ปี พ.ศ.: 2531
3,444 รายการ · หน้า 12 จาก 173
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1207/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 เป็นความผิดกรรมเดียวต้องด้วยกฎหมายหลายบท ลงโทษตามบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291,90 จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยผู้ขอประกันได้แถลงในคำร้องประกอบว่าจะได้ให้จำเลยยื่นฎีกาภายในกำหนดต่อไป (สำนวนธุรการอันดับ 16 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 100,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 6แผ่นที่ 2) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1208/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,335,336 ทวิ,357 ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 จำคุก 2 ปี คำให้การชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยมีประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 25 แผ่นที่ 3 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นตีราคาค่าประกัน 100,000 บาท (อันดับ 4 แผ่นที่ 3) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นยังมิได้รับฎีกา จึงไม่มีเหตุที่จะปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกาให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1209/2531
ข้อความในบันทึกการร้องทุกข์ของโจทก์มีว่า '.....มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้สั่งจ่ายตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุดในชั้นนี้ขอรับเช็คคืนไปเก็บรักษาไว้เพื่อจะได้ติดต่อกับผู้สั่งจ่ายอีกทางหนึ่ง' ดังนี้เป็นการแจ้งความกล่าวหาโดยมีเจตนาให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ การขอรับเช็คคืนไปเพื่อติดต่อกับผู้สั่งจ่ายมิใช่เป็นข้อความที่แสดงว่ายังไม่มอบคดีให้ จึงเป็นคำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(7) แล้ว เมื่อโจทก์ร้องทุกข์ภายในกำหนด 3 เดือนนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน และโจทก์ฟ้องคดีภายในกำหนด 5 ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ.(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 5/2531)
- ฎีกาที่ 1209/2531
ข้อความในบันทึกการร้องทุกข์ของโจทก์มีว่า "...มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้สั่งจ่ายตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ในชั้นนี้ขอรับเช็คคืนไปเก็บรักษาไว้เพื่อจะได้ติดต่อกับผู้สั่งจ่ายอีกทางหนึ่ง" ดังนี้เป็นการแจ้งความกล่าวหาโดยมีเจตนาให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ การขอรับเช็คคืนไปเพื่อติดต่อกับผู้สั่งจ่ายมิใช่เป็นข้อความที่แสดงว่ายังไม่มอบคดีให้ จึงเป็นคำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 2(7) แล้ว เมื่อโจทก์ร้องทุกข์ภายในกำหนด 3 เดือนนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน และโจทก์ฟ้องคดีภายในกำหนด 5 ปีคดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
- ฎีกาที่ 1209/2531
ข้อความในบันทึกการร้องทุกข์ของโจทก์มีว่า ".....มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้สั่งจ่ายตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุดในชั้นนี้ขอรับเช็คคืนไปเก็บรักษาไว้เพื่อจะได้ติดต่อกับผู้สั่งจ่ายอีกทางหนึ่ง" ดังนี้เป็นการแจ้งความกล่าวหาโดยมีเจตนาให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ การขอรับเช็คคืนไปเพื่อติดต่อกับผู้สั่งจ่ายมิใช่เป็นข้อความที่แสดงว่ายังไม่มอบคดีให้ จึงเป็นคำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (7) แล้ว เมื่อโจทก์ร้องทุกข์ภายในกำหนด 3 เดือนนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน และโจทก์ฟ้องคดีภายในกำหนด 5 ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 5/2531)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1209/2531
ความว่า โจทก์ฎีกา แต่เนื่องจากจำเลยได้ถึงแก่ความตายแล้วผู้ร้องซึ่งเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นผู้จัดการมรดกของจำเลย มีความประสงค์ขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยผู้มรณะต่อไป โปรดอนุญาต หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 135แผ่นที่ 3) โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยพร้อมบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ไม่ให้เข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่อไป ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา (อันดับ 129) ผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 132) โดยศาลชั้นต้นได้สอบโจทก์แล้ว โจทก์แถลงไม่คัดค้าน ศาลชั้นต้นจึงให้รวบรวมสำนวนส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป (อันดับ 136) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้นางบุญเชิด เทียมรัตน์ ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนที่นายจุฬเทียมรัตน์ จำเลยผู้มรณะได้ตามขอ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:121/2531
ความว่า จำเลยฎีกา ฉบับลงวันที่ 14 มกราคม 2531 ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงไม่รับจำเลยเห็นว่าฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้นไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219และเห็นว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยยังเคลือบคลุมและให้เหตุผลไว้ยังไม่ชัดเจน จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 223 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341จำคุก 1 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 266,000 บาทแก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 101แผ่นที่ 8) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 102) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมิได้หลอกลวงผู้เสียหายพยานหลักฐานโจทก์รับฟังลงโทษจำเลยไ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1210/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา คดีมีทางชนะในชั้นที่สุดโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 172) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ 69,469 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2525 อันเป็นวันละเมิด จนกว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3 จะชำระเงินให้โจทก์ครบยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 168,167) จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์แต่จำเลยที่ 1 ไม่หาหลักประกันมาวางภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นจึงสั่งงดพิจารณาหลักประกันโดยให้ถือว่าศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยที่ 1(อันดับ 150,151) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1211/2531
ความว่า ผู้คัดค้านฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน และขอให้ห้ามผู้ร้องทั้งสองทำนิติกรรมใด ๆให้ผูกพันกับที่ดินพิพาทจนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา โปรดอนุญาต หมายเหตุ ผู้ร้องทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 105) ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 2419โดยการครอบครองปรปักษ์ ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้าน ศาลจึงให้ดำเนินคดีไปอย่างคดีมีข้อพิพาท ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดที่ 2419 ตำบลบางไทรอำเภอบางไทร(เสนาน้อย) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (กรุงเก่า)ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายสวิงตรีพงษ์ และนางทองห่อ ผู้ร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้คัดค้านฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 100,99) คำสั่ง คำร้องของผู้คัดค้านพอแปลได้ว่า ผู้คัดค้านขอคุ้มครองประโยชน์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 พิเคราะห์แล้วเห็นเป็นการสมควรจึงห้ามทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินโฉนดที่ 2419ตำบลบาง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1212/2531
ความว่า เนื่องจากคดีนี้จำเลยที่ 1 มิได้เป็นผู้กระทำความผิดแต่ถูกปรักปรำ ประกอบกับจำเลยที่ 1 มีฐานะยากจน ไม่มีหลักทรัพย์ที่จะยื่นประกันตัวต่อศาลได้ จึงทำให้ครอบครัวของจำเลยที่ 1ต้องได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะจำเลยที่ 1 มีภาระต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรและภรรยา โดยเฉพาะบุตรของจำเลยที่ 1นั้นยังเล็กและกำลังอยู่ในวัยเล่าเรียนเมื่อขาดผู้อุปการะส่งเสียจึงต้องหยุดพักการเรียน ส่วนภรรยาก็มีโรคประจำตัวไม่สามารถจะช่วยเหลือทั้งตนเองและบุตรได้ อีกทั้งญาติพี่น้องแต่ละคนก็ยากจนไม่สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลได้เช่นกัน จึงขอศาลฎีกาได้โปรดพิจารณาพิพากษาคดีให้สิ้นสุดโดยเร็วด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7)(12) วรรคสามและวรรคสี่ลงโทษจำคุกคนละ 8 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1213/2531
ความว่า เนื่องจากจำเลยที่ 7 ซื้อที่ดินพิพาทไว้โดยสุจริตและได้จำนองไว้กับ บริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด เป็นจำนวนเงิน27,000,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2524 โดยเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ดอกเบี้ยทบต้นทุกปี ต่อมาถูกโจทก์แกล้งฟ้องและได้ถ่วงเวลาทุกวิถีทาง เป็นเหตุให้จำเลยที่ 7 ทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทไม่ได้เลยเป็นเวลาถึง 7 ปีเศษแล้ว ขณะนี้จำเลยที่ 7ต้องเสียดอกเบี้ยเดือนละประมาณ 885,458 บาท โดยจำเลยที่ 7 มิได้กระทำผิดอะไรเลยและไม่มีทางที่จะไปเรียกร้องจากผู้ใด บัดนี้คดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกาประมาณ 1 ปีเศษแล้ว จำเลยที่ 7 ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสยิ่งกว่าจำเลยอื่น และเพื่อบรรเทาความเสียหายจึงขอศาลฎีกาได้โปรดดำเนินการพิจารณาคดีนี้ก่อนคดีอื่นด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างจำเลยที่ 4 กับจำเลยที่ 7 ที่ 8 เป็นโม …
- ฎีกาที่ 1214/2531
จำเลยเป็นเจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์และขายอะไหล่ รับซื้อหัวเทียนของกลางจำนวนมากในราคาที่ถูกกว่าราคาขายส่งในท้องตลาดจากคนแปลกหน้าโดยไม่มีใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐานในการซื้อขาย แล้วนำไปซุกซ่อนในชั้นที่สองของร้าน พฤติการณ์ดังกล่าวเชื่อได้ว่าจำเลยรับซื้อหัวเทียนของกลางโดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสอง.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1214/2531
ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้ จำเลยไม่ประสงค์จะฎีกาอีกต่อไป เนื่องจากจำเลยต้องการที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษในเดือนกรกฎาคม 2531 นี้ จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในฐานนี้ทั้งชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยฎีกา (อันดับ 46) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 49) คำสั่ง อนุญาตให้จำเลยถอนฎีกาได้ ให้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้จำเลยนับแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2531ซึ่งเป็นวันที่ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาจำหน่ายคดีจากสารบบความ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1215/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้จำเลยที่ 1ที่ 2 ไม่ติดใจที่จะยื่นฎีกาอีกต่อไป เพราะต้องการได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก จึงขอถอนฎีกา และขอให้คำสั่งศาลฎีกามีผลนับตั้งแต่วันยื่นคำร้องนี้ด้วย โปรดอนุญาต หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,6,10,12,14 ฯลฯจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2ไว้คนละ3 เดือน และจำคุกจำเลยที่ 3 ถึงที่ 10 ไว้คนละ 15 วันของกลางริบ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2คนละ 4 เดือน และไม่ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 ถึงที่ 10 แต่ให้ปรับจำเลยที่ 3 ถึงที่ 10 คนละ 2,000 บาท จำเลยที่ 1 ถึงที่ 10ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2คนละ 2 เดือน ปรับจำเลยที่ 3 ถึงที่ 10 คนละ 1,000 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1216/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 202/2530 นี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับอีกคดีหนึ่ง ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ฯลฯ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ประกอบด้วยมาตรา 80,83,84ลงโทษประหารชีวิต จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุกจำเลยที่ 1ตลอดชีวิต ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 ฯลฯนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น แต่ให้ขังจำเลยที่ 1 ไว้ในระหว่างฎีกา โจทก์และโจทก์ร่วมต่างฎีกา (อันดับ 281,280) จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 336แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) จำเลยที่ 1 เคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1217/2531
ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้จำเลยไม่ประสงค์จะฎีกาอีกต่อไป โดยจำเลยต้องการที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษในวันที่2 กรกฎาคม 2531 นี้ จึงขอถอนฎีกาและขอให้คำสั่งของศาลฎีกามีผลนับตั้งแต่วันยื่นคำร้องนี้ด้วย โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงท้ายคำร้องว่า ไม่คัดค้าน (อันดับ 68) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฯลฯ ความผิดกระทงแรก จำคุก 4 เดือนความผิดกระทงหลัง จำคุก 8 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง กระทงแรกจำคุก 2 เดือน กระทงหลังจำคุก 4 เดือน รวมจำคุก6 เดือน ฯลฯ จำเลยฎีกา (อันดับ 60) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 68) คำสั่ง อนุญาตให้จำเลยถอนฎีกาได้ ให้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้จำเลย นับแต่วันที่ 29 มิถุนายน2531 ซึ่งเป็นวันยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาจำหน่าย …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1218/2531
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะในชั้นฎีกา โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 127) โจทก์ฟ้องให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลย ขนย้ายทรัพย์สินครอบครัวและบริวารออกจากที่ดินโฉนดที่ 20082 ตำบลท่าทรายอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ของโจทก์ ให้ส่งมอบที่ดินให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย หากจำเลยไม่ยอมรื้อถอน ให้โจทก์มีสิทธิรื้อถอนเองโดยค่าใช้จ่ายของจำเลย กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน1,500 บาท และอีกเดือนละ 500 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินโจทก์ จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 20082 ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาครของโจทก์ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 600 บาท และอีกเดือนละ200 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1219/2531
ความว่า จำเลยฎีกา แต่บัดนี้จำเลยไม่ติดใจจะฎีกาอีกต่อไปจึงขอถอนฎีกา และขอให้ศาลออกหมายจำคุกจำเลยเด็ดขาดนับแต่วันที่ยื่นคำร้องนี้เป็นต้นไป โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 42) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4),157 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 6 เดือน ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 78,160จำคุก 2 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 8 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 เดือน ฯลฯ จำเลยฎีกา (อันดับ 30) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 42) คำสั่ง อนุญาตให้จำเลยถอนฎีกาได้ ให้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้จำเลย นับแต่วันที่ 29 มิถุนายน2531 ซึ่งเป็นวันยื่นคำร้องต่อศา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:122/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุก 1 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 266,000 บาทแก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 101 แผ่นที่ 8) จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 102,104,103) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาต (อันดับ 99 แผ่นที่ 3) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 78 แผ่นที่ 2) คำสั่ง ศาลมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยแล้ว จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1220/2531
ความว่า จำเลยได้ฎีกาคำพิพากษาคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ด้วยเหตุผลและข้อกฎหมายที่สมบูรณ์พอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยกลับคำสั่งศาลอุทธรณ์ได้ โปรดรอการอนุญาตให้โจทก์ถอนคืนเงินผลประโยชน์ที่โจทก์ได้วางศาลไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 531) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างเดือนละหนึ่งพันบาท ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2515 ไปจนกว่าจะสิ้นสุดสัญญาเช่าคือวันที่ 31 ธันวาคม 2518 หลังจากนี้แล้วสิทธิและหน้าที่ของโจทก์จำเลยจะมีต่อกันอย่างไรให้ไปว่ากล่าวกันเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหากคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 1,068,200 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยชำระเงินเดือนละ 11,600 บาท แก่โจทก์นับแต่วันฟ้องจนกว่าถึงวันที่โจทก์เข้าเก็บผลประโยชน์ในตลาดสดเองกับห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับตลาดสดของโจทก์ต่อ …