มาตราที่อ้างถึง: พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 31
1,131 รายการ · หน้า 41 จาก 57
- ฎีกาที่ 1335/2531
การที่โจทก์หลายคนแต่งตั้งโจทก์คนใดคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้แทนดำเนินคดีแรงงาน ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 35 และข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการแต่งตั้งผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดีลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2523 ข้อ 1 เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดวิธีการแต่งตั้งไว้โดยเฉพาะ แตกต่างจากการที่คู่ความในคดีแพ่งธรรมดามอบอำนาจหรือตั้งให้บุคคลอื่นเป็นผู้แทนในการดำเนินคดีอันจะต้องปฏิบัติตามประมวลรัษฎากร เอกสารแสดงการแต่งตั้งดังกล่าวจึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ โจทก์ฟ้องเรียกเงินสะสม เงินสมทบและค่าจ้างที่ค้างชำระเมื่อคำฟ้องของโจทก์บรรยายถึงสิทธิของโจทก์และหน้าที่ของจำเลยรวมทั้งข้อโต้แย้งที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับการทำงาน และคำขอบังคับในจำนวนเงินที่โจทก์พึงมีสิทธิได้รับแม้จะไม่ระบุว่าจำเลยหักเงินสะสมไว้อย่างไร เพียงใด และรายละเอียดของเงินสมทบมีมาอย่างไร คำฟ้องของโจทก์ก็แ …
- ฎีกาที่ 1335-1336/2531
การที่โจทก์หลายคนแต่งตั้งโจทก์คนใดคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้แทนดำเนินคดีแรงงาน ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 35 และข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการแต่งตั้งผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดีลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2523 ข้อ 1 เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดวิธีการแต่งตั้งไว้โดยเฉพาะ แตกต่างจากการที่คู่ความในคดีแพ่งธรรมดามอบอำนาจหรือตั้งให้บุคคลอื่นเป็นผู้แทนในการดำเนินคดีอันจะต้องปฏิบัติตามประมวลรัษฎากร เอกสารแสดงการแต่งตั้งดังกล่าวจึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ โจทก์ฟ้องเรียกเงินสะสม เงินสมทบและค่าจ้างที่ค้างชำระ เมื่อคำฟ้องของโจทก์บรรยายถึงสิทธิของโจทก์และหน้าที่ของจำเลย รวมทั้งข้อโต้แย้งที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับการทำงาน และคำขอบังคับในจำนวนเงินที่โจทก์พึงมีสิทธิได้รับ แม้จะไม่ระบุว่าจะเลยหักเงินสะสมไว้อย่าไร เพียงใด และรายละเอียดของเงินสมทบมีมาอย่างไร คำฟ้องของโจทก็แส …
- ฎีกาที่ 1424/2531
คำพิพากษาของศาลแรงงานกลางที่วินิจฉัยในประเด็นว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยหรือไม่ เพียงแต่สรุปเป็นข้อเท็จจริงที่ฟังได้ในเบื้องต้นว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย เพราะโจทก์ได้เปอร์เซ็นต์จากค่าขายโฆษณาและมีนามบัตรที่จำเลยให้โจทก์กับคณะไปแสดงต่อ บุคคลภายนอกในการติดต่อหาโฆษณาว่าโจทก์และคณะอยู่ที่สำนักงานของจำเลย ไม่ได้วินิจฉัยหรือแสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยให้ชัดแจ้งว่าที่รับฟังเช่นนั้นโจทก์มีพยานหลักฐานใดมาแสดง หรือศาลมีเหตุผลในการรับฟังอย่างไร จึงมีผลเท่ากับศาลแรงงานกลางยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงในประเด็นข้อพิพาท เป็นการไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 51ปัญหาข้อนี้แม้จำเลยไมได้อุทธรณ์แต่เป็นกรณีที่ศาลแรงงานกลางไม่ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(1) ซึ่งนำมาใช้บังคับในศาลแรงงาน …
- ฎีกาที่ 1424/2531
คำพิพากษาของศาลแรงงานกลางที่วินิจฉัยในประเด็นว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยหรือไม่ เพียงแต่สรุปเป็นข้อเท็จจริงที่ฟังได้ในเบื้องต้นว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย เพราะโจทก์ได้เปอร์เซ็นต์จากค่าขายโฆษณาและมีนามบัตรที่จำเลยให้โจทก์กับคณะไปแสดงต่อบุคคลภายนอกในการติดต่อหาโฆษณาว่าโจทก์และคณะอยู่ที่สำนักงานของจำเลย ไม่ได้วินิจฉัยหรือแสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยให้ชัดแจ้งว่าที่รับฟังเช่นนั้นโจทก์มีพยานหลักฐานใดมาแสดง หรือศาลมีเหตุผลในการรับฟังอย่างไร จึงมีผลเท่ากับศาลแรงงานกลางยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงในประเด็นข้อพิพาท เป็นการไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 51 ปัญหาข้อนี้แม้จำเลยไม่ได้อุทธรณ์แต่เป็นกรณีที่ศาลแรงงานกลางไม่ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1) ซึ่งนำมาใช้บังคับในศาลแรงงา …
- ฎีกาที่ 147/2531
การที่จำเลยอุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้แต่เพียงบันทึกคำแถลงของคู่ความแล้วสั่งงดสืบพยานทั้งสองฝ่าย เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณารวบรัด ฝ่าฝืนมาตรา 31 และ 39 แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่นั้น เป็นการอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาและคำสั่งงดสืบพยานของศาลอันเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามป.วิ.พ. มาตรา 226 ประกอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ตามระเบียบข้อบังคับหมวดการให้ออกและเลิกจ้าง ข้อ 20 ของจำเลยกำหนดว่า 'หากพนักงานคนใดปฏิบัติผิดกฎข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่ง บริษัท ฯ สงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาโทษให้ออกจากงานและยึดเงินประกัน' และตามระเบียบดังกล่าวได้กำหนดเรื่องการขอรับเงินประกันคืนไว้ว่า 'พนักงานที่ได้ …
- ฎีกาที่ 147/2531
การที่จำเลยอุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้แต่เพียงบันทึกคำแถลงของคู่ความแล้วสั่งงดสืบพยานทั้งสองฝ่าย เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณารวบรัด ฝ่าฝืนมาตรา 31 และ 39 แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่นั้น เป็นการอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาและคำสั่งงดสืบพยานของศาลอันเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามป.วิ.พ. มาตรา 226 ประกอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ตามระเบียบข้อบังคับหมวดการให้ออกและเลิกจ้าง ข้อ 20 ของจำเลยกำหนดว่า 'หากพนักงานคนใดปฏิบัติผิดกฎข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่ง บริษัท ฯ สงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาโทษให้ออกจากงานและยึดเงินประกัน' และตามระเบียบดังกล่าวได้กำหนดเรื่องการขอรับเงินประกันคืนไว้ว่า 'พนักงานที่ได้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1674/2531
ความว่า คดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา เนื่องจากโจทก์ที่ 66 ได้ถึงแก่กรรมปรากฏตามภาพถ่ายใบมรณบัตรท้ายคำร้องผู้ร้องเป็นมารดาและทายาทของโจทก์ที่ 66 มีความประสงค์ขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ที่ 66 ผู้มรณะ เพื่อดำเนินคดีแทนผู้มรณะต่อไปโปรดอนุญาต หมายเหตุ ศาลแรงงานกลางได้ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยที่ 1โดยวิธีปิดหมายให้จำเลยที่ 2 โดยวิธีปิดประกาศหน้าศาล(อันดับ 84 แผ่นที่ 2,86) ศาลแรงงานกลางพิพากษา ฯลฯ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันจ่ายเงินจำนวน 3,080 บาท แก่นายบุญลือ แทนศิริ โจทก์ที่ 66 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2529 อันเป็นวันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จ ฯลฯ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ต่างอุทธรณ์ (อันดับ 69,71) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 81) คำสั่ง อนุญาตให้ผู้ร้องเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ที่ 66 ผู้มรณะ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1708/2531
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ข้อ 2.1และข้อ 2.2 เป็นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลในข้อที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว มิใช่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย อุทธรณ์ข้อ 2.3 ก็เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทุกข้อ โจทก์เห็นว่าอุทธรณ์ของโจทก์ทุกข้อเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ทนายจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ (อันดับ 72) โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างเดิม และให้จำเลยจ่ายค่าจ้างในอัตราค่าจ้างครั้งสุดท้ายที่โจทก์ไม่ได้รับระหว่างที่เลิกจ้างโจทก์จนกว่าจะรับโจทก์กลับเข้าทำงาน กับให้จำเลยจ่ายเงินโบนัสแก่โจทก์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 จนกระทั …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1769/2531
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2.1 อ้างเหตุว่าการเลิกจ้างโจทก์ของจำเลยเป็นการเลิกจ้างโดยมีเหตุอันสมควร และข้อ 2.2 อ้างเหตุว่าจำเลยจัดวันหยุดแล้วเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนที่อ้างเหตุว่าสิทธิเรียกร้องของโจทก์ขาดอายุความ ไม่เป็นข้อที่ว่ากล่าวมาแล้วในศาลแรงงานกลางอุทธรณ์จำเลยต้องห้ามทุกข้อ จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ข้อ 2.1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมหรือไม่ และอุทธรณ์ข้อ 2.2ที่ว่าสิทธิเรียกร้องของโจทก์ขาดอายุความ แม้ไม่เป็นข้อที่ได้ว่ากล่าวมาแล้วในศาลแรงงานกลางก็ตาม แต่เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 69) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยใช้เงินให้โจทก์ที่ 1 จำนวน22,630 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 4 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1788/2531
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์ของจำเลยทั้งข้อ 2.1 ถึงข้อ 2.3 เป็นการโต้แย้งคัดค้านการใช้ดุลพินิจของศาลแรงงานกลาง ถือว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงมิใช่อุทธรณ์ในข้อกฎหมาย จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 48) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 13,050 บาท จ่ายค่าชดเชย 87,000 บาท และคืนเงินค้ำประกัน 5,000 บาท ให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 37) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 41) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว จำเลยอุทธรณ์ตามข้อ 2.1 ว่า ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยและฟังว่าโจทก์มิได้ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหาย ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะโจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายนำสืบภายหลังมิได้ถามจำเลย ตาม …
- ฎีกาที่ 1800/2531
ล. ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ซึ่งถึงแก่กรรมหลังจากศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษา ต่อมาจำเลยอุทธรณ์และศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับอุทธรณ์นั้นแล้ว คดีจึงอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา การที่ศาลแรงงานกลางสั่งอนุญาตให้ ล.เข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์หลังจากนั้นจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาต้องยกคำสั่งดังกล่าว แต่เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า ล. เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของโจทก์และโจทก์ถึงแก่กรรมจริง ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งอนุญาตให้ ล. เข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์.
- ฎีกาที่ 1800/2531
ล. ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ซึ่งถึงแก่กรรมหลังจากศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษา ต่อมาจำเลยอุทธรณ์และศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับอุทธรณ์นั้นแล้ว คดีจึงอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา การที่ศาลแรงงานกลางสั่งอนุญาตให้ ล.เข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์หลังจากนั้นจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาต้องยกคำสั่งดังกล่าว แต่เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า ล. เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของโจทก์และโจทก์ถึงแก่กรรมจริง ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งอนุญาตให้ ล. เข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:181/2531
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า คดีนี้ศาลวินิจฉัยยกฟ้องโจทก์เพราะข้อเท็จจริงยังฟังไม่ถนัดว่ามีเงินหรือสิ่งของขาดบัญชีหายไปไหน โดยมีแนวโน้มว่า อาจไม่ขาดบัญชีเลยก็ได้แม้จำเลยที่ 5 จะทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ก็เป็นไปโดยความจำเป็นเพื่อขอรับเงินบำเหน็จและเงินอื่น ๆ มิได้ระบุจำนวนเงินไว้หนังสือดังกล่าวจึงไม่มีผลใช้บังคับ โจทก์อุทธรณ์คัดค้าน จึงเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522มาตรา 54 มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นแรกและประเด็นที่สองเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยคดีไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่พยานได้ให้การรับไว้ หรือที่ได้เบิกความไว้ต่อศาล และอุทธรณ์ในประเด็นสุดท้ายในเรื่องการตีความหนังสือรับสภาพหนี้ที่จำเลยที่ 5 ทำให้ไว้แก่โจทก์ จะมีผลใช้บังคับตามกฎหมายหรือไม่ ก็เป็นปัญหาข้ …
- ฎีกาที่ 1929/2531
การที่จะพิจารณาว่านายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างเป็นธรรมหรือไม่หากสาเหตุแห่งการเลิกจ้างเกิดแต่ด้านลูกจ้าง พึงพิจารณาว่าลูกจ้างได้กระทำหรืองดเว้นการกระทำอันใดหรือไม่ และการนั้น ๆเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานเป็นการเพียงพอแก่การเลิกจ้างหรือไม่เป็นสำคัญ ส่วนการแต่งตั้งกรรมการสอบสวนลูกจ้างจะชอบหรือไม่ หรือคณะกรรมการสอบสวนมิได้ปฏิบัติตามข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานอย่างใด หาเป็นข้อสำคัญที่จะทำให้การเลิกจ้างเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมไม่ โจทก์ร้องเรียนกล่าวหาจำเลยที่ 2 ด้วยเรื่องอันเป็นเท็จ และเป็นการหมิ่นประมาทจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา พฤติการณ์ของโจทก์ถือได้ว่าประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงตามข้อบังคับของจำเลยที่1 ข้อ 60(6) การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุนี้ จึงมิใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ศาลแรงงานกลางไม่ได้วินิจฉัยว่าการกระทำของโจทก์เป็นการกระด้างกระเดื่องต่อผ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1940/2531
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์ไม่ลงชื่อผู้เรียง เป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบจึงไม่รับ โจทก์เห็นว่า โจทก์มิได้จงใจที่จะไม่ลงลายมือชื่อผู้เรียงในคำฟ้องอุทธรณ์ หากเป็นเพราะความพลั้งเผลอของทนายโจทก์ผู้นำยื่นอุทธรณ์เองที่เข้าใจว่าลงลายมือชื่อครบถ้วนแล้วทั้งมิได้รับการทักท้วงจากพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลแต่อย่างใด โจทก์จึงได้ยื่นอุทธรณ์ดังกล่าวเข้าไปโดยไม่ได้ทบทวนหรือตรวจสอบรายละเอียดให้แน่ชัด ซึ่งเหตุเพียงเท่านี้ไม่น่าจะเป็นเหตุถึงกับทำให้อุทธรณ์ของโจทก์ต้องเสียไปทั้งฉบับ โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ลงลายมือชื่อผู้เรียงในคำฟ้องอุทธรณ์และรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ จำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 9 แถลงคัดค้าน (อันดับ 124) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 จ่ายเงินโบนัสให้โจทก์ 2,928.75 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขอ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1941/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 118) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 จ่ายเงินโบนัสให้โจทก์2,928.75 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 111,112) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา
- ฎีกาที่ 2001/2531
การที่ศาลแรงงานกลางสั่งรับเอกสารตามบัญชีเพิ่มเติมของจำเลยเป็นพยานหลังจากโจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนสืบพยานเสร็จแล้ว เป็นการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 45 วรรคแรก เอกสารดังกล่าวถือว่าเป็นพยานศาลจึงย่อมรับฟังได้ เมื่อศาลแรงงานกลางยอมให้นำสืบเอกสารดังกล่าวและจำเลยแถลงหมดพยานแล้ว โจทก์มิได้แถลงขอสืบพยานเพื่อหักล้างเอกสารนั้นทั้งศาลแรงงานกลางคงได้พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สมควรจะเรียกพยานมาสืบอีกตามความในตอนท้ายของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 89 วรรคสามจึงมิได้ใช้อำนาจดังกล่าว เช่นนี้ การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลแรงงานกลางชอบแล้ว.
- ฎีกาที่ 2001/2531
การที่ศาลแรงงานกลางสั่งรับเอกสารตามบัญชีเพิ่มเติมของจำเลยเป็นพยานหลังจากโจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนสืบพยานเสร็จแล้วเป็นการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา45 วรรคแรก เอกสาร ดังกล่าว ถือ ว่า เป็น พยานศาล จึง ย่อม รับฟังได้ เมื่อศาลแรงงานกลางยอมให้นำสืบเอกสารดังกล่าวและจำเลยแถลงหมดพยานแล้ว โจทก์มิได้แถลงขอสืบพยานเพื่อหักล้างเอกสารนั้นทั้งศาลแรงงานกลางคงได้พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สมควรจะเรียกพยานมาสืบอีกตามความในตอนท้ายของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 89 วรรคสาม จึงมิได้ใช้อำนาจดังกล่าว เช่นนี้การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลแรงงานกลางชอบแล้ว
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2051-2052/2531
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์ข้อ 2เป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงส่วนข้อ 3 เป็นการอุทธรณ์ข้อกฎหมายซึ่งจำเลยมิได้สู้ไว้ในคำให้การ จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยจำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ข้อ 2. เรื่องค่าชดเชย จำเลยจะต้องจ่ายให้ลูกจ้างหากมีการเลิกจ้างโดยไม่ใช่ความผิดของลูกจ้าง และไม่ต้องจ่ายหากลูกจ้างปฏิบัติไม่ชอบตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน กรณีของโจทก์ทั้งสองจะมีสิทธิได้รับเงินค่าชดเชยตามกฎหมายดังกล่าวหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนอุทธรณ์ข้อ 3 เป็นประเด็นข้อกฎหมายที่จำเลยได้ต่อสู้ไว้แต่ศาลชั้นต้นแล้วที่กล่าวเพิ่มเติมมาเป็นเพียงรายละเอียดเท่านั้น โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้วโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ (อันดับ 41) คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยเรียกโจทก์ส …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2053-2054/2531
ความว่า จำเลยได้วางเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาพร้อมด้วยดอกเบี้ยไว้ต่อศาลแรงงานกลางแล้ว คดีของจำเลยมีโอกาสชนะโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้วโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ (อันดับ 41) คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยเรียกโจทก์สำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1และเรียกโจทก์สำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2 ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน 13,257 บาทและจำนวน27,313 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 34) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 38,39) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว จำเลยวางเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ก …