ปี พ.ศ.: 2532
3,985 รายการ · หน้า 14 จาก 200
- ฎีกาที่ 1263/2532
กรุงเทพมหานครได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้เจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ระดับ 3 ขึ้นไปและเจ้าหน้าที่จัดเก็บรายได้ระดับ 4 ขึ้นไปเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่และพนักงานเก็บภาษีตามพ.ร.บ. ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ฯ จำเลยเป็นข้าราชการตำแหน่งเจ้าหน้าที่จัดเก็บรายได้ 3 งานรายได้ โดยมีหน้าที่ รับแบบตรวจสอบรายการ สถานที่ กำหนดค่ารายปีเสนอหัวหน้างานพิจารณาสั่งการตามคำสั่งหัวหน้าเขต จำเลยจึงเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ดำเนินการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน จำเลยจะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ฯ ตามคำสั่งกรุงเทพมหานครหรือไม่ มิใช่สาระสำคัญ การที่จำเลยเรียกเงินจากผู้เสียหายเพื่อจะทำให้ผู้เสียหายเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินน้อยกว่าที่ควรจะต้องเสีย จึงเป็นการกระทำเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งอันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 149.
- ฎีกาที่ 1263/2532
กรุงเทพมหานครได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้เจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ระดับ 3 ขึ้นไป และเจ้าหน้าที่จัดเก็บรายได้ ระดับ 4 ขึ้นไป เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่และพนักงานเก็บภาษีตาม พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 จำเลยเป็นข้าราชการตำแหน่งเจ้าหน้าที่จัดเก็บรายได้ 3 งานรายได้ โดยมีหน้าที่รับแบบตรวจสอบรายการ สถานที่ กำหนดค่ารายปี เสนอหัวหน้างานพิจารณาสั่งการตามคำสั่งหัวหน้าเขตจำเลยจึงเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ดำเนินการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน จำเลยจะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินฯ ตามคำสั่งกรุงเทพมหานครหรือไม่ มิใช่สาระสำคัญ การที่จำเลยเรียกเงินจากผู้เสียหายเพื่อจะทำให้ผู้เสียหายเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินน้อยกว่าที่ควรจะต้องเสีย จึงเป็นการกระทำเพื่อกระทำการหรือไม่ กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1263/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนงาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7,27จำคุก 1 เดือน จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,265,83 เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษ ให้จำคุกกระทงละ 2 ปีรวม 5 กระทง เป็นจำคุกคนละ 10 ปี คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด10 ปี 1 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 10 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนงาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7วรรคหนึ่ง,27 วรรคหนึ่ง จำคุก 1 เดือน และมีความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,83 จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 2 ปี 1 เดือนยกข้อหาอื่น และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 แต่ให้ขังจำเลยที่ 2ไว้ระหว่างฎีกา นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1264/2532
ความว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคแรก จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพทั้งในชั้นจับกุมและสอบสวนมาโดยตลอด ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 ปี จำเลยอุทธรณ์ (อันดับ 57) จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 59) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 64) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว โดยตีราคาประกัน100,000 บาท (อันดับ 5) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาค่าประกัน300,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่มแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1265/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137,172,173,174 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 173 จำคุก 6 เดือน คำขออื่นให้ยก ระหว่างอุทธรณ์ โจทก์ถึงแก่ความตาย นายกิมแซ่โค้วบุตรโจทก์ร้องขอเข้าดำเนินคดีต่างโจทก์ผู้ตายต่อไป ศาลอุทธรณ์อนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 187,186) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน60,000 บาท (อันดับ 28,144) คำสั่ง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1266/2532
ความว่า นับแต่ฤดูการทำนาปี พ.ศ. 2528 เป็นต้นมาจำเลยทั้งสองขัดขวางมิให้โจทก์เข้าทำนาในที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์เคยครอบครองและทำนามาตลอดก่อนที่จะฟ้องคดีนี้และบัดนี้จำเลยทั้งสองก็ยังขัดขวางอยู่ โจทก์ไม่สามารถเข้าไปทำนาได้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โปรดให้มีการไต่สวนและมีคำสั่งห้ามจำเลยทั้งสองเข้าทำนาในที่ดินพิพาท และให้ส่งมอบที่ดินพิพาทให้โจทก์เข้าทำนาจนกว่าคดีนี้จะถึงที่สุด หมายเหตุ จำเลยทั้งสองยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่1810 ระหว่าง จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 เฉพาะส่วนที่เป็นที่พิพาทในคดีนี้ แล้วให้จำเลยทั้งสองร่วมกันแบ่งแยกที่พิพาทเนื้อที่ 13 ไร่ออกจากโฉนดเลขที่ 3810 และโอนให้โจทก์ ถ้าจำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาลฎี …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1267/2532
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า แม้ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแต่ก็มีเหตุอันควรและเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 87) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 279 ให้จำคุกจำเลย 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคสอง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 85) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 87) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า คำเบิกความของผู้เสียหายและนางยุพิน กองทรัพย์ พยานโจทก์แตกต่างขัดกัน เกิดจากการเสี้ยมสอนและพยานโจทก์ทั้งสองมีสาเหตุโกรธเคือง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1268/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานมีฝิ่นและมีมูลฝิ่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. 2472มาตรา 8,53 และมาตรา 11,53 ทวิ ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 และมีความผิดฐานมีไว้ในความครอบครองซึ่งฝิ่นอันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 17 วรรคแรก,69 วรรคแรกพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 มาตรา 10จำเลยกระทำผิดในขณะพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. 2472 ใช้บังคับอยู่ภายหลังกระทำผิดแล้วได้มีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2528 ออกใช้บังคับซึ่งมีโทษเบากว่า จึงใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิดให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 17 วรรคแรก,69 วรรคแรกพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1269/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ได้ยื่นฎีกาไว้ แต่บัดนี้จำเลยที่ 1ไม่ติดใจจะดำเนินคดีต่อไป จึงขอถอนฎีกาที่ยื่นไว้ โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงท้ายคำร้องว่าไม่คัดค้าน สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 5,624,353.53 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ19 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ โดยจำเลยทั้งสองจะชำระให้โจทก์เป็นงวด ๆงวดละไม่ต่ำกว่า 120,000 บาท ถ้าจำเลยทั้งสองผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันทีจำเลยทั้งสองชำระเงินให้โจทก์เพียง 300,000 บาท แล้วผิดนัดไม่ชำระเงินให้แก่โจทก์อีกเลย โจทก์จึงร้องขอต่อศาลขอให้ออกหมายบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ วันที่ 26 มีนาคม 2530 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึด คือที่ดินของจำเลยที่ 1 แปลงที่ 4 และที่ 5ให้แก่ผ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1270/2532
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีถึงที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลย โดยเห็นว่าคดีไม่มีมูลจะอุทธรณ์อย่างคนอนาถาไม่จำเป็นต้องไต่สวนประเด็นว่าจำเลยยากจนจริงหรือไม่ เป็นการไม่ชอบ โปรดมีคำสั่งให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นและให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2529 จนกว่าชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ (นับถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 166,619.18 บาท)อันเป็นการไถ่ถอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 15976,15977(รายละเอียดตามฟ้อง) มิฉะนั้นให้บังคับทรัพย์สินอื่นของจำเลยชำระจนครบ จำเลยอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1271/2532
ความว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา โจทก์มิได้รับความเสียหายแต่อย่างใด โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง จำเลยไม่ได้ชำระค่าคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 900,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2529จนกว่าชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ (นับถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน166,619.18 บาท)อันเป็นการไถ่ถอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 15976,15977(รายละเอียดตามฟ้อง) มิฉะนั้นให้บังคับทรัพย์สินอื่นของจำเลยชำระจนครบ จำเลยอุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นยกคำร้อง จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอ้างว่า คดีถึงที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 153 วรรคท้าย(อันดับ 63) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 66,67) คำสั่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1272/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯมาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91เรียงกระทงลงโทษฐานมีอาวุธปืน จำคุก 1 ปี ฐานพกพาอาวุธปืนจำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพข้อหาตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ลดโทษกึ่งหนึ่ง จำคุกฐานมีและพกพาอาวุธปืน รวม 9 เดือน ส่วนความผิดในข้อหาพยายามฆ่าผู้เสียหายให้ลงโทษจำคุก 10 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 10 ปี 9 เดือนยกฟ้องจำเลยที่ 2 ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคแรก,72 วรรคแรก,72 ทวิ วรรคสองให้ยกฟ้องโจทก์ สำหรับจำเลยที่ 1 ในข้อหาพยายามฆ่า แต่ให้ขังจำเลยที่ 1 ไว้ในระหว่างฎีกา นอกจาก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1273/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยกระทำผิดฐานเพื่อสำเร็จความใคร่ของผู้อื่นเป็นธุระจัดหา ชักพาไปเพื่อการอนาจารหญิงอายุไม่เกิน 18 ปี โดยใช้อุบายหลอกลวงและพรากผู้เยาว์ โดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282,283 และ 318ที่แก้ไขแล้วกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทลงโทษตามมาตรา 283 วรรคสองซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 8 ปี คำให้การชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 5 ปี 4 เดือน ข้อหาอื่นยก จำเลยฎีกา (อันดับ 80) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 76) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 10,61) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกัน250,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1274/2532
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์แนบท้ายคำร้องนี้ หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 จำคุก 8 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกจำเลยมีกำหนด 6 ปีจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง จำคุก 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยผู้ขอประกันแถลงในคำร้องประกอบว่าจะให้จำเลยยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 42) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 8,27) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ประกอบกับจำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา เป็นเหตุให้ไม่อาจนำฎีกามาประกอบในการใช้ดุลพินิจว่ามีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้หรือไม่ให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1275/2532
ศาลชั้นต้นออกหมายนัดถึงนายประกันให้ส่งตัวจำเลยไปศาลเพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แต่ส่งหมายให้นายประกันมิได้ เพราะนายประกันระบุที่อยู่ในคำร้องขอปล่อยชั่วคราวไม่ชัดเจนเพียงพอศาลชั้นต้นจึงแจ้งวันนัดโดยปิดประกาศหน้าศาลแทนซึ่งมีผลใช้ได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 ฉะนั้นเมื่อนายประกันไม่นำตัวจำเลยไปฟังคำพิพากษาตามกำหนด ต้องถือว่านายประกันผิดสัญญาประกัน การที่นายประกันผิดสัญญาประกันเป็นเหตุให้ศาลต้องเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปและออกหมายจับจำเลย ตลอดจนต้องอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ลับหลังจำเลยไปแล้วประมาณ 3 เดือนนายประกันจึงสามารถนำตัวจำเลยส่งศาลได้ นับว่าเป็นการเสียหายต่อกระบวนพิจารณาของศาล เมื่อศาลอุทธรณ์ลดค่าปรับให้กึ่งหนึ่งแล้วจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะลดค่าปรับลงไปให้อีกแม้นายประกันจะมิได้เป็นนายประกันอาชีพ และไม่มีความสามารถหาเงินมาชำระค่าปรับได้ก็มิใช่เป็นเหตุผลที่ศาลจะลดค่า …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1275/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (สำนวนชั้นบังคับคดี อันดับ 17) จำเลยที่ 1 ชำระค่าคำร้องมาเพียง 20 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 35,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินต้น 35,000 บาท นับแต่วันที่ 10 เมษายน 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องไม่เกิน 340 บาทตามขอ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา (อันดับ 68) จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนชั้นบังคับคดี อันดับ 12) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนถึงวันทราบคำสั่งนี้มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่าง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1276/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,265,268,33,91 ฯลฯ พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 6,59 ฯลฯ เรียงกระทงลงโทษ ฐานใช้รถที่มิได้จดทะเบียน ปรับ 1,000 บาท ฐานปลอมเอกสาร ปลอมเอกสารราชการใช้เอกสารปลอม และใช้เอกสารราชการปลอม ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 จำคุก 2 ปีรวมจำคุก 2 ปี ปรับ 1,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี ปรับ 500 บาท ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 26,25) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์โดยตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 7) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและจำเลยก็ยังไม่ยื่นฎีกา จึงไม่ม …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1277/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91,371 ฯลฯ เรียงกระทงลงโทษ ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในที่ชุมนุมชนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯมาตรา 7 ประกอบด้วยมาตรา 72 วรรคสาม ที่แก้ไขแล้วกระทงหนึ่งและมีความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในที่ชุมนุมชนที่จัดให้มีขึ้นเพื่อการรื่นเริงและการมหรสพโดยไม่ได้รับยกเว้นตามกฎหมาย ตา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1278/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,8 ทวิ,55,72,72 ทวิ,78 ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 เรียงกระทงลงโทษ ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในที่ชุมนุมชนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ จำคุก 2 ปีรวมจำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี6 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7 ประกอบด้วย มาตรา 72 วรรคสาม ที่แก้ไขแล้วกระทงหนึ่ง และมีความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในที่ชุม …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1279/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุก 2 ปี ยกฟ้องจำเลยที่ 2ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ(สำนวนธุรการอันดับ 24,25) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 65,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 1 แผ่นที่ 2,16แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และจำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างน …