ปี พ.ศ.: 2531
3,444 รายการ · หน้า 32 จาก 173
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1668/2531
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ฯลฯ จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289,83 ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษประหารชีวิต ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ข้อหาความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289,83แต่ให้ขังจำเลยที่ 2 ไว้ในระหว่างฎีกา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 169,168) คำสั่ง พิเคราะห์ ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วไม่สมควรให้ปล่อยตัวจำเลยที่ 2 ในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1669/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30,82ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 3 ปี และปรับคนละ60,000 บาท จำเลยที่ 1 เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนจึงไม่รอการลงโทษให้ จำเลยทั้งสองได้ชำระเงินให้ผู้เสียหายเป็นที่พอใจและให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน และปรับคนละ 30,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกสำหรับจำเลยที่ 2เห็นสมควรรอไว้มีกำหนด 3 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 96,94) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 62) คำสั่ง คดีนี้ต้อ …
- ฎีกาที่ 167/2531
เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินภาษีอากรให้จำเลยชำระเพิ่มเติมจำเลยอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีหน้าที่ตรวจสอบคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และมีอำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลง ยกเลิก เพิกถอนคำสั่งนั้นได้ตามที่เห็นสมควร ดังนี้เมื่อยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ กรมสรรพากรโจทก์จึงไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้อง.
- ฎีกาที่ 167/2531
เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินภาษีอากรให้จำเลยชำระเพิ่มเติมจำเลยอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีหน้าที่ตรวจสอบคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และมีอำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลง ยกเลิก เพิกถอนคำสั่งนั้นได้ตามที่เห็นสมควร ดังนี้เมื่อยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ กรมสรรพากรโจทก์จึงไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้อง
- ฎีกาที่ 167/2531
เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินภาษีอากรให้จำเลยชำระเพิ่มเติมจำเลยอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีหน้าที่ตรวจสอบคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และมีอำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลง ยกเลิก เพิกถอนคำสั่งนั้นได้ตามที่เห็นสมควร ดังนี้เมื่อยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ กรมสรรพากรโจทก์จึงไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:167/2531
ความว่า จำเลยฎีกา มูลคดีมีทางที่จะชนะได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 110) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 60,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีนับแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2527จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 102,100) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยเป็นเวลา 5 ปี มาวางศาลจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1670/2531
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ส่วนข้อกฎหมายที่จำเลยยกขึ้นอ้างนั้นเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี ไม่รับฎีกาจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องของโจทก์หรือไม่ อันเป็นสาระแก่คดีของจำเลยโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 127) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 273 และมีความผิดฐานผลิตวัตถุมีพิษธรรมดา และวัตถุมีพิษร้ายแรงเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตและผลิตวัตถุมีพิษปลอมเพื่อการค้า ตามพระราชบัญญัติวัตถุมีพิษ พ.ศ. 2510 มาตรา 11,12,13 ตรี,13จัตวา,36,37,38 ตรี ฯลฯ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันเรียงกระทงลงโทษ ฐานปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1671/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอถือเอาหลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางยุพา ขวัญรอดภรรยาผู้ตายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 จำเลยอายุไม่เกิน 17 ปีลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75วางโทษจำคุก 10 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยอายุไม่เกิน 17 ปีลดมาตราส่วนโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ประกอบมาตรา 53จำคุก 25 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสามคงจำคุก 16 ปี8 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา (อันดับ 81) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 77 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1672/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 ลงโทษจำคุก 10 ปี ผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 ลงโทษฐานมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ลงโทษบทหนักฐานพกพาอาวุธปืนตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 11 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นแต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา ส่วนข้อหาเกี่ยวกับพระราชบัญญัติอาวุธปืนนั้น จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490มาตรา 7,8 ทวิ วรรคแรก,72 ทวิ วรรคสอง จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษจำคุก9 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา (อัน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1673/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147,91 ฯลฯ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรม ให้จำคุกกระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี คำรับของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสามคงจำคุก 6 ปี8 เดือน คำขออื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก จำเลยฎีกา (อันดับ 88) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 99,98) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาแล้วครั้งหนึ่งศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 97) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว โดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 65) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกันสามแสนบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1674/2531
ความว่า คดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา เนื่องจากโจทก์ที่ 66 ได้ถึงแก่กรรมปรากฏตามภาพถ่ายใบมรณบัตรท้ายคำร้องผู้ร้องเป็นมารดาและทายาทของโจทก์ที่ 66 มีความประสงค์ขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ที่ 66 ผู้มรณะ เพื่อดำเนินคดีแทนผู้มรณะต่อไปโปรดอนุญาต หมายเหตุ ศาลแรงงานกลางได้ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยที่ 1โดยวิธีปิดหมายให้จำเลยที่ 2 โดยวิธีปิดประกาศหน้าศาล(อันดับ 84 แผ่นที่ 2,86) ศาลแรงงานกลางพิพากษา ฯลฯ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันจ่ายเงินจำนวน 3,080 บาท แก่นายบุญลือ แทนศิริ โจทก์ที่ 66 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2529 อันเป็นวันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จ ฯลฯ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ต่างอุทธรณ์ (อันดับ 69,71) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 81) คำสั่ง อนุญาตให้ผู้ร้องเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ที่ 66 ผู้มรณะ
- ฎีกาที่ 1675/2531
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ผลิตและจำหน่ายสินค้าโดยลอกเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ แต่นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ผลิตและจำหน่ายสินค้าดังกล่าว และกลับปรากฏว่าจำเลยที่ 3 เป็นผู้รับรองคุณภาพสินค้าที่จำเลยที่ 2 นำไปให้รับรองเท่านั้น โจทก์จึงนำสืบไม่สมฟ้องจำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1675/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้ยื่นบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,291 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,78,157,160 ให้ลงโทษฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 5 ปี และลงโทษฐานไม่หยุดรถช่วยเหลือและไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก5ปี 1 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน 15 วันฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 21) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 12) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุที่จะปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1676/2531
ความว่า โจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่า โจทก์ไม่ยากจนและฎีกาของโจทก์ไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะฎีกา จึงให้ยกคำร้อง หากโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้โจทก์นำค่าธรรมเนียมมาเสียภายใน 15 วันโจทก์เห็นว่า ตามทางไต่สวน โจทก์เป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินอื่นเพียงพอที่จะจำนำ จำหน่าย หรือนำไปประกันเงินกู้ หรือมีญาติพี่น้องเพื่อนฝูงพอที่จะกู้ยืมมาเพื่อชำระค่าธรรมเนียมศาลได้ปัจจุบันโจทก์เป็นข้าราชการบำนาญ ได้รับบำนาญเพียงเดือนละ 863 บาท ไม่มีอาชีพและรายได้อื่นอีกอีกทั้งบ้านที่โจทก์พักอาศัยก็ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของโจทก์ ประกอบกับคำฟ้องฎีกาของโจทก์ก็มีเหตุผลอันสมควรที่จะฎีกาโปรดมีคำสั่งให้โจทก์ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาด้วย หมายเหตุ ทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 265 แผ่นที่ 3) จำเลยที่ 3 แถลงคัดค้าน (อันดับ 264) โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1677/2531
ความว่า เนื่องจากนายห่วงแพ่งจุ้ย ผู้ร้องได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2531 นางชิต มาอยู่ ซึ่งเป็นบุตรและเป็นทายาทของนายห่วงแพ่งจุ้ย ผู้ร้องผู้มรณะ มีความประสงค์ขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โปรดอนุญาต หมายเหตุ ทนายผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 106) ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ผู้ร้องครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ที่ดินส่วนใต้สุดของโฉนดตราจองที่3906 บ้านวัดโบสถ์ ตำบลวัดโบสถ์ อำเภอพรหมพิราม(ปัจจุบันอำเภอวัดโบสถ์) จังหวัดพิษณุโลก ตามอาณาเขตที่ปรากฏในแผนที่พิพาทหมายเลข 2 เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382ผู้คัดค้านที่ 3 ถึงที่ 5 ฎีกา (อันดับ 82) ศาลฎีกาทำค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1678/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48,73,74 ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฯลฯ ลงโทษฐานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 ปี และปรับ 25,000 บาท ฐานมีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครอง จำคุก 2 ปี และปรับ 25,000 บาท รวมจำคุก 4 ปีและปรับ 50,000 บาท จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี และปรับ 25,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษจำคุกให้จำเลยและไม่ลงโทษปรับจำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 45) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคา 300,000 บาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกัน แล …
- ฎีกาที่ 1679/2531
จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาในคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 20,000 บาทศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์เพราะเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงการที่จำเลยยื่นคำร้องโดยอ้างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 27 ขอให้ศาลอุทธรณ์เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นโดยอ้างว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายนั้น เนื้อแท้ของคำร้องก็คือการอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยตามมาตรา 234นั่นเอง เมื่อจำเลยไม่นำค่าฤชาธรรมเนียมและเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษา มาวางศาลภายในเวลาที่ศาลอุทธรณ์กำหนด ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า อุทธรณ์คำสั่งของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้องจึงชอบแล้ว
- ฎีกาที่ 1679/2531
จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาในคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 20,000 บาท ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์เพราะเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง การที่จำเลยยื่นคำร้องโดยอ้าง ป.วิ.พ. มาตรา 27 ขอให้ศาลอุทธรณ์เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นโดยอ้างว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายนั้นเนื้อแท้ของคำร้องก็คือการอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 นั่นเอง เมื่อจำเลยไม่นำค่าฤชาธรรมเนียมและเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษามาวางศาลภายในเวลาที่ศาลอุทธรณ์กำหนด ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง จึงชอบแล้ว
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1679/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32,33,83,91,251,252,264,265,268แต่ให้ลงโทษฐานใช้ดวงตราปลอมตามมาตรา 252 ซึ่งเป็นบทหนักตามอัตราโทษในมาตรา 251 ประกอบด้วยมาตรา 263 จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี ฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 17) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 7 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและจำเลยก็ยังไม่ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 168/2531
การที่โจทก์เจ็บป่วยไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่การงานได้ตามปกติเป็นเหตุที่เกิดขึ้นตามสภาพของร่างกายโดยธรรมชาติมิใช่เกิดจากการกระทำของโจทก์ แม้ระเบียบของธนาคารจำเลยจะให้อำนาจจำเลยสั่งให้โจทก์ออกจากงาน หรือสัญญาของผู้เข้าทำงานซึ่งโจทก์ทำกับจำเลยให้อำนาจจำเลยที่จะถอนโจทก์ออกจากงานได้ก็ตาม ก็เป็นเพียงข้อกำหนดให้จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้เท่านั้น ดังนั้นจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์กระทำฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับหรือสัญญา จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ เงินทุนเลี้ยงชีพประเภทสาม (บำนาญ) ซึ่งจำเลยจ่ายให้โจทก์เป็นรายเดือนนั้น เป็นเงินที่มีวิธีการจ่ายและจำนวนเงินที่จ่ายแตกต่างไปจากค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 จึงเป็นเงินประเภทอื่น ไม่ใช่เป็นเงินประเภทเดียวกับค่าชดเชย.(ที่มา-ส่งเสริม)