ปี พ.ศ.: 2532
3,985 รายการ · หน้า 23 จาก 200
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1384/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137,172,173,174 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 จำคุก 6 เดือน คำขออื่นให้ยก ระหว่างอุทธรณ์ โจทก์ถึงแก่ความตาย นายกิมแซ่โค้วบุตรโจทก์ร้องขอเข้าดำเนินคดีต่างโจทก์ผู้ตายต่อไป ศาลอุทธรณ์อนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 203,202,199,198) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 194) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 60,000 บาท (อันดับ 28,144) คำ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1385/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137,267,83 พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14,15 การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ฐานแจ้งเจ้าพนักงานให้จดข้อความอันเป็นเท็จซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุกคนละ 8 เดือน จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 4 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา (อันดับ 56) จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 53) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 32 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดียังไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1386/2532
ความว่า จำเลยฎีกา มีเหตุที่ศาลฎีกาจะพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 131) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน 5,293,972.60 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 18.5 ต่อปีในต้นเงิน 5,000,000 บาทนับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการอายัดเงินฝากในบัญชีของจำเลยไว้เป็นเงินรวมทั้งสิ้น7,343,631 บาท และโจทก์ได้รับเงินไปแล้ว (อันดับ 98แผ่นที่ 2,124) จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 127,126) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์สองครั้ง แต่จำเลยไม่นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันต่อศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดทั้งสองครั้ง (อันดับ 62,65,82แผ่นที่ 3,88) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามหลักฐานในสำนวนปรากฏว่า มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นครบถ้วนก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1387/2532
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 155) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์จำนวน 1,615,724.30 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์และจำเลยต่างฎีกา (อันดับ 149,153) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 152) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยได้นำหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารมาวางเป็นหลักประกัน (อันดับ 135,141) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปี มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1388/2532
ความว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรตามที่ตกลงกันไว้ในบันทึกการจดทะเบียนหย่าจำเลยได้ยื่นคำให้การตัดฟ้องโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าฟ้องโจทก์เป็นการฟ้องให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาซึ่งโจทก์จำเลยได้ทำไว้ต่อกัน มิใช่คดีเกี่ยวด้วยสิทธิในครอบครัวโจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องคดีต่อศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางถ้าหากศาลได้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวให้เป็นคุณแก่จำเลย ก็จะทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องหรือแม้จะดำเนินการพิจารณาคดีไปก็ไม่ทำให้ได้ความชัดขึ้นอีก ขอศาลได้โปรดวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวก่อนดำเนินการพิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 118) จำเลยชำระค่าคำร้องมาเพียง 20 บาท คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรแ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1389/2532
ความว่า คดีนี้โจทก์ได้ยื่นฎีกาไว้และคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยที่ 1-4,6-7 เพิ่งทราบว่าโจทก์ได้ถึงแก่กรรมไปตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2531 ปรากฏตามสำเนาทะเบียนบ้านที่เสนอมาพร้อมคำร้องนี้ โจทก์มีนางทาบ ฉ่ำชื่นเป็นภรรยา ขอศาลได้โปรดหมายเรียกนางทาบ ฉ่ำชื่น เข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ผู้มรณะต่อไป โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งเจ็ดไปทำการแบ่งแยกโฉนดที่ดินตามส่วนของโจทก์เนื้อที่ 5 ไร่ตามแผนที่ท้ายฟ้องในเส้นขวางสีแดงให้แก่โจทก์ถ้าไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งเจ็ด ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา (อันดับ 106) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ทนายจำเลยที่ 1-4,6-7 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 115) โดยศาลชั้นต้นมีหมายเรียกนางทาบ ฉ่ำชื่น และนัดพร้อมแล้วนางทาบ ฉ่ำชื่นแถลงว่าไม่ประสงค์จะเข้าเป็นคู่ความแทนที่แต่จะให้นายเทพ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:139/2532
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 52) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาทและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ถึงวันฟ้อง 1,600 บาท กับเดือนละ400 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากที่พิพาทจำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 47,46) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ในส่วนที่ให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาทนั้นอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกาโดยมีเงื่อนไขว่าห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่พิพาท หากปฏิบัติผิดเงื่อนไขเมื่อใดก็ไม่อนุญาตและให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที ส่วนที่ให้ใช้ค่าเสียหาย ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับค่าเสียหายที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นับถึงวันทราบคำสั่งนี้มาวางต่อศาลชั้นต้นภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ระหว่างฎีกา ส่วนค่าเสียหายในเด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1390/2532
ความว่า โจทก์ได้ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2531ดังปรากฏตามสำเนาใบมรณบัตรที่เสนอมาพร้อมคำร้องนี้ ผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรและเป็นทายาทโดยธรรมของโจทก์มีความประสงค์เข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ผู้มรณะเพื่อดำเนินคดีต่อไป โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งเจ็ดไปทำการแบ่งแยกโฉนดที่ดินตามส่วนของโจทก์เนื้อที่ 5 ไร่ ตามแผนที่ท้ายฟ้องในเส้นขวางสีแดงให้แก่โจทก์ถ้าไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งเจ็ด ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา (อันดับ 106) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 119,123) โดยศาลชั้นต้นได้นัดพร้อมสอบผู้ร้องและทนายจำเลยที่ 1-4,6-7 แล้วทนายจำเลยรับว่าผู้ร้องเป็นบุตรโจทก์ ศาลชั้นต้นเห็นว่ามีหลักฐานเชื่อได้ว่าผู้ร้องเป็นบุตรของโจทก์ จึงไม่จำเป็นต้องไต่สวนอีกต่อไป สมควรอนุญาตให้นายเทพ ฉ่ำชื่น ผู้ร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1391/2532
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโดยมีผลจำคุกจำเลย 6 เดือน ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 1 ปี ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219จึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 44) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 349 จำคุก 6 เดือน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 40) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 44) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้จำนำรถจักรยานยนต์ไว้กับผู้เสียหาย วันรุ่งขึ้นจำเลยมาเอารถจักรยานยนต์ดังกล่าวไปโดยไม่ไถ่คืนและในขณะที่ผู้เสียหายไม่อยู่บ้าน มีความผิดตาม …
- ฎีกาที่ 1391-1442/2532
เดิมจำเลยไม่มีระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้างเป็นของตนเอง จึงนำเอาระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502 ของกระทรวงการคลังมาใช้บังคับโดยอนุโลมตลอดมา จนถึง พ.ศ. 2521 จำเลยจึงได้ออกข้อบังคับเกี่ยวกับเงินบำเหน็จประกาศใช้บังคับ แต่ระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502กำหนดขึ้นโดยคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ใช้แก่ราชการและรัฐวิสาหกิจทั้งหลายเป็นการทั่วไป จำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งจึงหามีอำนาจที่จะยกเลิกเพิกถอนระเบียบดังกล่าวไม่ แต่มีอำนาจตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจำเลยมาตรา 15(3) และมาตรา 18 ที่จะวางข้อบังคับเกี่ยวกับเงินบำเหน็จและเงินรางวัลของจำเลยเอง ซึ่งเมื่อได้ประกาศใช้ข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. 2521 แล้วย่อมมีผลเท่ากับไม่นำเอาระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้างพ.ศ. 2502 มาใช้บังคับโดยอนุโลมต่อไป ดังนั้น จะนำความใ …
- ฎีกาที่ 1391-1442/2532
เดิมจำเลยไม่มีระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้างเป็นของตนเอง จึงนำเอาระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502 ของกระทรวงการคลังมาใช้บังคับโดยอนุโลมตลอดมา จนถึง พ.ศ. 2521 จำเลยจึงได้ออกข้อบังคับเกี่ยวกับเงินบำเหน็จประกาศใช้บังคับ แต่ระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502 กำหนดขึ้นโดยคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ใช้แก่ราชการและรัฐวิสาหกิจทั้งหลายเป็นการทั่วไป จำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งจึงหามีอำนาจที่จะยกเลิกเพิกถอนระเบียบดังกล่าวไม่ แต่มีอำนาจตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจำเลย มาตรา 15(3)และมาตรา 18 ที่จะวางข้อบังคับเกี่ยวกับเงินบำเหน็จและเงินรางวัลของจำเลยเอง ซึ่งเมื่อได้ประกาศใช้ข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. 2521 แล้วย่อมมีผลเท่ากับไม่นำเอาระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502 มาใช้บังคับโดยอนุโลมต่อไป ดังนั้น จะนำควา …
- ฎีกาที่ 1391-1442/2532
เดิมจำเลยไม่มีระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้างเป็นของตนเอง จึงนำเอาระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502 ของกระทรวงการคลังมาใช้บังคับโดยอนุโลมตลอดมา จนถึง พ.ศ. 2521 จำเลยจึงได้ออกข้อบังคับเกี่ยวกับเงินบำเหน็จประกาศใช้บังคับ แต่ระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502 กำหนดขึ้นโดยคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ใช้แก่ราชการและรัฐวิสาหกิจทั้งหลายเป็นการทั่วไป จำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งจึงหามีอำนาจที่จะยกเลิกเพิกถอนระเบียบดังกล่าวไม่ แต่มีอำนาจตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจำเลยมาตรา 15 (3) และมาตรา 18 ที่จะวางข้อบังคับเกี่ยวกับเงินบำเหน็จและเงินรางวัลของจำเลยเอง ซึ่งเมื่อได้ประกาศใช้ข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. 2521 แล้วย่อมมีผลเท่ากับไม่นำเอาระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502 มาใช้บังคับโดยอนุโลมต่อไป ดังนั้น จะนำคว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1392/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ประกอบมาตรา 265 จำคุกสองปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 21) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 45,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 10 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเป็นคดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเป็นต้องฟังฎีกาของจำเลยที่ 1 ก่อน เมื่อจำเลยที่ 1 ยังไม่ได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้ จึงยังไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1393/2532
ความว่า จำเลยร่วมฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วโดยวิธีปิดหมาย(อันดับ 237) ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นหมายเรียกบริษัทประกันภัยศรีเมืองจำกัด เข้าเป็นจำเลยร่วม ตามคำร้องของจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4ในฐานะผู้รับมรดกของนายเจริญ สุพรรณพงศ์ และจำเลยร่วม ร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 244,156 บาท โดยให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 รับผิดชดใช้เงินจำนวนดังกล่าว แต่ไม่เกินทรัพย์มรดกของนายเจริญ สุพรรณพงศ์ที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ได้รับ และสำหรับจำเลยร่วมนั้น ให้รับผิดจำนวนไม่เกิน 222,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2ถึงที่ 4 ในฐานะผู้รับมรดกของนายเจริญ สุพรรณพงศ์ และจำเลยร่วมร่วมกันชดใช้เงินให้แก่โจทก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1394/2532
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 81) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทตามเอกสารหมาย จล.1 เนื้อที่ 14 ไร่ 2 งาน 80 ตารางวาห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีก ให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยทะเบียนเลขที่ 1 ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลโพนสวรรค์อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เฉพาะส่วนที่ที่ดินพิพาทตั้งอยู่ในเขต ฯลฯ จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 82,81) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 67) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ แต่ห้ามทำนิติกรรมใด ๆเกี่ยวกับที่ดินพิพาทในระหว่างฎีกา ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1395/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ลงโทษจำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 50,49) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 80,000บาท (อันดับ 4,39 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบเสียก่อน แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุจะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1397/2532
ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้จำเลยไม่ติดใจที่จะฎีกาต่อไป จึงมีความประสงค์ขอถอนฎีกา ขอศาลได้โปรดอนุญาตและออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 19) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264,265,268,83,91 ฯลฯ ให้ลงโทษตามมาตรา 268แต่กระทงเดียว จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,268,83,91 ที่แก้ไขแล้ว ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรค 2 แต่กระทงเดียวจำคุก 2 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา (อันดับ 17) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 19) คำสั่ง ศาลฎีกาทำคำพิพากษาคดีนี้แล้ว จึง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1398/2532
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 86) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาทและห้ามเข้าเกี่ยวข้องอีกต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 83,82) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 66) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1399/2532
ความว่า จำเลยฎีกา มีมูลและเหตุผลที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 135) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์เป็นเงิน221,830 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ตั้งแต่วันที่15 กันยายน 2526 จนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง(วันที่ 7 มิถุนายน 2527) จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 127,126) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 117,114) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 15 กันยายน 2526 จนถึงวันทราบคำสั่งนี้มาวางศาลจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:140/2532
ความว่า จำเลยฎีกา คดี มีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 90) สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาเช่าซื้อ จึงขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากบ้านเลขที่ 24 หมู่ 5 ตำบลไร่ขิงอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และที่ดินตามโฉนดที่ 2415 ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ที่จำเลยเช่าซื้อ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาขับไล่จำเลยให้ใช้ค่าเสียหายตามคำขอของโจทก์จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบยังฟังไม่ได้ว่า ที่จำเลยขาดนัดเพราะจำเลยไม่จงใจ กรณียังไม่มีเหตุที่จะให้พิจารณาคดีใหม่ จึงให้ยกคำร้องของจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 85,84) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 66) คำสั่ง พิเคราะห์แล …