ประเภทคำวินิจฉัย: คำพิพากษาศาลฎีกา
120,216 รายการ · หน้า 2 จาก 6,011
- ฎีกาที่ 284/2569
การที่ อ. ในฐานะผู้จัดการมรดกจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นของตนในฐานะทายาทโดยธรรมของ พ. น่าเชื่อว่า อ. มีเจตนาแบ่งปันทรัพย์มรดกดังกล่าวเป็นของตน หลังจากนั้น อ. จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้โดยเสน่หาแก่ ส. โดยมีเจตนาให้เป็นกรรมสิทธิ์ส่วนตัวของ ส. จึงเป็นเหตุให้จำเลยเป็นโจทก์ฟ้อง อ. และ ส. เป็นจำเลยในคดีอาญา ต่อมาระหว่างพิจารณา จำเลยกับ อ. และ ส. ตกลงกันได้ ส. ยินยอมจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลย โดยไม่ปรากฏว่า อ. และ ส. ขอให้ศาลชั้นต้นบันทึกว่า การที่ ส. จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างนั้น เพื่อให้จำเลยถือกรรมสิทธิ์แทนทายาทโดยธรรมทุกคน เป็นเหตุให้จำเลยเข้าใจว่า การที่ อ. จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างมาเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนตัวนั้น น่าจะเป็นเรื่องที่ อ. จัดการมรดกของ พ. เสร็จสิ้นแล้ว การที่ อ. จดทะเบียนโอนที่ดินพิพ …
- ฎีกาที่ 3297/2569
เมทแอมเฟตามีน 10,167 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 197.361 กรัม ที่จำเลยที่ 1 กับพวก ร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามพฤติการณ์แห่งคดีมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าหากจำเลยที่ 1 กับพวก ไม่ถูกเจ้าพนักงานจับกุมเสียก่อนจะทำให้เมทแอมเฟตามีนดังกล่าวแพร่กระจายไปสู่ประชาชนในวงกว้าง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นบ่อเกิดของอาชญากรรมอื่นอีกหลายประเภท ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนในสังคม โดยสภาพความผิดและพฤติการณ์แห่งคดีย่อมทำให้เกิดผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป จึงต้องด้วยบทกำหนดโทษตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสาม (2) ตอนท้าย แต่ยังไม่ร้ายแรงถึงขนาดกระทบต่อความมั่นคงของรัฐตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสาม (2) ตอนต้น ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย จึงต้องปรับบทลงโทษจำเลยที่ 1 เสียใหม่ให้ถูกต้องและแก้ไขโทษจำคุกให้เบาลง และจำเลยที่ 2 แม้ไม่ได้ฎ …
- ฎีกาที่ 3479/2569
ประมวลกฎหมายยาเสพติดไม่ได้ถือเอาปริมาณของยาเสพติดเป็นเกณฑ์ในการกำหนดโทษดังเช่นกฎหมายเดิม โดยให้ถือเอาพฤติการณ์หรือบทบาทหน้าที่ในการกระทำความผิดเป็นสำคัญ แต่ปริมาณของยาเสพติดก็อาจบ่งชี้ถึงพฤติการณ์ความร้ายแรงในการกระทำความผิดได้อย่างหนึ่ง ซึ่งศาลสามารถนำมาพิจารณาประกอบพฤติการณ์อื่นเพื่อลงโทษจำเลยในเหตุฉกรรจ์ที่เป็นนามธรรมได้ เช่น การก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสอง (2) และการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปตามมาตรา 145 วรรคสาม (2) แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่า การจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของจำเลยเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และจำเลยให้การรับสารภาพ โดยไม่จำต้องสืบพยานหลักฐานตามกฎหมายก็ตาม แต่เหตุฉกรรจ์ดังกล่าวเป็นเหตุฉกรรจ์ในเชิงนามธรรม ย่อมอยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาตามพฤติการณ์ความร้ …
- ฎีกาที่ 455/2569
ความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย เป็นการกระทำที่เป็นความผิดสำเร็จแล้ว การที่ต่อมาจำเลยผู้ขับรถหลบหนีไม่ให้ความช่วยเหลือตามสมควร และพร้อมทั้งแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อตำรวจที่ใกล้เคียงทันที เป็นการกระทำหลังเกิดเหตุรถกระบะของจำเลยชนกับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายแล้ว ซึ่งเป็นการกระทำโดยเจตนาของจำเลยแยกต่างหากจากการกระทำโดยประมาท ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78 วรรคหนึ่ง จึงเป็นความผิดอีกกระทงหนึ่ง ส่วน พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 160 วรรคสอง เป็นเพียงบทบัญญัติให้ศาลกำหนดโทษจำเลยในความผิดนั้นก่อนแล้วจึงเพิ่มโทษ ซึ่งต่างจากมาตรา 160 วรรคหนึ่ง ที่มีระวางโทษกำหนดไว้แล้ว เพื่อให้เปรียบเทียบได้ว่ากฎหมายบทใดที่มีโทษหนักที่สุด ในกรณีที่การกระทำใดอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ตาม ป.อ. มาตรา 90 เมื่อมาตรา 160 วรรคสอง ไม่ได้กำหนดร …
- ฎีกาที่ 506/2569
ขณะโจทก์ฟ้องคดีการกระทำของจำเลยเป็นความผิด ป.อ. มาตรา 279 วรรคห้า (แก้ไขเพิ่มเติม ป.อ. ฉบับที่ 27 พ.ศ. 2562) แต่ในขณะกระทำความผิดการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด ป.อ. มาตรา 277 วรรคสาม (เดิม) และระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา มี พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ป.อ. (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2568 ออกใช้บังคับ โดยมาตรา 3 ให้ยกเลิกความใน (18) ของมาตรา 1 ตาม ป.อ. แล้วให้ใช้ความต่อไปนี้แทน (18) "กระทำชำเรา" หมายความว่ากระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำโดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำล่วงล้ำอวัยวะเพศ ทวารหนักหรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้อวัยวะอื่นของผู้กระทำ หรือวัตถุล่วงล้ำอวัยวะเพศ หรือทวารหนักของผู้อื่น..." และมาตรา 6 ให้ยกเลิก ป.อ. มาตรา 279 วรรคสี่ วรรคห้า วรรคหก และวรรคเจ็ด ดังนั้นบทบัญญัติของกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมยังคงบัญญัติว่าการกระทำโดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่นย …
- ฎีกาที่ 521/2569
สิทธิจำนองนั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 702 จะเกิดขึ้นเฉพาะต่อเมื่อผู้จำนองเอาทรัพย์สินตราไว้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง และตามมาตรา 714 การตราไว้ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยต้องบันทึกไว้ในทะเบียนซึ่งเป็นเอกสารมหาชนที่ประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบได้ และมาตรา 702 วรรคสอง ผู้รับจำนองชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองก่อนเจ้าหนี้สามัญ มิพักต้องพิเคราะห์ว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะได้โอนไปยังบุคคลภายนอกแล้วหรือหาไม่ วัตถุประสงค์อย่างหนึ่งที่กฎหมายบัญญัติไว้เช่นนั้น ก็คือเพื่อคุ้มครองเสรีภาพในทางทรัพย์สินตามหลักนิติรัฐในระบอบเสรีประชาธิปไตย ให้บุคคลในภาคเอกชนที่ยอมมอบเงินของตนให้แก่ผู้อื่นกู้ยืมไปใช้ประโยชน์มั่นใจมากขึ้นว่าจะได้รับเงินกู้ยืมพร้อมผลประโยชน์กลับคืนเพราะมีทรัพย์สินเป็นหลักประกันในการชำระหนี้ มีสิทธิบังคับเอาแก่ทรัพย์สินที่ตราไว้เป็นหลักประกันนั้นดีกว่าเจ้าหนี้อื่นและด …
- ฎีกาที่ 531/2569
เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษประหารชีวิตจำเลย จำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสอง ประกอบ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 16 แล้วศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดจริงและให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เพียงแต่แก้โดยปรับบทตาม ป.ยาเสพติด ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ ตาม ป.อ. มาตรา 3 กรณีจึงเท่ากับศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ในส่วนความผิดและโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว ข้อเท็จจริงดังกล่าวย่อมเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาขอให้ลงโทษน้อยเป็นการเฉพาะรายตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 152 วรรคสอง อีก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ปัญหาว่าการกระทำความผิดของจำเลยจะเป็นความผิดตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 90, 145 วรรคสาม (2) หรือไม่ เห็นว่า การทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐตาม มาตรา 145 วรรคสาม (2) แห่ง ป.ยาเสพติด เป็นเหตุฉกรรจ์ในเชิงนามธรรม ซึ่งกฎหมายให้ …
- ฎีกาที่ 625/2569
โจทก์ทั้งสามในฐานะทายาทโดยธรรมของ ส. ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการมอบอำนาจให้ขายที่ดินมรดกระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 และเพิกถอนสัญญาขายที่ดิน และรายการจดทะเบียนขายที่ดินมรดกดังกล่าวระหว่างจำเลยทั้งสาม เมื่อโจทก์ทั้งสามเป็นบุตรของจำเลยที่ 1 โจทก์ทั้งสามจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1562 ส่วนจำเลยที่ 2 ดำเนินการตามหนังสือมอบอำนาจ การที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ถือว่าเป็นการฟ้องในฐานะที่เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุพการีด้วย แม้โจทก์ทั้งสามไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นเหตุเฉพาะตัวหามีผลไปถึงจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกด้วยไม่ โจทก์ทั้งสามจึงมีอำนาจฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาในส่วนของจำเลยที่ 3 ต่อไปได้
- ฎีกาที่ 630/2569
ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา มี พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2568 ออกบังคับใช้ โดยมาตรา 3 ให้เพิ่มข้อความต่อไปนี้เป็น (18) ของมาตรา 1 แห่งประมวลกฎหมายอาญา "(18) "กระทำชำเรา" หมายความว่า กระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ โดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำล่วงล้ำอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้อวัยวะอื่นของผู้กระทำหรือวัตถุล่วงล้ำอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น..." และมาตรา 6 ให้ยกเลิกวรรคสี่ วรรคห้า วรรคหกและวรรคเจ็ดของมาตรา 279 แห่งประมวลกฎหมายอาญา จากบทบัญญัติที่แก้ไขใหม่ดังกล่าวยังคงบัญญัติว่า การใช้อวัยวะอื่นของผู้กระทำหรือวัตถุล่วงล้ำอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น ยังคงเป็นความผิดอยู่ มิใช่เป็นเรื่องที่กฎหมายบัญญัติในภายหลังบัญญัติให้การกระทำเช่นนั้นไม่เป็นความผิดต่อไปตาม ป.อ. มาตรา 2 วรรคสอง เพียงแต่เปลี่ยนฐานความผิดจากอนาจารโดยการล่วงล้ำเป็นความผิ …
- ฎีกาที่ 65/2569
การกำหนดโทษจำเลยที่ 1 ใหม่ตาม ป.อ. มาตรา 3 (1) ต้องเป็นกรณีกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด และโทษที่กำหนดตามคำพิพากษาหนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง ขณะเกิดเหตุความผิดของจำเลยที่ 1 ต้องด้วยบทกำหนดโทษตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสาม แต่ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นได้มี ป.ยาเสพติดออกมาใช้บังคับแทนกฎหมายเดิม และศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสาม (2) แล้ว โดยลงโทษจำคุกตลอดชีวิต และปรับ 1,000,000 บาท ก่อนลดโทษ เนื่องจากเห็นว่ากฎหมายใหม่เป็นคุณมากกว่ากฎหมายเดิม ดังนี้หากจำเลยที่ 1 เห็นว่าศาลชั้นต้นลงโทษหนักเกินไปก็ชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์และฎีกาคำพิพากษาดังกล่าวตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่จำเลยที่ 1 ไม่ใช้สิทธิอุทธรณ์และฎีกาจนคำพิพากษาศาลชั้นต้นถึงที่สุดลง จำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ศาล …
- ฎีกาที่ 664/2569
การที่จำเลยลักบัตร KDEBIT ที่ธนาคารออกให้แก่ผู้เสียหาย เป็นความผิดสำเร็จกรรมหนึ่งซึ่งเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น ส่วนที่จำเลยนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้เบิกถอนเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อถอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายนั้น เป็นเจตนาอีกเจตนาหนึ่งจึงเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่ง แต่การที่จำเลยนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้เบิกถอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายย่อมทำให้ความผิดฐานมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นซึ่งผู้ออกได้ให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เบิกถอนเงินสดเกลื่อนกลืนอยู่กับความผิดฐานใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นซึ่งผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เบิกถอนเงินสดแล้ว หาได้ทำให้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นซึ่งผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เบิกถอนเงินสดอีกกรรมหนึ่งไม่
- ฎีกาที่ 736/2569
ปัญหาว่า การนำประวัติการกระทำความผิดของจำเลยในขณะที่เป็นเยาวชนมาฟังเป็นผลร้ายแก่จำเลย เป็นการใช้ดุลพินิจที่ขัดต่อ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 84 วรรคหนึ่ง หรือไม่ พิจารณาจากบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวซึ่งบัญญัติว่า "เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิเด็กหรือเยาวชน ห้ามมิให้เปิดเผยหรือนำประวัติการกระทำความผิดอาญาของเด็กหรือเยาวชนไปพิจารณาให้เป็นผลร้ายหรือเป็นการเลือกปฏิบัติอันไม่เป็นธรรมแก่เด็กหรือเยาวชนนั้นไม่ว่าในทางใด ๆ เว้นแต่เป็นการใช้ประกอบดุลพินิจของศาลเพื่อกำหนดวิธีการสำหรับเด็กและเยาวชน หากมีการฝ่าฝืนให้ศาลสั่งระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือเพิกถอนการกระทำนั้น..." จะเห็นได้ว่าเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับกระบวนพิจารณาคดีในศาลเยาวชนและครอบครัว เพื่อคุ้มครองสิทธิเด็กหรือเยาวชนโดยห้ามมิให้เปิดเผยหรือนำประวัติการกระทำความผิดอาญาของเด็กหรือเยาวชนไปพิจารณาให้เ …
- ฎีกาที่ 737/2569
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้อง ซึ่งต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาไม่ว่าจะเป็นปัญหาข้อเท็จจริงหรือปัญหาข้อกฎหมาย และผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิเคราะห์ฎีกาของโจทก์แล้วเห็นว่า ข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด และไม่อนุญาตให้ฎีกา ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 และมาตรา 221 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 คดีโจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกา ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้จึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
- ฎีกาที่ 914/2569
ปัญหาว่าผู้เสียหายจะมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 หรือไม่นั้น ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวจะต้องเป็นการชดเชยความเสียหายที่เกิดจากการกระทำความผิดที่พนักงานอัยการฟ้องร้อง ผู้เสียหายจะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากความเสียหายที่เกิดจากการกระทำความผิดที่ไม่ได้ถูกฟ้องไม่ได้ เมื่อได้ความว่าจำเลยได้นำหลักฐานการแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานไปขอออกใบแทนโฉนดที่ดินโดยที่จำเลยยังชำระราคาที่ดินแก่ผู้ตายยังไม่ครบถ้วนแล้วนำที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ไปขายให้บุคคลอื่น ทำให้สิทธิของผู้ตายเกี่ยวกับการมีกรรมสิทธิ์ต้องถูกเปลี่ยนแปลงหรือกระทบกระเทือนในทางที่ทำให้สิทธิที่มีอยู่สิ้นไปหรือลดน้อยถอยลงจากการกระทำความผิดของจำเลยทำให้ผู้ตายได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สิน ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายจึงมี …
- ฎีกาที่ 914/2569
ผู้เสียหายจะมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 นั้น ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวจะต้องเป็นการชดเชยความเสียหายที่เกิดจากการกระทำความผิดที่พนักงานอัยการฟ้องร้อง ผู้เสียหายจะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากความเสียหายที่เกิดจากการกระทำความผิดที่ไม่ได้ถูกฟ้องไม่ได้ เมื่อได้ความว่าจำเลยได้นำหลักฐานการแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานไปขอออกใบแทนโฉนดที่ดินโดยที่จำเลยยังชำระราคาที่ดินแก่ผู้ตายยังไม่ครบถ้วนแล้วนำที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ไปขายให้บุคคลอื่น ทำให้สิทธิของผู้ตายเกี่ยวกับการมีกรรมสิทธิ์ต้องถูกเปลี่ยนแปลงหรือกระทบกระเทือนในทางที่ทำให้สิทธิที่มีอยู่สิ้นไปหรือลดน้อยถอยลงจากการกระทำความผิดของจำเลยทำให้ผู้ตายได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สิน ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายจึงมีสิทธิเรียกร้องค …
- ฎีกาที่ 97/2569
โจทก์บรรยายฟ้องกล่าวอ้างว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 40379 และ 20884 เป็นกรรมสิทธิ์รวมของโจทก์และจำเลย เพราะทำมาหาได้ในธุรกิจที่ร่วมทำกับจำเลย ทั้งโจทก์นำสืบพยานตามข้อกล่าวอ้างดังกล่าว และในชั้นอุทธรณ์โจทก์ยังคงอุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นด้วยเหตุเดิม ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษกำหนดประเด็นในการวินิจฉัยว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 40379 และ 20884 เป็นทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันหรือเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์และจำเลยตามฟ้องหรือไม่ เมื่ออ่านฎีกาของโจทก์ทั้งฉบับแล้ว ได้ความว่าโจทก์ยกข้อกล่าวอ้างว่าได้ที่ดินโฉนดเลขที่ 40379 และ 20884 จากการประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินที่ทำมาหาได้ร่วมกับจำเลย ซึ่งยังคงเป็นเหตุเดียวกับที่โจทก์บรรยายฟ้องและนำสืบพยาน แม้โจทก์จะระบุในฎีกาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 40379 และ 20884 เป็นสินสมรส แต่กรณีพอจะถือได้ว่าโจทก์ฎีกาว่าที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์รวมของโจทก์และจำเลย แต่การที่โจทก …
- ฎีกาที่ 1/2568
จำเลยที่ 1 เป็นมารดาและเป็นผู้อนุบาลของ ก. คนไร้ความสามารถได้แจ้งเปลี่ยนผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันชีวิตไปยังจำเลยที่ 2 โดยเอาชื่อโจทก์ออกและให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้รับประโยชน์เพียงผู้เดียว จำเลยที่ 2 เปลี่ยนชื่อผู้รับประโยชน์ให้ตามความประสงค์ของจำเลยที่ 1 อันเป็นนิติกรรม แต่มิใช่นิติกรรมอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของคนไร้ความสามารถตามที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 1574 ประกอบมาตรา 1598/3 วรรคสอง เพราะประโยชน์ตามสัญญาประกันชีวิตจะเกิดมีขึ้นก็ต่อเมื่อ ก. ถึงแก่ความตาย แต่การที่ ก. ทำสัญญาประกันชีวิตโดยระบุชื่อโจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นผู้รับประโยชน์อันเป็นการแสดงเจตนาไว้ตั้งแต่ก่อนตกเป็นคนไร้ความสามารถและถึงแก่ความตาย ถ้าประโยชน์ของผู้ใช้อำนาจปกครองหรือประโยชน์ของคู่สมรสหรือบุตรของผู้ใช้อำนาจปกครองขัดกับประโยชน์ของคนไร้ความสามารถผู้อนุบาลต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อนจึงจะทำกิจการนั้นได้ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ …
- ฎีกาที่ 1093/2568
การที่โจทก์ทั้งสองโอนเงินให้แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการเชื่อจากกลอุบายการหลอกลวงของจำเลยทั้งสองมาตั้งแต่ต้นโดยใช้ผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราสูงเป็นเครื่องล่อใจเป็นวิธีการหลอกลวงอย่างหนึ่งและจำเลยทั้งสองยังปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้นำเงินลงทุนไปประกอบกิจการใด ๆ ที่จะได้รับผลตอบแทนเพียงพอที่จะให้ผู้ฝากออมได้ประโยชน์ โจทก์ที่ 1 ไม่ทราบว่าจำเลยที่ 1 จะนำเงินไปปล่อยกู้ในบ่อนหรือให้กับนายวงแชร์หรือประกอบธุรกิจใดที่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น เมื่อโจทก์ทั้งสองไม่ได้มีส่วนในการกระทำความผิด หรือไม่เป็นผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนหรือรู้เห็นในการกระทำความผิดหรือการกระทำที่มีวัตถุประสงค์ที่ผิดต่อกฎหมายของจำเลยทั้งสอง โจทก์ทั้งสองจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย จึงมีอำนาจฟ้อง ความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนนั้นความผิดสำเร็จอยู่ที่ผู้เสียหายแต่ละคนหลงเชื่อและแต่ละคนโอนเงินให้แก่จำเลยทั้งสอง การที่จำเ …
- ฎีกาที่ 1120/2568
การจะพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือความผิดหลายกรรมต่างกันนั้น ต้องพิจารณาถึงเจตนาในการกระทำความผิดเป็นสำคัญว่ามีเจตนาเดียวกันหรือไม่ แม้การกระทำความผิดของจำเลยในความผิดฐานฝ่าฝืนประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 6 (10), 51 ความผิดฐานจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งอาหารไม่บริสุทธิ์ตามมาตรา 25 (1), 58 และความผิดฐานจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งอาหารปลอม ตามมาตรา 25 (2), 59 จะเป็นความผิดที่มีองค์ประกอบความผิดและบทลงโทษแตกต่างกันก็ตาม แต่ตามคำฟ้องไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องทั้งสามข้อด้วยเจตนาที่ต่างกัน การกระทำความผิดทั้งสามข้อจึงเป็นการกระทำความผิดที่ต่อเนื่องโดยมีเจตนามุ่งประสงค์ต่อผลอย่างเดียวกันคือ เพื่อจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซึ่งแสดงฉลากไม่ถูกต้อง อาหารไม่บริสุทธิ์ และอาหารปลอม การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็น …
- ฎีกาที่ 1160/2568
ป.พ.พ. มาตรา 850 บัญญัติว่า "อันว่าประนีประนอมยอมความนั้น คือ สัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน" ดังนั้น ลักษณะสำคัญของสัญญาประนีประนอมยอมความจึงต้องเป็นสัญญาระหว่างคู่กรณีพิพาท เพื่อระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นให้เสร็จสิ้นไปและคู่กรณีต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน เมื่อพิจารณาสัญญาประนีประนอมยอมความข้อพิพาททางแพ่งแล้ว เป็นสัญญาที่พนักงานอัยการสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดตราดได้ทำการไกล่เกลี่ยเรื่องการกู้ยืมเงินระหว่างโจทก์ผู้ถูกร้องกับจำเลยทั้งสี่ผู้ร้อง จำเลยทั้งสี่ตกลงจะชำระหนี้ต้นเงินกู้ 1,930,000 บาท ให้แก่โจทก์จนครบถ้วน โดยผ่อนชำระหนี้เป็นงวดรายเดือน ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 50,000 บาท ไม่เกิน 39 งวด นับแต่งวดสิ้นเดือนสิงหาคม 2562 เป็นต้นไป โจทก์ย …