ปี พ.ศ.: 2531
3,444 รายการ · หน้า 31 จาก 173
- ฎีกาที่ 1644/2531
บันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุระบุว่าพบกองเศษกระจกห่างทางเท้าประมาณ 3 เมตร แม้เป็นเอกสารที่ทำขึ้นฝ่ายเดียว แต่เป็นหลักฐานที่เจ้าพนักงานตำรวจตรวจพบและบันทึกไว้ ดังนี้เป็นเอกสารที่รับฟังได้ การที่จำเลยลงชื่อในแผนที่เกิดเหตุเพราะพนักงานสอบสวนบอกว่าลงชื่อแล้วกลับบ้านได้ ไม่ได้หมายความว่า จำเลยถูกบังคับหรือหลอกลวง แต่เป็นการลงชื่อโดยความสมัครใจของจำเลยเอง เมื่อศาลเห็นไม่สมควรสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยก็ไม่จำต้องปรับบทตาม พระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 162 อีก.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
- ฎีกาที่ 1645/2531
แม้ผู้เสียหายจะยอมให้จำเลยร่วมประเวณีซึ่งถือไม่ได้ว่า เป็นการข่มขืนกระทำชำเราก็ตาม แต่การที่จำเลยพาผู้เสียหาย ซึ่งมีอายุยังไม่เกิน 18 ปีไปเสียจากบิดามารดา ก็เป็นการล่วงละเมิดต่ออำนาจปกครองของบิดามารดา ขณะเกิดเหตุจำเลยอายุ 38 ปีและมีภริยาอยู่แล้ว ไม่ได้มีเจตนาจะเลี้ยงดูผู้เสียหายเป็นภริยาการกระทำของจำเลยจึงเป็นการพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคหนึ่ง แล้ว เมื่อการกระทำความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารเริ่มขึ้นตั้งแต่จำเลยพาผู้เสียหายขึ้นรถยนต์ที่ปากซอยหน้าบ้านในประเทศไทยแม้จำเลยจะไปร่วมประเวณีกับผู้เสียหายที่ประเทศญี่ปุ่นการกระทำของจำเลยส่วนหนึ่งก็ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยแล้วโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 5
- ฎีกาที่ 1645/2531
แม้ผู้เสียหายจะยอมให้จำเลยร่วมประเวณีซึ่งถือไม่ได้ว่าเป็นการข่มขืนกระทำชำเราก็ตาม แต่การที่จำเลยพาผู้เสียหายซึ่งมีอายุยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ก็เป็นการล่วงละเมิดต่ออำนาจปกครองของบิดามารดา ขณะเกิดเหตุจำเลยอายุ 38 ปี และมีภริยาอยู่แล้ว ไม่ได้มีเจตนาจะเลี้ยงดูผู้เสียหายเป็นภริยา การกระทำของจำเลยจึงเป็นการพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคหนึ่งแล้ว การกระทำความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคหนึ่ง เริ่มขึ้นตั้งแต่จำเลยพาผู้เสียหายขึ้นรถยนต์ที่ปากซอยหน้าบ้านในประเทศไทย แม้จำเลยจะไปร่วมประเวณีกับผู้เสียหายที่ประเทศญี่ปุ่น การกระทำของจำเลยส่วนหนึ่งก็ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 5
- ฎีกาที่ 1648/2531
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289,288,83ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,288 จึงมีผลเท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4)โดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์จึงฎีกาข้อหานี้ในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220
- ฎีกาที่ 1648/2531
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289, 288, 83 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 288 จึงมีผลเท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) โดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์จึงฎีกาข้อหานี้ในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220
- ฎีกาที่ 1649/2531
เมื่อเรือแล่นไปถึงกลางแม่น้ำ ล. เข้ารัดคอผู้เสียหายและเรียกเอาปืนจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ชักปืนลูกซองพกออกมาผู้เสียหายจับมือจำเลยที่ 1 เพื่อแย่งปืน จำเลยที่ 1 ก็ลั่นไกปืนแต่กระสุนไม่ถูกผู้ใด ล. ร้องหามีด บ. ก็ชักมีดออกมาแทงผู้เสียหายที่ชายโครงซ้าย ปลายมีดทะลุถึงช่องปอดและแทงในลักษณะเลือกแทง ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กับพวกมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย ก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 3 ซึ่งไม่พอใจผู้เสียหายออกไปพูดซุบซิบกับพวกแล้วส่งเงินให้ผู้เสียหายบอกให้ไปหาหญิงโสเภณีมาให้ ระหว่างเสียงปืนดังจำเลยที่ 3 ลงเรืออีกลำหนึ่งแล่นมาที่กลางแม่น้ำตรงที่เกิดเหตุร้องบอกกับจำเลยที่ 1 กับพวกว่าเอาให้ตาย พฤติการณ์ของจำเลยที่ 3 ถือได้ว่าจำเลยที่ 3 เป็นตัวการร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 กับพวก.(ที่มา-ส่งเสริม)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:165/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 1404/2529 นี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับอีกคดีหนึ่ง ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 แต่ผู้ตายมีส่วนทำให้จำเลยที่ 1กระทำความผิดเห็นควรลงโทษจำเลยที่ 1 สถานเบา จำคุก 15 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยที่ 1จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 142,141 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 132) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 1 ในระหว่างฎีกา ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1650/2531
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา295 จำคุก 8 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้เกิดอันตรายสาหัสตามมาตรา 297 จำคุก 2 ปี ดังนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ข้อหาพยายามฆ่าโดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 มิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงฐานพยายามฆ่า.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
- ฎีกาที่ 1653/2531
โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยกระทำทารุณโหดร้าย ตามที่โจทก์ร่วมฎีกา แม้จะได้ความว่าจำเลยกระทำการโดยมี ลักษณะดังกล่าวหรือไม่ก็ตาม ศาลก็จะลงโทษจำเลยมิได้เพราะ เป็นเรื่องนอกเหนือไปจากที่โจทก์ฟ้องและไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ ประสงค์ให้ลงโทษโจทก์ร่วมจึงฎีกาในข้อดังกล่าวไม่ได้
- ฎีกาที่ 1654/2531
คำเบิกความของพนักงานสอบสวนอาจรับฟังประกอบได้แต่เพียงว่าพนักงานสอบสวนทำการสืบสวนสอบสวนได้ความอย่างไร แต่ความจริงจะเป็นอย่างที่สืบสวนสอบสวนได้ความหรือไม่ โจทก์ต้องมีพยานมาเบิกความยืนยันต่อศาล.
- ฎีกาที่ 1659/2531
หนี้ที่ลูกจ้างมีข้อผูกพันจะต้องชำระให้นายจ้างตามข้อบังคับของนายจ้างจะต้องเป็นหนี้ที่ลูกจ้างมิได้โต้แย้งและจำนวนหนี้ต้องกำหนดไว้แน่นอน นายจ้างจึงจะมีสิทธิหักเงินบำเหน็จของลูกจ้างได้ ฉะนั้นเมื่อปรากฏว่าหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ที่ลูกจ้างปฏิเสธและเป็นหนี้ที่อยู่ในระหว่างพิจารณาคดีของศาล เช่นนี้ ถือไม่ได้ว่าเป็นหนี้ที่ลูกจ้างมีข้อผูกพันต้องชดใช้ให้นายจ้าง นายจ้างยังไม่มีสิทธิหักเงินบำเหน็จของลูกจ้างเพื่อชำระหนี้ดังกล่าว
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:166/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา มีทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ศาลฎีกาจะพิพากษากลับ หากจำเลยทั้งสองถูกบังคับคดีจะได้ความเสียหายมาก หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว ไม่แถลงคัดค้าน(อันดับ 127) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 3 ชำระเงินจำนวน 48,448 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่29 ธันวาคม 2525 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้เมื่อคำนวณดอกเบี้ยถึงวันฟ้องมิให้เกิน 2,080.60 บาท ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายในผลแห่งการละเมิดตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา ฯลฯให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 ที่ 4 จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ125,124) คำสั่ง ถ้าจำเลยที่ 1 ที่ 2 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมดอกเบี้ยนับถึงวันฟังคำสั่งนี้และต่อไปอีกมีกำหนด 2 ปีมาให้เป็นท …
- ฎีกาที่ 1661/2531
หนังสือรับรองของอธิบดีกรมอัยการที่จำเลยยื่นพร้อมฎีกาเป็นหลักฐานเช่นเดียวกับการที่อธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาถือได้ว่าเป็นการรับรองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 แล้ว โจทก์ก่อสร้างตลาดผิดจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตและยังก่อสร้าง ต่อไปโดยไม่ขอต่ออายุใบอนุญาต จำเลยซึ่งเป็นหัวหน้าเขตให้ โจทก์ปฏิบัติการให้ถูกต้อง โจทก์ก็เพิกเฉย การที่จำเลยใช้เครื่องขยายเสียงพูดกับคนงานของโจทก์บริเวณที่ทำการก่อสร้างว่า"งานบริษัทนี้ (หมายถึงบริษัทโจทก์) พวกคุณไม่ต้องมาทำอีกต่อไปแล้ว พวกคุณไม่ต้องมาอยู่คอยเพราะคอยแค่ไหนก็ไม่สามารถจะทำได้ พวกคุณไปทำงานที่อื่นได้แล้วบริษัทอื่นที่ดีกว่านี้ยังมีอีกมาบริษัทเลว ๆ อย่างนี้หากพวกคุณขืนอยู่คอยต่อไปพวกคุณก็อดตายขณะนี้ผู้จัดการบริษัทนี้ก็ได้หลบหนีไปแล้วและบริษัทนี้ก็ไม่มีใบอนุญาตด้วย" เป็นการกล่าวเพื่อชี้แจงให้คนงานทราบว่าการก่อสร้าง ผิดแบบแปลนและใบอน …
- ฎีกาที่ 1661/2531
โจทก์ก่อสร้างตลาดผิดจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตและยังก่อสร้างต่อไปโดยไม่ขอต่ออายุใบอนุญาต จำเลยซึ่งเป็นหัวหน้าเขตให้โจทก์ปฏิบัติการให้ถูกต้องโจทก์ก็เพิกเฉย การที่จำเลยใช้เครื่องขยายเสียงพูดกับคนงานของโจทก์บริเวณที่ทำการก่อสร้างว่า "งานบริษัทนี้ (หมายถึงบริษัทโจทก์) พวกคุณไม่ต้องมาทำอีกต่อไปแล้วพวกคุณไม่ต้องมาอยู่คอย เพราะคอยแค่ไหนก็ไม่สามารถจะทำได้ พวกคุณไปทำงานที่อื่นได้แล้ว บริษัทอื่นที่ดีกว่านี้ยังมีอีกมาก บริษัทเลว ๆ อย่างนี้หากพวกคุณขืนอยู่คอยต่อไปพวกคุณก็อดตาย ขณะนี้ผู้จัดการบริษัทนี้ก็ได้หลบหนีไปแล้วและบริษัทนี้ก็ไม่มีใบอนุญาตด้วย" เป็นการกล่าวเพื่อชี้แจงให้คนงานทราบว่าการก่อสร้างผิดแบบแปลนและใบอนุญาตหมดอายุ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายคนงานอาจมีความผิดด้วย ขอให้คนงานหยุดก่อสร้างและอย่ารอทำงานเพราะกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้องก็ต้องใช้เวลาหลายเดือน คำกล่าวเช่นนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตในฐ …
- ฎีกาที่ 1662/2531
จำเลยแย่งอาวุธปืนของกลางมาจากพวกของจำเลยซึ่งทะเลาะวิวาทกันและยึดถือไว้ชั่วขณะหนึ่งเพื่อบรรเทาเหตุการณ์ร้ายแรงซึ่งอาจเกิดขึ้น ดังนี้เป็นการยึดถือไว้ชั่วคราวจึงไม่ใช่มีอาวุธปืนของกลางไว้ในครอบครอง และจำเลยไม่ได้พาอาวุธปืนของกลางเคลื่อนที่ไป จึงไม่ใช่พาอาวุธปืนของกลางไปในที่สาธารณสถาน
- ฎีกาที่ 1663/2531
จำเลยที่ 1 นำเฮโรอีนมาให้ ว. โดยส่งผ่านจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 รับเฮโรอีนจากจำเลยที่ 1 แล้วส่งผ่านให้ ว. ทันที การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีน ส่วนการกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต.
- ฎีกาที่ 1663/2531
จำเลยที่ 1 นำเฮโรอีนมาให้ ว.โดยส่งผ่านจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 รับเฮโรอีนจากจำเลยที่ 1 แล้วส่งผ่านให้ ว.ทันทีการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีน ส่วนการกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต
- ฎีกาที่ 1663/2531
จำเลยที่ 1 นำเฮโรอีนมาให้ ว. โดยส่งผ่านจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 รับเฮโรอีนจากจำเลยที่ 1 แล้วส่งผ่านให้ ว. ทันที การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีน ส่วนการกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1666/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278,281,284,309,310 แต่การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทลงโทษตามมาตรา 284 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกคนละ 1 ปี และผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ ลงโทษตามมาตรา 7,72จำคุกคนละ 1 ปี ตามมาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ ปรับคนละ 1,000 บาท เรียงกระทงลงโทษคงจำคุกคนละ 2 ปี และปรับคนละ 1,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์ดำเนินการให้ศาลชั้นต้นสอบถามผู้เสียหายว่ายื่นคำแถลงขอถอนคำร้องทุกข์สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284หรือไม่ แล้วจึงพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1667/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 173) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยทั้งสองร่วมกันและแทนกันชดใช้เงินจำนวน 232,230 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 มกราคม 2524 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ (ค่าดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2524 ถึงวันฟ้องคิดให้ไม่เกิน 2,770 บาท) จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 169,170) จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยที่ 1 ได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกัน และได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 155,159) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมดอกเบี้ยเป็นเวลา 9 ปีนับแต่วันที่ 1 มกราคม 2524 มาวางต่อศาลชั้นต้นให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้น …