ปี พ.ศ.: 2531
3,444 รายการ · หน้า 21 จาก 173
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1371-1373/2531
ความว่า เนื่องด้วยนางตาบ โตรอด จำเลยที่ 2 ได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว และโจทก์ได้สืบทราบว่า จำเลยที่ 2 มีทายาทอยู่ 2 คนคือ นางหลาบจุ้ยจุ่นและนายสมควรเผ่าพันธ์ ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเดียวกันกับจำเลยที่ 2 และขณะนี้เป็นผู้ปกครองทรัพย์มรดกของจำเลยที่ 2 จึงขอศาลได้โปรดมีหมายเรียกบุคคลดังกล่าวเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ 2 ผู้มรณะต่อไปด้วย หมายเหตุ นางหลาบจุ้ยจุ่น แถลงคัดค้านว่ามิได้เป็นทายาทของจำเลยที่ 2 ส่วนนายสมควร เผ่าพันธ์ รับว่าเป็นทายาทและไม่คัดค้าน (อันดับ 76) คดีทั้งสามสำนวนนี้ โจทก์เป็นบุคคลรายเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกนางประเทืองไทยสวัสดิ์นางตาบโตรอดและนายสะโอฐ กลับดี เป็นจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3ตามลำดับ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 33,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี คิดจากเงินต้น 30,000 บาทนับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ ให้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1374-1376/2531
ความว่า โจทก์ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายจำเลยทั้งสามแถลงคัดค้าน (อันดับ 69) คดีทั้งสามสำนวนนี้ โจทก์เป็นบุคคลรายเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกนางประเทืองไทยสวัสดิ์นางตาบโตรอดและนายสะโอฐ กลับดี เป็นจำเลยที่ 1 ที่ 2และที่ 3 ตามลำดับ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 33,000 บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี คิดจากต้นเงิน 30,000 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงิน44,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี คิดจากต้นเงิน40,000 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 3 ชำระเงิน 22,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีคิดจากต้นเงิน 20,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสาม ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์คืนโฉ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1377-1379/2531
ความว่า เนื่องด้วยปรากฏว่า โจทก์และนายวินิจน้อยสถิตย์พยานโจทก์ เบิกความในคดีนี้เป็นเท็จหลายประการขัดกับที่ได้ให้การไว้ต่อพนักงานสอบสวนในคดีอาญาซึ่งจำเลยทั้งสามกับพวกเป็นผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับโจทก์ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนไว้ ดังปรากฏตามสำเนาสำนวนการสอบสวนซึ่งมีคำให้การของนางละเมียด เผ่าพันธ์และนายวินิจน้อยสถิตย์ ที่เสนอมาท้ายคำร้องนี้ ซึ่งจำเลยอ้างว่าไม่สามารถยกขึ้นอ้างในศาลชั้นต้นได้เนื่องจากพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ แต่จำเลยก็ได้ยื่นไว้ต่อศาลอุทธรณ์ด้วยแล้ว จึงขอศาลฎีกาได้โปรดรับเอกสารสำเนาสำนวนการสอบดังกล่าวไว้เพื่อประกอบการพิจารณาพิพากษาด้วย หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 68) คดีทั้งสามสำนวนนี้ โจทก์เป็นบุคคลรายเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกนางประเทืองไทยสวัสดิ์นางตาบโตรอดและนายสะโอฐ กลับดี เป็นจำเลยที่ 1 ที่ 2และที่ 3 ตามลำดับ ศาลชั้ …
- ฎีกาที่ 138/2531
แพทย์เบิกความว่าบาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับนอกจากจะพบหัวกระสุนปืนแล้วยังพบหมอนรองกระสุนปืนฝังอยู่ในบาดแผลด้วยแสดงว่าคนร้ายยิงผู้เสียหายในระยะใกล้ชิดมาก ซึ่งรับกับคำของผู้เสียหายว่าเห็นจำเลยเดินค่อมๆใช้มือไขว้หลังเดินมาทางด้านหลังผู้เสียหายแล้วใช้ปืนยิงห่างจากผู้เสียหายประมาณ1 เมตรเช่นนี้ คำเบิกความของผู้เสียหายรับฟังได้ เพราะหากมิได้ยิงในระยะใกล้หมอนรองกระสุนซึ่งมีน้ำหนักเบาคงไม่เข้าไปฝังอยู่ในบาดแผล จำเลยใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นซึ่งเป็นอาวุธที่ทำให้ถึงแก่ความตายได้ยิงผู้เสียหายในระยะกระชั้นชิด แม้กระสุนถูกขาผู้เสียหาย แต่ก็เนื่องจากผู้เสียหายระวังตัวอยู่ก่อนและหลบได้ทัน กระสุนจึงพลาดจากตัวไปถูกขา เช่นนี้ แสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า.(ที่มา-ส่งเสริม)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1380/2531
ความว่า ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของผู้ร้องทุกข้อเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง และคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,000 บาทจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกา ผู้ร้องเห็นว่า ฎีกาของผู้ร้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่แก้ไขใหม่สามารถใช้บังคับแก่คดีนี้ได้หรือไม่ และศาลชั้นต้นรับฟังพยานหลักฐานฝ่าฝืนต่อกฎหมายโดยนำเอาคำเบิกความของพยานในคดีเดิมมาประกอบการวินิจฉัยคดีร้องขัดทรัพย์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของผู้ร้องไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ผู้ร้องชำระค่าธรรมเนียมมา 100 บาท กรณีเป็นชั้นบังคับคดี คดีสืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดโทรทัศน์สียี่ห้อซิงเกอร์ ขนาด 18 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง และตู้เย็นยี่ห้อเฟรดเดอร์ขนาด5.5คิว จำนวน 1 เครื่อง ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลอ้างว่าทรัพย์ดังกล่าวมิใช่เป็นของจำเลย จึงขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด ศาลชั้นต้นพ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1381/2531
ความว่า ตามที่จำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกานั้น บัดนี้จำเลยไม่ประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป จึงขอถอนคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวดังกล่าวเสีย ขอได้โปรดอนุญาต หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267,84,91 ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปีรวมโทษจำคุก 3 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267,86,91 ให้เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ 8 เดือน รวมความผิด 3 กระทง จำคุก 2 ปี จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งศาลฎีกาพิจารณาสั่ง (อันดับ 79) ศาลฎีกาได้มีคำสั่งคำร้องที่ 1343 พ.ศ. 2531 ลงวันที่ 20กรกฎาคม พ.ศ. 2531 และอยู่ในระหว่างการจัดส่งไปให้ศาลชั้นต้นอ่านให้คู่ความฟัง จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 84) คำสั่ง อนุญาตให้จำเลยถอนคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวลงวันที่ 6กรกฎาคม 2531
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1382/2531
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายถิ้ง บุญแก้วผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต (อันดับ 21,34) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 83ให้จำคุกตลอดชีวิต ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยทั้งสองไว้ในระหว่างฎีกา จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 95 ถึง 99) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว โดยตีราคาประกันคนละสองแสนห้าหมื่นบาท (อันดับ 36) คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วยังไม่มีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1383/2531
คำเบิกความของพยานโจทก์ซึ่งเบิกความโดยที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านและคำให้การในชั้นสอบสวนของพยานนั้น แม้ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้ แต่ศาลอาจรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่น ๆ ที่โจทก์นำสืบได้.(ที่มา-ส่งเสริม)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1383/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 50,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,265,268,91 ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,268 ให้จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 8สำนวนธุรการ) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์โดยตีราคาประกัน 50,000 บาท (อันดับ 1 แผ่นที่ 7 สำนวนธุรการ) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และขณะนี้จำเลยยังมิไ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1384/2531
ความว่า คดีนี้ ผู้ร้องได้ยื่นขอประกันตัวจำเลยในระหว่างฎีกาบัดนี้ผู้ร้องไม่ประสงค์จะประกันตัวจำเลยนี้อีกต่อไป จึงขอถอนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวเสีย ขอได้โปรดอนุญาต หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91,335(7)(12),362,365 ฯลฯลงโทษฐานลักทรัพย์ จำคุก 1 ปี ฐานบุกรุกตามมาตรา 365 จำคุก6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน คำรับของจำเลยชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว จำคุก 1 ปีคำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงเหลือโทษจำคุก 8 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้อง (อันดับ 52) ศาลฎีกาได้มีค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1385/2531
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมายอันเป็นประเด็นสำคัญในคดีนี้ ซึ่งจำเลยมีทางชนะโจทก์ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน มายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 164) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ทั้งในส่วนที่ต้องคืนและส่วนที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายรวม 35,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 177 ตำบลบางบ่อ อำเภอบางเหี้ย (บางบ่อ)จังหวัดสมุทรปราการ เฉพาะในส่วนที่เป็นทรัพย์มรดกของนายฟุ้งสุดทัศสิน เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่เศษ ซึ่งจำเลยมีสิทธิรับมรดกหนึ่งในแปดส่วนให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่โอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย(ค่าปรับ)แก่โจทก์ 83,750 บาท จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 157,155) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยจำเลยได้นำเงินสดจำนวน 35,000 บาท มาวางเป็นประ …
- ฎีกาที่ 1386/2531
การที่จำเลยไม่อาจนำต้นฉบับเอกสารของทางราชการมาแสดง แต่มีสำเนาเอกสารซึ่งเจ้าพนักงานผู้รับผิดชอบมาเบิกความรับรองความมีอยู่และถูกต้องของเอกสารดังกล่าว จึงเพียงพอที่จะรับฟังเป็นหลักฐานให้เชื่อได้ว่าเจ้ามรดกได้จดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมจริง.(ที่มา-ส่งเสริม)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1386/2531
ความว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 172 แผ่นที่ 3) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ร่วมกันใช้เงินให้โจทก์ 26,876 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ166,165) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว หากจำเลยที่ 2 และที่ 3 หาหลักประกันสำหรับจำนวนเงินและดอกเบี้ยที่จะต้องชำระให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถึงวันฟังคำสั่งนี้และต่อไปอีก 1 ปี มาวางจนเป็นที่พอใจและภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1387/2531
ความว่า จำเลยฎีกา มีเหตุผลพอที่จะชนะคดีได้ โปรดมีคำสั่งให้งดหรือทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์และทนายผู้ร้องแถลงคัดค้าน (อันดับ 170) คดีสืบเนื่องจากศาลฎีกาพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์ทั้งสองแปลง ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง ต่อมานางสมหมายทูเกาะหรือสีม่วงหรือศรีม่วง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า โจทก์ถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา ผู้ร้องเป็นบุตรคนหนึ่งของโจทก์และเป็นทายาทของโจทก์ ขอให้ศาลสั่งให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ จำเลยแถลงคัดค้านว่าการฟ้องขับไล่เป็นสิทธิเฉพาะตัวของโจทก์ ผู้ร้องไม่มีอำนาจร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องเป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดกของโจทก์ สิทธิในการบังคับคดีมิใช่สิทธิเฉพาะตัวจึงตกทอดได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 ผู้ร้องในฐานะทายาทจึงมีสิทธิเข้าบังคับคดีนี้ต่อไปได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1388/2531
ความว่า จำเลยทั้งสองถูกศาลแพ่งมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในคดีล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงยื่นคำแถลงเข้ามาในคดีนี้ขอให้ศาลสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 25 ศาลชั้นต้นเห็นว่าศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดและโจทก์ก็ได้ไปยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ในคดีดังกล่าวแล้ว จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีจำเลยทั้งสองออกจากสารบบความเป็นการชั่วคราว โจทก์เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราวเป็นการขัดต่อกฎหมายเนื่องจากคดีนี้ได้ถึงที่สุดไปแล้ว โดยจำเลยทั้งสองทิ้งฎีกา ซึ่งศาลสามารถสั่งจำหน่ายคดีให้เสร็จเด็ดขาดได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 อีกทั้งคดีนี้ก็มิได้ค้างพิจารณาอยู่ในศาลใดศาลหนึ่ง อันจะทำให้ศาลต้องจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราวตามพระราชบัญญัติล้มละลายแต่อย่างใด จึงขอศาลฎีกาได้โปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลชั้นต้นเสีย และ …
- ฎีกาที่ 1389/2531
บริษัทจำเลยและสหภาพแรงงานฯ ซึ่งโจทก์เป็นสมาชิกอยู่ด้วยได้แจ้งข้อเรียกร้องเพื่อขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างต่อกันแม้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานได้ไกล่เกลี่ยแล้วก็ไม่สามารถตกลงกันได้ จำเลยได้เสนอข้อตกลงไปยังลูกจ้างโดยตรง ลูกจ้างจำนวน 623 คนเห็นด้วยจึงทำสัญญาตามข้อเสนอของจำเลยโจทก์และลูกจ้างประมาณ 90 คน ไม่เห็นด้วยและไม่ยอมทำสัญญาจำเลยย่อมมีสิทธิปิดงานบางส่วนได้โดยชอบและไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายให้โจทก์ในระหว่างปิดงาน การปิดงานตามความหมายของพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์มาตรา 5 มิได้บังคับว่านายจ้างต้องหยุดหรือปิดกิจการทั้งหมดและจะให้ลูกจ้างอื่นทำงานต่อไปไม่ได้ ฉะนั้น จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะดำเนินกิจการไปตามปกติหรือมีสิทธิให้พนักงานอื่นเข้าทำงานต่อไปได้
- ฎีกาที่ 1389/2531
บริษัทจำเลยและสหภาพแรงงานฯ ซึ่งโจทก์เป็นสมาชิกอยู่ด้วยได้แจ้งข้อเรียกร้องเพื่อขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างต่อกัน แม้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานได้ไกล่เกลี่ยแล้วก็ไม่สามารถตกลงกันได้ จำเลยได้เสนอข้อตกลงไปยังลูกจ้างโดยตรง ลูกจ้างจำนวน 623 คน เห็นด้วยจึงทำสัญญาตามข้อเสนอของจำเลย โจทก์และลูกจ้างประมาณ 90 คน ไม่เห็นด้วยและไม่ยอมทำสัญญา จำเลยย่อมมีสิทธิปิดงานบางส่วนได้โดยชอบและไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายให้โจทก์ในระหว่างปิดงาน การปิดงานตามความหมายของพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์มาตรา 5 มิได้บังคับว่านายจ้างต้องหยุดหรือปิดกิจการทั้งหมดและจะให้ลูกจ้างอื่นทำงานต่อไปไม่ได้ ฉะนั้น จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะดำเนินกิจการไปตามปกติหรือมีสิทธิให้พนักงานอื่นเข้าทำงานต่อไปได้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1389/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 20,62 ทวิ,69พระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528 มาตรา 10 ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 6 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 3 เดือน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่ไม่ปรากฏหลักฐานตามที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ส่งไปว่า จำเลยยื่นฎีกาแล้วหรืออย่างไรจึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1390/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้ยื่นบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณาผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335,80 ฯ ให้จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง,80 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 64 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นตีราคาค่าประกัน 80,000 บาท (อันดับ 51 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและปรากฏว่าจำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา เป็นเหตุให้ไม่อาจนำฎีกามาประกอบในการใช้ดุลพินิจว่ามีเหตุสมควรปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างนี้หรือไม่ จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1391/2531
ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาได้มีพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระชนมพรรษา 60 พรรษา พ.ศ. 2530 ใช้บังคับ มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ ฉบับนี้บัญญัติว่าให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ต้องโทษในกรณีความผิดต่าง ๆ ซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคมพ.ศ. 2530 และได้พ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ โดยให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดนั้น ๆปรากฏว่า ความผิดฐานมีเฮโรอีนที่โจทก์ถือเป็นเหตุขอให้เพิ่มโทษจำเลยนั้น จำเลยได้กระทำก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2530 และได้พ้นโทษไปแล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2526 ก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับดังนี้จึงเพิ่มโทษจำเลยไม่ได้