ปี พ.ศ.: 2532
3,985 รายการ · หน้า 24 จาก 200
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1400/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา มีโอกาสที่จะชนะคดีโจทก์ได้โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 124) ระหว่างพิจารณา จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลเรียกนางมาลีศิริคุณานนท์ เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 24/2498 เนื้อที่ 1 ไร่ 40 ตารางวา ตำบลโพธิ์สามต้น อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาตามฟ้อง ห้ามจำเลยทั้งสองเข้าเกี่ยวข้องและให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 300 บาท จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 119,117) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ตามขอ แต่ห้ามทำนิติกรรมใด ๆเกี่ยวกับที่ดินพิพาทในระหว่างฎีกา ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งดังกล่าวแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1401/2532
ความว่า จำเลยฎีกา มีมูลที่จะชนะคดีโจทก์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 121) ศาลอุทธรณ์พิพากษายื่นให้จำเลยชำระเงิน 72,040 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินดังกล่าว นับแต่เดือนมิถุนายน 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 115,114) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยนำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 80,90) คำสั่ง ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยจนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 1 ปีมาเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1402/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 105) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันชดใช้เงิน67,576.81 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปีของต้นเงิน 60,009.82 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 102,101) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ แต่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันต่อศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด (อันดับ 92 แผ่นที่ 2,94) คำสั่ง ถ้าจำเลยที่ 1 หรือที่ 2 คนใดคนหนึ่งหรือร่วมกันหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนถึงวันทราบคำสั่งนี้มาวางศาลจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1403/2532
ความว่า จำเลยยื่นฎีกาไว้ บัดนี้กรมอัยการมีความเห็นว่าไม่ควรฎีกาและให้ถอนฎีกา จำเลยไม่ประสงค์จะดำเนินคดีชั้นฎีกาต่อไป จึงขอถอนฎีกา ขอได้โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 87) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินตามหนังสือแจ้งให้โจทก์ส่งภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ ต.3/1041/2/02952-02955 รวม 4 ฉบับ และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เลขที่ 26/2529 เสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา (อันดับ 82) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 85) คำสั่ง อนุญาตให้จำเลยถอนฎีกาได้ จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ คืนค่าขึ้นศาลให้สามในสี่ส่วน
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1404/2532
ความว่า จำเลยที่ 7 ฎีกา มีมูลที่จะชนะคดีโจทก์ได้โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้านเมื่อพ้นกำหนดศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ (อันดับ 198) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 5 ที่ 7 และที่ 9 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 6,810,363.17 บาท ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2525 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ ให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 8 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 9นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา (อันดับ 195) จำเลยที่ 7 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 194,193) จำเลยที่ 7 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยวางหลักทรัพย์ไว้เป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 171 แผ่นที่ 2,181) คำสั่ง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1405/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26,75,76 วรรคสอง ฯลฯ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90ความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 75 และมาตรา 76 วรรคสอง มีระวางโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษจำเลยฐานผลิตกัญชาตามมาตรา 75 แต่เพียงบทเดียวให้จำคุก 2 ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 113,112) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 80,000 บาท (อันดับ 4,88) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระห …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1406-1407/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ที่ 1 ที่ 2 แถลงคัดค้าน (อันดับ 276) คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันและรวมกับคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 576/2522 หมายเลขแดงที่198/2526 อีกคดีหนึ่ง ซึ่งถึงที่สุดแล้วโดยคู่ความมิได้อุทธรณ์โดยเรียกนายฐากูรหรือบุญส่งจาวสุวรรณวงษ์ เป็นโจทก์ที่ 1บริษัทพิพัทธ์ประกันภัย จำกัด เป็นโจทก์ที่ 2 นายสนิทจาวสุวรรณวงษ์เป็นโจทก์ที่3นายประดิษฐ์จันทมาศเป็นจำเลยที่ 1 นายบุญธรรม แสนงาม เป็นจำเลยที่ 2 และนายบุญลือ ใจช่วง เป็นจำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชดใช้เงินให้โจทก์ที่ 1 เป็นเงินจำนวน 158,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 206,250 บาท ให้โจทก์ที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1408/2532
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 97) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยไปจัดการจดทะเบียนสิทธิการเช่าตึกแถวพิพาทให้แก่โจทก์ ณ ที่ว่าการเขตบางกอกใหญ่มีกำหนด 12 ปี ในอัตราค่าเช่าเดือนละ 200 บาท ภายใน 6 ปีแรกและอีก 6 ปีหลัง ในอัตราค่าเช่าเดือนละ 300 บาท โดยเริ่มนับสัญญาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2525 เป็นต้นไป ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามก็ให้ถือเอาคำพิพากษานี้เป็นการแสดงเจตนาแทน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 93,92) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 83) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกาได้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1409/2532
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 124) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 70,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คคือวันที่ 23 กรกฎาคม 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 121,120) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยได้นำหลักทรัพย์มาวางไว้เป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 105,107,109) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับต้นเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยจนถึงวันฟังคำสั่งนี้และต่อไปอีกเป็นเวลา 1 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:141-142/2532
ความว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในวันที่18 มกราคม 2532 แต่เนื่องจากนายอินทร์หรือทองอินทร์ม่วงมูลตรีจำเลยที่ 3 ได้ถึงแก่กรรมลง ผู้ร้องซึ่งเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 3 และเป็นจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ด้วยมีความประสงค์ขอเข้ารับมรดกความแทนที่จำเลยที่ 3 โปรดอนุญาต หมายเหตุ ศาลชั้นต้นสอบผู้ร้องแล้วแถลงว่าเป็นภริยาของจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 3 ถึงแก่กรรมไปแล้วจริง กับสอบโจทก์แล้วแถลงไม่คัดค้าน (สำนวนตอน 2 อันดับ 29) คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกโจทก์ในสำนวนแรกซึ่งเป็นจำเลยในสำนวนหลังว่าโจทก์ เรียกจำเลยที่ 1 ในสำนวนแรกซึ่งเป็นโจทก์ที่ 2 ในสำนวนหลังว่าจำเลยที่ 1เรียกจำเลยที่ 2 ในสำนวนแรกซึ่งเป็นโจทก์ที่ 1 ในสำนวนหลังว่าจำเลยที่ 2 และเรียกจำเลยที่ 3 ในสำนวนแรกว่าจำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ที่ 2ห้ามโจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้อ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1410/2532
ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 95) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ขนย้ายทรัพย์สินกับบริวารออกไปจากบ้านพิพาทเลขที่ 154 และให้จำเลยที่ 3ขนย้ายทรัพย์สินกับบริวารออกไปจากบ้านพิพาทเลขที่ 150ถนนเทศบาลสาย 1 แขวงวัดกัลยาณ์เขตธนบุรี กรุงเทพมหานครห้ามมิให้จำเลยทั้งสามเกี่ยวข้องหรือกระทำการเป็นการรบกวนและโต้แย้งสิทธิของโจทก์ต่อไป ให้จำเลยที่ 2- ที่ 3 ชำระค่าเสียหายคนละ 1,000 บาท ต่อเดือนนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากบ้านพิพาทดังกล่าวเสร็จแก่โจทก์ ยกฟ้องแย้งจำเลยทั้งสาม ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 89,88) จำเลยทั้งสามได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยที่ 2 ที่ 3 นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 68,70) คำสั่ง พิเคราะ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1411/2532
ความว่า จำเลยฎีกา มีโอกาสชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 111) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 256,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี นับแต่วันที่ 22 มีนาคม 2522จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นให้แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงินชำระหนี้จำนวน 256,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2527 ซึ่งเป็นวันฟ้องถอยหลังขึ้นไป 5 ปี และตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 104,106) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว หากจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระให้โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมดอกเบี้ยก่อนฟ้องเป็นเวลา 5 ปี และดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องอีกเป็นเวลา5 ปี มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็อนุญาตให้ทุเลาการบัง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1412/2532
ความว่า ผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้ง 5 ต่างได้ยื่นฎีกาไว้บัดนี้คู่ความทั้งสองฝ่ายและทายาททุกคนตกลงกันได้เป็นที่เรียบร้อย ผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้ง 4 จึงจะไม่ประสงค์จะฎีกาอีกต่อไปและขอถอนฎีกาที่ยื่นไว้โดยต่างฝ่ายต่างไม่คัดค้านการขอถอนฎีกาของอีกฝ่ายหนึ่ง โปรดอนุญาต หมายเหตุ คดีนี้สืบเนื่องจากผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกไม่มีพินัยกรรมของนายดาบคล้อย บุญเลี่ยม และนางเชื้อ บุญเลี่ยมผู้ตายทั้งสอง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกตามคำขอ ผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 5 ยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ศาลมีคำสั่งถอดถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดก และตั้งผู้คัดค้านที่ 5 เป็นผู้จัดการมรดกแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ถอดถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายดาบคล้อยและนางเชื้อ บุญเลี่ยมและมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านที่ 5 ในฐานะส่วนตัวและมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 4 เป็นผู้จัดการมรดก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1413/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 74 แผ่นที่ 3) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 168,000 บาทแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 3ร่วมรับผิดจำนวน 152,000 บาท และให้จำเลยที่ 1 ที่ 3ร่วมกันชำระดอกเบี้ยในต้นเงิน 150,000 บาท อัตราร้อยละสิบสองต่อปีสำหรับจำเลยที่ 1 และอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีสำหรับจำเลยที่ 3 นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ฯลฯ จำเลยที่ 1 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 73,72) จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 59,62) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับต้นเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1414/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 137) คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์และจำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความว่า ทรัพย์มรดกของนางสงวน เลียวพานิช เป็นของโจทก์ทั้งหมดยกเว้นเงินฝากในธนาคาร โจทก์จะจ่ายเงินจำนวน8,000,000 บาท ให้แก่จำเลยทั้งสองโดยจะนำมาวางภายใน 3 เดือนและจำเลยทั้งสองจะโอนใบอนุญาตต่าง ๆ เกี่ยวกับกิจการโรงเรียนและเอกสารเกี่ยวกับโรงเรียนให้แก่โจทก์ และยอมออกจากทรัพย์สินมรดกในกำหนด 15 วัน หลังจากที่โจทก์ได้วางเงินต่อศาลแล้ว ถ้าโจทก์ไม่วางเงินจำนวนดังกล่าว ยอมให้ยึดทรัพย์สินอันตกได้แก่โจทก์ออกขายทอดตลาดชำระให้จำเลยทั้งสองจนครบและหากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามยอมให้บังคับคดีได้ทันทีและหากไม่ยอมโอนใบอนุญาตและเอกสารต่าง ๆ เกี่ยวกับกิจการของโรงเรียน ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย หรือให้ศาลมีคำสั่งบังคับให …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1415/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364,365 และ 278 ประกอบมาตรา 90ลงโทษตามมาตรา 278 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 62,61) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 50,000 บาท (อันดับ 3,49) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และขณะนี้จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1416/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางสมุดฝากเงินประจำธนาคารออมสินรวมเงินฝาก 80,000 บาท ไว้เป็นประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(4),83 เห็นว่าจำเลยกับพวกหลายคนใช้อาวุธมีดคัทเตอร์และอาวุธมีดกรีดหน้าและฟันถูกส่วนสำคัญของร่างกายของผู้เสียหายทั้งสองเป็นบาดแผลฉกรรจ์ประกอบกับพฤติการณ์แห่งคดี ให้ลงโทษจำคุก 4 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 89) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 80,000 บาท (อันดับ 75) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาตีราคาค่าประกัน 100,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่มแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1417/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และมาตรา 267 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษจำเลยตามมาตรา 267อันเป็นบทหนัก จำคุก 3 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยในระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา (อันดับ 100) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน (อันดับ 105,104) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว ตีราคาประกัน60,000 บาท (อันดับ 3) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาประกัน 60,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1418/2532
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 96) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 125,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่4 ธันวาคม 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 92,91) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น(อันดับ 73,74) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่4 ธันวาคม 2527 จนถึงวันฟังคำสั่งนี้และต่อไปอีกมีกำหนดหนึ่งปี มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1419/2532
ความว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 1 ปี ให้จำเลยและบริวารออกจากป่าสงวนแห่งชาติ ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลดโทษ และยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า พิเคราะห์เหตุแห่งคดีแล้ว ยังไม่มีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาค่าประกันหนึ่งแสนสองหมื่นบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป