ปี พ.ศ.: 2530
3,362 รายการ · หน้า 10 จาก 169
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:13/2530
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องโดยวิธีปิดหมาย (อันดับ 89) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 350,000 บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 15กุมภาพันธ์ 2526 เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยที่ 1 จะชำระเงินให้โจทก์เสร็จ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 26,250 บาท ฯลฯ จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา(อันดับ 87,85) จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 86) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ แต่จำเลยที่ 1 ไม่วางหลักประกันตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำร้องของโจทก์แล้ว(อันดับ 67,75 แผ่นที่ 2,77) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1304/2530
การกระทำที่จะเป็นความผิดฐานไม่ยื่นรายการค่าใช้จ่ายตามมาตรา 87 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 หมายถึงผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ยื่นรายการค่าใช้จ่ายต่อผู้ว่าราชการจังหวัดที่ตนสมัครรับเลือกตั้งภายในกำหนด 3 เดือนหลังจากวันประกาศผลการเลือกตั้ง หาได้หมายถึงการยื่นรายการค่าใช้จ่ายโดยหลักฐานการจ่ายเงินไม่ครบถ้วนถูกต้องไม่ เมื่อจำเลยยื่นรายการค่าใช้จ่ายต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว แม้จำเลยไม่ได้ยื่นหลักฐานการจ่ายเงินค่าใช้จ่ายดังกล่าวก็ไม่มีความผิดตามมาตรานี้.(ที่มา-ส่งเสริม)
- ฎีกาที่ 1306/2530
ส.เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัดฮ.จึงต้องรับผิดในหนี้ของห้างหุ้นส่วนดังกล่าวโดยไม่จำกัดจำนวนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1077(2) เมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดฮ.ผิดนัดชำระหนี้ภาษีอากรค้างแก่จำเลยจำเลยย่อมมีสิทธิเรียกให้ ส.ชำระหนี้ดังกล่าวได้ตามมาตรา1070 ประกอบด้วยมาตรา 1080 แม้ห้างหุ้นส่วนจำกัดฮ.ต้องเลิกกันโดยผลของกฎหมายเนื่องจาก ส.ตายแล้วก็ตาม ทรัพย์สินกองมรดกของ ส.ก็ต้องตกเป็นทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 วรรคสอง.
- ฎีกาที่ 1306/2530
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฮ.มีส. เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและเป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดเพียงคนเดียว ปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด ฮ. มีหนี้ภาษีอากรค้างซึ่งจะต้องชำระแก่จำเลยแต่ห้างฯ ไม่ยอมชำระ ถือได้ว่าเป็นการผิดนัด ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา1070 ประกอบด้วยมาตรา 1080 บัญญัติให้เจ้าหนี้ของห้างหุ้นส่วนชอบที่จะเรียกให้ชำระเอาแต่หุ้นส่วนผู้จัดการได้ เมื่อห้างฯ ดังกล่าวเป็นอันเลิกไปโดยผลของกฎหมายเพราะ ส.ตายส. จึงต้องรับผิดในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนนั้นอย่างไม่จำกัดจำนวนตาม ป.พ.พ.มาตรา 1077(2) ซึ่งย่อมรวมถึงหนี้ภาษีอากรค้างด้วย ทรัพย์สินกองมรดกของ ส. จึงตก เป็นทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรตาม ป.รัษฎากร มาตรา 12 วรรคสอง จำเลยจึงชอบที่จะยึดทรัพย์สินดังกล่าวของ ส. เพื่อบังคับชำระหนี้ภาษีอากรค้างได้.
- ฎีกาที่ 1306/2530
ส.เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัด ฮ.จึงต้องรับผิดในหนี้ของห้างหุ้นส่วนดังกล่าวโดยไม่จำกัดจำนวนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1077 (2) เมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดฮ.ผิดนัดชำระหนี้ภาษีอากรค้างแก่จำเลย จำเลยย่อมมีสิทธิเรียกให้ ส.ชำระหนี้ดังกล่าวได้ตามมาตรา1070 ประกอบด้วยมาตรา 1080 แม้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฮ.ต้องเลิกกันโดยผลของกฎหมายเนื่องจาก ส.ตายแล้วก็ตาม ทรัพย์สินกองมรดกของ ส.ก็ต้องตกเป็นทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 วรรคสอง.
- ฎีกาที่ 1308/2530
การกระทำของลูกจ้างเป็นความผิดต่อข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งของนายจ้างหรือไม่ ย่อมพิจารณาจากข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งของนายจ้างเป็นเบื้องต้น และเมื่อได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแล้วการกระทำนั้นจะเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ต้องพิจารณาตามข้อ47(3) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานประกอบอีกชั้นหนึ่ง.
- ฎีกาที่ 1308/2530
การกระทำของลูกจ้างเป็นความผิดต่อข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งของนายจ้างหรือไม่ ย่อมพิจารณาจากข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งของนายจ้างเป็นเบื้องต้น และเมื่อได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแล้ว การกระทำนั้นจะเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ต้องพิจารณาตามข้อ 47(3) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานประกอบอีกชั้นหนึ่ง.
- ฎีกาที่ 1309/2530
เบี้ยประชุมถือไม่ได้ว่าเป็นค่าจ้างอันจะนำมาเป็นฐานเพื่อคำนวณค่าชดเชย โจทก์มิได้ใช้สิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีตามสิทธิของโจทก์โจทก์ออกจากงานเพราะเกษียณอายุ จำเลยต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์.(ที่มา-ส่งเสริม)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1314/2530
ความว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ระหว่างพิจารณา นางจำปี สินศุภฤกษ์ ผู้เสียหายขอเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ประกอบมาตรา 84 ให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 1 ฯลฯ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่างอุทธรณ์ (อันดับ 95,99) ผู้ร้องยื่นคำร้องขอประกันตัวจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ โดยขอให้ถือเอาหลักทรัพย์ที่ผู้ร้องยื่นไว้เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2529 เป็นหลักทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์ด้วยศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง ของจำเลยที่ 1(อันดับ 106) ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 110) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราว โดยมีผู้ร้องเป็นผู้ประกัน ในราคาประกัน 250,000 บาท (อันดับ 7,12) คำสั่ง ได้พิเคราะห์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1315/2530
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงว่า ไม่ติดใจคัดค้าน ฯลฯ (อันดับ 73) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 179,075.06 บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่23 พฤษภาคม 2526 จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 69,68) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา
- ฎีกาที่ 1316/2530
เมื่อโจทก์ยื่นฟ้อง ผู้ประกันไม่สามารถส่งตัวจำเลยซึ่งได้ประกันตัวไปในชั้นฝากขังต่อศาลได้ ศาลชั้นต้นสั่งปรับเต็มตามสัญญาประกัน หลังจากนั้นผู้ประกันสามารถติดตามตัวจำเลยโดยนำเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมจำเลยมาส่งศาลได้เพราะความพยายามขวนขวายของผู้ประกัน ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการติดตามเป็นจำนวนไม่น้อย ทั้งความผิดของจำเลยเป็นความผิดเล็กน้อย ดังนี้ศาลฎีกาย่อมยกเป็นเหตุลดค่าปรับให้ผู้ประกันได้.
- ฎีกาที่ 1316/2530
เมื่อโจทก์ยื่นฟ้อง ผู้ประกันไม่สามารถส่งตัวจำเลยซึ่งได้ประกันตัวไปในชั้นฝากขังต่อศาลได้ ศาลชั้นต้นสั่งปรับเต็มตามสัญญาประกัน หลังจากนั้นผู้ประกันสามารถติดตามตัวจำเลยโดยนำเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมจำเลยมาส่งศาลได้เพราะความพยายามขวนขวายของผู้ประกัน ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการติดตามเป็นจำนวนไม่น้อย ทั้งความผิดของจำเลยเป็นความผิดเล็กน้อย ดังนี้ศาลฎีกาย่อมยกเป็นเหตุลดค่าปรับให้ผู้ประกันได้.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1316/2530
ความว่า จำเลยที่ 4 ที่ 5 ฎีกา มีมูลที่จะชนะคดีโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน ฯลฯ (อันดับ 83) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินส่วนหนึ่งของโฉนดที่ดินเลขที่ 2521 และ 13981 ตำบลสีกัน (บ้านใหม่)อำเภอบางเขน (ตลาดขวัญ) จังหวัดพระนคร เนื้อที่ประมาณ150 ตารางวาให้โจทก์ หากไม่ยอมโอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากโอนไม่ได้ให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้เงินจำนวน 112,500 บาทให้โจทก์กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินดังกล่าว นับตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2527เป็นต้นไปจนกว่าชำระเงินให้โจทก์เสร็จสิ้นแต่ดอกเบี้ยก่อนฟ้องต้องไม่เกิน 5,250 บาท จำเลยที่ 4 ที่ 5 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 75,74) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ แต่จำเลยที่ 4 ที่ 5ไม่วางหลักประกันตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด (อันดับ 60,63) คำสั่ง ถ้าจำเลยที่ 4 หรือที่ 5 คนใดคนหนึ่งหรือร่วมก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1317/2530
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 30,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 273 จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้เป็นเวลา 3 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษและไม่ปรับนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 26,25) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดี ไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1318/2530
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 จำคุก 1 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 126 แผ่นที่ 3 และแผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 60,000 บาท (อันดับ 84 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรที่จะได้ตรวจพิเคราะห์คำฟ้องฎีกาของจำเลยก่อน แต่ปรากฏว่าจำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุอันควรให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1319/2530
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 97) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป จำเลยฎีกาและยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 92,94) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1320/2530
ความว่า ผู้ร้องฎีกา มีทางชนะคดี โปรดมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน ฯลฯ (อันดับ 92) สืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับยึดที่ดิน 2 แปลงของจำเลยที่ 1 เพื่อขายทอดตลาด ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1แต่ที่ดินดังกล่าวเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้องโดยได้ซื้อมาก่อนที่จดทะเบียนสมรสกับนายสำราญ วีระพล ผู้ตาย ขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 82,83) ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้งดการขายหรือจำหน่ายทรัพย์พิพาทระหว่างอุทธรณ์ (อันดับ 75) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ให้งดการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์พิพาทไว้ในระหว่างฎีกา
- ฎีกาที่ 1321/2530
จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน ครั้นถึงวันนัดสืบพยานจำเลย ทนายจำเลยขอเลื่อนคดีอ้างว่าป่วยเป็นไข้หวัด ศาลอนุญาตให้เลื่อนคดีแต่กำชับไว้ว่านัดหน้าให้จำเลยนำพยานมาสืบ เมื่อถึงวันนัดสืบพยานครั้งต่อมา ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอีกอ้างเหตุว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 ติดกิจธุระสำคัญที่ต่างจังหวัด ไม่สามารถกลับมาทันเวลาศาลนัดได้โดยทนายจำเลยไม่สามารถแถลงให้ศาลทราบได้ว่าไปกิจธุระอะไรที่จังหวัดใด จำเลยยื่นบัญชีพยานระบุตัวจำเลยที่ 2 ที่ 3 กับพยานอื่นอีกหนึ่งปากเท่านั้น ทั้งศาลได้กำหนดวันนัดสืบพยานจำเลยไว้ล่วงหน้านานพอสมควรหากติดธุระจริง พยานจำเลยคนใดคนหนึ่งจะต้องมาศาลได้ ดังนี้ถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสามเป็นการประวิงคดี.
- ฎีกาที่ 1321/2530
จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน ครั้นถึงวันนัดสืบพยานจำเลย ทนายจำเลยขอเลื่อนคดีอ้างว่าป่วยเป็นไข้หวัด ศาลอนุญาตให้เลื่อนคดีแต่กำชับไว้ว่านัดหน้าให้จำเลยนำพยานมาสืบ เมื่อถึงวันนัดสืบพยานครั้งต่อมา ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอีกอ้างเหตุว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 ติดกิจธุระสำคัญที่ต่างจังหวัด ไม่สามารถกลับมาทันเวลาศาลนัดได้โดยทนายจำเลยไม่สามารถแถลงให้ศาลทราบได้ว่าไปกิจธุระอะไรที่จังหวัดใด จำเลยยื่นบัญชีพยานระบุตัวจำเลยที่ 2 ที่ 3 กับพยานอื่นอีกหนึ่งปากเท่านั้น ทั้งศาลได้กำหนดวันนัดสืบพยานจำเลยไว้ล่วงหน้านานพอสมควรหากติดธุระจริง พยานจำเลยคนใดคนหนึ่งจะต้องมาศาลได้ ดังนี้ถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสามเป็นการประวิงคดี.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1321/2530
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อกฎหมายขอให้ศาลวินิจฉัยรอการลงโทษแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3จำคุก 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 2 เดือน ฯลฯ รอการจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษแก่จำเลยนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั …