ปี พ.ศ.: 2530
3,362 รายการ · หน้า 8 จาก 169
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1262/2530
ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 5 และที่ 6 ฎีกา มีทางชนะคดีโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน ฯลฯ (อันดับ 257) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องจำเลยที่ 1 ใหม่ โจทก์อุทธรณ์ จำเลยที่ 3 ถึงแก่มรณะ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 เสียจากสารบบความ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 5และที่ 6 ร่วมกันชำระเงิน 1,350,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 18 กันยายน 2524 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ เงินดอกเบี้ยนับถึงวันฟ้องไม่เกิน 72,500 บาท และให้จำเลยที่ 2 ที่ 5 และที่ 6ร่วมกันคืนเงิน 150,000 บาท ให้โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 4 และจำเลยที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 ต่างฎีกา(อันดับ 245,249) เฉพาะจำเลยที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 152) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1263/2530
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยไม่มีเจตนาให้การรับสารภาพตามฟ้องเจ้าหน้าที่ศาลประมาทให้จำเลยลงชื่อในแบบพิมพ์รับสารภาพ และจำเลยสำคัญผิดยอมรับสารภาพต่อศาลชั้นต้นไปโดยเข้าใจว่าศาลถามว่าจำเลยเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีอื่นหรือไม่ ขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลชั้นต้นยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา (อันดับ 26) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 35,36) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกายกคำร้อง (อันดับ 34) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1264/2530
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาที่ไม่ชอบทั้งเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 เพราะศาลอุทธรณ์แก้เฉพาะโทษ ไม่ได้แก้บทลงโทษ เป็นการแก้ไขเล็กน้อย และลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยมีข้อเท็จจริงคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์อยู่ในตัว นอกจากนี้ศาลอุทธรณ์มิได้มีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นทั้งมิใช่เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218โปรดมีคำสั่งของศาลชั้นต้นและให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาเพื่อเป็นบรรทัดฐานสืบไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 38) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,17,69,102 ฯลฯ จำคุก 3 ปีจำเลยให้การรับสารภาพในชั้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1265/2530
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ที่ 1 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว แต่โจทก์ที่ 2ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง (อันดับ 273) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 80,000 บาท ให้โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 25,000บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 105,000 บาทโดยนับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนชำระหนี้เสร็จสิ้น กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ด้วย โดยกำหนดค่าทนายความเป็นเงิน 2,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นเป็นว่า ค่าขึ้นศาลให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้แทนโจทก์เพียงเท่าจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์แต่ละคนชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความให้โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 1,300 บาท และให้โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน700 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ที่ 2 …
- ฎีกาที่ 1266/2530
ตำรวจจะเข้าจับกุมเจ้าของรถเข็นในข้อหานำรถที่ไม่ได้เสียภาษีมาใช้ในทางและกีดขวางทางจราจร จำเลยพูดว่า 'ถ้าจับมีเรื่องแน่' พร้อมกับชี้มือในลักษณะของการข่มขู่ และพวกจำเลยประมาณ 30-40 คนได้เดินเข้าไปหาตำรวจ ทำให้ตำรวจกลัวว่าจำเลยและพวกจะทำร้ายจึงพากันถอยออกไป การกระทำของจำเลยกับพวกดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ามีเจตนาที่จะข่มขืนใจไม่ให้เจ้าพนักงานปฏิบัติตามหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติการตามหน้าที่ จำเลยจึงมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 139 และเมื่อการกระทำต้องด้วยมาตรา 140 ก็ไม่ต้องปรับบทด้วยมาตรา 139 อีก.(ที่มา-ส่งเสริม)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1266/2530
ความว่า จำเลยฎีกา แต่เนื่องจากในระหว่างอุทธรณ์จำเลยได้วางเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำนวน 33,931.14 บาทเพื่อมิให้ต้องถูกบังคับคดี ซึ่งโจทก์ได้รับไปจากศาลแล้ว แต่โดยที่โจทก์เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ไม่แน่นอนและมีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตอำนาจศาลชั้นต้น ถ้าหากศาลฎีกามีคำพิพากษาให้จำเลยชนะคดี ก็จะเป็นการยากลำบากและเสียหายแก่จำเลยเป็นอย่างมากในการที่จะติดตามเงินคืนจากโจทก์ รวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมต่าง ๆ จึงขอศาลฎีกาได้โปรดมีคำสั่งให้โจทก์นำเงินที่รับไปจากศาลชั้นต้น จำนวน33,931.14 บาท หรือหลักประกันมาวางต่อศาลเพื่อเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยก่อนคดีถึงที่สุดด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 64) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงิน 28,600 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 19มิถุนายน 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1267/2530
ความว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ฎีกา มีโอกาสชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 258) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 60,589,128 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ฎีกา และแก้ไขเพิ่มเติมฎีกา พร้อมทั้งยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 253,256,252) คำสั่ง ถ้าจำเลยทั้งสามหรือคนใดคนหนึ่งหรือร่วมกัน หาประกันสำหรับจำนวนเงินค่าเสียหายที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยมีกำหนด 6 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจ และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1268-1273/2530
ความว่า จำเลยทั้งหกสำนวนอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่ารับอุทธรณ์เฉพาะข้อ 4 นอกนั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์จำเลยทั้งหกสำนวนเห็นว่า อุทธรณ์ข้อ 2 เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่ศาลรับฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยไม่ครบ 240 วัน แล้วพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย นั้นเป็นการวินิจฉัยที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ส่วนอุทธรณ์ข้อ 3 เรื่องการบอกกล่าวล่วงหน้า นั้น ศาลอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 กำหนดค่าจ้างให้ 20 วัน จำเลยอุทธรณ์ว่าให้ 20 วันไม่ได้ เพราะจำเลยได้ชำระค่าจ้างครบ 15 วันแล้ว ถ้าจะบอกกล่าวล่วงหน้าก็ต้องถือ 15 วันในรอบการจ้าง จำเลยจ่ายไปแล้วเกินไป 5 วันจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยจะต้องบอกกล่าวล่วงหน้ากี่วันและศาลจะอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 ได้หรือไม่โปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ข้อ 2 และข้อ 3 ของจำเลย หมายเหตุ โจทก์ที่ 2 ที่ 3 ที่ 7 และโจทก์ที่ 1 ที่ …
- ฎีกาที่ 1271/2530
วันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายโจทก์มอบฉันทะให้เสมียนทนายมายื่นคำร้องขอเลื่อนคดีและเสมียนทนายได้ลงชื่อทราบวันนัดสืบพยานโจทก์ครั้งใหม่ไว้แล้ว หากเสมียนทนายจะจดวันนัดผิดพลาดก็เป็นเรื่องของโจทก์เองการสั่งจำหน่ายคดีของศาลชั้นต้นเป็นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201 มิได้สั่งไปโดยผิดหลง และมิได้ดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ผิดระเบียบ โจทก์ขอให้ศาลเพิกถอนไม่ได้.
- ฎีกาที่ 1271/2530
ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายโจทก์มอบฉันทะให้เสมียนทนายมายื่นคำร้องขอเลื่อนคดี และเสมียนทนายได้ลงชื่อทราบวันนัดสืบพยานโจทก์ครั้งใหม่ไว้แล้ว การที่เสมียนทนายจดวันนัดผิดพลาดเป็นเหตุให้โจทก์ไม่มาศาลตามนัด และศาลสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาและสั่งจำหน่ายคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 201 ดังนี้ศาลมิได้สั่งไปโดยผิดหลงและมิได้ดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ผิดระเบียบอันโจทก์จะขอให้เพิกถอนเสียได้.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1274/2530
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490มาตรา 7,8 ทวิ,38,72,72 ทวิ,74 ฯลฯ รวม 3 กระทง ลงโทษจำเลยเรียงกระทงฐานมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 1 ปี ฐานมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 3 ปี ลงโทษฐานพกพาอาวุธปืนและวัตถุระเบิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 6 เดือน รวมลงโทษจำคุกจำเลยทั้งหมด4 ปี 6 เดือน ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 74 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน (100,000 บาท (อันดับ 49) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาฎีกา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1275/2530
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336,83 จำเลยที่ 1 อายุ 17 ปี และจำเลยที่ 2 อายุ 18 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วให้จำคุกคนละ 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพโดยดีในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาสมควรลดโทษให้อีกหนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยคนละ1 ปี 4 เดือน ฯลฯ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 50 แผ่นที่ 3 และแผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นตีราคาประกันคนละ 70,000 บาท (อันดับ 37) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และขณะนี้จำเลยทั้งสองยังมิได้ยื่นฎีกา ชั้นนี้จึงไม่มีเ …
- ฎีกาที่ 1276/2530
การซื้อขายวิทยุเทปติดรถยนต์ของกลางได้กระทำกันโดยเปิดเผยและจำเลยรับซื้อของกลางไว้โดยไม่รู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์จำเลยจึงไม่มีความผิด เพราะขาดองค์ประกอบที่จะเป็นความผิดฐานรับของโจร.
- ฎีกาที่ 1276/2530
การซื้อขายวิทยุเทปติดรถยนต์ของกลางได้กระทำกันโดยเปิดเผยและจำเลยรับซื้อไว้โดยไม่รู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ ย่อมขาดองค์ประกอบที่จะเป็นความผิดฐานรับของโจรจำเลยไม่มีความผิด.
- ฎีกาที่ 1276/2530
การซื้อขายวิทยุเทปติดรถยนต์ของกลางได้กระทำกันโดยเปิดเผยและจำเลยรับซื้อของกลางไว้โดยไม่รู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์จำเลยจึงไม่มีความผิด เพราะขาดองค์ประกอบที่จะเป็นความผิดฐานรับของโจร
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1276/2530
ความว่า คดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาต่อศาลออกไปอีก 15 วัน นับแต่วันครบกำหนดยื่นฎีกาโดยอ้างว่ามีพฤติการณ์พิเศษ เนื่องจากโจทก์ได้แต่งตั้งทนายโจทก์คนใหม่และภูมิลำเนาโจทก์ได้ย้ายไปอยู่ที่แห่งใหม่ พนักงานศาลส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ทนายโจทก์คนเดิมทราบและทนายโจทก์คนเดิมนำสำนวนคดีนี้มาส่งคืนให้กับโจทก์ในภายหลังและศาลมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ขยายระยะเวลาได้นั้น จำเลยเห็นว่า การที่โจทก์ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่แห่งใหม่และเปลี่ยนทนายโจทก์คนใหม่เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องแจ้งให้ศาลทราบเป็นลายลักษณ์อักษรเข้าไว้ในสำนวน เพื่อประโยชน์ของโจทก์เองในการติดต่อระหว่างศาลกับโจทก์ทั้งโจทก์ย่อมรู้ล่วงหน้าและเรียกสำนวนคดีจากทนายโจทก์คนเก่าคืนได้ก่อนหน้านั้น แต่โจทก์เพิกเฉยมิได้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งเกี่ยวกับผลส่วนได้ส่วนเสียของโจทก์เองในคดีเลยพฤติการณ์เช่นนี้จึงไม่ถือเป็นพฤติการณ์พิเศษ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1277/2530
ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 115) ก่อนจำเลยที่ 4 ยื่นคำให้การ โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 4ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันใช้เงิน476,361.94 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 8 เมษายน 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ร่วมใช้เงินจำนวน 150,000 บาทรวมกับดอกเบี้ยทบต้นคิดคำนวณถึงวันที่ 7 เมษายน 2526 แก่โจทก์และให้จำเลยที่ 2 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี ของต้นเงินที่คิดคำนวณได้ดังกล่าวนับแต่วันที่ 8 เมษายน 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้โจทก์บังคับจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในที่ดินโฉนดเลขที่ 4688เลขที่ 27 หน้าสำรวจ 182 ตำบลศาลาครู อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ของจำเลยที่ 2 ชำระแทนวงเงินไม …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1278/2530
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา มีเหตุผลที่จะชนะคดีในที่สุดโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนโดยจำเลยที่ 2 ขอถือเอาหนังสือสัญญาค้ำประกันซึ่งได้ยื่นไว้ต่อศาลเมื่อวันที่ 11กุมภาพันธ์ 2529 เป็นหลักประกันในชั้นฎีกาด้วย หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 129แผ่นที่ 7) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน90,800 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2525 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 128,127) จำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยที่ 2 นำหนังสือค้ำประกันของธนาคารวางไว้เป็นประกันต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 117,119,121) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 2 หาประกันสำหรับจำนวนต้นเงินและดอกเบี้ยที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คำนวณถึงวันฟังคำสั่งนี้และต่อไปอีก 1 ปีมาให้เป็น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1279/2530
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 146) ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ 200,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2526จนกว่าจะชำระเสร็จ (ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องไม่เกิน 14,666.66 บาท) ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ จำเลยถึงแก่ความตายศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้หมายเรียกนางสาวสุพัตราโกสุมา บุตรของจำเลยเข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยผู้มรณะตามที่โจทก์ขอ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 137,140) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยจำเลยได้นำที่ดินโฉนดเลขที่ 7627 พร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของตนวางเป็นหลักประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 72,98,101) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าผู้เข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยผู้มรณะหาประกันสำหรับจำ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1280/2530
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้ต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ฎีกาของจำเลยนอกจากข้อ 2(ก) เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 2(ก) แม้เป็นข้อกฎหมายก็เป็นฎีกาย่อและเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทแต่จำเลยกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ ฎีกาของจำเลยข้อ 2(ข)และ(ค) จึงไม่ต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสองและฎีกาของจำเลยข้อ 2(ก) เป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญแห่งคดีเพราะที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจฟ้อง ไม่เกี่ยวกับประเด็นข้อ (1)ที่ว่าที่ดินเป็นของโจทก์หรือของจำเลยแต่ประการใด สมควรที่ศาลสูงจะได้วินิจฉัยต่อไปโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 99) ศาลอุทธรณ์พิพาก …