มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.พ. 231
2,107 รายการ · หน้า 6 จาก 106
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2302/2537
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้อง ขอทุเลาการบังคับ ศาลชั้นต้นสั่งฎีกาว่าคดีของจำเลยที่ 1ถึงที่สุดตั้งแต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว เพราะจำเลยที่ 1มิได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงไม่รับฎีกาคืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด และสั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับว่าศาลไม่รับฎีกา จึงไม่รับคำร้อง จำเลยที่ 1 เห็นว่า จำเลยที่ 1 ไม่สามารถยกปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า จำเลยร่วมต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ขึ้นกล่าวอ้างในศาลอุทธรณ์ได้ เพราะพฤติการณ์ไม่เปิดช่องให้ทำได้ เนื่องจากจำเลยที่ 1 เห็นพ้องกับคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษา ให้จำเลยร่วมต้องรับผิดกับจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ จำเลยที่ 1 จึงมีสิทธิยกปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวขึ้นอ้างในฎีกาได้ และ ถือได้ว่า ปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าจำเลยร่วมต้องรับผิดกับ จำเลยที่ 1 ต่อโจทก์หรือไม่ ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ แล้ว ปัญหานี้เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จำเลยที่ 1 มีทางช …
- ฎีกาที่ 2419/2537
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 272 วรรคหนึ่งและมาตรา 276 วรรคหนึ่ง หากจะมีการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลจะต้องมีการออกคำบังคับเพื่อให้โอกาสจำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งภายในกำหนดเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก่อนหากจำเลยยอมปฏิบัติตามคำบังคับก็ไม่จำต้องออกหมายบังคับคดีเพื่อบังคับคดี แต่หากจำเลยไม่ยอมปฏิบัติ จึงจะมีการออกหมายบังคับคดีเพื่อบังคับคดีแก่จำเลยต่อไป คดีนี้เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี โจทก์ขอออกคำบังคับและส่งให้จำเลยทราบแล้วแต่จำเลยยื่นอุทธรณ์และได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ หลังจากศาลอุทธรณ์พิพากษาแล้วไม่ปรากฏว่าได้มีการออกคำบังคับเพื่อแจ้งให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อยังไม่ได้ออกคำบังคับแจ้งให้จำเลยทราบเพื่อให้โอกาสจำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ก่อน ย่อมจะออกหมายบังคับคดีเพื่อบังคับคดีแก่จำเลยอันเป็นการขัด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2610/2537
ความว่า ผู้คัดค้านฎีกา มีทางชนะคดี หากมีการ ทำนิติกรรมใด ๆ ในที่พิพาท ผู้คัดค้านจะได้รับความเสียหาย โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนโดยมีคำสั่งห้ามทำนิติกรรมใด ๆ ในที่พิพาทและให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบด้วย หมายเหตุ ผู้ร้องได้รับสำเนาคำร้องแล้วโดยทาง ไปรษณีย์ตอบรับ (อันดับ 81 แผ่นที่ 2) ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งว่าที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองปรปักษ์ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ และมีคำสั่งว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 11485 และ 11671 ตำบลคลองซอยที่ 1 ฝั่งตก อำเภอบางปะอิน (พระราชวัง) จังหวัดพระนครศรีอยุธยาตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายนคร วารณา ผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 แจ้งคำสั่ง ต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้คัดค้านฎีกาและยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 73,82) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว การจ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2631/2537
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา หากศาลฎีกามีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย จำเลยมีทางชนะคดีโจทก์ และการบังคับคดีจะทำให้จำเลยเดือด ร้อนเสียหาย โปรดอนุญาต ให้ทุเลาการบังคับไว้จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งคำร้องอุทธรณ์ คำสั่งไม่รับฎีกา หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 101,108) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน 122,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 5 กันยายน 2531 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยก่อนฟ้องไม่เกิน 47,128.76 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 96) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 98,99) ชั้นอุทธรณ์ จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับโดย วางหลักประกันและทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 74,81,83) คำสั่ง ศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับฎีกาของผู้ร้องแล้ว จึงไม่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2633/2537
ความว่า เนื่องจาก ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ทุเลาการ บังคับจำเลยในเรื่องขับไล่ไว้ในระหว่างฎีกา ส่วนที่ให้ใช้ ค่าเสียหายให้จำเลยหาประกันสำหรับจำนวนค่าเสียหายที่จะต้อง ชำระแก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ กับค่าเสียหายอีกปีละ 40,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นเวลาหกปีมาวางจนเป็นที่พอใจ และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด เมื่อถึงกำหนดจำเลยไม่ได้ หาหลักประกันมาวางศาล ศาลจึงยกคำร้องในส่วนนี้ โจทก์ได้นำ เจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ของจำเลยเพื่อขายทอดตลาด เอาเงินมาชำระค่าเสียหาย ปรากฏว่ายึดได้เพียงบ้านเพียงหลังเดียวเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายถึง 2 ครั้ง แต่ยังไม่สามารถขายได้ จึงต้องประกาศขายใหม่ ปรากฏตามรายงานของเจ้าพนักงาน บังคับคดีในการประกาศขายใหม่เชื่อว่าไม่มีใครที่จะประมูลราคา สูงกว่า 8,300 บาท นอกจากนี้แล้วจำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นใด ที่จะยึดมาขายทอดตลาดได้ แต่จำเลยถือโอกาสตามคำสั่งศาลฎีกา ให้ทุเลา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2649/2537
ความว่า โจทก์ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการ บังคับไว้ก่อน หมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 156) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากที่พิพาทตามแผนที่พิพาทกลาง คำขอที่เกี่ยวกับค่าเสียหายให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 151,150) ชั้นอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 138) คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ มิได้บังคับโจทก์ ให้ปฏิบัติอย่างไร จึงไม่มีอะไรจะทุเลาการบังคับ ยกคำร้องของโจทก์
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2710/2537
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ฎีกาของจำเลยทั้งสองมีเหตุผลที่ศาลฎีกาจะกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น โปรดงดการ บังคับคดีไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 91 แผ่นที่ 2) กรณีเป็นชั้นบังคับคดี คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญา ประนีประนอมยอมความ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่31 สิงหาคม และ 3 กันยายน 2535 ว่าการรังวัดปักหลักหมุดเขตที่ดินของเจ้าพนักงานที่ดินไม่ถูกต้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ตรวจสอบและทำการรังวัดปักหลักเขตที่ดินระหว่างโจทก์จำเลยทั้งสองในการแบ่งแยกที่ดินระหว่างกันเสียใหม่ และขอให้มีคำบังคับเพิ่มเติมในการรังวัดของเจ้าพนักงานที่ดินศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีเป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความทุกประการแล้ว จึงถือว่าการบังคับคดีนี้ได้เสร็จสิ้นแล้วจึงให้ยกคำร้องของ จำเลยทั้งสอง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 84,83) ชั้นอุทธรณ์ จำเลยทั้งส …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2849/2537
ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา มีเหตุผลทั้งข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายพอที่ศาลฎีกาจะพิจารณาพิพากษา กลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 73) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในจำนวนเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 15 มกราคม 2536)ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 3 ร่วมกันรับผิดในจำนวนเงิน 240,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ในอัตราเดียวกันให้จำนวนเงินที่ต้องรับผิดแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 70,69) ชั้นอุทธรณ์ จำเลยที่ 3 ได้รับอนุญาตให้ทุเลา การบังคับโดยวางหลักประกัน และได้ทำสัญญาค้ำประกัน ไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 50,53) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 3 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:293/2537
ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับและคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีใน ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขอให้รับรองฎีกาว่า จำเลยไม่ได้ระบุมา ให้ชัดเจนว่าฎีกาข้อใดของจำเลยเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงและประสงค์จะให้รับรองให้เพื่อฎีกา จึงไม่มีเหตุที่สมควรจะรับรองฎีกาให้ได้ จำเลยเห็นว่า ฎีกาในประเด็นที่ว่า สัญญาตามที่โจทก์นำมาฟ้องนี้เป็นสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขาย ประเด็นที่ว่าจำเลยได้ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองหรือไม่และโจทก์มีอำนาจ ฟ้องหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งรับฎีกา และคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีของจำเลยด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกไปจากที่ดินของโจทก์พร้อมกับให้ใช้ค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 114/1 ออกไปจากที่ดินหนังสือร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2955/2537
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา มีเหตุผลพอที่ศาลฎีกาจะพิพากษา กลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 201) กรณีสืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองและบริวาร รื้อโรงเรือนออกจากที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครอง เลขที่ 25/2498 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านกลึง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ของโจทก์ ต่อมาจำเลยทั้งสอง ได้รื้อถอนห้องน้ำออกไปจากที่ดินดังกล่าว ปรากฏตามแผนที่ท้าย รายงานของเจ้าพนักงานบังคับคดีฉบับลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2536 โจทก์คัดค้านว่า โรงเรือนส่วนที่เป็นตัวบ้านของจำเลยทั้งสอง รุกล้ำที่ดินของโจทก์ด้วย การรื้อเฉพาะห้องน้ำจึงไม่ถูกต้อง ขอให้รื้อโรงเรือนส่วนที่เป็นตัวบ้านออกไป 2.5 เมตร จำเลยทั้งสอง ยื่นคำร้องว่า ได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาถูกต้องแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาแล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:311/2537
ความว่า ผู้คัดค้านฎีกา มีเหตุผลเพียงพอที่จะชนะคดีโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ผู้ร้องแถลงคัดค้าน (อันดับ 159 แผ่นที่ 4) ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ ในที่ดินมีโฉนดโดยการครอบครองปรปักษ์ และให้เพิกถอนชื่อนางกรรณิการ์วิเศษชาญเวช ออกจากโฉนดและใส่ชื่อผู้ร้องเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว นางกรรณิการ์วิเศษชาญเวช ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 25983 แขวงบางแค (หลักสอง) เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานครตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกรุงเทพมหานคร ผู้ร้อง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382ให้เพิกถอนการจดทะเบียนรายการลงวันที่ 28 เมษายน 2531ระหว่างนางสาวจงกลนีทันตศิริกรกับนางกรรณิการ์วิเศษชาญเวช ผู้คัดค้าน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้คัดค้านฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 155,155 แผ่นที่ 13) ชั้นอุทธรณ์ ผู้คัดค้านได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับ แต่ห้ามทำนิต …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:311/2537
ผู้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ต้องยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอันถึงที่สุดแสดงว่าตนมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว ดังนั้นเมื่อคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ยังไม่ถึงที่สุด จึงไม่จำเป็นที่จะต้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:334/2537
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าเสียหาย ค่าล่วงเวลา และค่าชดเชยจากการที่จำเลยเลิกจ้าง โดยไม่เป็นธรรมแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 9,349 บาท ค่าชดเชยจำนวน25,500 บาท ค่าล่วงเวลาจำนวน 1,080.12 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินทั้งหมดนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 1 มิถุนายน 2536)เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมจำนวน 10,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ศาลพิพากษา (วันที่ 30 ธันวาคม 2536) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออย่างอื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์(อันดับ 4 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:489-490/2537
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา มีทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ที่จะทำให้ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชนะคดีได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 121) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน409,424.32 บาท โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดในหนี้ดังกล่าวเป็นเงิน 238,241.80 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงินที่จำเลยแต่ละคนจะต้องรับผิดตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา (อันดับ 111) จำเลยทั้งสองต่างฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 113,116,112,115) ชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับจำเลยที่ 2 วางหลักประกันและทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น ส่วนจำเลยที่ 1 มิได้วางหลักประกันภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด (อันดับ 89,92,94) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:526/2537
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา มีโอกาสชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 168) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ไปจดทะเบียนการเช่าให้แก่จำเลยทั้งสองมีกำหนด 20 ปี นับแต่วันที่ 9 มีนาคม 2516โดยให้โจทก์เป็นผู้เสียค่าอากรแสตมป์และค่าธรรมเนียมในการทำสัญญาเช่าและจดทะเบียน คำขออื่นให้ยกและยกฟ้องโจทก์ โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ เฉพาะอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองนั้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองทิ้งอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองจึงอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คำสั่งทิ้งอุทธรณ์นั้นเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ที่จะสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเสียเองจึงไม่ชอบจึงพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและให้จำหน่ายคดีสำหรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์กับพิพากษายืนให้โจทก์ไปจดทะเบียนการเช่าให้แก่จำเลยทั้งสองมีกำหนด 20 ปี นับแต่วันที่ 9 มีนาคม 2516 จำเลยทั้งสองฎีกา 2 ฉบับ คือฎีกาเรื่อง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:547/2537
ความว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่าการจะอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้หรือไม่เป็นเรื่องของแต่ละศาล ที่พิจารณาคดีนั้น คดีอยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์ จำเลยจึงไม่มีสิทธิ ฎีกาคำสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีของศาลอุทธรณ์ จึงไม่รับ ฎีกา จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 เห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดี จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 นั้น ไม่ปรากฏว่ามีประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตราใดบัญญัติห้ามฎีกาคำสั่งหรือให้ถือว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นที่สุด และศาลอุทธรณ์มิได้ใช้ดุลพินิจ เพราะมิได้ให้เหตุผลในการไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งหกและบริวาร ออกจากบ้านพิพาท จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 อุทธรณ์ และยื่นคำร้อง ขอทุเลาการบังคับคดี ศาลอุทธรณ์สั่งคำร้องขอทุเลาการบ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:547/2537
การขอทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 เป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดวิธีการไว้เป็นพิเศษ จึงไม่อยู่ในบังคับแห่งการอุทธรณ์และฎีกาเมื่อศาลอุทธรณ์สั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ คู่ความจะฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์อีกไม่ได้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:554/2537
ความว่า จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาและอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสองมีเหตุผลที่ศาลจะสั่งรับฎีกา ของจำเลย โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 17,633 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากอาคารพิพาทเลขที่ 131/21-22 และใช้ค่าเสียหายเดือนละ 6,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองและบริวารจะออกไปจากอาคารพิพาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 223) จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา และทนายจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 234,232) ชั้นอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ โดยได้นำหลักทรัพย์มาวางประกันและได้ทำหนังสือส …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:569/2537
ความว่า จำเลยฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำพิพากษา จึงไม่อาจจะฎีกาได้ไม่รับฎีกา และมีคำสั่งในคำร้องขอทุเลาการบังคับว่าคำสั่งศาลอุทธรณ์ถึงที่สุดแล้ว ไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง(ที่ถูกไม่รับคำร้อง) จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันควรได้รับการพิจารณาวินิจฉัยจากศาลฎีกาที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ คำสั่ง (ที่ถูกไม่รับคำร้อง)และไม่รับฎีกาของจำเลย เป็นการไม่ชอบ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาและคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากบ้านเลขที่ 6/47 ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือแขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพมหานครและส่งมอบบ้านที่เช่าให้กับโจทก์ในสภาพเรียบร้อย กับ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:569/2537
คำสั่งของศาลในเรื่องทุเลาการบังคับเป็นอำนาจเฉพาะศาลเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งในเรื่องทุเลาการบังคับอย่างใดแล้วคู่ความจะฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์อีกไม่ได้และคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ดังนั้น จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาและขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา