ปี พ.ศ.: 2531
3,444 รายการ · หน้า 36 จาก 173
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:174/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,26,75,76,102 ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฯลฯ ฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 2 ปี ฐานจำหน่ายกัญชาจำคุก 2 ปี ปรับ 21,000 บาท รวมจำคุก 4 ปี ปรับ 21,000 บาทจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ปรับ10,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษและไม่ปรับนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ (อันดับ 43) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 44) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 41,40) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกันสองแสนบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกัน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1740/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ 1 มีเหตุผลเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ได้โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 147) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินโฉนดเลขที่3746 ตำบลบางจากฝั่งเหนือ อำเภอภาษีเจริญ กรุงเทพมหานครส่วนที่เหลือ 200 ส่วน (200 ตารางวา) ให้แก่นายปรัชญานายณัฐพงษ์นางสาวจีรวรรณและเด็กหญิงจรรสมรปานจันทร์ร่วมกัน หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาโอนแทนจำเลยที่ 1 คำขอโจทก์นอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 142,141) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ (อันดับ 120) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา ห้ามจำเลยที่ 1 ทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินที่พิพาท ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1741/2531
ความว่า ผู้ร้องฎีกา หากให้ผู้ร้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนผู้คัดค้านในชั้นนี้กองทรัพย์สินของลูกหนี้ (จำเลย)จะได้รับความเสียหายเพราะผู้ร้องจะต้องเบิกเงินจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ (จำเลย) เพื่อจ่ายเป็นค่าฤชาธรรมเนียมดังกล่าวอีกทั้งฎีกาของผู้ร้องมีทางชนะคดีได้หากให้มีการบังคับคดีในขณะนี้จะเกิดความยุ่งยากที่จะติดตามบังคับแก่ผู้คัดค้านเพื่อนำเงินดังกล่าวคืนกองทรัพย์สินของลูกหนี้ (จำเลย)เมื่อผู้ร้องชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายผู้คัดค้านได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 82แผ่นที่ 10) กรณีเป็นชั้นขอให้เพิกถอนการโอน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการโอนรถยนต์โฮลเด้นหมายเลขทะเบียน กทก.2701ระหว่างบริษัทสินสวัสดิ์ประกันภัยจำกัด จำเลย กับนายเชิด ชมพูนุท ผู้รับโอนคนแรกและระหว่างนายเชิด ชมพูนุทผู้รับโอนคนแรกกับนายฉลองลัดดาพันธ์ผู้คัดค้าน (ผู้รับโอนคนที่สอง) ตามมาตรา 114,116 แห่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1742/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีเหตุผลที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน ฯลฯ (อันดับ 334) ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นหมายเรียกนายชาญศิริ สมบุญยิ่งเข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามคำร้องของโจทก์ โดยให้เรียกว่าจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน132,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าจัดการศพ 27,407 บาท รวมกับค่าขาดไร้อุปการะแล้วเป็นเงิน127,407 บาท นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 329,328) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ แต่จำเลยที่ 1 ไม่หาหลักประกันมาวางตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด (อันดับ 305) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับต้นเงินที่จะต้องชำระตาม …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1743/2531
ความว่า จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ไว้ บัดนี้จำเลยมีความประสงค์ขอถอนอุทธรณ์ดังกล่าว โปรดอนุญาตและสั่งคืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์จำนวน 11,122.50 บาทแก่จำเลยด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 40) ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี พ.ศ. 2523 และ2524 ตามหนังสือที่ 1104/2/00523-00524 ลงวันที่24 กุมภาพันธ์ 2529 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2ที่ 3 และที่ 4 ตามหนังสือที่ 162/2530/1 เสีย จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 อุทธรณ์ (อันดับ 32) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยทนายจำเลยซึ่งมีอำนาจถอนฟ้องลงชื่อในคำร้อง (อันดับ 37,36) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้จำเลยทั้งสี่ถอนอุทธรณ์ได้ตามขอคืนค่าขึ้นศาลให้สามในสี่ จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความของศาลฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1744/2531
ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้โจทก์จำเลยตกลงกันได้แล้ว โดยโจทก์ไม่ติดใจที่จะเรียกร้องเงินตามฟ้องในคดีนี้กับจำเลยอีกต่อไป รวมทั้งจะไม่บังคับคดีตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์กับจำเลย จำเลยจึงขอถอนฎีกาคดีนี้ โปรดอนุญาตและสั่งคืนค่าฤชาธรรมเนียมแก่จำเลยด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงท้ายคำร้องว่า ไม่คัดค้าน (อันดับ 103) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 200,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงิน 100,000 บาทนับแต่วันที่ 3 มกราคม 2527 และต้นเงินอีก 100,000 บาท นับแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2527 จนถึงวันฟ้อง แต่ดอกเบี้ย รวมกันนับถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 2,666.67 บาท และนับต่อไป จนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์ครบ ระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาคดีนี้ (คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 17466/2527) รวมกับคดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 17430/2527 แล้วพิพากษารวมกัน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา (อั …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1745/2531
ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้โจทก์จำเลยตกลงกันได้แล้ว โดยโจทก์ไม่ติดใจที่จะเรียกร้องเงินตามฟ้องในคดีนี้กับจำเลยอีกต่อไป รวมทั้งจะไม่บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์กับจำเลย จำเลยจึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาตและสั่งคืนเงินค่าฤชาธรรมเนียมแก่จำเลยด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงท้ายคำร้องว่าไม่คัดค้าน (อันดับ 68) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 100,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่16 ธันวาคม 2526จนกว่าจำเลยจะชำระให้โจทก์เสร็จ จำเลยฎีกา (อันดับ 63) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 68) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว โจทก์ไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้จำเลยถอนฎีกาได้คืนค่าขึ้นศาลให้สามในสี่แต่ให้เหลือไว้ไม่น้อยกว่า200 บาท จำหน่ายคดีจากสารบบความของศาลฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1746/2531
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับ โจทก์เห็นว่า ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยคดีขัดต่อพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน เป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบและขัดต่อกฎหมายจึงเป็นอุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายหาใช่เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางแต่อย่างใดไม่โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ทนายจำเลยทั้งสามแถลงคัดค้าน (อันดับ 60) โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้งสามจ่ายเงินค่าล่วงเวลารวม 105,300.72 บาท พร้อมด้วยเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 15 ในต้นเงินดังกล่าวทุกระยะเวลาเจ็ดวันนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จ หรือให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงินค่าล่วงเวลาดังกล่าวนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลแรงงานกลางพิพา …
- ฎีกาที่ 1747/2531
กรณีผู้มีหน้าที่ชำระภาษีอากรผิดนัด ประมวลรัษฎากร มาตรา 27กำหนดทางแก้ไว้โดยเฉพาะแล้ว จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 224 ว่าด้วยดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดมาใช้บังคับไม่ได้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1747/2531
ความว่า เนื่องจากโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป จึงขอถอนฟ้องเสีย โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยที่ 1 แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 114) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ประกอบมาตรา 83 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์มีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1 ให้ประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ประกอบด้วยมาตรา 83 จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 1 รับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอ้างว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219(อันดับ 89 แผ่นที่ 2) จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 92) ศาลฎี …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1748/2531
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 76) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยชำระเงินจำนวน 86,051.67 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 74,73) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 64,65) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนถึงวันทราบคำสั่งนี้มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1749/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ฎีกา คาดว่าจะชนะคดีในที่สุด โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 81) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 16 กันยายน 2526 ถึงวันที่ 4 มีนาคม 2527และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปี นับแต่วันที่ 5 มีนาคม 2527จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 200,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีนับแต่วันที่ 16 กันยายน 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 78,77) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้จำเลยทั้งสามทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ แต่จำเลยทั้งสามไม่นำหลักประกันมาวางศาลตามคำสั่ง ศา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:175-177/2531
ความว่า จำเลยทั้งสามสำนวนฎีกา มีทางชนะคดีโจทก์ได้โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 27 แถลงคัดค้าน (อันดับ 152) คดีสามสำนวนนี้ จำเลยเป็นบุคคลเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1ถึงโจทก์ที่ 18 เรียกโจทก์ในสำนวนที่สองว่า โจทก์ที่ 19 ถึงโจทก์ที่ 24 และเรียกโจทก์ในสำนวนที่สามว่า โจทก์ที่ 25 ถึงโจทก์ที่ 27 ตามลำดับ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินให้โจทก์ทั้งสามสำนวนเป็นเงิน 300,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2524 ซึ่งเป็นวันเกิดวินาศภัย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะโจทก์ที่ 17 ที่ 19 ถึงที่ 21 และโจทก์ที่ 26 ที่ 27 ให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงินคนละ 10,000 บาท 23,300 บาท 22,800 บาท 23,500 บาท32,520 บาท และ 33,310 บาท ตามลำดับดังคำขอ โดยให้เฉลี่ยตามส่วนมากน้อยกับโจทก์อื่นตามคำพิพากษาศา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1750/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 จำคุก 10 ปี ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน ฯลฯ จำเลยฎีกา (อันดับ 73) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 71) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 61) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกันสองแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- ฎีกาที่ 1751/2531
การที่ผู้ร้องได้ร่วมออกเงินกับ ส. คนละครึ่งซื้อที่ดินแปลงหนึ่งนั้น กรณีเป็นเรื่องที่ผู้ร้องครอบครองที่ดินของตนเองมิใช่ครอบครองที่ดินของบุคคลอื่น จึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1751/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528มาตรา 30,82 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 3 ปีและปรับคนละ60,000 บาท จำเลยที่ 1 เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนจึงไม่รอการลงโทษให้ จำเลยทั้งสองได้ชำระเงินให้ผู้เสียหายเป็นที่พอใจและให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน และปรับคนละ 30,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกสำหรับจำเลยที่ 2เห็นสมควรรอไว้มีกำหนด 3 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 1 ฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 107,108) จำเลยที่ 1 เคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 106) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วครา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1752/2531
ความว่า ผู้ร้องฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาแต่ให้ยกคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีโดยสั่งว่า"กรณีไม่มีเหตุสมควรงดการบังคับคดีไว้อีกยกคำร้อง" ผู้ร้องเห็นว่า การขอทุเลาการบังคับคดีไม่ได้ทำให้ทางราชการเสียหายเนื่องจากมีหลักทรัพย์ของผู้ร้องวางไว้เป็นหลักประกันอยู่แล้ว ศาลชั้นต้นชอบที่จะรับคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีของผู้ร้องเสนอให้ศาลฎีกาเป็นผู้สั่ง ขอได้โปรดมีคำสั่งให้รับคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีของผู้ร้องด้วย หมายเหตุ พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดธัญบุรีได้สำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 113) กรณีเป็นชั้นผิดสัญญาประกัน คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวในระหว่างพิจารณา ตีราคาประกันคนละ 30,000 บาท โดยมีผู้ร้องเป็นผู้ประกันต่อมาผู้ร้องไม่ส่งตัวจำเลยทั้งสองต่อศาลตามกำหนดนัด ศาลชั้นต้นถือว่าผู้ร้องผิดสัญญาประกันจึงมีคำสั่งปรับผู้ร้องตามสัญญาประกัน ผู้ร้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1753/2531
ความว่า ทนายผู้ขอประกันจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาโปรดอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์แถลงข้างคำร้องว่าได้รับสำเนาแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7,27 จำคุก1 เดือน จำเลยที่ 1 ที่ 2 ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,265,83 เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษให้จำคุกกระทงละ 2 ปี รวม5 กระทง เป็นจำคุกคนละ 10 ปี คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด10 ปี 1 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด10 ปี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ เฉพาะจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์มาแล้ว 3 ครั้ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง ทนายผู้ขอประกันจำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง พิเคราะห์ตามพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 2 ในระหว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1754/2531
ความว่า ผู้ประกันฎีกา มีเหตุที่ศาลฎีกาจะลดจำนวนค่าปรับลงได้อีก โปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ พนักงานอัยการจังหวัดสงขลาได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 79) กรณีเป็นชั้นผิดสัญญาประกัน คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวในระหว่างพิจารณา ตีราคาประกันคนละ 100,000 บาทโดยมีนายเลี้ยง แซ่ภู่ เป็นผู้ประกัน ในวันนัดพร้อมและนัดฟังคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองและผู้ประกันไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลชั้นต้นถือว่าผู้ประกันผิดสัญญาประกันจึงมีคำสั่งให้ปรับผู้ประกันตามสัญญาประกัน ต่อมาผู้ประกันยื่นคำร้องลงวันที่ 13 สิงหาคม 2530 ขอลดหย่อนค่าปรับโดยอ้างว่าสำคัญผิด ไม่เข้าใจกระบวนพิจารณาคดีของศาลและมีการศึกษาน้อยและเป็นพี่เขยของจำเลย เชื่อว่าจำเลยจะไม่หลบหนี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ลดค่าปรับ คงปรับเพียง 75,000 บาท และวันที่ 11 กันยายน2530 ผู้ประกันได้ยื่นคำร้องขอให้ล …
- ฎีกาที่ 1755/2531
โจทก์ออกเช็คชำระหนี้ค่าซื้อรถยนต์แก่ ว. โดยมอบเช็คนั้นให้แก่ ฮ.ตัวแทนของว.สิทธิในเช็คย่อมตกแก่ว. แล้วตั้งแต่เวลาที่โจทก์มอบเช็คให้แก่ ฮ. โจทก์หามีสิทธิในเช็คดังกล่าวอีกต่อไปไม่ การที่ ฮ. ทำเช็คตกหาย และมีผู้เก็บได้แล้วเบียดบังเป็นของตนโดยทุจริต โจทก์ก็ไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) จึงไม่มีอำนาจฟ้อง