ปี พ.ศ.: 2531
3,444 รายการ · หน้า 20 จาก 173
- ฎีกาที่ 1345/2531
ขณะถูกจับกุมพร้อมของหนีภาษี จำเลยที่ 3 นั่งรถยนต์ไปกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 เป็นคนขับรถ ของหนีภาษีที่บรรทุกรถยนต์มามีเป็นจำนวนมากและเป็นสินค้าที่นำมาจากต่างประเทศ ของหนีภาษีบรรทุกรถยนต์มามีเป็นจำนวนมากและเป็นสินค้าที่นำมาจากต่างประเทศ ของบางส่วนเอาไว้ที่เบาะที่นั่งตอนหลังเห็นได้ชัดเจน เช่นนี้นับได้ว่าจำเลยที่ 3 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ช่วยซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับเอาไว้ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรตาม พระราชบัญญัติ ศุลกากร พุทธศักราช 2469 มาตรา27 ทวิ แล้ว พระราชบัญญัติ ศุลกากร พุทธศักราช 2469 มาตรา 27 ทวิ ให้ปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว ค่าปรับตามบทมาตราดังกล่าวหาได้หมายความรวมถึงภาษีการค้า ภาษีเทศบาลอันเป็นภาษีอากรฝ่ายสรรพากรด้วยไม่ การคิดคำนวนค่าปรับโดยนำภาษีการค้า ภาษีเทศบาล มารวมคำนวณด้วยจึงไม่ช …
- ฎีกาที่ 1348/2531
โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นยืนยันว่าจำเลยร่วมกระทำผิดกับส.ที่พยานโจทก์เบิกความว่าส.บอกว่าจำเลยเป็นผู้ร่วมวางแผนในการกระทำผิดด้วยนั้น เป็นเรื่องพยานโจทก์ได้รับคำบอกเล่าจากส.ผู้กระทำผิดร่วมกับจำเลยซัดทอดถึงจำเลย จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานเพื่อลงโทษจำเลยไม่ได้ ลำพังเพียงคำเบิกความของพนักงานสอบสวนที่เบิกความประกอบคำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยซึ่งจำเลยปฏิเสธในชั้นพิจารณาจะฟังลงโทษจำเลยว่าเป็นผู้กระทำความผิดหาได้ไม่
- ฎีกาที่ 1348/2531
โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นยืนยันว่าจำเลยร่วมกระทำผิดกับช. ที่พยานโจทก์เบิกความว่า ช. บอกว่าจำเลยเป็นผู้ร่วมวางแผนในการกระทำผิดด้วยนั้น เป็นเรื่องพยานโจทก์ได้รับคำบอกเล่าจาก ช. ผู้กระทำผิดร่วมกับจำเลยซัดทอดถึงจำเลย จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานเพื่อลงโทษจำเลยไม่ได้ ลำพังเพียงคำเบิกความของพนักงานสอบสวนที่เบิกความประกอบคำรับสารภาพขั้นสอบสวนของจำเลยซึ่งจำเลยปฏิเสธในชั้นพิจารณาจะยังลงโทษจำเลยว่าเป็นผู้กระทำความผิดหาได้ไม่
- ฎีกาที่ 135/2531
ก่อนที่ผู้เสียหายทั้งเก้าคนจะไปสมัครงานที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็ม.เอ็ม.พี พนักงานของห้างหุ้นส่วนดังกล่าวคนหนึ่งได้ไปชักชวนผู้เสียหายทั้งเก้าคนให้มาสมัครงานกับห้างหุ้นส่วน เมื่อผู้เสียหายทั้งเก้าคนมาพบจำเลยทั้งสองซึ่งทำงานอยู่ที่ห้างหุ้นส่วนนั้น ได้ร่วมกันชักชวนผู้เสียหายให้ไปทำงานต่างประเทศ อ้างว่างานดี ค่าจ้างดี ห้างหุ้นส่วนดังกล่าวมีความมั่นคงไม่หลอกลวง ทั้งจำเลยทั้งสองได้ทดสอบฝีมือผู้เสียหายทั้งเก้าคน พาไปตรวจโรคและทำหนังสือเดินทาง จำเลยทั้งสองได้รับค่าบริการจากผู้เสียหายคนละ 31,830 บาท พฤติการณ์แห่งคดีดังกล่าวส่อให้เห็นได้ว่า จำเลยทั้งสองกับพวกได้ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยต่างแบ่งหน้าที่กันทำ จึงเป็นความผิดฐานเป็นตัวการฉ้อโกงประชาชน จำเลยได้พูดชักชวนผู้เสียหายทั้งเก้าคนสมัครงานกับห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็ม.เอ็ม.พี โดยพูดชักชวนและเรียกค่าบริการจาก ฉ.บ.และถ. เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2526 ป. กับ ม. …
- ฎีกาที่ 1351/2531
ฟ้องโจทก์กล่าวว่า สินสมรสระหว่างนายห.และนางก.มีจำนวนเท่าใด ตกเป็นมรดกของนางก. 2 ใน 3 ส่วนคิดเป็นเงินเท่าใด ย่อมเป็นที่เข้าใจได้ชัดแจ้งว่า ส่วนที่ตกเป็นส่วนแบ่งของนายห.เท่ากับ 1 ใน 3 ส่วน และสามารถคำนวณออกมาเป็นจำนวนเงินได้โดยง่าย ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม สามีภรรยาก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5การแบ่งสินสมรสต้องบังคับตามกฎหมายลักษณะผัวเมียบทที่ 68ซึ่งกำหนดว่า ถ้าทั้งสองฝ่ายมีสินเดิมให้แบ่งสินสมรสเป็น 3 ส่วนชายได้ 2 ส่วน หญิงได้ 1 ส่วน
- ฎีกาที่ 1351/2531
ฟ้องโจทก์กล่าวว่า สินสมรสระหว่างนาย ห. และนาง ก. มีจำนวนเท่าใด ตกเป็นมรดกของนาง ก. 2 ใน 3 ส่วน คิดเป็นเงินเท่าใด ย่อมเป็นที่เข้าใจได้ชัดแจ้งว่า ส่วนที่ตกเป็นส่วนแบ่งของนาย ห. เท่ากับ 1 ใน 3 ส่วน และสามารถคำนวณออกมาเป็นเงินได้โดยง่าย ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม สามีภรรยาก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 การแบ่งสินสมรสต้องบังคับตามกฎหมายลักษณะผัวเมียบทที่ 68 ซึ่งกำหนดว่า ถ้าทั้งสองฝ่ายมีสินเดิมให้แบ่งสินสมรสเป็น 3 ส่วน ชายได้ 2 ส่วน หญิงได้ 1 ส่วน
- ฎีกาที่ 1353/2531
โจทก์ทำใบขอรับเงินจำนวนหนึ่งจากจำเลยโดยมีข้อความว่า ไม่ติดใจที่จะเรียกร้องเงิน สิทธิหรือประโยชน์อื่นใดจากจำเลยอีกเมื่อการทำใบขอรับเงินดังกล่าวได้กระทำหลังจากที่โจทก์พ้นสภาพการเป็นลูกจ้างของจำเลยไปแล้ว โจทก์ย่อมมีอิสระแก่ตน พ้นพันธกรณีและอำนาจบังคับบัญชาจากจำเลยโดยสิ้นเชิงการทำเอกสารสละสิทธิตามที่กล่าวข้างต้นจึงเป็นไปตามความสมัครใจโดยแท้จริงการสละสิทธิดังกล่าวมีผลใช้บังคับได้.
- ฎีกาที่ 1354/2531
เงินค่าล่วงเวลา และเงินค่าทำงานในวันหยุดนั้น มิใช่ค่าจ้างเพราะมิใช่เงินหรือเงินและสิ่งของที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานตามปกติของวันทำงานหรือจ่ายให้โดยคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ ฉะนั้นเงินค่าล่วงเวลาและเงินค่าทำงานในวันหยุดจึงมิใช่ค่าจ้างที่จะนำมารวมเป็นฐานคำนวณค่าชดเชยได้.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1361/2531
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามระมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่และจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งห้าได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 131,134) ระหว่างพิจารณา นางเหี่ยงเทพนู กับพวก ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 จำคุก 3 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ประกอบกับมาตรา 86 จำคุก 2 ปีคำรับสารภาพชั้นจับกุมของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง จึงลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลยที่ 1 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1362/2531
ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่ามีทรัพย์สินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ มิได้ยากจนตามคำร้อง จึงให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสาม หากจำเลยทั้งสามประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางภายใน 7 วัน จำเลยเห็นว่า ตามทางไต่สวนฟังได้ว่าจำเลยทั้งสามเป็นคนยากจนไม่มีเงินหรือทรัพย์สินที่จะขายเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ โปรดมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสามดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 288 แผ่นที่ 3) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยร่วมกันและแทนกันชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นเงิน 7,224,624.21 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 7,224,624.21 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้หรือชำระหนี้แก่โจทก์ไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 1ออกขายทอดตลาดเอาเงิน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1363/2531
ความว่า จำเลยทั้งสามได้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับคำร้องฎีกาอย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสาม อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามมีสาระเชื่อว่าศาลฎีกาจะพิจารณาพิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 286) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยร่วมกันและแทนกันชำระหนี้ให้แก่โจทก์ เป็นเงิน 7,224,624.21 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 7,224,624.21 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้หรือชำระหนี้แก่โจทก์ไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 1 ออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ หากยังไม่ครบให้ยึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 281 แผ่นที่ 2 แผ่นที่ 1) คำสั่ง คดียังไม่มีการสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสามไว้พิจ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1364/2531
ความว่า ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสาม ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าเท่าที่ไต่สวนมาพอวินิจฉัยคำร้องได้แล้ว พฤติการณ์ของจำเลยเป็นการประวิงคดีจึงให้งดการไต่สวน จำเลยทั้งสามเห็นว่า หากจำเลยทั้งสามมีโอกาสนำนายวิษณุนายเชี่ยวชาญ และตัวจำเลยทั้งสามเข้าสืบเป็นพยานสำคัญในการไต่สวนคำร้องอนาถาแล้ว จำเลยทั้งสามเชื่อว่า จะได้รับอนุญาตให้ยื่นฎีกาอย่างคนอนาถาได้ โปรดอนุญาตให้จำเลยทั้งสามนำพยานเข้าสืบต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 288 แผ่นที่ 3) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยร่วมกันและแทนกันชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นเงิน 7,224,624.21 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 7,224,624.21 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระหรือชำระแก่โจทก์ไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 1 ออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ หากยังไม่ครบให้ยึดทร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1365/2531
ความว่า โจทก์ได้ยื่นฎีกาไว้ แต่เนื่องจากฎีกาโจทก์ยังบกพร่องอยู่เพราะพิมพ์ผิดพลาดไปจึงขอแก้ไขฎีการายละเอียดปรากฎในคำร้อง ขอได้โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยส่งมอบตึกแถวห้องเลขที่ 53 ถนนดอนสนามตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา คืนให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อยให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างชำระ 3 เดือน เป็นเงิน 1,200 บาทและค่าเสียหายตั้งแต่เดือนกันยายน 2526 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน24,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และต่อไปอีกเดือนละ 12,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะส่งมอบตึกแถวดังกล่าวให้โจทก์ กับให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเช่า 1,200 บาท แก่โจทก์ส่วนคำขออื่นให้ยก และให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียม โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท แทนจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนาย …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1366-1367/2531
ความว่า ผู้ร้องทั้งสองฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฯ แถลงคัดค้าน(อันดับ 67) คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกนายอนันต์ฤทธิกุลผู้ร้องสำนวนแรกว่าผู้ร้องที่1นายวิรัตน์ ธรรมสฤษฎ์ ผู้ร้องสำนวนหลังว่า ผู้ร้องที่ 2 ผู้ร้องทั้งสองสำนวนยื่นคำร้องมีข้อความเกี่ยวพันกันว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีหนังสือที่ ยธ 0305/2475 ลงวันที่ 3เมษายน 2528 และหนังสือที่ ยธ 0305/2476 ลงวันที่ 3 เมษายน 2528 ยืนยันให้ผู้ร้องทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ดคอร์ทีนาหมายเลขทะเบียน 8ข-5047 แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หากส่งไม่ได้ให้ชำระราคา69,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ผิดนัด (14 มกราคม 2527) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จในต้นเงินดังกล่าว กับชำระค่าเสียหายเป็นรายเดือน ๆ ละ 2,663 บาทนับแต่เดือนธันวาคม 2526 จนกว่า …
- ฎีกาที่ 1367/2531
การที่จำเลยเอาหนังสือสัญญาจะซื้อขายที่ดินที่จำเลยทำไว้กับโจทก์ร่วมไปจากโจทก์ร่วมและนำไปใช้อายัดต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ห้ามทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินแปลงนั้นแม้หนังสือสัญญาจะซื้อขายฉบับดังกล่าวจะถูกยกเลิกไปแล้วโดยคู่สัญญาได้ทำสัญญาขึ้นใหม่แล้วก็ตามการกระทำของจำเลยก็ถือได้ว่าเป็นการเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นและทำให้โจทก์ร่วมได้รับความเสียหายแล้ว จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188
- ฎีกาที่ 1367/2531
การที่จำเลยเอาหนังสือสัญญาจะซื้อขายที่ดินที่จำเลยทำไว้กับโจทก์ร่วมไปจากโจทก์ร่วมและนำไปใช้อายัดต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ห้ามทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินแปลงนั้น แม้หนังสือสัญญาจะซื้อขายฉบับดังกล่าวจะถูกยกเลิกไปแล้ว โดยคู่สัญญาได้ทำสัญญาขึ้นใหม่แล้วก็ตาม การกระทำของจำเลยก็ถือได้ว่าเป็นการเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นและทำให้โจทก์ร่วมได้รับความเสียหายแล้ว จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2531
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1368/2531
ความว่า ด้วยตามที่จำเลยยื่นฎีกา และได้ขอโอกาสที่จะยื่นคำร้องเพิ่มเติมฎีกาไว้นั้น บัดนี้จำเลยขอเพิ่มเติมฎีกาดังรายละเอียดปรากฏตามคำร้องนี้ โปรดรับคำร้องขอเพิ่มเติมฎีกาไว้เพื่อประกอบการวินิจฉัยด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิฐานมีอาวุธปืนจำคุก 1 ปี และฐานพาอาวุธปืน จำคุก 6 เดือนรวมจำคุก 1 ปี6 เดือน คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 9 เดือนอาวุธปืนลูกซองปลอกกระสุนปืนลูกซองขนาด 20 และหมอนปิดปลอกกระสุนปืนของกลางให้ริบเสียทรัพย์ของกลางนอกจากนี้ให้คืนแก่เจ้าของข้อหาอื่นให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1369/2531
ความว่า จำเลยฎีกาและฟ้องแย้ง คดีมีทางชนะได้ในที่สุดโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 148) โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยชำระเงินจำนวน2,759,855.71 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17ต่อปีในต้นเงิน 1,907,169.95 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระแก่โจทก์ครบถ้วน จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 28,599.58 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับจากวันที่ 25 มิถุนายน 2523 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์โดยให้โจทก์ส่งมอบหุ้นบริษัทชลประทานซีเมนต์ จำกัด จำนวน400 หุ้น และหุ้นบริษัทรามาทาวเวอร์ จำกัด จำนวน 500 หุ้นให้แก่จำเลยคำขออื่นนอกจากนี้ตามฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลยให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน2,759,855.71 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดต่อปี …
- ฎีกาที่ 137/2531
จำเลยกับ ช.และม.ร่วมกันไปที่บ้านส.โดยจำเลยทราบดีว่าช.และ ม. ต้องการฆ่าผู้ตาย ช.และม.บังคับส. ให้ไปลวงผู้ตายมาที่บ้าน ส.จำเลยไปกับส. ด้วยโดยไม่ปรากฏว่าถูกขู่บังคับเมื่อผู้ตายมาที่บ้าน ส. แล้วจะกลับที่พักจำเลยถือตะเกียงเดินตามหลังผู้ตายไปเพื่อให้คนร้ายยิงผู้ตายไม่ผิดตัว การกระทำของจำเลยเข้าลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ จำเลยจึงเป็นตัวการในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน.(ที่มา-ส่งเสริม)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1370/2531
ความว่า จำเลยฎีกาและฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยส่วนฟ้องแย้งนั้นศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยจะมายื่นในชั้นฎีกาไม่ได้จึงไม่รับฟ้องแย้ง จำเลยเห็นว่า จำเลยได้ฟ้องแย้งโจทก์มาตั้งแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แล้วหาได้เพิ่งฟ้องแย้งมาในชั้นฎีกานี้ไม่คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฟ้องแย้งฎีกาของจำเลยจึงไม่ชอบโปรดมีคำสั่งให้รับฟ้องแย้งของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 145 แผ่นที่ 2) โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยชำระเงินจำนวน2,759,855.71 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ17 ต่อปี ในต้นเงิน 1,907,169.95 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระแก่โจทก์ครบถ้วน จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 28,599.58 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับจากวันที่ 25 มิถุนายน 2523 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จใ …