ปี พ.ศ.: 2531
3,444 รายการ · หน้า 34 จาก 173
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:169/2531
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,000 บาท จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 แม้จะอ้างว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาเองแต่ศาลอุทธรณ์ไม่หยิบยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยเป็นการไม่ชอบ การบอกเลิกสัญญาของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยหยิบยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นฎีกาได้ ฎีกาของจำเลยเป็นสาระแก่คดีควรที่ศาลสูงจะได้วินิจฉัย ไม่ต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 28,000 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วั …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1691-1692/2531
วามว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา คดีมีทางชนะในชั้นฎีกา โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 500) คดีทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 และเรียกโจทก์ในสำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 5 ส่วนที่จำเลยทั้งสองสำนวนเป็นคู่ความรายเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์สำนวนแรก เป็นเงิน 152,300 บาท แก่โจทก์สำนวนหลังเป็นเงิน 159,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ สำหรับฟ้องของโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ให้ยกเสีย ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ที่ 2 ถึงแก่กรรมนายสุชาติลอยวิรัช ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1และที่ 3 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1693-1694/2531
ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา มีทางชนะคดีในชั้นที่สุด โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 500) คดีทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 และเรียกโจทก์ในสำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 5 ส่วนจำเลยทั้งสองสำนวนเป็นคู่ความรายเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์สำนวนแรก เป็นเงิน 152,300 บาท แก่โจทก์สำนวนหลังเป็นเงิน 159,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ สำหรับฟ้องของโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ให้ยกเสีย ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ที่ 2 ถึงแก่กรรมนายสุชาติลอยวิรัช ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1และที่ 3 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจ …
- ฎีกาที่ 1695/2531
กองมรดกซึ่งไม่มีทายาทนั้น แม้มรดกจะตกทอดแก่แผ่นดินแผ่นดิน ก็มิใช่ทายาท เจ้าหนี้ไม่อาจบังคับชำระหนี้จนกว่าจะได้ตั้งผู้จัดการมรดกขึ้น และหากไม่มีผู้จัดการมรดกอยู่ตราบใด เจ้าหนี้ก็ไม่มีทางได้รับชำระหนี้ได้เลย การที่เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้จากกองมรดกขึ้นอยู่กับการที่กองมรดกมีผู้จัดการมรดก ในกรณีเช่นนี้ จึงต้องถือว่าเจ้าหนี้เป็นผู้มีส่วนได้เสียและมีสิทธิร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1695/2531
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ในข้อหาร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยมีและใช้อาวุธปืน และร่วมกันฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาเมื่อนำมาปรับบทกฎหมายแล้วจะเป็นความผิดตามบทกฎหมายมาตรานั้น ๆ หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288,371 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน จึงให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1696/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา เชื่อว่าศาลฎีกาอาจเปลี่ยนแปลงคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์และผู้ซื้อทรัพย์แถลงคัดค้าน (อันดับ 133,135) กรณีเป็นชั้นบังคับคดี สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2529 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินที่ ตำบลนิคมลำนารายณ์อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินของจำเลยที่ 1 และที่ 2 รวม 8 แปลง เพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์ และศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งอนุญาตให้ขายที่ดินทั้งแปดแปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวแก่นางสาวปราณีตเตชะเสริมสุขกุลผู้เสนอราคาสูงสุดเป็นเงินรวม 1,255,000 บาท ในวันเดียวกันเวลา14.20 นาฬิกา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าราคาการประมูลครั้งนี้ยังต่ำกว่าราคาในท้องตลาด จำเลยที่ 1 ได้ติดต่อกับผู้มาซื้ออาจให้ราคาสูงกว่านี้มาก ขอให้ยกเลิกการขายทอดตลาดดังกล่า …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1698/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 87แผ่นที่ 2) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยในฐานะทายาทของนายประเสริฐ วีรยางกูร และในฐานะส่วนตัว ไปจดทะเบียนเพิกถอนการจดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 2912 ตำบลบางเดื่ออำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ที่นายประเสริฐ วีรยางกูรกับจำเลยไปจดทะเบียนไว้ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือว่าคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 83,84) จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 71) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา ห้ามทำนิติกรรมใด ๆเกี่ยวกับที่ดินพิพาท ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1699/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอถือเอาหลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกันต่อไป หมายเหตุ ระหว่างการพิจารณา นางจำปี สินศุภฤกษ์ ผู้เสียหายขอเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 ประกอบมาตรา 84 ให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 1 ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 แต่ให้ขังจำเลยที่ 1 ไว้ในระหว่างฎีกา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของจำเลยที่ 1และของผู้ขอประกัน (อันดับ 155,153,154) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราว โดยตีราคาประกัน250,000 บาท (อันดับ 7) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 1 ในระหว่างฎีกา ตีราคาประกันสามแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:170/2531
ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า อำนาจในการสั่งทุเลาการบังคับหรือไม่ อยู่ที่ศาลอุทธรณ์และเป็นอำนาจเฉพาะศาล เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเรื่องนี้อย่างไรแล้วคู่ความฎีกาไม่ได้ จึงสั่งไม่รับฎีกา จำเลยที่ 3 เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยที่ 3อุทธรณ์อย่างคนอนาถา การที่ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับโดยให้จำเลยที่ 3 หาหลักประกันมาวางต่อศาล จึงหาได้เป็นไปตามเจตนารมย์แห่งกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 156 ไม่ อีกทั้งก็มิใช่เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับแต่อย่างใด คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาคำสั่งของจำเลยที่ 3 จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาคำสั่งของจำเลยที่ 3 ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 6) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชำระเงินตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจำนวน 250,242.44 บาท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1700/2531
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะโจทก์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 134) กรณีเป็นชั้นบังคับคดี คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระเงิน 518,045.14 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2526เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จ โดยจำเลยจะชำระหนี้ทั้งหมดให้แก่โจทก์ภายใน 2 เดือน หากผิดนัดให้โจทก์บังคับคดีได้ทันทีจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ดังกล่าว โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยรวม 5 แปลง คือที่ดินโฉนดเลขที่ 35440 ถึง35444 ตำบลบ้านแพ้วอำเภอบ้านแพ้ว(ตลาดใหม่) จังหวัดสมุทรสาคร ขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวมาแล้ว 13 ครั้งมีผู้เข้าสู้ราคา 2 ครั้ง ต่อมาได้ประกาศขายทอดตลาดอีกในวันที่9 ตุลาคม 2529 เป็นครั้งที่ 14 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1701/2531
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 108) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน58,425 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยของต้นเงิน 57,000 บาท ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (27 กรกฎาคม 2527) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 104,103) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 หรือที่ 2 คนใดคนหนึ่งหรือร่วมกันหาประกันมาให้พอกับหนี้ที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จนเป็นที่พอใจของศาลชั้นต้นภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1702/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลห้ามโจทก์พร้อมบริวารเข้ามายุ่งเกี่ยวในที่ดินพิพาทอีกต่อไปจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ให้โจทก์นำเงินจำนวน 4,554 บาท มาชำระไว้ในสำนวนนี้เพื่อเบิกจ่ายให้คู่ความที่ชนะคดีต่อไป และระหว่างนี้จำเลยขอรับเป็นผู้ทำประโยชน์กรีดยางพาราโดยจะนำเงินจำนวน 4,554 บาท มาชำระไว้ในสำนวนนี้ทุกเดือนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 153) จำเลยชำระค่าคำร้องมา 20 บาท ระหว่างพิจารณา นางฉอ้อน ช่วยบำรุง ร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมศาลอนุญาต โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทตามแผนที่ท้ายฟ้องเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้ามาเกี่ยวข้อง ขอให้ศาลถอนชื่อจำเลยออกเสียจากใบเหยียบย่ำ และ ส.ค.1 เลขที่ 113 ของที่ดินพิพาทรายนี้ แล้วใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินในใบเหยียบย่ำและ ส.ค.1ดังกล่าว ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จทก์ฎีกา (อันดับ 148) จำเลยยื่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1703/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ฎีกา คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา บัดนี้จำเลยที่ 4 ถูกจำคุกมากว่า 5 ปี 3 เดือนแล้ว ขอได้โปรดเร่งรัดการพิจารณาคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็วด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้าผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15,66 ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80 ลงโทษฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยทั้งห้าไว้ตลอดชีวิตจำเลยที่ 1 รับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง เห็นควรลดโทษให้หนึ่งในห้าตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นจำคุก50 ปี ตามมาตรา 53คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 40 ปี ของกลางริบ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4กระทำผิดตามฟ้อง จำเลยที่ 5 มิได้อุทธรณ์คดียุติ พิ …
- ฎีกาที่ 1704/2531
พระราชบัญญัติ โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2525 มีวัตถุประสงค์ควบคุมโรงเรียนเอกชนให้เป็นระเบียบและมีประสิทธิภาพ มิใช่กฎหมายซึ่งให้ความคุ้มครองแก่ลูกจ้าง หรือเพื่อแสวงหาและคุ้มครองประโยชน์เกี่ยวกับการจ้างหรือกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง หรือแก้ไขข้อขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างอันเป็นวัตถุประสงค์ของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน หรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ แม้ใน พระราชบัญญัติ ดังกล่าวจะกำหนดการคุ้มครองการทำงานและการสงเคราะห์ครูใหญ่และครู หรือกำหนดให้มีคณะกรรมการคุ้มครองการทำงาน และการอุทธรณ์ก็ตาม แต่บทบัญญัติดังกล่าวมิใช่กฎหมายที่จะขจัดข้อพิพาทระหว่างครูใหญ่และครูกับผู้รับอนุญาตหรือผู้จัดการแต่อย่างใด ดังนั้น การที่โจทก์ซึ่งเป็นครูในโรงเรียนเอกชนฟ้องจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างกรณีถูกจำเลยเลิกจ้างจึงหาจำต้องดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติ โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2525 แต่อย่างใดไม่.(ที่มา-ส่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1704/2531
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา คดีมีทางชนะได้ในที่สุด โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 66) โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชำระค่าซื้อเชื่อวัสดุก่อสร้างทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยรวม 48,741 บาทให้โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 43,280บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ใช้เงินจำนวน40,280 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ... นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 57,60) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 2 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนถึงวันทราบคำสั่งนี้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1705/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ประกอบมาตรา 336 ทวิ มาตรา 83จำคุก 1 ปี 6 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 336 ทวิ,83 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 107) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 120,000 บาท (อันดับ 82) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยที่ 1 ประกอบเสียก่อน แต่จำเลยที่ 1ยังไม่ได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุจะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1706/2531
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220จึงไม่รับฎีกาโจทก์ โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ยกอุทธรณ์โจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาด้วย หมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 38) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334,335,362,364,365 ประกอบด้วยมาตรา 83 และมาตรา 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีโจทก์ไม่มีมูลพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 36) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 37) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงตามเอ …
- ฎีกาที่ 1707/2531
ศาลจะสั่งริบทรัพย์สินที่จำเลยมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดได้ ก็ต่อเมื่อมีการกระทำความผิดนั้นและโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดนั้นด้วย เมื่อไม่ปรากฏว่ามีความผิดฐานเสพ กัญชาเกิดขึ้น และโจทก์มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐาน เสพกัญชา โจทก์จะขอให้ศาลสั่งริบบ้องกัญชาและมีดสำหรับหั่นกัญชา ที่จำเลยมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดฐานเสพกัญชาหาได้ไม่ แม้จำเลยจะรับสารภาพว่ามีทรัพย์ดังกล่าวไว้เพื่อใช้ในการกระทำ ความผิดฐานเสพกัญชา ศาลก็ไม่มีอำนาจสั่งริบ ศาลสั่งคืนให้แก่เจ้าของ
- ฎีกาที่ 1707/2531
ศาลจะสั่งริบทรัพย์สินที่จำเลยมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดได้ก็ต่อเมื่อมีการกระทำความผิดนั้นและโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดนั้นด้วย เมื่อไม่ปรากฏว่ามีความผิดฐานเสพกัญชาเกิดขึ้น และโจทก์มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานเสพกัญชา โจทก์จะขอให้ศาลสั่งริบบ้องกัญชาและมีดสำหรับหั่นกัญชาที่จำเลยมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดฐานเสพกัญหาหาได้ไม่ แม้จำเลยจะรับสารภาพว่ามีทรัพย์ดังกล่าวไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดฐานเสพกัญชา ศาลก็ไม่มีอำนาจสั่งริบต้องคืนให้แก่เจ้าของ (วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 7/2531)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1707/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง,340 ตรี ฯลฯ จำคุก 20 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา (อันดับ 178) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 179) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ไม่เห็นสมควรที่จะให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง