ปี พ.ศ.: 2568
356 รายการ · หน้า 8 จาก 18
- ฎีกาที่ 3745/2568
โจทก์มีเจตนายกห้องชุดให้แก่จำเลยโดยเสน่หา แต่จำเลยไปจดทะเบียนว่าโจทก์ขายห้องชุดให้แก่จำเลย การจดทะเบียนขายห้องชุดเป็นนิติกรรมอำพรางการให้ นิติกรรมการขายห้องชุดย่อมตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง และต้องบังคับตามนิติกรรมการให้ที่ถูกอำพรางไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคสอง แต่นิติกรรมการซื้อขายและการให้โดยเสน่หานั้นต่างมีสาระสำคัญเหมือนกันคือการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินไปให้อีกฝ่าย เพียงแต่การให้โดยเสน่หาเป็นการโอนกรรมสิทธิ์โดยไม่มีค่าตอบแทนจากผู้รับ ส่วนการซื้อขายผู้ซื้อต้องชำระราคาให้แก่ผู้ขาย เมื่อโจทก์ประสงค์จะโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่จำเลยมาแต่ต้น การทำนิติกรรมโดยจดทะเบียนว่าโจทก์ขายห้องชุดดังกล่าวให้แก่จำเลย จึงพออนุโลมได้ว่าเป็นการทำนิติกรรมเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าโจทก์ยกห้องชุดให้แก่จำเลยตามความประสงค์ของโจทก์แล้ว นิติกรรมการให้ห้องชุดระหว่างโจทก์กับจำเลย …
- ฎีกาที่ 3745/2568
โจทก์มีเจตนาจะยกห้องชุดให้แก่จำเลยโดยเสน่หา แต่จำเลยไปดำเนินการจดทะเบียนว่าโจทก์ขายให้แก่จำเลย ถือได้ว่าเจตนาที่แท้จริงคือการให้ การจดทะเบียนว่าโจทก์ขายห้องชุดให้แก่จำเลยจึงเป็นนิติกรรมอำพรางการให้ นิติกรรมการขายห้องชุดย่อมตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง และต้องบังคับตามนิติกรรมการให้ที่ถูกอำพรางไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคสอง แต่นิติกรรมการซื้อขายและการให้โดยเสน่หานั้นต่างมีสาระสำคัญเหมือนกันคือการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินไปให้อีกฝ่าย เพียงแต่การให้โดยเสน่หาเป็นการโอนกรรมสิทธิ์โดยไม่มีค่าตอบแทนจากผู้รับ ส่วนการซื้อขายผู้ซื้อต้องชำระราคาให้แก่ผู้ขาย เมื่อโจทก์ประสงค์จะโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่จำเลยมาตั้งแต่ต้นแล้ว โจทก์จึงลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจและมอบเอกสารต่าง ๆ ของโจทก์ให้จำเลยไปดำเนินการจดทะเบียนโอนห้องชุดเป็นของจำเลย ซึ่งหาก ว. ภรรยาโจทก์ไม่ทราบว่าโจทก์คบหากับจำเลยฉันสาม …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:38/2568
คดีที่โจทก์ทั้งสี่เป็นเอกชนยื่นฟ้องมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำเลยที่ 1 บมจ. ท. จำเลยที่ 2 บจก. ด. จำเลยที่ 3 นาย พ. จำเลยที่ 4 สรุปคำฟ้องได้ว่า โจทก์ทั้งสี่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่จำเลยที่ 1 กระทำละเมิดก่อสร้างอาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Center for Medical Excellence) และอาคารศูนย์บริการสุขภาพและบริการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Medical Hub) ซึ่งเป็นอาคาร 9 ชั้น พร้อมที่จอดรถ ตามโครงการของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำเลยที่ 1 โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับจ้าง จำเลยที่ 3 เป็นผู้ควบคุมงาน และจำเลยที่ 4 เป็นวิศวกรควบคุมงาน โครงการดังกล่าวอยู่ติดกับที่ดินและอาคารของโจทก์ทั้งสี่ ทำให้อาคารของโจทก์ทั้งสี่ทรุดตัว แตกร้าว เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในชุมชน เกิดมลภาวะด้านฝุ่น ความร้อน แสงสะท้อน เสียง และการสั่นสะเทือน มีการเหวี่ยงเครนเข้ามาในที่ดินและอาคารของโจทก์ทั้งสี่โดยไม่ได้รับอ …
- ฎีกาที่ 3812/2568
ความผิดฐานร่วมกันกระทำการเป็นอั้งยี่เป็นความผิดทันทีเมื่อผู้นั้นได้เข้าเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ความผิดฐานร่วมกันเป็นซ่องโจรก็เป็นความผิดสำเร็จเมื่อมีการสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่บัญญัติไว้ในภาค ๒ ของ ป.อ. และความผิดฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งมีองค์ประกอบความผิดในลักษณะเดียวกันกับความผิดฐานร่วมกันกระทำการอันเป็นอั้งยี่และความผิดฐานร่วมกันเป็นซ่องโจรดังกล่าว ย่อมเป็นความผิดสำเร็จเมื่อผู้นั้นเข้าเป็นสมาชิกหรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติหรือสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ แม้ยังมิได้มีการกระทำการตามที่ได้สมคบกันก็ตาม ความผิดทั้ง 3 ฐานดังกล่าว จึงเป็นการกระทำความผิดกรรมหนึ่ง เมื่อต่อมาจำเลยที่ 1 …
- ฎีกาที่ 3817/2568
จำเลยทั้งสองปักเสาคอนกรีตและล้อมลวดหนามในที่ดินบริเวณไหล่ทางหลวงชนบทซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือหน้าที่ดินโจทก์จากด้านทิศตะวันตกไปด้านทิศตะวันออกตามจุด A1 ถึง A2 แนวเขตที่ดินของโจทก์ตามแนว B1 ถึง B2 บ่งชี้ให้เห็นเจตนาของจำเลยทั้งสองว่าร่วมกันปิดกั้นเพื่อไม่ให้โจทก์เข้าออกที่ดินบริเวณดังกล่าวได้ โจทก์ย่อมได้รับความเสียหายและถือเป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองฐานบุกรุกได้ จำเลยทั้งสองร่วมกันปักเสาคอนกรีตและล้อมลวดหนามในที่ดินของทางหลวงชนบทตลอดแนวด้านทิศเหนือของที่ดินโจทก์ ทำให้โจทก์ไม่สามารถเข้าออกที่ดินของโจทก์ได้ ถึงแม้จำเลยทั้งสองไม่ได้เข้าไปในที่ดินของโจทก์ตามที่จำเลยทั้งสองแก้ฎีกาก็ตาม ก็ถือได้ว่ากระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการล่วงล้ำเข้าไปในอำนาจการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์แล้ว อันเป็นการรบกวนการครอบครองของโจทก์โดยปกติสุข จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานบุกรุกตาม ป.อ. มาตรา 365 (2) ประกอบมาต …
- ฎีกาที่ 3817/2568
ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีแพ่งให้ขับไล่จำเลยที่ 1 และบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการรื้อถอนเสาและลวดหนามของจำเลยที่ 1 ออกไปจากที่ดินและได้ส่งมอบการครอบครองที่ดินให้โจทก์แล้ว ต่อมาจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นสามีภริยากันย่อมทราบดีอยู่แล้วว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันปักเสาคอนกรีตและล้อมลวดหนามในที่ดินของทางหลวงชนบทตลอดแนวด้านทิศเหนือของที่ดินโจทก์ ทำให้โจทก์ไม่สามารถเข้าออกที่ดินของโจทก์ได้ ถึงแม้จำเลยทั้งสองไม่ได้เข้าไปในที่ดินของโจทก์ก็ตาม ก็ถือได้ว่ากระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการล่วงล้ำเข้าไปในอำนาจการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ อันเป็นการรบกวนการครอบครองของโจทก์โดยปกติสุข จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานบุกรุกตาม ป.อ. มาตรา 365 (2) ประกอบมาตรา 83, 362
- ฎีกาที่ 3836/2568
ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และไม่ทราบว่าเป็นความผิดต่อกฎหมายอาญาบ้านเมือง เป็นการกล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีเจตนากระทำความผิด เป็นการหยิบยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ในชั้นฎีกาซึ่งขัดกับคำให้การรับสารภาพ จึงถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง และมาตรา 252 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (4) บัญญัติให้ลงโทษผู้กระทำความผิดฐานใช้บัตรประจำตัวประชาชนปลอม ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวกับความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอมตาม ป.อ. มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ต้องปรับบทลงโทษจำเลยสองฐานความผิด และเมื่อจำเลยทั้งสองเป็นผู้ปลอมบัตรประจำตัวประชาชน จึงให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานปลอมบัตรประจำตัวประชาชนตามมาตรา 14 วรรคหนึ่ง (3) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มี …
- ฎีกาที่ 3881/2568
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมและให้จำเลยไถ่ถอนจำนอง เมื่อจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้เงินกู้ตามฟ้องและจำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินจำนองโดยไม่ต้องฟ้องศาลตาม ป.พ.พ. มาตรา 729/1 วรรคหนึ่ง แล้ว มิใช่บทบังคับโจทก์ต้องดำเนินการให้มีการขายทอดตลาดทรัพย์สินจำนองตามมาตรา 729/1 ได้เพียงวิธีเดียว โจทก์ยังคงมีสิทธิฟ้องบังคับจำนองตามมาตรา 728 ได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง หนี้ที่ถึงกำหนดชำระตาม ป.พ.พ. มาตรา 729/1 วรรคหนึ่ง หมายถึง หนี้ที่คู่สัญญาตกลงกำหนดเวลาที่ลูกหนี้ต้องชำระตามข้อตกลงในสัญญาและถึงกำหนดเวลาชำระหนี้แล้ว โดยมิต้องคำนึงว่าเจ้าหนี้จะสามารถใช้สิทธิเรียกร้องทั้งหมดได้หรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า สัญญาสินเชื่อบ้านกสิกรไทยจำเลยชำระครั้งสุดท้ายวันที่ 30 มิถุนายน 2562 หนี้จึงถึงกำหนดชำระวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 ส่วนสินเชื่ออุปโภคบริโภคและสินเชื่อประกันชีวิต จำเล …
- ฎีกาที่ 3881/2568
หนี้ที่ถึงกำหนดชำระตาม ป.พ.พ. มาตรา 729/1 วรรคหนึ่ง หมายถึง หนี้ที่คู่สัญญาตกลงกำหนดเวลาที่ลูกหนี้ต้องชำระตามข้อตกลงในสัญญา และถึงกำหนดเวลาชำระหนี้แล้ว โดยมิต้องคำนึงว่าเจ้าหนี้จะสามารถใช้สิทธิเรียกร้องทั้งหมดได้หรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า สัญญาสินเชื่อบ้าน ก.จำเลยชำระครั้งสุดท้ายวันที่ 30 มิถุนายน 2562 หนี้ถึงกำหนดชำระวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 ส่วนสินเชื่ออุปโภคบริโภคและสินเชื่อประกันชีวิต จำเลยชำระครั้งสุดท้ายวันที่ 3 มิถุนายน 2562 หนี้จึงถึงกำหนดเวลาชำระวันที่ 30 มิถุนายน 2562 หลังจากหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562 จำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองโดยไม่ต้องฟ้องศาล โจทก์ได้รับหนังสือดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 โจทก์ในฐานะผู้รับจำนองจึงต้องดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองภายในเวลาหนึ่งปี นับแต่วันที่โจทก์ได้รับหนังสือแจ้ง แต่การฟ้ …
- ฎีกาที่ 3881/2568
หนี้ที่ถึงกำหนดชำระตาม ป.พ.พ. มาตรา 729/1 วรรคหนึ่ง หมายถึง หนี้ที่คู่สัญญาตกลงกำหนดเวลาที่ลูกหนี้ต้องชำระตามข้อตกลงในสัญญา และถึงกำหนดเวลาชำระหนี้แล้ว โดยมิต้องคำนึงว่าเจ้าหนี้จะสามารถใช้สิทธิเรียกร้องทั้งหมดได้หรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า สัญญาสินเชื่อบ้าน ก.จำเลยชำระครั้งสุดท้ายวันที่ 30 มิถุนายน 2562 หนี้ถึงกำหนดชำระวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 ส่วนสินเชื่ออุปโภคบริโภคและสินเชื่อประกันชีวิต จำเลยชำระครั้งสุดท้ายวันที่ 3 มิถุนายน 2562 หนี้จึงถึงกำหนดเวลาชำระวันที่ 30 มิถุนายน 2562 หลังจากหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562 จำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองโดยไม่ต้องฟ้องศาล โจทก์ได้รับหนังสือดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 โจทก์ในฐานะผู้รับจำนองจึงต้องดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองภายในเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่โจทก์ได้รับหนังสือแจ้ง แต่การฟ้อ …
- ฎีกาที่ 3885/2568
ตาม พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 มาตรา 12 เมื่อคดีนี้ได้มีการตรวจสอบทรัพย์สินก่อนวันที่ประมวลกฎหมายยาเสพติดใช้บังคับ ศาลจึงต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวยาเสพติด พ.ศ. 2534 เมื่อพิจารณาคำฟ้องและคำให้การแล้ว คดีมีประเด็นข้อพิพาทว่า ทรัพย์สินซึ่งเป็นที่ดินรวม 7 รายการ ตามฟ้อง เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือไม่ หากเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ทรัพย์สินดังกล่าวก็ต้องตกเป็นของกองทุนตามมาตรา 32 วรรคสอง ในทางกลับกันหากทรัพย์สินรายการใดฟังไม่ได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือโจทก์ทั้งสองได้รับโอนมาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน หรือเป็นการได้มาตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี หรือในทางกุศลสาธารณะ ทรัพย์สินนั้นก็ไม่ต้องตกเป็นของกองทุน จึงเห็นได้ว่าการที่จำ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:39/2568
คดีนี้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. ยื่นฟ้อง เทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย จำเลย ความว่า จำเลยมีความประสงค์จะจ้างเหมารถยนต์โดยสารปรับอากาศ จำนวน 9 คัน เพื่อใช้ในโครงการอบรมและศึกษาดูงานอาสาสมัครสิ่งแวดล้อมเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยวิธีเฉพาะเจาะจง โจทก์จึงมีหนังสือเสนอราคาโครงการดังกล่าว หลังจากนั้นจำเลยมีประกาศให้โจทก์เป็นผู้ชนะการเสนอราคา และมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ไปทำสัญญาภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือ โดยให้โจทก์นำหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาเป็นเงินสดมอบให้แก่จำเลยในวันทำสัญญา ต่อมาจำเลยมีประกาศยกเลิกผลการประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาเนื่องจากเอกสารประกอบการเสนอราคาไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข การที่จำเลยดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างจนได้ผู้ชนะการประกวดราคาและโจทก์ได้ลงนามในสัญญาจ้างเหมาแล้ว แต่จำเลยประกาศยกเลิกผลการประกาศผู้ชนะการเสนอราคาอย่างกะทันหันก่อนถึงวันออกเดินทา …
- ฎีกาที่ 3902/2568
เมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นบิดาถึงแก่ความตาย อำนาจปกครองบุตรย่อมตกแก่ผู้คัดค้านที่เป็นมารดาตาม ป.พ.พ. มาตรา 1566 (1) กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยในเรื่องอำนาจปกครองอีกต่อไป ส่วนเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้น ทนายผู้คัดค้านยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า ผู้ร้องถึงแก่กรรม ศาลชั้นต้นแจ้งให้ทนายผู้ร้องทราบเพื่อหาบุคคลเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะแล้ว ไม่สามารถสืบหาทายาทเข้ามาเป็นคู่ความแทนผู้ร้องภายในเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ผู้ร้องถึงแก่กรรม กรณีจึงต้องจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 42 วรรคสอง ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง
- ฎีกาที่ 3911/2568
จำเลยใช้หรืออ้างแบบพิมพ์หนังสือสัญญากู้เงินและแบบพิมพ์หนังสือสัญญาค้ำประกันซึ่งเป็นเอกสารสิทธิปลอมฟ้องโจทก์ทั้งสองเป็นคดีแพ่ง จำเลยมีเจตนาประสงค์จะให้โจทก์ทั้งสองชำระเงินให้แก่จำเลยตามสัญญาทั้งสองฉบับดังกล่าวที่เป็นเอกสารปลอม ต่อมาจำเลยเข้าเบิกความเท็จและนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี เป็นเพียงการกระทำที่สืบเนื่องต่อมาเพื่อให้บรรลุเจตนาของจำเลยที่ประสงค์จะให้จำเลยได้รับเงินที่โจทก์ทั้งสองต้องชำระแก่จำเลยตามคำพิพากษาเท่านั้น ความผิดต่าง ๆ จำเลยก่อขึ้นโดยอาศัยเจตนาอย่างเดียวกัน ไม่ได้แยกต่างหากจากกันเป็นหลายเจตนา การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90
- ฎีกาที่ 3998/2568
พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 3 กำหนดว่า แบบผลิตภัณฑ์ หมายความว่า รูปร่างของผลิตภัณฑ์ หรือองค์ประกอบของลวดลาย หรือสีของผลิตภัณฑ์ อันมีลักษณะพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์ซึ่งสามารถใช้เป็นแบบสำหรับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมรวมทั้งหัตถกรรมได้ ดังนั้น การให้ความคุ้มครองการออกแบบผลิตภัณฑ์จึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสวยงามของรูปลักษณะภายนอก หากส่วนประกอบใดของผลิตภัณฑ์มีความมุ่งหมายเพื่อประโยชน์ในการใช้งานเท่านั้นจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ รูปร่างและองค์ประกอบของลวดลายแบบผลิตภัณฑ์ฝาปิดในข้อถือสิทธิตามสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ของโจทก์มีรูหูหิ้วไว้สำหรับสอดนิ้วเพื่อหิ้วพกพา สันหูหิ้วมีไว้เพื่อความแข็งแรงและประหยัดพลาสติก ด้านในของฝาปิดเป็นฝาสองชั้นเพื่อป้องกันน้ำรั่วซึม และลวดลายที่ฐานของฝาปิดเป็นลายเส้นตรงแนวดิ่งเพื่อประโยชน์ในการเปิดฝาขวด อันเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ส …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:4/2568
คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนด ยื่นฟ้องนายอำเภอเบญจลักษ์ ที่ 1 องค์การบริหารส่วนตำบลหนองงูเหลือม ที่ 2 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองงูเหลือม ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี กรณีผู้ฟ้องคดีขอรังวัดสอบเขตที่ดิน ช่างรังวัดได้ถือหลักฐานแผนที่และหลักเขตเดิมเป็นหลัก แต่ผู้รับมอบอำนาจของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 ไม่ลงลายมือชื่อรับรองแนวเขตที่ดินและคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดิน โดยอ้างว่า ผู้ฟ้องคดีนำชี้แนวเขตที่ดินรุกล้ำห้วยธะนัง ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 ถอนการคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดีและลงชื่อรับรองแนวเขตที่ดินตามที่ได้รังวัด ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จ่ายเงินค่ารังวัดสอบเขตที่ดินพร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้ฟ้องคดี กับให้ตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามให้การว่า ที่ดินบริเวณที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของถนนสาธารณะ ซึ่งเดิมเป็นคลองห้วยธะนัง จึงมีอำนาจหน้าที่ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:40/2568
คดีที่เอกชนเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองกรณีสรรพากรภาค 7 ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินของโจทก์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 และแต่งตั้งจำเลยทั้งสอง ให้เป็นผู้มีหน้าที่อายัดทรัพย์สินของโจทก์เพื่อนำไปชำระหนี้ภาษีอากรค้าง โดยจำเลยที่ 1 มีหนังสือแจ้งให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดเพชรบูรณ์นำส่งเงินค่าจ้างที่โจทก์จะได้รับตามสัญญาจ้างให้แก่สำนักงานสรรพากรพื้นที่เพชรบูรณ์ ซึ่งคำสั่งอายัดไม่ได้กล่าวถึงสิทธิเรียกร้องของโจทก์ในเงินค่าจ้างตามสัญญาดังกล่าว แต่ต่อมาสรรพากรภาค 7 ได้มีคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องของโจทก์ในเงินค่าจ้างและเงินที่โจทก์นำมาวางเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา จำเลยที่ 1 มีหนังสือแจ้งให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดเพชรบูรณ์นำส่งเงินค่าจ้างของโจทก์ให้แก่สำนักงานสรรพากรพื้นที่เพชรบูรณ์อีกครั้ง อันเป็นการออกคำสั่งแก้ไขการอายัดเงินค่าจ้างตามสัญญาไปก่อนหน้านี้และเป็นก …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:41/2568
คดีนี้ นางสาว ศ ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ที่ 1 นายกเทศมนตรีตำบลศาลากลาง ที่ 2 เทศบาลตำบลศาลากลาง ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ได้กรรมสิทธิ์มาโดยการรับโอนมรดก ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้ขอแบ่งที่ดินให้เป็นทางสาธารณประโยชน์คิดเป็นจำนวนเนื้อที่ 84.7 ตารางวา ซึ่งผู้ฟ้องคดีได้ให้ความยินยอม ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้ขออนุญาตใช้ที่ดินบางส่วนของผู้ฟ้องคดีบริเวณที่ติดกับแนวถนนเพื่อก่อสร้างศาลาที่พักผู้โดยสารเป็นการชั่วคราว ต่อมาผู้ฟ้องคดีประสงค์จะใช้ประโยชน์จากพื้นที่ในที่ดินดังกล่าว จึงมีหนังสือขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 รื้อถอนศาลาพิพาท แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีหนังสือแจ้งผลการหารือกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นว่า เป็นเรื่องที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินเดิมได้มีการอุทิศให้เพื่อก่อสร้างศาลาที่พักผู้โดยสาร ผู้ฟ้องคดีจะขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 รื้อถอนศ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:42/2568
คดีนี้ บริษัท อ. จำกัด โจทก์ ยื่นฟ้อง มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ที่ 1 นางสาว พ. กับพวก ซึ่งเป็นเอกชน เป็นจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อ้างว่า จําเลยที่ 1 ได้มีประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ เรื่องประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์และการแพทย์ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็คทรอนิกส์ (e-bidding) จํานวน 14 รายการ และโจทก์ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะการประกวดราคา ต่อมาจำเลยที่ 1 ทำสัญญาซื้อขาย ซื้อครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์และการแพทย์จากโจทก์ จำนวน 14 รายการ โดยโจทก์จะต้องส่งมอบสิ่งของที่ซื้อขายให้แก่จําเลยที่ 1 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ โจทก์ได้นําหลักประกันเป็นเงินสด 84,950 บาท มามอบให้แก่จําเลยที่ 1 เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา หลังจากลงนามในสัญญา โจทก์ได้มีหนังสือส่งมอบครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์และการแพทย์ 14 รายการตามที่ระบุในสัญญาให้แก่จําเลยที่ 1 แต่จําเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ซึ่งเป็นกรรมการตรวจรับครุภัณฑ์ กระทำกา …
- ฎีกาที่ 4273/2568
แม้ ฮ.ผู้เป็นบิดามีคำสั่งเสียก่อนถึงแก่ความตายยกทรัพย์มรดกที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของ ฮ. ให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ไม่ได้รับทรัพย์มรดกของ ล. ผู้เป็นมารดา โดยเคยบอกแก่โจทก์ว่า จำเลยที่ 1 จะรอรับทรัพย์มรดกของ ฮ. ก็ตาม แต่ ฮ. ถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใด ดังนั้น ทรัพย์มรดกทั้งหมดย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมทุกคนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 และมาตรา 1629 ประกอบกับมาตรา 1719 บัญญัติว่า "ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ที่จะทำการอันจำเป็น เพื่อให้การเป็นไปตามคำสั่งแจ้งชัดหรือโดยปริยายแห่งพินัยกรรม และเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป หรือเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดก" ดังนั้น จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ฮ. มีหน้าที่ต้องแบ่งปันทรัพย์มรดกให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย ป.พ.พ. มาตรา 1750 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การแบ่งปันทรัพย์มรดกนั้น อาจทำได้โดยทายาทต่างเข้าครอบครองทรัพย์สินเป็นส่วนสัด หรื …