ปี พ.ศ.: 2530
3,362 รายการ · หน้า 9 จาก 169
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1281/2530
ความว่า เนื่องจากโจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงเกี่ยวกับหนี้รายนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยจำเลยทั้งสองยอมใช้เงินให้โจทก์ 3,000,000 บาท ซึ่งโจทก์ได้รับเงินจากจำเลยทั้งสองเรียบร้อยแล้ว และจำเลยไม่ติดใจที่จะฎีกาคดีนี้ต่อไป จึงขอถอนฎีกาโปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงท้ายคำร้องว่า โจทก์ทราบคำร้องถอนฎีกาของจำเลยทั้งสองแล้ว ไม่คัดค้าน ฯลฯ (อันดับ 122) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้จำนวนเงิน1,012,108.52 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในต้นเงินจำนวน 915,935.32บาท อัตรา ร้อยละสิบแปดต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2525เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ ถ้าจำเลยที่ 1ไม่ชำระหรือชำระหนี้ไม่ครบถ้วนก็ให้บังคับจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 2119 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี (พระโขนง) กรุงเทพมหานครของจำเลยที่ 2 ขายทอดตลาดเอาเงินสุทธิชำระหนี้โจทก์ หากขายทอดตลาดแล้วยังได้เงินสุทธิไม่พอชำระหนี้ก็ให้บังคับเอากับทรัพย์สินอื่นข …
- ฎีกาที่ 1282/2530
จำเลยใช้อาวุธปืนยิง ก. ถึงแก่ความตายแล้วหลบหนีไป บ. พยานโจทก์ เบิกความว่า พลตำรวจ ช. กับ บ. และ ป. ได้วิ่งติดตามจำเลยไปเพื่อจะจับจำเลย บ. ได้ยินเสียงปืนดังมาจากทางที่จำเลยวิ่งไปประมาณ 4-5 นัด กระสุนปืนถูกพลตำรวจ ช. ทำให้ถึงแก่ความตายข้อเท็จจริงดังกล่าวฟังได้ว่า จำเลยเป็นคนใช้อาวุธปืนยิงพลตำรวจ ช. แม้จำเลยจะไม่ให้การรับสารภาพ พยานหลักฐานโจทก์ก็พอฟังลงโทษจำเลยได้คำรับสารภาพของจำเลยจึงไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา และไม่มีเหตุบรรเทาโทษอย่างอื่น กรณีไม่สมควรลดโทษให้ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78.(ที่มา-ส่งเสริม)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1282/2530
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เป็นฎีกาต้องห้ามจึงไม่รับฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้นโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยทั้งสองยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137,180,83,91 ฯลฯ ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องโจทก์แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์บรรยายในฟ้องไม่เป็นความผิด จึงมีคำสั่งให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 15) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 17) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ฎีกาของโจทก์ที่ว่า คำฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายว่าพยานหลักฐานเท็จที่จำเลยทั้งสองแสดงต่อศาลเป็นพยานหลักฐานในข้อสำคัญในคดี ฟ้องโจทก์กล่าวจะชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) หรือไม่และศาลอุทธรณ์ได้หยิบยกข้อหาความผิดตามประมวลก …
- ฎีกาที่ 1283/2530
เมื่อผู้ร้องชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนตามสัญญาเช่าซื้อจนผู้ให้เช่าซื้อยกกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ของกลางให้ผู้ร้องแล้ว แม้จะยังไม่ได้โอนทะเบียน กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ก็เป็นของผู้ร้องโดยการแสดงเจตนาของผู้ให้เช่าซื้อ เพราะทะเบียนรถยนต์ไม่ใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ของรถยนต์แต่เป็นเพียงหลักฐานที่กำหนดขึ้นเพื่อความสะดวกแก่การควบคุมรถยนต์เท่านั้น.(ที่มา-ส่งเสริม)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1283/2530
ความว่า โจทก์ฎีกา พร้อมทั้งยื่นคำร้องขอยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขอยื่นฎีกาว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมที่ได้สั่งไว้ในคำร้องลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2530 ของโจทก์ ให้ยกคำร้องและศาลก็ยังสามารถที่จะส่งให้โจทก์ได้ แต่การที่ศาลใช้วิธีการปิดประกาศหน้าศาลแทนการส่งหมายให้โจทก์ทั้ง ๆ ที่สามารถส่งหมายนัดให้แก่โจทก์โดยวิธีธรรมดาได้นั้น จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 79 และถือไม่ได้ว่าโจทก์ทราบนัดโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วจึงขอศาลฎีกาได้โปรดมีคำสั่งว่า การส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ของศาลชั้นต้นให้แก่โจทก์นั้นเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายและให้ถือว่าโจทก์ทราบและฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในวันที่8 กรกฎาคม 2530 พร้อมทั้งโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้โดยถือว่าโจทก์ได้ยื่นภายในกำหนดด้วย หมายเหตุ ทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2 แถลงคัดค้าน (อันดับ 166) ศาลชั้นต้นพิพากษา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1284/2530
ความว่า คดีนี้ โจทก์ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาไว้และอยู่ในระหว่างส่งสำเนาคำร้องให้แก่จำเลยทั้งสอง โจทก์มีความประสงค์ขอแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาดังกล่าวโดยขอเพิ่มข้อความดังรายละเอียดปรากฏตามคำร้องนี้ต่อจากข้อความในแผ่นที่ 4 บรรทัดที่ 5 จากด้านบน เป็นย่อหน้าใหม่และนอกจากที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมนี้ โจทก์คงถือตามคำร้องเดิมทุกประการ โปรดอนุญาต หมายเหตุ ทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 164) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองไปจดทะเบียนเพิกถอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 39 เลขที่ดิน 22หน้าสำรวจ 39 ตำบลบางโทรัด อำเภอเมืองสมุทรสาคร (บ้านบ่อ)จังหวัดสมุทรสาคร ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 เฉพาะส่วนของจำเลยที่ 1 ที่โอนให้แก่จำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม2518 และเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2525 ทั้งสองครั้ง ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรสาคร แล้วให้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1285/2530
ความว่า จำเลยฎีกา มีมูลที่จะชนะคดีได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 86 แผ่นที่ 2) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระหนี้จำนวน 1,400,000บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละสิบสี่ต่อปี นับแต่วันที่11 กุมภาพันธ์ 2519 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ชำระหนี้แทนบริษัทเอม.เอส.พี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นต้นไปมีกำหนด 5 ปีและให้จำเลยชำระดอกเบี้ยร้อยละสิบสี่ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยไม่ชำระ ให้บังคับทรัพย์สินที่จำนอง เมื่อได้เงินสุทธิไม่พอชำระหนี้ให้โจทก์ ก็ให้บังคับเอากับทรัพย์สินอื่นจนกว่าจะครบ จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 78,77,79) ชั้นอุทธรณ์ จำเลยขอทุเลาการบังคับ (อันดับ 56) ไม่ปรากฏคำสั่งของศาลอุทธรณ์ในสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกา คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าศาลชั้นต้นเห็นว่าทรัพย์ที่จำน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1286/2530
ความว่า คดีนี้ จำเลยฎีกา บัดนี้จำเลยไม่ประสงค์ที่จะฎีกาจึงขอถอนฎีกาของจำเลย โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงข้างคำร้องว่า รับสำเนาแล้ว ไม่คัดค้าน(อันดับ 49) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากการสมรสให้จำเลยไปดำเนินการจดทะเบียนหย่ากับโจทก์ ณ ที่ว่าการอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ถ้าหากจำเลยไม่ไปจดทะเบียนหย่าก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยฎีกา (อันดับ 43) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 49) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้จำเลยถอนฎีกาได้ จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความของศาลฎีกา ไม่คืนค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาให้จำเลยเพราะจำเลยเสียมาเพียง 200 บาท
- ฎีกาที่ 1287/2530
โจทก์จำเลยท้ากันขอให้ศาลออกไปเผชิญสืบทรัพย์อันดับที่ 5ว่าอยู่ในสภาพที่โจทก์จะรับคืนไปได้หรือไม่ ได้ผลประการใดให้ศาลชี้ขาดไปได้เลย เมื่อศาลเผชิญสืบแล้วมีคำสั่งว่าทรัพย์อันดับที่ 5 อยู่ในสภาพรับคืนไปได้ คำชี้ขาดของศาลดังกล่าวตรงกับที่คู่ความท้ากันแล้ว.(ที่มา-ส่งเสริม)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1287/2530
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา มีมูลที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 63 แผ่นที่ 2) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้เพิกถอนนิติกรรมการยกให้ที่ดินน.ส.3 ก. เลขที่ 1748 ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานีหากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 60,59) จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 44) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ แต่ห้ามทำนิติกรรมใด ๆเกี่ยวกับที่ดินพิพาทในระหว่างฎีกา ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ
- ฎีกาที่ 1288/2530
พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์แจ้งรายการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินให้จำเลยทราบแล้ว จำเลยมิได้ยื่นคำร้องโต้แย้งคัดค้านการประเมิน หรือขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ตามที่พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช 2475 มาตรา 25 กำหนดไว้ และมิได้ชำระค่าภาษีให้โจทก์ตามที่กฎหมายกำหนด จึงเท่ากับว่าผลของการประเมินของโจทก์เป็นยุติแล้ว โดยห้ามมิให้จำเลยนำคดีมาสู่ศาล ซึ่งหมายความรวมถึงว่าจำเลยย่อมไม่มีสิทธิโต้แย้งว่า การประเมินไม่ถูกต้องด้วย ดังนี้เมื่อโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระค่าภาษีดังกล่าว จำเลยจะต่อสู้คดีว่าการประเมินไม่ถูกต้องหาได้ไม่.
- ฎีกาที่ 1288/2530
พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์แจ้งรายการประเมินภาษีโรงเรือนให้จำเลยทราบ จำเลยมิได้ยื่นคำร้องโต้แย้งคัดค้านการประเมินหรือขอให้พิจารณาใหม่ และมิได้ชำระค่าภาษีให้โจทก์ตามขั้นตอนที่ พ.ร.บ. ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช 2475 มาตรา 25,31 และ39 กำหนดไว้ จึงเท่ากับว่าผลของการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นยุติแล้ว โดยห้ามมิให้จำเลยนำคดีมาสู่ศาล ซึ่งหมายความรวมถึงว่าจำเลยไม่มีสิทธิโต้เถียง ว่าการประเมินไม่ถูกต้องด้วย ดังนั้นจำเลยจะต่อสู้คดีว่าการประเมินไม่ถูกต้องหาได้ไม่ แม้ศาลชั้นต้นจะวินิจฉัยถึงเนื้อหาของการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ว่าไม่ถูกต้องบางประการก็ตาม ก็ไม่ทำให้กลายเป็นว่าจำเลยมีสิทธิต่อสู้ว่าการประเมินไม่ถูกต้องไปได้.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1288/2530
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(3) ฯลฯ จำคุก 5 ปี คำให้การชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในห้าคงจำคุก 4 ปี ฯลฯ จำเลยอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งว่าพิเคราะห์แล้วตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง (อันดับ 39) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 40) จำเลยเคยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์อนุญาต ตีราคาประกัน 200,000 บาท (สำนวนอุทธรณ์คำสั่งขอให้ปล่อยชั่วคราวอันดับ 10) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาค่าประกันสี่แสนบาท ให้ศาลชั้น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1289/2530
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาทั้งหมดของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์เป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 69 แผ่นที่ 3) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3จำคุก 3 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 61) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 63) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำ …
- ฎีกาที่ 1295/2530
ผู้เสียหายถูกแทงด้วยมีดปลายแหลมที่ต้นแขนซ้ายเป็นบาดแผลขนาด 2.5 เซนติเมตรทะลุไปอีกด้านหนึ่ง หลังเกิดเหตุประมาณ 7วันผู้เสียหายไปหาแพทย์เพื่อตัดไหม แพทย์บอกว่าบาดแผลเป็นปกติ และผู้เสียหายก็ไปเรียนหนังสือกับทำกิจการงานต่าง ๆได้ แม้ปรากฏว่าผู้เสียหายเป็นนักศึกษาสาขาวิชาพลศึกษา ต้องเรียนภาคปฏิบัติคือการเล่นกีฬาที่ต้องใช้แขนและหลังเกิดเหตุแล้ว 1 เดือน ผู้เสียหายไม่อาจเล่นกีฬาได้มากเท่าบุคคลปกติเพราะยังรู้สึกเสียวที่แขน ก็เป็นเพียงแต่ทำให้ผู้เสียหายขาดความสะดวกในการใช้แขนลดน้อยลงเท่านั้น หาทำให้ผู้เสียหายประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เสียเลยทีเดียวไม่จึงถือไม่ได้ว่าผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(8).
- ฎีกาที่ 1295/2530
ผู้เสียหายถูกแทงด้วยมีดปลายแหลมที่ต้นแขนซ้ายเป็นบาดแผลขนาด 2.5 เซนติเมตร ทะลุไปอีกด้านหนึ่ง หลังเกิดเหตุประมาณ 7วัน ผู้เสียหายไปหาแพทย์เพื่อตัดไหม แพทย์บอกว่าบาดแผลเป็นปกติ และผู้เสียหายก็ไปเรียนหนังสือกับทำกิจการงานต่าง ๆได้ แม้ปรากฏว่าผู้เสียหายเป็นนักศึกษาสาขาวิชาพลศึกษา ต้องเรียนภาคปฏิบัติคือการเล่นกีฬาที่ต้องใช้แขนและหลังเกิดเหตุแล้ว 1 เดือน ผู้เสียหายไม่อาจเล่นกีฬาได้มากเท่าบุคคลปกติเพราะยังรู้สึกเสียวที่แขน ก็เป็นเพียงแต่ทำให้ผู้เสียหายขาดความสะดวกในการใช้แขนลดน้อยลงเท่านั้น หาทำให้ผู้เสียหายประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เสียเลยทีเดียวไม่จึงถือไม่ได้ว่าผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (8).
- ฎีกาที่ 1296/2530
ประมวลรัษฎากรได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้วว่า เมื่อลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระค่าภาษี จะต้องรับผิดเสียเงินเพิ่ม ฉะนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกเก็บดอกเบี้ยจากค่าภาษีที่ค้างชำระอีก จำเลยอ้างว่ามิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ แม้จะใช้แบบพิมพ์คำร้องมิได้ใช้แบบพิมพ์อุทธรณ์ซึ่งเป็นการไม่ถูกต้อง แต่เมื่อศาลชั้นต้นสั่งรับมาโดยมิได้สั่งให้ทำใหม่ ก็พออนุโลมว่าเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมายได้ พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากร ฯ มาตรา 25 ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ข้อเท็จจริงในคดีที่มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ปัญหาว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การหรือไม่ สินค้าที่นำเข้ามีราคาที่แท้จริงเป็นจำนวนเท่าใด เป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ค่าภาษีอากรพร้อมด้วยเงินเพิ่มจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ประเด็นแห่งคดีที่ศาลจะต้องวินิจฉัยชี้ขาดมีเพียงว่าข้ออ้างของโจทก์ตามที่กล่าวในฟ้องนั้นมีมูล …
- ฎีกาที่ 1299/2530
จำเลยเป็นผู้มีชื่อในโฉนดแต่เพียงผู้เดียว ตามคำร้องของผู้ร้องที่อ้างว่าได้จดทะเบียนที่ดินให้จำเลยถือกรรมสิทธิ์แทนนั้น เป็นเรื่องระหว่างผู้ร้องกับจำเลย ไม่ปรากฏว่าโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกรู้เห็นด้วย ทั้งคำร้องมิได้กล่าวว่าโจทก์กระทำการโดยไม่สุจริต ต้องถือว่าโจทก์รับจำนองไว้โดยสุจริต เมื่อโจทก์เสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนโดยสุจริตนิติกรรมจำนองระหว่าง โจทก์จำเลย จึงมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายโจทก์มีสิทธิบังคับจำนองได้ ผู้ร้องจะขอกันส่วนของตนจากเงินที่ขายทอดตลาดที่ดินจากการบังคับจำนองหาได้ไม่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของผู้ร้องโดยไม่ไต่สวน จึงชอบแล้ว
- ฎีกาที่ 1299/2530
จำเลยเป็นผู้มีชื่อในโฉนดแต่เพียงผู้เดียว ตามคำร้องของผู้ร้องที่อ้างว่าได้จดทะเบียนที่ดินให้จำเลยถือกรรมสิทธิ์แทนนั้น เป็นเรื่องระหว่างผู้ร้องกับจำเลย ไม่ปรากฏว่าโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกรู้เห็นด้วย ทั้งคำร้องมิได้กล่าวว่าโจทก์กระทำการโดยไม่สุจริต ต้องถือว่าโจทก์รับจำนองไว้โดยสุจริต เมื่อโจทก์เสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนโดยสุจริตนิติกรรมจำนองระหว่าง โจทก์จำเลย จึงมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายโจทก์มีสิทธิบังคับจำนองได้ ผู้ร้องจะขอกันส่วนของตนจากเงินที่ขายทอดตลาดที่ดินจากการบังคับจำนองหาได้ไม่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของผู้ร้องโดยไม่ไต่สวน จึงชอบแล้ว
- ฎีกาที่ 13/2530
คำเตือนเรื่องขาดงานที่นายจ้างเคยตักเตือนลูกจ้างก่อนการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานครั้งเกิดเหตุอันเป็นมูลเลิกจ้างนานเกือบ 4 ปี ถือว่าเป็นระยะเวลาเนิ่นนานเกินสมควรและสิ้นผลแล้ว.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)