ปี พ.ศ.: 2530
3,362 รายการ · หน้า 19 จาก 169
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1408/2530
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา โปรดนำคดีขึ้นพิจารณาให้ถึงที่สุดเพื่อจำเลยจะได้รับประโยชน์ตามสิทธิอันพึงมีพึงได้ เช่นการได้รับพระราชทานอภัยโทษ เป็นต้น และขอได้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องส่งสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา อย่างละ 1 ฉบับ โดยยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมเพราะเหตุยากจน ให้แก่จำเลยที่เรือนจำกลางบางขวางภายในเวลาอันควรเพื่อนำไปประกอบการทำเรื่องราว เช่น ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาพิเศษเป็นต้น หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,15,66,102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้จำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 1ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 25 ปี ให้ริบเฮโรอีนของกลาง ส่วนรถยนต์และพวงกุญแจรถของกลางให้คืนเจ้าของ จำเลยที่ 2 ที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 และที่ 3 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1409/2530
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้ยื่นฎีกาไว้ ขณะนี้จำเลยที่ 1ที่ 2 ไม่มีความประสงค์ที่จะฎีกาอีกต่อไป จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ระหว่างพิจารณา นายทองอยู่ ปานโต ผู้เสียหาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 จำคุกคนละ 3 ปี และมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511มาตรา 27 จำคุกคนละ 15 วันรวมจำคุกคนละ 3 ปี 15 วัน ฯลฯ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา (อันดับ 164) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 180) คำสั่ง อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ถอนฎีกา จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:141/2530
ความว่า จำเลยที่ 4 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,8,15,66,102การกระทำของจำเลยเป็นภัยร้ายแรงต่อประชาชนเห็นสมควรให้ลงโทษประหารชีวิต ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษแก่จำเลยที่ 1 ที่ 2และที่ 3 หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ตลอดชีวิตให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 4 แต่ให้ขังจำเลยที่ 4 ไว้ระหว่างฎีกานอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 75) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 4 ชั่วคราวในระหว่างฎีกาตีราคาค่าประกันห้าแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักทรัพย์และดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1410/2530
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา เนื่องจากจำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ หากถูกบังคับคดีและศาลมีคำพิพากษากลับ จำเลยที่ 1ย่อมได้รับความเสียหาย โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 154 แผ่นที่ 6) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 193,596 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีในต้นเงิน 151,840 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ฯลฯ จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 128,127) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ แต่จำเลยที่ 1 ไม่วางหลักประกันตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำร้องของ โจทก์แล้ว (อันดับ 112,117) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า หากจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวนเงินและดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี มีกำหนด 7 ปี นับแต่วันฟ้องตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาวางจนเป็นที่ …
- ฎีกาที่ 1411/2530
ผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้โจทก์มาปฏิบัติหน้าที่ในวันหยุดประจำสัปดาห์ เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายที่จำเลยผู้เป็นนายจ้างจะสั่งได้ จึงเป็นเรื่องการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างแรงงาน เมื่อโจทก์ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของจำเลยเสียหาย โจทก์ต้องรับผิดต่อจำเลยเป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 8(1) โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางได้.
- ฎีกาที่ 1411/2530
กิจการโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลังมิใช่ราชการส่วนกลางอันต้องด้วยข้อยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 1(1) โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างของโรงงานยาสูบ เมื่อผู้บังคับบัญชาของโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยได้มีคำสั่งให้โจทก์ทั้งสองไปปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผนและเป็นการปฏิบัติงานให้แก่จำเลยตามสิทธิของนายจ้างที่จะมีคำสั่งได้ระหว่างนั้นทรัพย์สินของจำเลยได้รับความเสียหาย จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างโจทก์มีอำนาจฟ้องต่อศาลแรงงานได้.
- ฎีกาที่ 1411/2530
ผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้โจทก์มาปฏิบัติหน้าที่ในวันหยุดประจำสัปดาห์ เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายที่จำเลยผู้เป็นนายจ้างจะสั่งได้ จึงเป็นเรื่องการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างแรงงาน เมื่อโจทก์ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของจำเลยเสียหาย โจทก์ต้องรับผิดต่อจำเลยเป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 8 (1) โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางได้.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1411/2530
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 2 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 22 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 60,000 บาท (อันดับ 6 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ในชั้นนี้ยังไม่มีเหตุอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1412/2530
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30,82ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 67,66) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 150,000 บาท (อันดับ 49 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุที่จะปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างนี้ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1413/2530
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,83 จำคุก 20 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ฯลฯ แต่ให้ขังจำเลยไว้ระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา (อันดับ 59) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 56) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาตีราคาค่าประกันเป็นเงินสองแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1414-1415/2530
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียกจำเลยในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80,83 จำคุกคนละ 10 ปี ของกลางริบ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 93,95) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างพิจารณาโดยตีราคาประกัน 200,000 บาท (สำนวนแรกอันดับ 4) และอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างพิจารณา โดยตีราคาประกัน150,000 บาท (สำนวนหลังอันดับ 5) คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่มีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1416/2530
ความว่า ผู้ร้องมีความประสงค์ที่จะขอประกันตัวจำเลยในระหว่างฎีกา โดยขอให้ถือเอาหลักทรัพย์บัญชีทรัพย์ สัญญาประกันและเอกสารต่าง ๆ ซึ่งได้ยื่นไว้ต่อศาลเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2528 เป็นหลักประกันต่อไป โปรดอนุญาต หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางพับ รักษ์ศรี ผู้เสียหายขอเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 15 ปี จำเลยเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจอันเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 10 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 15 ปี จำเลยฎีกา (อันดับ 88) ผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 85) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างพิจารณามีผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ขอประกันเข้าทำสัญญาประกันต่อศาลชั้นต้นในฐานะผู้ประกันโดยผู้ร้องได้วางหลักทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำร้องขอให้ปล่อยชั่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1417/2530
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยอาศัยข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อกฎหมายและฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายด้วยจึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220โปรดสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 55 แผ่นที่ 3 ที่ 5 ที่ 7 และที่ 9) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,84,91,175,200,157,326,328 และมาตรา 332 ฯลฯ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนมูลฟ้อง แต่เมื่อถึงวันนัด ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ ให้งดการไต่สวนมูลฟ้อง แล้วพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 50) โจทก์จึงยื …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1418/2530
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 7897/2528 นี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอื่นอีกหนึ่งสำนวน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 จำคุก 4 ปี ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 58แผ่นที่ 3,58 แผ่นที่ 1 และแผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์โดยตีราคาประกัน 150,000 บาท (อันดับ 48 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ในชั้นนี้ยังไม่มีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างฎีกา ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1419/2530
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ จึงไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่โจทก์ขาดงานเป็นเวลา 3 วันติดต่อกันเพื่อไปเยี่ยมภรรยาซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์ที่จังหวัดสมุทรสงครามนั้น ถือได้ว่าเป็นการขาดงานโดยมีเหตุอันสมควร ไม่ต้องด้วยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(4) ที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย โปรดสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 89 แผ่นที่ 2) โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย ฯลฯ ให้แก่โจทก์ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง ฯลฯ โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 86) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 87) คำสั่ง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ไปเยี่ยมภรรยาซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์แต่มิได้เจ็บป่วยหน …
- ฎีกาที่ 142/2530
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์พบว่ามาตรวัดน้ำที่โจทก์ติดตั้งไว้เพื่อคำนวณหน่วยน้ำที่จำเลยใช้ชำรุด ต้องคำนวณตามจำนวนหน่วยน้ำที่ใช้ในเดือนก่อน ขอให้จำเลยชำระเงินค่าน้ำที่ค้างชำระศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้หนี้โจทก์ 12,997 บาท โดยฟังข้อเท็จจริงตามข้อต่อสู้ของจำเลยว่ามาตรวัดน้ำไม่ชำรุด ซึ่งมีผลเท่ากับว่าจำเลยชนะคดี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยชำระเงิน 42,514 บาท เต็มตามฟ้อง โดยฟังข้อเท็จจริงว่ามาตรวัดน้ำชำรุดตรงตามฟ้อง เป็นการแก้ข้อสำคัญตามประเด็นที่จำเลยชนะคดีในศาลชั้นต้นให้แพ้ทั้งหมด จึงเป็นการแก้ไขมาก ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248.(ที่มา-ส่งเสริม)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:142/2530
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา มีมูลที่จะชนะคดีได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน ฯลฯ (อันดับ 90) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินจำนวน 79,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2524 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งนี้ต้นเงินกู้ยืมและดอกเบี้ยก่อนฟ้องไม่เกิน 101,712.50 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันชำระหนี้ดังกล่าวให้แก่โจทก์แทนจำเลยที่ 1 จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 87,86) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ แต่จำเลยที่ 1 ที่ 2ไม่วางหลักประกันภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด (อันดับ 70,73) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยทั้งสองหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นเงิน 79,000 บาท(เจ็ดหมื่นเก้าพันบาทถ้วน) พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1420/2530
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 80,000 บาท ไว้เป็นประกันต่อศาล หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 ฯลฯ จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 17,16,15) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 80,000 บาท (อันดับ 5 แผ่นที่ 3) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงประกอบกับจำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา เป็นเหตุให้ไม่อาจนำมาประกอบในการใช้ดุลพินิจว่าตามพฤติการณ์แห่งคดีมีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกาหรือไม่ จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1421/2530
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4),80,86 จำคุก 33 ปี 4 เดือน ฯลฯ จำเลยที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของจำเลยที่ 2 และของผู้ขอประกัน (อันดับ 189,188,182,182 แผ่นที่ 4) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราว โดยตีราคาประกัน500,000 บาท (อันดับ 159) คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วยังไม่มีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1422/2530
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผลิตกัญชาโดยปลูกกัญชาจำนวน 32 ต้นเพื่อจำหน่ายกับมีกัญชาจำนวนดังกล่าวและกัญชาแห้งอีก 1 ถุงใหญ่และ 2 ถึงเล็กไว้ในครอบครอง ดังนี้ต้องถือว่ากัญชาแห้งดังกล่าวเป็นกัญชาอีกส่วนหนึ่งที่จำเลยมีไว้ในครอบครองซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการปลูกกัญชา 32 ต้นแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยในส่วนนี้เป็นความผิดอีกกรรมหรือต่างหาก.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)