มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 39
1,378 รายการ · หน้า 28 จาก 69
- ฎีกาที่ 3238/2536
จำเลยปลอมใบเสร็จรับเงินและใบรับเงินแล้วใช้เอกสารปลอมดังกล่าวแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีของโจทก์ร่วม เพื่อปกปิดการกระทำของจำเลยที่ได้ยักยอกเงินบางส่วนของโจทก์ร่วมไป แม้การปลอมเอกสารดังกล่าวจะกระทำภายหลังที่จำเลยยักยอกเงินไปแล้วก็ตามแต่ก็เป็นการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับที่จำเลยได้ยักยอกเงินของโจทก์ร่วมไป โดยจำเลยมีเจตนาที่จะใช้เอกสารปลอมที่ทำขึ้นเป็นหลักฐานเพื่อยักยอกเงินของโจทก์ร่วมนั่นเอง ความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมกับความผิดฐานยักยอก จึงเป็นการกระทำโดยมีเจตนาเดียวกัน เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยในความผิดฐานยักยอกเงินดังกล่าว และศาลพิพากษาลงโทษจำเลยคดีถึงที่สุดแล้ว สิทธิของโจทก์ที่จะฟ้องจำเลยในความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม จึงเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) ที่โจทก์ฎีกาว่าการปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสาร …
- ฎีกาที่ 34/2536
โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาและคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญาการพิจารณาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา เมื่อจำเลยที่ 4ถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปเมื่อศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีของจำเลยที่ 4 จากสารบบความแล้วศาลจะพิพากษาส่วนอาญาเกี่ยวกับจำเลยที่ 4 ไม่ได้ การเรียกผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 4 เข้ามาเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 4เฉพาะคดีส่วนแพ่งก็ไม่อาจฟังข้อเท็จจริงในคำพิพากษาส่วนอาญาเกี่ยวกับจำเลยอื่นมาฟังในคดีส่วนแพ่งของจำเลยที่ 4 ได้การเรียกผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 4 เข้ามาเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 4 จึงไม่เป็นการสะดวกแก่การพิจารณา ศาลย่อม ไม่อนุญาตให้เรียกผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 4 เข้ามาเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 4
- ฎีกาที่ 34/2536
โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งห้าเป็นคดีอาญาและคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา การพิจารณาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46เมื่อจำเลยที่ 4 ถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามมาตรา 39(1) เมื่อศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีของจำเลยที่ 4 จากสารบบความแล้ว ศาลจะพิพากษาส่วนอาญาเกี่ยวกับจำเลยที่ 4 ไม่ได้ การเรียกผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 4 เข้ามาเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 4 เฉพาะคดีส่วนแพ่งก็ไม่อาจนำข้อเท็จจริงในคำพิพากษาส่วนอาญาเกี่ยวกับจำเลยอื่นมาฟังในคดีส่วนแพ่งของจำเลยที่ 4 ได้ การเรียกผู้จัดการมรดกของ จำเลยที่ 4 เข้ามาเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 4 จึงไม่เป็นการสะดวก แก่การพิจารณาพิพากษา ศาลชั้นต้นไม่เรียกทายาทจำเลยที่ 4 เข้ามา ในคดีจึงชอบแล้ว ส่วนที่โจทก์ขอให้สั่งให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และผู้จัดการมรดกของจำเ …
- ฎีกาที่ 360/2536
จำเลยกับผู้เสียหายเป็นนักศึกษาต่างสถาบัน นักศึกษาของสถาบันทั้งสองเคยมีเรื่องวิวาทชกต่อยกันเป็นประจำ จำเลยเคยถูกนักศึกษาสถาบันเดียวกับผู้เสียหายทำร้ายด้วยมีดได้รับบาดเจ็บ และเคยถูกถีบตกลงจากรถยนต์โดยสาร การที่จำเลยกระชากคอเสื้อและพูดขู่ผู้เสียหายให้ถอดเข็มขัดของผู้เสียหายให้จำเลยเมื่อพบกันในศูนย์การค้าโดยเข็มขัดดังกล่าวมีหัวเข็มขัดที่นักศึกษาสถาบันการศึกษาของผู้เสียหายใช้เท่านั้น และมีราคาเพียง 30 บาท ซึ่งจำเลยไม่สามารถนำไปใช้หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินได้ตามพฤติการณ์เป็นเรื่องจำเลยกระทำไปด้วยอารมณ์โกรธแค้น มิได้ประสงค์ต่อผลในการแสวงหาประโยชน์จากทรัพย์สินดังกล่าวโดยแท้จริงจึงเป็นการกระทำที่ขาดเจตนาลักทรัพย์ผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ แต่การที่จำเลยขู่เข็ญให้ผู้เสียหายส่งเข็มขัดให้แก่จำเลย เป็นการข่มขืนใจผู้เสียหายให้กระทำตามที่จำเลยประส …
- ฎีกาที่ 360/2536
จำเลยกระทำผิดไปด้วยอารมณ์โกรธแค้นที่เกิดขึ้นในทันทีทันใดโดยมิได้มุ่งประสงค์ต่อผลในการแสวงหาประโยชน์จากทรัพย์สินดังกล่าวโดยแท้จริง จึงเป็นการกระทำที่ขาดเจตนาในการที่จะมุ่งกระทำการลักเข็มขัดของผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ แต่การที่จำเลยขู่เข็ญผู้เสียหายให้ส่งเข็มขัดให้ย่อมเป็นการข่มขืนใจผู้เสียหายให้กระทำตามที่จำเลยประสงค์ โดยทำให้กลัวว่าจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายของผู้เสียหาย จำเลยจึงมีความผิดต่อเสรีภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคแรก ผู้เสียหายเบิกความและยื่นคำร้องฝ่ายเดียวต่อศาลว่าการกระทำของจำเลยไม่มีเจตนาที่จะทำการชิงทรัพย์เพราะเป็นการเข้าใจผิด รู้เท่าไม่ถึงการณ์และจำเลยเป็นนักศึกษา ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความใด ๆ กับจำเลย ถือไม่ได้ว่าเป็นการยอมความแต่พอถือได้ว่าเป็นคำแถลงที่ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความกับจำเลยและขอให้ศาลปราณีเพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจ …
- ฎีกาที่ 4788/2536
โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดีความผิดต่อส่วนตัวในชั้นฎีกาแต่คดีสำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่สุดไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยจำเลยที่ 1 มิได้อุทธรณ์ โจทก์จึง ขอถอนฟ้องคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ไม่ได้
- ฎีกาที่ 4788/2536
โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดีความผิดต่อส่วนตัวในชั้นฎีกาแต่คดีสำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่สุดไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยจำเลยที่ 1มิได้อุทธรณ์ โจทก์จึงขอถอนฟ้องคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ไม่ได้
- ฎีกาที่ 4956/2536
โจทก์ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยกับพวกในข้อหาทำร้ายร่างกาย พยายามฆ่าและปล้นทรัพย์ แต่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องในข้อหาพยายามฆ่าและปล้นทรัพย์ คงสั่งฟ้องเฉพาะข้อหาทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 และศาลพิพากษาลงโทษจำเลยคดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์มาฟ้องจำเลยในมูลกรณีเดียวกันเป็นคดีนี้ แม้ว่าโจทก์จะได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันใช้อาวุธปืนสั้นและอาวุธปืนยาวทุบตีทำร้ายร่างกายโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับอันตรายสาหัสแล้วร่วมกันปล้นเอาทรัพย์ของโจทก์ไปหลายอย่าง หลังจากนั้นจำเลยได้ใช้อาวุธปืนสั้นยิงพยายามฆ่าโจทก์โดยกระทำการต่อเนื่องกันเป็นลำดับก็ตาม แต่โจทก์ได้บรรยายฟ้องระบุชัดเจนว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทและอ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 มาในคำขอท้ายฟ้องโจทก์หาได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันและอ้างมาตรา 91 มาในคำขอท้ายฟ้องไม่ ดังนี้เมื่อการกระทำของจำ …
- ฎีกาที่ 4956/2536
โจทก์ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยกับพวกในข้อหาทำร้ายร่างกาย พยายามฆ่าและปล้นทรัพย์ แต่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องในข้อหาพยายามฆ่าและปล้นทรัพย์ คงสั่งฟ้องเฉพาะข้อหาทำร้ายร่างกายตาม ป.อ.มาตรา 295 และศาลพิพากษาลงโทษจำเลยคดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์มาฟ้องจำเลยในมูลกรณีเดียวกันเป็นคดีนี้ แม้ว่าโจทก์จะได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันใช้อาวุธปืนสั้นและอาวุธปืนยาวทุบตีทำร้ายร่างกายโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับอันตรายสาหัส แล้วร่วมกันปล้นเอาทรัพย์ของโจทก์ไปหลายอย่าง หลังจากนั้นจำเลยได้ใช้อาวุธปืนสั้นยิงพยายามฆ่าโจทก์โดยกระทำการต่อเนื่องกันเป็นลำดับก็ตามแต่โจทก์ได้บรรยายฟ้องระบุชัดเจนว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท และอ้าง ป.อ. มาตรา 90 มาในคำขอท้ายฟ้อง โจทก์หาได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันและอ้างมาตรา 91 มาในคำขอท้ายฟ้องไม่ ดังนี้เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นเพียงกรรมเดียว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:571/2536
ความว่า โจทก์ร่วมฎีกา บัดนี้จำเลยที่ 1 ชำระเงินให้แก่โจทก์ร่วมทั้งสองเรียบร้อยแล้ว โจทก์ร่วม ทั้งสองจึงไม่ติดใจดำเนินคดีกับจำเลยที่ 1 อีกต่อไป จึงขอถอนคำร้องทุกข์เฉพาะส่วนของจำเลยที่ 1 โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยที่ 1 แถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้าน ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นางชมชื่น วิมล และนาวาเอกสุขเกษมวิมล ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และมาตรา 341 ประกอบมาตรา 80 จำเลยที่ 1 ได้กระทำการอันเป็นความผิด ตามมาตรา 341 รวม 9 กรรมต่างกัน ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ให้จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 9 กระทงเป็นจำคุก 9 ปี และให้ลงโทษตามมาตรา 341 ประกอบมาตรา 80 ให้จำคุก 8 เดือน รวมจำคุก 9 ปี 8 เดือน จำเลยที่ 2ได้กระทำการอันเป็นความผิดตามมาตรา 341 รวม 2 กรรมต่างกัน ให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ท …
- ฎีกาที่ 628/2536
โจทก์แยกฟ้องจำเลยเป็นสองคดี เพราะทรัพย์แต่ละคดีถูกลักคนละตอนกัน เมื่อได้ความว่าจำเลยรับทรัพย์ในทั้งสองคดีนั้นไว้ในคราวเดียวกัน และศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดลงโทษจำเลยฐานรับของโจรในคดีหนึ่งแล้ว สิทธินำคดีมาฟ้องจำเลยย่อมเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) เพราะเป็นความผิดกรรมเดียวกัน
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:982/2536
ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาไว้ ผู้ร้องเป็นโจทก์ร่วมคนหนึ่งในคดีนี้ บัดนี้ผู้ร้องกับจำเลยที่ 1 ตกลงกันได้แล้ว โดยจำเลยที่ 1 ยอมชำระเงินให้แก่ ผู้ร้อง ผู้ร้องจึงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยที่ 1อีกต่อไป และขอถอนคำร้องทุกข์เฉพาะจำเลยที่ 1 โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 281) คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 2285/2534 นี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับอีกคดีหนึ่ง โดยเรียกจำเลยทั้งสองใน คดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามเดิม เรียกจำเลยในอีก คดีหนึ่งว่า จำเลยที่ 3 ระหว่างพิจารณา นายทวี ยมวรรณ กับพวกรวม 6 คนผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83,91 ฯลฯ ลงโทษจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 จำคุกคนละ 4 เดือน จำเลยทั้งสามกระทำความผิด 7 กรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษ รวมแล้วลงโ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:983/2536
ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาไว้ ผู้ร้องเป็นโจทก์ร่วมคนหนึ่งในคดีนี้ บัดนี้ผู้ร้องกับจำเลยที่ 1 ตกลงกันได้แล้ว โดยจำเลยที่ 1 ยอมชำระเงินให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องจึงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยที่ 1อีกต่อไป และขอถอนคำร้องทุกข์เฉพาะจำเลยที่ 1 โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 283) คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 2285/2534 นี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับอีกคดีหนึ่ง โดยเรียกจำเลยทั้งสองในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามเดิม เรียกจำเลยในอีกคดีหนึ่งว่า จำเลยที่ 3 ระหว่างพิจารณา นายทวี ยมวรรณ กับพวก รวม 6 คนผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83,91 ฯลฯ ลงโทษจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 จำคุกคนละ 4 เดือน จำเลยทั้งสามกระทำความผิด 7 กรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษ รวมแล้วลงโทษจ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:984/2536
ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ไว้ผู้ร้องเป็นโจทก์ร่วมคนหนึ่งในคดีนี้ บัดนี้ผู้ร้องกับ จำเลยที่ 1 ตกลงกันได้แล้ว โดยจำเลยที่ 1 ยอมชำระเงินให้แก่ ผู้ร้องผู้ร้องจึงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยที่ 1 อีก ต่อไปและขอถอนคำร้องทุกข์เฉพาะจำเลยที่ 1 โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 289 แผ่นที่ 1) คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 2285/2534 นี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับอีกคดีหนึ่ง โดยเรียกจำเลยทั้งสองในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามเดิม เรียกจำเลยในอีกคดีหนึ่งว่า จำเลยที่ 3 ระหว่างพิจารณา นายทวี ยมวรรณ กับพวกรวม 6 คนผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83,91 ฯลฯ ลงโทษจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 จำคุกคนละ 4 เดือน จำเลยทั้งสามกระทำความผิด 7 กรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษ รว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:985/2536
ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาไว้ ผู้ร้องเป็นโจทก์ร่วมคนหนึ่งในคดีนี้ บัดนี้ผู้ร้องกับจำเลยที่ 1 ตกลงกันได้แล้ว โดยจำเลยที่ 1 ยอมชำระเงินให้แก่ ผู้ร้อง ผู้ร้องจึงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยที่ 1 อีกต่อไป และขอถอนคำร้องทุกข์เฉพาะจำเลยที่ 1 โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 284 แผ่นที่ 3) คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 2285/2534 นี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับอีกคดีหนึ่ง โดยเรียกจำเลยทั้งสองในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามเดิม เรียกจำเลยในอีกคดีหนึ่งว่า จำเลยที่ 3 ระหว่างพิจารณา นายทวี ยมวรรณ กับพวก รวม 6 คนผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83,91 ฯลฯ ลงโทษจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 จำคุกคนละ 4 เดือน จำเลยทั้งสามกระทำความผิด 7 กรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษ ร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:986/2536
ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาไว้ ผู้ร้องเป็นโจทก์ร่วมคนหนึ่งในคดีนี้ บัดนี้ผู้ร้อง กับจำเลยที่ 1 ตกลงกันได้แล้ว โดยจำเลยที่ 1 ยอมชำระเงินให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องจึงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยที่ 1อีกต่อไป และขอถอนคำร้องทุกข์เฉพาะจำเลยที่ 1 โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 284 แผ่นที่ 5) คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 2285/2534 นี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับอีกคดีหนึ่ง โดยเรียกจำเลยทั้งสองใน คดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามเดิม เรียกจำเลยในอีก คดีหนึ่งว่า จำเลยที่ 3 ระหว่างพิจารณา นายทวี ยมวรรณ กับพวก รวม 6 คนผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83,91 ฯลฯ ลงโทษจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 จำคุกคนละ 4 เดือน จำเลยทั้งสามกระทำความผิด 7 กรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:987/2536
ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาไว้ ผู้ร้องเป็นโจทก์ร่วมคนหนึ่งในคดีนี้ บัดนี้ผู้ร้องกับจำเลยที่ 1 ตกลงกันได้แล้ว โดยจำเลยที่ 1 ยอมชำระเงินให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องจึงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยที่ 1 อีกต่อไป และขอถอนคำร้องทุกข์เฉพาะจำเลยที่ 1 โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 284 แผ่นที่ 7) คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 2285/2534 นี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับอีกคดีหนึ่ง โดยเรียกจำเลยทั้งสองในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามเดิม เรียกจำเลยในอีก คดีหนึ่งว่า จำเลยที่ 3 ระหว่างพิจารณา นายทวี ยมวรรณ กับพวกรวม 6 คนผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83,91 ฯลฯ ลงโทษจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 จำคุกคนละ 4 เดือน จำเลยทั้งสามกระทำความผิด 7 กรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษ รวม …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:998/2536
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเนื่องจากจำเลยได้ชำระเงินตามเช็คพิพาทให้แก่โจทก์แล้วโจทก์จึงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยต่อไป จึงขอถอนฟ้องโปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยแถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้าน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 1จำคุก 4 เดือน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 71) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 72) ศาลฎีกาทำคำสั่งแล้ว และได้ส่งสำนวนไปศาลชั้นต้นเพื่อนัดฟังคำสั่ง ก่อนวันฟังคำสั่ง โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 84) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีความผิดต่อส่วนตัวโจทก์จะถอนฟ้องหรือยอมความในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้คดีนี้เป็นความผิดต่อส่วนตัวโจทก์ถอนฟ้อง จำเลยไม่ค้านจึงอนุญาตให้ถอนฟ้องได้ จำหน่ายคดี
- ฎีกาที่ 115/2535
จำเลยที่ 1 ที่ 2 ผู้แทนบริษัทโจทก์ยักยอกทรัพย์ของโจทก์ป. ผู้ถือหุ้นของโจทก์ จึงเป็นผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องคดีอาญาหรือแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้เมื่อ ป. ได้แจ้งความร้องทุกข์แล้วต่อมาได้ถอนคำร้องทุกข์ไม่ว่าป. จะดำเนินการในฐานะกระทำการแทนโจทก์หรือในฐานะผู้ถือหุ้นก็ตาม สิทธิที่โจทก์จะนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)
- ฎีกาที่ 115/2535
ขณะที่ ป. ร้องทุกข์ขอให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 ที่ 2ที่ยักยอกเงินของโจทก์ไปนั้น โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทจำกัด มีป. ก. ส. และจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นกรรมการ โดยจำเลยที่ 1ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการร่วมกับจำเลยที่ 2 หรือ ป. คนใดคนหนึ่งรวมเป็น 2 คน และประทับตราสำคัญของโจทก์ทำการแทนโจทก์ได้ การที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยักยอกเงินของโจทก์บรรดาผู้ถือหุ้นซึ่งมีประโยชน์ได้เสียร่วมกับโจทก์นั้นย่อมได้รับความเสียหายโดยนิตินัย ย่อมถือว่า ป. ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นและเป็นกรรมการคนหนึ่งของโจทก์เป็นผู้เสียหาย จึงมีสิทธิฟ้องคดีอาญาหรือแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1ที่ 2 ฐานยักยอกทรัพย์ของโจทก์ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28(2),123ประกอบด้วยมาตรา 2(4) ต่อมา ป. ได้ถอนคำร้องทุกข์นั้นดังนั้นไม่ว่า ป. จะดำเนินการดังกล่าวทั้งหมดในฐานะกระทำการแทนโจทก์หรือในฐานะผู้ถือหุ้น สิทธิที่โจทก์จะนำคดีอาญามาฟ้องก็ย่อ …