ปี พ.ศ.: 2531
3,444 รายการ · หน้า 35 จาก 173
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1708/2531
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ข้อ 2.1และข้อ 2.2 เป็นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลในข้อที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว มิใช่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย อุทธรณ์ข้อ 2.3 ก็เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทุกข้อ โจทก์เห็นว่าอุทธรณ์ของโจทก์ทุกข้อเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ทนายจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ (อันดับ 72) โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างเดิม และให้จำเลยจ่ายค่าจ้างในอัตราค่าจ้างครั้งสุดท้ายที่โจทก์ไม่ได้รับระหว่างที่เลิกจ้างโจทก์จนกว่าจะรับโจทก์กลับเข้าทำงาน กับให้จำเลยจ่ายเงินโบนัสแก่โจทก์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 จนกระทั …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1709/2531
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ฎีกาของจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 90) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,26,76,102 ฯลฯให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ริบของกลาง จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 88) ทนายจำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 90) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่จำเลยฎีกาขอให้รอการล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:171/2531
ความว่า โจทก์ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 109) โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าจ้างที่ค้างจ่ายทั้งหมดเป็นเงิน 83,596 บาทให้แก่โจทก์ พร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากจำนวนเงิน 83,596 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชำระเงินจำนวน 108,184 บาทให้จำเลยกับให้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงิน108,184 บาทนับตั้งแต่วันฟ้องแย้ง (วันที่ 26 มีนาคม 2524)เป็นต้นไป จนกว่าโจทก์ชำระเงินให้จำเลยเสร็จสิ้น ให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์ชำระเงิน 39,200 บาทให้จำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยต่างฎีกา เฉพาะโจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 107,102,105) โจทก์ขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ (อันดับ 85)แต่ไม่ …
- ฎีกาที่ 1717/2531
โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาลว่า จำเลยยินยอมชำระเงินให้โจทก์จำนวนหนึ่งภายใน 6 เดือน โดยจำเลยจะผ่อนชำระเป็นรายเดือน หากจำเลยผิดนัดงวดใดให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยินยอมให้โจทก์บังคับคดีได้และให้คิดดอกเบี้ยในเงินที่ค้างชำระนับแต่วันผิดนัด เมื่อจำเลยชำระเงินครบถ้วนแล้วโจทก์จะถอนฟ้องจำเลยในคดีอาญาในข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ ดังนี้ แม้จำเลยจะผิดนัดชำระเงิน 2 งวดไม่ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาก็ตาม แต่โจทก์ก็มิได้บังคับคดีหรือคิดดอกเบี้ยจากจำเลยถือได้ว่าโจทก์จำเลยต่างมีเจตนาระงับข้อผูกพันเดิมโดยไม่ถือว่าการไม่ชำระหนี้ตามกำหนดเป็นการผิดสัญญา และไม่ติดใจเรื่องดอกเบี้ยกันแล้ว เมื่อจำเลยชำระหนี้งวดสุดท้ายให้โจทก์โจทก์จะไม่รับโดยเกี่ยงจะคิดดอกเบี้ยด้วยหาได้ไม่ การที่จำเลยนำเงินนั้นไปวางที่กรมบังคับคดีภายในกำหนดตามสัญญาจึงเป็นการชำระหนี้แก่โจทก์ครบถ้วนแล …
- ฎีกาที่ 1717/2531
โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาลว่าจำเลย ยินยอมชำระเงินให้โจทก์จำนวนหนึ่งภายใน 6 เดือน โดยจำเลยจะ ผ่อนชำระเป็นรายเดือน หากจำเลยผิดนัดงวดใดให้ถือว่าผิดนัด ทั้งหมด ยินยอมให้โจทก์บังคับคดีได้และให้คิดดอกเบี้ยในเงินที่ค้าง ชำระนับแต่วันผิดนัดเมื่อจำเลยชำระเงินครบถ้วนแล้วโจทก์จะถอนฟ้อง จำเลยในคดีอาญาในข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิด อันเกิดจากการใช้เช็คฯ ดังนี้ แม้จำเลยจะผิดนัดชำระเงิน2 งวด ไม่ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาก็ตาม แต่โจทก์ก็มิได้บังคับคดีหรือ คิดดอกเบี้ยจากจำเลย ถือได้ว่าโจทก์จำเลยต่างมีเจตนาระงับข้อผูกพัน เดิมโดยไม่ถือว่าการไม่ชำระหนี้ตามกำหนดเป็นการผิดสัญญา และ ไม่ติดใจเรื่องดอกเบี้ยกันแล้ว เมื่อจำเลยชำระหนี้งวดสุดท้ายให้ โจทก์ โจทก์จะไม่รับโดยเกี่ยวจะคิดดอกเบี้ยด้วยหาได้ไม่ การที่จำเลยนำเงินนั้นไปวางที่กรมบังคับคดีภายในกำหนดตามสัญญาจึงเป็นการชำระหนี้แก่โจทก …
- ฎีกาที่ 1717/2531
โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาลว่า จำเลยยินยอมชำระเงินให้โจทก์จำนวนหนึ่งภายใน 6 เดือน โดยจำเลยจะผ่อนชำระเป็นรายเดือน หากจำเลยผิดนัดงวดใดให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยินยอมให้โจทก์บังคับคดีได้และให้คิดดอกเบี้ยในเงินที่ค้างชำระนับแต่วันผิดนัด เมื่อจำเลยชำระเงินครบถ้วนแล้วโจทก์จะถอนฟ้องจำเลยในคดีอาญาในข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ ดังนี้ แม้จำเลยจะผิดนัดชำระเงิน 2 งวดไม่ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาก็ตาม แต่โจทก์ก็มิได้บังคับคดีหรือคิดดอกเบี้ยจากจำเลยถือได้ว่าโจทก์จำเลยต่างมีเจตนาระงับข้อผูกพันเดิมโดยไม่ถือว่าการไม่ชำระหนี้ตามกำหนดเป็นการผิดสัญญา และไม่ติดใจเรื่องดอกเบี้ยกันแล้ว เมื่อจำเลยชำระหนี้งวดสุดท้ายให้โจทก์โจทก์จะไม่รับโดยเกี่ยงจะคิดดอกเบี้ยด้วยหาได้ไม่ การที่จำเลยนำเงินนั้นไปวางที่กรมบังคับคดีภายในกำหนดตามสัญญาจึงเป็นการชำระหนี้แก่โจทก์ครบถ้วนแล …
- ฎีกาที่ 1718/2531
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ในระหว่างการพิจารณาคดีโจทก์จำเลย ตกลงกันให้จำเลยใช้หนี้เพียงบางส่วน โดยส่วนหนึ่งจำเลยต้อง ชำระเป็นเงินสด 100,000 บาท แต่จำเลยกลับชำระเงินสดเพียง40,000 บาท กับออกเช็คเป็นเงิน 60,000 บาท ให้โจทก์และเช็คฉบับนี้ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ดังนี้ แม้โจทก์ได้นำเช็คฉบับนี้ มาฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาอีกคดีหนึ่งก็ตาม ก็ไม่เป็นเหตุทำให้สิทธิ ในการฟ้องคดีแรกของโจทก์ระงับไปเพราะโจทก์ยังไม่ได้รับชำระหนี้สำหรับเช็ค 60,000 บาท ตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน มูลหนี้ตามเช็คในคดีแรกยังคงมีอยู่
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:172/2531
ความว่า ผู้ร้องฎีกา มีมูลที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้หากมีการบังคับคดีและขายทอดตลาดทรัพย์ไปแล้วแม้ผู้ร้องจะชนะคดีก็จะทำให้เสียหายแก่ผู้ร้อง โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 33) สืบเนื่องจากศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาโดยมีผู้ร้องเป็นผู้ประกันในราคา 120,000 บาทในวันนัดสืบพยานโจทก์ ผู้รับมอบฉันทะจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีเนื่องจากจำเลยป่วย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้รับมอบฉันทะจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีด้วยเหตุผลเช่นเดียวกันมาครั้งหนึ่งแล้วและมิได้ปฏิบัติตามคำร้องดังกล่าว กลับขอเลื่อนคดีอีก จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี ถือว่าผู้ร้องผิดสัญญาประกันให้นำเงินค่าปรับตามสัญญาประกันมาชำระภายใน 15 วันผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 34 แผ่นที่ 2,33) ผู้ร้ …
- ฎีกาที่ 1723/2531
โจทก์ชี้ชวนให้ผู้มีชื่อมาซื้อหุ้นของธนาคาร ก. และบุคคลเหล่านี้ได้ซื้อหุ้นดังกล่าวตามที่โจทก์ชี้ชวน โดยโจทก์ได้รับค่าธรรมเนียมเป็นบำเหน็จการชี้ชวนเป็นเงินจำนวนหนึ่ง โจทก์จึงเป็นนายหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 845 และถือได้ว่าเป็นผู้ประกอบการค้า มีหน้าที่เสียภาษีการค้าและจดทะเบียนการค้า บทบัญญัติมาตรา 89 และ 89 ทวิ เป็นบทบังคับที่ไม่ต้องพิจารณาว่าผู้ประกอบการค้ามีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีการค้าหรือไม่ โจทก์ไม่ชำระภาษีการค้าภายในกำหนดเวลา โจทก์ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89 และ 89 ทวิ
- ฎีกาที่ 1723-1746/2531
โจทก์ชี้ชวนให้ผู้มีชื่อมาซื้อหุ้นของธนาคาร ก. และบุคคลเหล่านี้ได้ซื้อหุ้นดังกล่าวตามที่โจทก์ชี้ชวน โดยโจทก์ได้รับค่าธรรมเนียมเป็นบำเหน็จการชี้ชวนเป็นเงินจำนวนหนึ่ง โจทก์จึงเป็นนายหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 845 และถือได้ว่าเป็นผู้ประกอบการค้า มีหน้าที่เสียภาษีการค้าและจดทะเบียนการค้า บทบัญญัติมาตรา 89 และ 89 ทวิ เป็นบทบังคับที่ไม่ต้องพิจารณาว่า ผู้ประกอบการค้ามีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีการค้าหรือไม่ โจทก์ไม่ชำระภาษีการค้าภายในกำหนดเวลา โจทก์ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89 และ 89 ทวิ.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:173/2531
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษารอการลงโทษและปรับจำเลย แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปีโดยไม่รอการลงโทษและไม่ปรับเป็นการพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและเป็นการลงโทษจำคุกจำเลยเกิน 1 ปี ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 44) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,26,75,76,102 ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฯลฯ ฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 2 ปี ฐานจำหน่ายกัญชา จำคุก 2 ปี ปรับ 21,000 บาทรวมจำคุก 4 ปี ปรับ 21,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ปรับ 1 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1731/2531
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมาย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ไม่รับฎีกาโจทก์ โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าแม้โจทก์จะได้คัดค้านว่าจำเลยทั้งสองตรวจค้นบ้านเลขที่ 916โดยปรากฏพิรุธในเอกสารหมาย ล.2 และ ล.3 แต่ศาลชั้นต้นกลับฟังข้อเท็จจริงตามเอกสารหมาย ล.2 และ ล.3 โดยมิได้มีถ้อยคำสำนวนสนับสนุนแต่อย่างใด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 73แผ่นที่ 4 แผ่นที่ 5) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,84,90,91,157,295,309,362,365 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 69) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 71) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ศาลล่าง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1732/2531
ความว่า เนื่องจากโจทก์จำเลยตกลงกันได้แล้ว โจทก์ไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป จึงขอถอนฟ้อง โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยแถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 184) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฯลฯ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์มีมูลจึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฯลฯ จำคุกจำเลยกระทงละ 2 เดือนรวม 6 กระทง เป็นโทษจำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 172) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกา (อันดับ 174) ศาลฎีกาสั่งคำร้องเสร็จและส่งไปศาลชั้นต้นเพื่อนัดคู่ความฟังแล้ว ก่อนถึงวันนัดฟังคำสั่งศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 183) …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1733/2531
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายรวมอยู่ด้วยโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 87) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีโจทก์มีมูลจึงให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 80) โจทก์จึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกา (อันดับ 83) ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขถ้อยคำที่พิมพ์ผิดพลาดในคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว (อันดับ 89) คำสั่ง พิเคราะห์ฎีกาของโจทก์แล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่า การที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีโจทก์ยังมีความสงสัยไม่ชัดแจ้งนั้นก็เพราะศาลอุทธรณ์มิได้พิจารณาวินิจฉัยพยานเอกสา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1734/2531
ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาต ให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ที่ 2 แถลงคัดค้าน (อันดับ 101) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันหรือแทนกันใช้เงิน 19,740 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันถัดจากวันฟ้อง จนถึงวันที่จำเลยชำระเงินเสร็จให้แก่โจทก์ที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 99,98) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้จำเลยที่ 3 ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ (อันดับ 88) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับสำหรับจำเลยที่ 3 ไว้ในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1735/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสด 30,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 67 จำคุก 2 ปีจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี ฯลฯจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 14) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 30,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 7) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ยังไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างนี้ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1736/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295,83 จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 3 เดือน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน (อันดับ 16 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 60,000 บาท (อันดับ 7) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามไม่ให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ยื่นฎีกาสมควรที่จะฟังฎีกาจำเลยประกอบเสียก่อน จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1737/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา คดีสามารถชนะโจทก์ได้ทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 156) ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลเรียกพลตำรวจชาญณรงค์ สิทธิสม เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ถ้าส่งคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา85,205 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 1.25 บาทต่อเดือนนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 าลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันส่งมอบรถพิพาทคืนแก่โจทก์ในสภาพที่เรียบร้อย หากคืนไม่ได้ให้ร่วมกันใช้ราคา 85,205 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ1.25 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 154,1 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1738/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,8,15,67,102 ลงโทษจำคุก 2 ปี ของกลางให้ริบ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 66 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 50,000 บาท (อันดับ 50) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบเสียก่อน แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุจะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1739/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณาผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยทั้งสองไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ เป็นว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 225 จำคุกคนละ 2 ปี คำให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 1 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 81,100,99) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ชั่วคราวและในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นตีราคาประกันคนละ 100,000 บาท(อันดับ 47) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาคนละ 120,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักทรัพย์แล้วดำเนินการต่อไป