มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.พ. 231
2,107 รายการ · หน้า 7 จาก 106
- ฎีกาที่ 6110/2537
การที่โจทก์ซึ่งแม้จะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของลูกหนี้ผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก็ตามจะได้รับชำระหนี้นั้น จะต้องบังคับตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 โจทก์จะขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีนำเงินประกันการขอทุเลาการบังคับที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์วางไว้ต่อศาลซึ่งยังเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้อยู่มาชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์ โดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายล้มละลายดังกล่าวหาได้ไม่
- ฎีกาที่ 6110/2537
การที่โจทก์ซึ่งแม้จะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของลูกหนี้ผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก็ตามจะได้รับชำระหนี้นั้น จะต้องบังคับตาม พ.ร.บ.ล้มละลายพ.ศ.2483 โจทก์จะขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีนำเงินประกันการขอทุเลาการบังคับที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์วางไว้ต่อศาลซึ่งยังเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้อยู่มาชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์ โดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายล้มละลายดังกล่าวหาได้ไม่
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:645/2537
ความว่า ผู้คัดค้านฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ผู้ร้องได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 178) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 2905 ตำบลท้ายหาด(บางนางจีน)อำเภอเมืองสมุทรสงคราม(บ้านปรก) จังหวัดสมุทรสงคราม เฉพาะส่วนเนื้อที่ 114 ตารางวา ตามแผนที่ พิพาท หมาย ร.5 ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองปรปักษ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ผู้คัดค้านถึงแก่กรรมนายสมัย สุขปานเจริญ บุตรของผู้คัดค้านร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้คัดค้าน ศาลอุทธรณ์อนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้คัดค้านฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 174,173) ชั้นอุทธรณ์ ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 130,142) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 7(พ.ศ. 2497)ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497การจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งไ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:665/2537
ความว่า จำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ซึ่งศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้จำเลยทุเลาการบังคับในส่วนรื้อถอนรั้วสิ่งกีดขวางและสิ่งก่อสร้างในทางภารจำยอม แล้วจำเลยยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างพิจารณาซึ่งศาลอุทธรณ์ให้ยกคำร้องของ จำเลยจึงเป็นกรณีที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ จำเลยจะฎีกาคำสั่งนี้ไม่ได้ ไม่รับฎีกาจำเลย จำเลยทั้งห้าเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 264 ระบุว่า ข้อความในหมวดนี้มิให้ถือว่าห้ามคู่ความในอันที่จะมีคำขอต่อศาล เพื่อให้มีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอในระหว่างการพิจารณา หรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษา คำขอเช่นว่านี้ให้บังคับตามบทบัญญัติมาตรา 21,25,227,228,260 และ 262 ตามกฎหมายดังกล่าวให้สิทธิจำเลยฎีกาได้ จำเลยจึงมีสิทธิตามกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งห้าไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน ( …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1116/2536
ความว่า ผู้คัดค้านทั้งสี่ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้รับสำเนาคำร้อง เนื่องจากเจ้าหน้าที่เดินหมายรายงานศาลว่า ส่งสำเนาคำร้อง ขอทุเลาการบังคับให้แก่ผู้ร้องไม่ได้เพราะไม่พบผู้ร้อง และบ้านใส่กุญแจไว้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าผู้ร้องได้ยื่น แก้ฎีกาแล้ว จึงให้รวม (อันดับ 152) ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนว่าที่ดินพิพาท เนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน 51 เศษหนึ่งส่วนสิบ ตารางวา ตกเป็น กรรมสิทธิ์ของนายทรงศักดิ์จงกลนี ผู้ร้อง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1342 ผู้คัดค้านทั้งสี่ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 142,140) ชั้นอุทธรณ์ ผู้คัดค้านทั้งสี่ยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 123 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 7(พ.ศ. 2497)ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 การจดทะเบี …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1145/2536
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีต้องห้ามอุทธรณ์ (น่าจะเป็นฎีกา) ในปัญหาข้อเท็จจริง ไม่รับอุทธรณ์ (น่าจะเป็นฎีกา) จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า นิติกรรมระหว่างจำเลยทั้งสองไม่เป็นโมฆะ จำเลยที่ 2 ได้ที่ดินพิพาทมา โดยสุจริตมีค่าตอบแทน จะเพิกถอนเสียมิได้ เป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาและคำร้องขอทุเลา การบังคับของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 81) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินเฉพาะส่วนตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 65 ตำบลไทยเจริญ(ปัจจุบันเป็นตำบลแหลมทอง) อำเภอหนองบุนนากจังหวัดนครราชสีมา ด้านทิศตะวันตก เนื้อที่ประมาณ 2 งานเศษตามแผนที่พิพาทหมาย จ.ล.1 ในกรอบเส้นสีม่วงและสีน้ำตาล และนิติกรรมซื้อขายที่ดินระหว่างจำเลยทั้งสองเฉพาะในส่วน ที่พิพาทตกเป็นโมฆะ ให้จำเลยทั้ง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1149/2536
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา มีทางชนะคดี และจำเลยที่ 2มีฐานะเป็นบริษัทมีทรัพย์อยู่เป็นจำนวนมาก โปรดอนุญาตให้ ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ที่ 2 แถลงคัดค้าน (อันดับ 87) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงิน 240,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตรา ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2531 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง ไม่ให้เกิน 10,998 บาท จำเลยที่ 2 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 84,83) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 2 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยนับถึงวันฟังคำสั่งนี้และต่อไปอีก 1 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1185/2536
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 121 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ถอนจำเลยออกจากการเป็นผู้จัดการมรดก นายแสวง บุญมาแย้ม ผู้ตาย และตั้งให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกผู้ตายต่อไป คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 114,113 แผ่นที่ 3) ชั้นอุทธรณ์จำเลยยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาลอุทธรณ์สั่งว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นมิได้บังคับให้จำเลยปฏิบัติ อย่างไร จึงไม่มีอะไรจะทุเลาการบังคับ ยกคำร้อง (อันดับ 103) คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษาบังคับให้จำเลยต้องปฏิบัติอย่างไร จึงไม่มีการบังคับที่จะต้องขอทุเลา ให้ยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ
- ฎีกาที่ 1306/2536
การขอไม่ให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น มิใช่เป็นการร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณา แต่เป็นการขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์อันเป็นอำนาจเฉพาะของศาลอุทธรณ์เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งแล้วคำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดคู่ความจะฎีกาโต้แย้งคำสั่งของศาลอุทธรณ์มิได้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1483/2536
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 94) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินให้แก่โจทก์จำนวน 774,856.11 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีจำนวน 386,627.64 บาท และพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 13.5 ต่อปี จากต้นเงินกู้ยืมจำนวน 174,793 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 27 ตุลาคม 2532) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ พวกจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองคือที่ดิน โฉนดเลขที่ 35, 36, 308 ตำบลขุหลุอำเภอตระการพืชผลจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินทั้งสามแปลงและห้องแถวไม้ 2 ชั้น 2 คูหา เลขที่ 194/1 ถนนเกษมสมบัติตำบลขุหลุอำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานีปลูกสร้างบนที่ดินราชพัสดุแปลงหมาย เลขทะเบียน 8069เนื้อที่ดิน 23 ตารางวา และทรัพย์สินอ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1540/2536
ความว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาไว้ มีโอกาสชนะคดี และจำเลยได้ขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจาก สถานที่เช่าแล้ว ส่วนค่าเสียหายซึ่งมีจำนวนไม่สูงหากโจทก์ ชนะคดี จำเลยก็สามารถชำระแก่โจทก์ได้ โปรดอนุญาตให้ ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากบ้านเลขที่ 932 ซอยศรีย่าน3แขวงถนนนครไชยศรีเขตดุสิต กรุงเทพมหานครและที่ดินโฉนดเลขที่ 6298 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร และใช้ค่าเสียหายในอัตราเดือนละ 1,000 บาท แก่โจทก์ นับแต่วันฟ้อง (25 ตุลาคม 2532) เป็นต้นไปจนกว่าจำเลย และบริวารจะออกจากบ้านและที่ดินดังกล่าว ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลย จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 80) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา และยื่นคำร้องนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยไม่นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1587/2536
ความว่า จำเลยฎีกา คดีของจำเลยมีเหตุผลหลายประการ ที่ศาลฎีกาจะพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 45 แผ่นที่ 2-3) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่าขาดจากการเป็น สามีภรรยากัน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 82,83) คำสั่ง การหย่าโดยคำพิพากษามีผลแต่เวลาที่คำพิพากษาถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1531 วรรคสองคดียังไม่ถึงที่สุดโจทก์ยังไม่อาจบังคับคดีเกี่ยวกับการหย่าตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยไม่จำต้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1629/2536
ความว่า ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้คืนบัญชีเงินฝากแก่จำเลย ดังนั้นจำเลยจึงขอรับโฉนดที่ดินเลขที่ 43568ตำบลหนองจะบก อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมาคืนจากศาล เนื่องจากโฉนดที่ดินดังกล่าวจำเลยได้ยื่นต่อศาลเพื่อขอเปลี่ยนหลักประกันเดิม มิใช่ยื่นเพื่อเป็นหลักประกันในการขอทุเลาการบังคับ โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง คดีสืบเนื่องจากชั้นอุทธรณ์ จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ โดยจำเลยได้วางบัญชีเงินฝากประจำเลขที่ 301-2-32681-2 จำนวนเงิน 400,000 บาท ของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขานครราชสีมา เป็นหลักประกันกับได้ทำสัญญาค้ำประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้น ต่อมา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 250,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2529 เป็นต้นไปจนกว่า จะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่า …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1647/2536
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลา การบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 81 แผ่นที่ 2) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 308,170.74 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (6 พฤศจิกายน 2533) จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ หากจำเลย ไม่ชำระ ให้นำที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 706/637,362/617,705/637,708/637 หมู่ 3 ตำบล บ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด รวม 4 แปลง ซึ่งเป็นทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์จนเสร็จสิ้น หากได้เงินไม่พอก็ให้จำเลยรับผิดชดใช้ส่วนที่ขาดอยู่จนครบถ้วน แก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 76,74) ชั้นอุทธรณ์ จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับ(อันดับ 58,63) คำสั่ง ถ้าศาลชั้นต้นเห็นว่า ราคาทรัพย์สินที่จำนองเพียงพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1686-1687/2536
ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 4 ฎีกา คดีของจำเลยมีเหตุผลเพียงพอที่จะชนะคดีโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนโดยให้ จำเลยที่ 2 และที่ 4 ได้อาศัยอยู่ในที่ดินและบ้านพิพาท เป็นการชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา และโปรดมี หนังสือแจ้งไปยังเจ้าพนักงานที่ดินเขตบางเขน ห้ามมิให้กระทำการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์หรือทำนิติกรรมอื่นใดในโฉนด ที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 168) คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาพิพากษา โดยกำหนดให้ นายสมชาย สุขพิทักษ์ เป็นโจทก์นายบุญมา ทวีบุญ เป็นจำเลยที่ 1 นายณรงค์ สมแก้ว เป็นจำเลยที่ 2 เด็กชายสาโรจน์ สมแก้ว เป็นจำเลยที่ 3 และเด็กหญิงจินดา สมแก้ว เป็นจำเลยที่ 4 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสี่ออกจากอาคาร สิ่งปลูกสร้างเลขที่ 81/66 แขวงทุ่งสองห้อง เขตบางเขนกรุงเทพมหานคร และส่งมอบคืนโจทก์ในสภ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1849-1850/2536
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสามแถลงคัดค้าน (อันดับ 128) คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นสั่งรวมพิจารณา โดยให้เรียกโจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ในสำนวนแรก และ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ในสำนวนหลังซึ่งเป็นบุคคลเดียวกัน ว่าโจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับ เรียกจำเลยในสำนวนแรกว่าจำเลยที่ 1 และเรียกโจทก์ในสำนวนหลังว่าจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้นางธนวรรณหรือทวี หวังดี จำเลยในสำนวนแรกไปทำนิติกรรมและจดทะเบียนขายที่พิพาทโฉนดเลขที่ 10265 ตำบลสาลี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ทั้งแปลงเนื้อที่ 30 ไร่ ตามฟ้องแก่โจทก์ ทั้งสามในสำนวนแรกต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดิน จังหวัดสุพรรณบุรี ในราคา 360,000 บาท โดยให้หักเงินมัดจำ ที่ชำระแล้ว 108,000 บาท ออกเสียก่อน ให้โจทก์ทั้งสาม ชำระราคาส่วนที่เหลือเป็นเงิน 252,000 บาท ให้จำเลยออกเงิน ค่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1924/2536
ความว่า ผู้ร้องฎีกา คดีของผู้ร้องมีสิทธิที่จะชนะคดีโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แถลงคัดค้าน ส่วนเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 82,84 แผ่นที่ 3) กรณีเป็นชั้นขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ได้นำเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 10826แขวงบางบอน เขตบางขุนเทียนกรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยอ้างว่าเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับผู้ร้อง ระหว่างประกาศ ขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดไว้ ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า ทรัพย์ที่ยึดไว้ไม่ใช่สินสมรสแต่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง ซึ่งได้มาภายหลังจากหย่ากับจำเลยแล้ว ขอให้เพิกถอนการยึด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าคำสั่งของเจ้าพนัก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1948/2536
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางที่ศาลฎีกาจะกลับคำสั่งของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 247) คดีสืบเนื่องจากจำเลยไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนดศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การนัดสืบพยานโจทก์ถึงวันนัดสืบพยานจำเลยทราบนัด โดยชอบแล้วไม่มาและไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ทราบ ศาลจึงมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดพิจารณาให้พิจารณาและ ชี้ขาดตัดสินคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางพยุง โสตถิทัต แบ่งมรดกตามฟ้องให้แก่โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของพลตำรวจตรีสุวิทย์โสตถิทัต 1 ใน 7 ส่วน หากไม่สามารถแบ่งได้ให้นำมรดก ออกขายทอดตลาดแล้วเอา เงินที่ขายได้แบ่งให้แก่โจทก์ตามส่วน จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ โดยอ้างว่า มิได้จงใจขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลย ขาดนัดโดยจงใจ ไม่มีเหตุจะพิจารณาคดีใหม่ให้ยกคำร้องของจำเลย …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1979/2536
ความว่า คดีนี้ในชั้นอุทธรณ์ จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลา การบังคับและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกัน ฉบับลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2534 โดยจำเลยได้นำนายวินัย พันธุมจินดา ผู้ค้ำประกัน พร้อมด้วยโฉนดเลขที่ 35138 ถึงโฉนดเลขที่ 35171 ตำบลบางบอนอำเภอบางขุนเทียนจังหวัดกรุงเทพฯ รวม 34 โฉนด มาวางค้ำประกันจำเลยไว้ต่อศาล รายละเอียดปรากฏตามหนังสือสัญญาค้ำประกันแล้วนั้น แต่เนื่องจากนายวินัย พันธุมจินดา ผู้ค้ำประกัน มีความจำเป็นขอถอนหลักประกันที่วางไว้ต่อศาล คืน เพื่อนำโฉนดดังกล่าว ไปทำธุรกิจที่จำเป็นทางด้านอื่น จำเลยจึงได้นำนายสุรัตน์วิเศษสินธุ์และนายชลิตวิเศษสินธุ์ ทายาทของจำเลย มาเป็นผู้ค้ำประกันแทน โดยขอเสนอหลักทรัพย์คือ โฉนดที่ดินเลขที่ 4541 เลขที่ดิน10 ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอสามโคกจังหวัดปทุมธานี เนื้อที่ 8 ไร่ 1 งานราคา 2,560,000 บาท ปรากฏตามหนังสือรับรองราคาประเมินทุนทรัพย์ของสำนักงานที่ดินจังหวัดปทุมธานี ซึ่ง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1985/2536
ความว่า คดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ปรากฎว่าเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2536 เป็นต้นมา จำเลยที่ 1ได้กระทำการให้เป็นที่เสียหายแก่ทรัพย์สินในที่ดินพิพาท และมีแนวโน้มว่ากระทำต่อไปอีก จึงขอศาลได้โปรดไต่สวนฉุกเฉินและมีคำสั่งคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฎว่าจำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองพร้อมบริวาร รื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินน.ส.3เลขที่ 380 หมู่ที่ 7(8) ตำบลหนองหญ้าไชอำเภอสามชุก(หนองหญ้าไช) จังหวัดสุพรรณบุรี ของโจทก์และห้ามมิให้เกี่ยวข้องอีกต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ(อันดับ 85,84) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ทนายโจทก์ยื่นคำร้องนี้ คำสั่ง ศาลมีคำสั่งยกคำร้องทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกาของจำเลยทั้งสองแล้วจึงไม่จำเป็นต้องไต่สวนฉุกเฉิน