู่สภาพที่สามารถดำเนินกิจการตามปกติที่ไม่มีหนี้สินต่อไปได้หรือไม่ โดยต้องคำนึงถึงงบการเงินในการดำเนินกิจการของลูกหนี้ในปีที่ผ่านมาประกอบพยานหลักฐานอื่นด้วย เมื่อพิจารณางบแสดงฐานะทางการเงินของลูกหนี้แล้วพบว่าลูกหนี้ประกอบกิจการขาดทุนและมีหนี้สินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่องทางในการฟื้นฟูกิจการและแนวทางในการลดต้นทุนที่ลูกหนี้เสนอไม่ปรากฏรายละเอียดในการดำเนินการเพียงพอให้พิจารณาว่าจะมีโอกาสในทางธุรกิจอันเป็นช่องทางในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้หรือไม่ อย่างไร และจะมีรายได้จากการประกอบกิจการอย่างไรพอที่จะนำมาชำระหนี้ให้แก่บรรดาเจ้าหนี้ได้ ทั้งยังได้ความว่าก่อนที่จะขอฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับผู้คัดค้ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:31/2568
คดีนี้ บริษัท อ โจทก์ ยื่นฟ้อง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จำเลย ความว่าโจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ไว้จากนาย ศ ประเภทคุ้มครอง 1 ปีโดยเริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2565 สิ้นสุดวันที่ 7 ธันวาคม 2566 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2566 เวลา 15.46 นาฬิกา นาย ศ ขับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยมาจอดที่จุดจอดรถถ้ำจอมพล หรือ "สวนรุกขชาติถ้ำจอมพล" ปรากฏว่า มีกิ่งไม้ขนาดใหญ่ของต้นสะเดาหักโค่นลงมาทับกระจกหน้ารถยนต์เสียหายซึ่งเหตุละเมิดดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้น ถ้าเจ้าหน้าที่สวนรุกขชาติถ้ำจอมพลตรวจสอบและตัดกิ่งไม้ดังกล่าว เพื่อป้องกันการหักโค่นของกิ่งไม้ จำเลยในฐานะหน่วยงานราชการที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลสวนรุกขชาติถ้ำจอมพลจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจากการที่ต้นสะเดาหักโค่นเป็นอันตรายแก่บุคคลทั่วไปที่มาจอดรถ โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนจึงได้นำรถยนต์คันเอาประกันภัยไปทำการซ่อมแซมเพื่อให้ม …
- ฎีกาที่ 3107/2568
แม้โจทก์มิใช่เจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 ในขณะที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนยกที่ดินให้จำเลยที่ 3 แต่เมื่อโจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้องมาแล้วย่อมมีฐานะเป็นเจ้าหนี้เช่นกัน จึงต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิเช่นเดียวกับเจ้าหนี้เดิมที่โอนสิทธิเรียกร้อง เจ้าหนี้ที่อาจใช้สิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมตาม ป.พ.พ. มาตรา 237 จึงไม่จำกัดเฉพาะเจ้าหนี้ในขณะที่ลูกหนี้ทำนิติกรรมฉ้อฉลเท่านั้น แต่หมายรวมถึงเจ้าหนี้ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องด้วย โจทก์ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องจึงมีสิทธิเช่นเดียวกับผู้โอนสิทธิเรียกร้องในการฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรมที่ฉ้อฉลตาม ป.พ.พ. มาตรา 237
- ฎีกาที่ 3107/2568
แม้โจทก์มิใช่เจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 ในขณะที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนยกที่ดินให้จำเลยที่ 3 แต่เมื่อโจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้องมาแล้วย่อมมีฐานะเป็นเจ้าหนี้เช่นกัน จึงต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิเช่นเดียวกับเจ้าหนี้เดิมที่โอนสิทธิเรียกร้อง เจ้าหนี้ที่อาจใช้สิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมตาม ป.พ.พ. มาตรา 237 จึงไม่จำกัดเฉพาะเจ้าหนี้ในขณะที่ลูกหนี้ทำนิติกรรมฉ้อฉลเท่านั้น แต่หมายรวมถึงเจ้าหนี้ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องด้วย โจทก์ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องจึงมีสิทธิเช่นเดียวกับผู้โอนสิทธิเรียกร้องในการฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรมที่ฉ้อฉลตาม ป.พ.พ. มาตรา 237
- ฎีกาที่ 3119/2568
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ ด. บิดาโจทก์ถึงแก่ความตาย โจทก์เป็นผู้สืบสันดานของ ด. ผู้ตาย ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 291 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ด. และจำเลยต่างมีส่วนขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกัน จึงรับฟังได้ว่า ด. มิได้เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานจึงไม่มีอำนาจจัดการแทน ด. ผู้ตาย ไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้ตามมาตรา 5 (2) แต่โจทก์มิได้ยื่นฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คงมีเพียงจำเลยเท่านั้นที่ฎีกาว่า เหตุเกิดจากความประมาทของ ด. แต่เพียงผู้เดียว จึงเป็นฎีกาเพื่อให้เปลี่ยนแปลงผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดังนั้น การวินิจฉัยฎีกาของจำเลยย่อมไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาของจำเลยจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง แล …
- ฎีกาที่ 3133/2568
จำเลยหลอกลวงโจทก์โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ อธิบายขั้นตอนในการซื้อการจองสลากกินแบ่งรัฐบาล แนะนำวิธีการขายส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายอื่น จนกระทั่งโจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยสามารถจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาลมาขายส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลและได้กำไร จึงเริ่มลงทุนกับจำเลย โดยการหลอกลวงแต่ละครั้งจำเลยมักจะแวะเวียนมาพูดคุยหลอกลวงชักชวนที่ร้านค้าของโจทก์เป็นประจำ ในแต่ละงวดเมื่อจำเลยจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาลได้แล้ว จะแจ้งโจทก์ว่าได้สลากกินแบ่งรัฐบาลมาจำนวนกี่กล่อง ในราคาใบละกี่บาท หากนำไปขายต่อจะได้กำไรมาแบ่งกัน และถามโจทก์ว่าสนใจจะร่วมลงทุนเท่าใด บางครั้งเมื่อโจทก์ลงทุนไปแล้วจำเลยจะหลอกลวงโดยนำกำไรที่ได้จากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลและเงินลงทุนของโจทก์บางส่วนมามอบให้แก่โจทก์เพื่อสร้างความไว้ใจ และหลอกลวงให้โจทก์ลงทุนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวดถัดไปต่ออีก แสดงให้เห็นว่า การที่โจทก์มอบเงินให้แก่จำเลยใ …
- ฎีกาที่ 3133/2568
จำเลยหลอกลวงโจทก์โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ อธิบายขั้นตอนในการซื้อ การจองสลากกินแบ่งรัฐบาล แนะนำวิธีการส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายอื่น จนกระทั่งโจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยสามารถจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาลมาขายส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลและได้กำไร จึงเริ่มลงทุนกับจำเลย โดยการหลอกลวงแต่ละครั้งจำเลยมักจะแวะเวียนมาพูดคุยหลอกลวงชักชวนที่ร้านค้าของโจทก์เป็นประจำ ในแต่ละงวดเมื่อจำเลยจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาลได้แล้ว จะแจ้งโจทก์ว่าได้สลากกินแบ่งรัฐบาลมาจำนวนกี่กล่อง ในราคาใบละกี่บาท หากนำไปขายต่อจะได้กำไรมาแบ่งกัน และถามโจทก์ว่าสนใจจะร่วมลงทุนเท่าใด บางครั้งเมื่อโจทก์ลงทุนไปแล้วจำเลยจะหลอกลวงโดยนำกำไรที่ได้จากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลและเงินทุนของโจทก์บางส่วนมามอบให้แก่โจทก์เพื่อสร้างความไว้ใจ และหลอกลวงให้โจทก์ลงทุนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวดถัดไปต่ออีก แสดงให้เห็นว่า การที่โจทก์มอบเงินให้แก่จำเลยในแต่ …
- ฎีกาที่ 3139/2568
ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มาตรา 32 วรรคสอง บัญญัติว่า การโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ใด ๆ โดยผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทให้กระทำได้เฉพาะการให้ข้อมูลข่าวสาร และความรู้เชิงสร้างสรรค์สังคม โดยไม่มีการปรากฏภาพของสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น เว้นแต่เป็นการปรากฏของภาพสัญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสัญลักษณ์ของบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้น ทั้งนี้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งได้มีการออกกฎกระทรวงรองรับ คือกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการแสดงภาพสัญลักษณ์เพื่อประกอบการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2553 ข้อ 1 ให้ความหมายของคำว่า "ภาพสัญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์" หมายความว่า ภาพเครื่องหมายการค้าของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้า จึงต้องนำ พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า …
- ฎีกาที่ 3150/2568
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ที่วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยและค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจากจำเลยที่ 2 เนื่องจากจำเลยที่ 2 ไม่ได้เลิกจ้างโจทก์ โดยโจทก์กล่าวอ้างว่า จำเลยที่ 2 เลิกจ้างโจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การยืนยันว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าวเนื่องจากจำเลยที่ 2 ไม่ได้เลิกจ้างโจทก์ และจำเลยที่ 2 ให้การต่อสู้ว่า จำเลยที่ 2 ปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 อย่างถูกต้อง จำเลยที่ 2 ไม่ได้มีการออกหนังสือเลิกจ้างให้แก่โจทก์ โจทก์เข้าใจผิดไปเองว่าจำเลยที่ 2 เลิกจ้าง โจทก์ไม่มาทำงานติดต่อกันหลายวัน ทำให้จำเลยที่ 2 ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก คดีจึงมีประเด็นเพียงว่า มีเหตุให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 เนื่องจากจำเลยที่ 2 เลิกจ้างโจทก์หรือไม่เท่านั้น ไม่มีประเด็นว่าจำเลยที่ 2 มีสิทธิเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์กระทำความผิดหรือไม่ ดังนั้น ที่ศาลแรงงานภาค 2 ยกเหตุแห่ …
- ฎีกาที่ 3151/2568
การที่โจทก์จะรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ที่จำเลยร่วมมีต่อบริษัท ม. อันหมายความรวมถึงระยะเวลาการทำงานของจำเลยร่วม ในกรณีนายจ้างเป็นนิติบุคคล ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 13 นั้น จะต้องเป็นกรณีที่นายจ้างเดิมมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง โอน หรือควบกับนิติบุคคลใด และมีผลทำให้ลูกจ้างไปเป็นลูกจ้างของนายจ้างใหม่ เมื่อได้ความว่าบริษัท ม. และโจทก์ต่างจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกัน โดยบริษัท ม. เป็นนายจ้างผู้นำส่งเงินสมทบของจำเลยร่วมเข้ากองทุนประกันสังคมเพียงแค่งวดเดือนกุมภาพันธ์ 2545 และโจทก์เป็นนายจ้างผู้นำส่งเงินสมทบของจำเลยร่วมเข้ากองทุนประกันสังคมต่อมาตั้งแต่งวดเดือนมีนาคม 2545 แต่ตามหนังสือรับรองของบริษัท ม. ปรากฏว่าบริษัท ม. เป็นบริษัทร้างและสิ้นสภาพนิติบุคคลตั้งแต่วันที่นายทะเบียนได้ขีดชื่อออกจากทะเบียนในวันที่ 29 ธันวาคม 2552 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า หลังจากบริษัท ม. นำส่งเงินสมทบขอ …
- ฎีกาที่ 3154/2568
จำเลยทั้งสองนำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนขายฝากผู้อื่นเพื่อมิให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับชำระหนี้แก่ที่ดินพิพาท เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้สำเร็จนับแต่วันที่จดทะเบียนขายฝาก การที่จำเลยทั้งสองไถ่ที่ดินพิพาทจากการขายฝากแล้วจดทะเบียนขายฝากในครั้งต่อ ๆ มาด้วยเจตนามิให้โจทก์บังคับชำระหนี้แก่ที่ดินพิพาทได้ จึงเป็นการกระทำหลายกรรมในแต่ละครั้งที่จดทะเบียนขายฝาก
- ฎีกาที่ 319/2568
พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 เป็นกฎหมายที่มีลักษณะเป็นวิธีสบัญญัติ แม้จะมีบทบัญญัติกล่าวถึงการหักกลบลบหนี้ไว้ก็เป็นกรณีที่ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ทั่วไปใน ป.พ.พ. ว่าด้วยหักกลบลบหนี้ มาตรา 341 ถึงมาตรา 348 ซึ่งเป็นการแสดงเจตนาหักกลบลบหนี้เฉพาะครั้งเฉพาะคราวประกอบด้วย ดังนั้น แม้ พ.ร.บ.ล้มละลาย ฯ มาตรา 90/33 จะมิได้บัญญัติถึงสิทธิของลูกหนี้ในการขอใช้สิทธิหักกลบลบหนี้ไว้ก็มิได้หมายความว่า ลูกหนี้จะไม่มีสิทธิเช่นนั้น เพียงแต่เมื่อลูกหนี้จะใช้สิทธิขอหักกลบลบหนี้กับเจ้าหนี้ที่ขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ ลูกหนี้ก็ชอบที่จะกระทำได้โดยดำเนินการตามบทบัญญัติใน ป.พ.พ. ดังกล่าว บทบัญญัติมาตรา 90/33 จึงไม่นำมาใช้บังคับกับกรณีที่ลูกหนี้โดยผู้บริหารแผนจะขอหักกลบลบหนี้กับผู้คัดค้านที่ 2 ผู้เป็นเจ้าหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2563 ผู้คัดค้านที่ 2 มีหนังสือเลิกจ้างลูกจ้าง มีผลตั้งแต่วันที่ 14 ส …
- ฎีกาที่ 3191/2568
ผู้ร้องบรรยายคำร้องขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่นว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองเพื่อขายทอดตลาด เป็นกรณีที่จำเลยและ ธ. ก่อให้เกิดภาระผูกพันใดๆ เหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน และ/หรือทำให้เสื่อมราคาหรือลดน้อยถอยลงซึ่งทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันหรือกระทำการใดๆ อันทำให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จากหลักประกันลดลง การกระทำของจำเลยและ ธ. จึงเป็นการผิดนัดผิดสัญญา เป็นกรณีที่ผู้ร้องกล่าวอ้างเหตุผิดนัดผิดสัญญาตามสัญญากู้เงินตามข้อสัญญาข้อ 7.4 และ 7.6 แม้ว่าการที่โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดมิใช่การกระทำของจำเลยหรือ ธ. อันจะถือว่าเป็นการผิดนัดผิดสัญญาตามข้อ 7.4 ก็ตาม แต่สัญญากู้เงินข้อ 7 ระบุว่า เหตุผิดนัดผิดสัญญา เมื่อมีเหตุการณ์หนึ่งเหตุการณ์ใดดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นเหตุผิดนัดผิดสัญญานี้ และข้ …