ปี พ.ศ.: 2532
3,985 รายการ · หน้า 25 จาก 200
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1420/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 75) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินให้โจทก์90,451.39 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน88,786.66 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 72,71) จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยวางหนังสือค้ำประกันของธนาคารไว้เป็นประกัน (อันดับ 58แผ่นที่ 2,61) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 88,786.66 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปี มาวางศาลจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1421/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีมูลที่จะชนะคดีโจทก์ได้โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 88) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 86,675.75 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงิน 85,080 บาท จากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 85,84) จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยวางหลักทรัพย์ไว้เป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 69 แผ่นที่ 2,74) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 85,080 บาท จากวันฟ้องจนถึงวันทราบคำสั่งนี้ และต่อไปอีกสองปี มาให้เป็นที่พอใจศาลชั้นต้นและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ใ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1422/2532
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 82) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน 20,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2527 จนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 73,75) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปีเป็นเวลา 7 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจ และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1423/2532
ความว่า จำเลยที่ 5 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 155) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 4 ใช้เงินค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 160,000 บาท และแก่โจทก์ที่ 2 จำนวน50,176 บาท พร้อมดอกเบี้ยของเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสอง นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ยกฟ้องโจทก์ สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 3 และที่ 5ร่วมกันรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยตามจำนวนและอัตราที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ทั้งสองด้วย โดยให้จำเลยที่ 5รับผิดต่อโจทก์ทั้งสองคนละไม่เกิน 25,000 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 5 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 153,152) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 5 หาประกันสำหรับต้นเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1424/2532
ความว่า ผู้ร้องฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ศาลรับฎีกาที่ยื่นต่อศาลเกินกำหนด ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยชอบเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2531 ผู้ร้องยื่นฎีกาวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2532 จึงเกินกำหนดหนึ่งเดือนแล้วไม่รับฎีกา อนึ่งเหตุตามที่ผู้ร้องอ้างในคำร้องลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2532 มิใช่เหตุสุดวิสัย ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2531 แต่ผู้ร้องไม่ทราบวันนัดเนื่องจากเจ้าพนักงานศาลได้นำหมายนัดฟังคำพิพากษาไปส่งโดยปิดหมายไว้ณ บ้านเลขที่ 10/3-4 ถนนเศรษฐศิริ กรุงเทพมหานคร โดยสถานที่ดังกล่าวมิใช่ภูมิลำเนาหรือสถานที่ทำการของผู้ร้องหรือของทนายผู้ร้อง ทั้งนี้เพราะทนายความของผู้ร้องได้ย้ายสำนักงานจากบ้านเลขที่ดังกล่าวไปอยู่ที่อื่นแล้วตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2530การส่งหมายจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทนายผู้ร้องเพิ่งทราบเมื่อวันท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1425/2532
ความว่า ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกา และปรากฏว่าขณะนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และโจทก์กำลังดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์ของผู้ร้อง โปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 101) เฉพาะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แถลงคัดค้าน(อันดับ 102) คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามเป็นบุคคลล้มละลาย และโจทก์ได้นำเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดทรัพย์หลายรายการโดยอ้างว่าเป็นของจำเลย ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าทรัพย์ดังกล่าวเป็นของผู้ร้องเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งไม่ถอนการยึด ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้น 2 ฉบับ ฉบับแรกลงวันที่ 12 มีนาคม 2529 ขอขยายเวลายื่นคำคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาต ฉบับที่สองลงวันที่ 14 มีนาคม 2529 ขอให้ศาลมีคำสั่งกลับหรือแก้ไขคำสั่ง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1426/2532
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของโจทก์ในข้อ 2.1 เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย ให้รับไว้ ส่วนอุทธรณ์ของโจทก์ข้ออื่นนอกจากนั้นเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 จึงไม่รับ โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ข้อ 2.3 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยสั่งจ่ายเงินตามเช็คโดยไม่มีหลักฐานการจ่ายเงินมาหักล้างบัญชีทำให้เงินขาดบัญชีไปนั้น เป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อเป็นการละเมิดต่อโจทก์ โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวด้วย หมายเหตุ ศาลแรงงานกลางได้ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้ว (อันดับ 152) โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยจำนวน 286,917.40 บาทแก่โจทก์ และให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินจำนวน 258,119.47 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่า …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1427/2532
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ต้องห้ามไม่ให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อกฎหมายศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณา หมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้วโดยวิธีปิดหมาย(สำนวนธุรการ อันดับ 16 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 3) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177 และมาตรา 83 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 12) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 13) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1428/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 4 ปี ฯลฯจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่น ฎีกาต่อไป (สำนวนธุรการ อันดับ 20,19) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 300,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 2,6 แผ่นที่ 9) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเป็นคดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเป็นต้องฟังฎีกาก่อน เมื่อจำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1429/2532
ความว่า เนื่องจากโจทก์จำเลยตกลงกันได้แล้วและไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีใด ๆ ต่อกันอีกต่อไปทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา โจทก์จึงขอถอนฎีกาของโจทก์ โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้าน (อันดับ 130) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกันชำระเงิน 84,590 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2523 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จให้แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา (อันดับ 120) ศาลฎีกามีคำพิพากษา และส่งไปศาลชั้นต้นเพื่อนัดคู่ความฟังแล้ว(อันดับ 127) วันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 130) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้โจทก์ถอนฎีกา คืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์สามในสี่ จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความของศาลฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:143/2532
ความว่า จำเลยทั้งสามขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14,31,35 ฯลฯ พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4,7,11,48,72,74,74 ทวิ ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91 ฯลฯ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน จึงให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป โดยให้ลงโทษฐานทำไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 73ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด กระทงหนึ่ง จำคุกคนละ 2 ปี ฐานแปรรูปไม้ตามมาตรา 73 อีกกระทงหนึ่งจำคุกคนละ 2 ปี รวมโทษจำคุกคนละ 4 ปีจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 2 ปี ริบของกลาง จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 43,42) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสามชั่วคราวในระหว่างอ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1430/2532
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 2.1.1 เกี่ยวกับบุคคลที่ร้องทุกข์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้วว่าไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัว พนักงานสอบสวนย่อมดำเนินคดีได้โดยมิต้องร้องทุกข์ แต่จำเลยกลับโต้แย้งโดยอ้างส่งเอกสารท้ายฎีกาหมายเลข 1 เป็นการส่งพยานเอกสารเพิ่มเติม จึงไม่ชอบ เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไร้สาระ ฎีกาข้อ 2.1.2 เรื่องโต้แย้งอำนาจสอบสวน ข้อนี้จำเลยรับสารภาพโดยไม่เคยโต้แย้งมาก่อน แต่กลับกล่าวอ้างสถานที่เกิดเหตุ จึงเป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ ต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1.1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจฟ้องของโจทก์ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนและเป็นสาระสำคัญศาลฎีกาสามารถหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เองอยู่แล้วแม้ว่าจะไม่ได้ยกขึ้นในศาลชั้นต้นก็ตาม ส่วนฎีกาข้อ 2.1.2 ที่จำเลยกล่าวอ้างข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุนั้น มิใช่เป็น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1431/2532
ความว่า โจทก์ได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้โจทก์กับจำเลยที่ 3สามารถตกลงกันได้ โจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยที่ 3 ต่อไปจึงขอถอนฎีกา ขอได้โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยที่ 3 แถลงข้างคำร้องว่าไม่คัดค้าน (อันดับ 58) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157,267,268,83,84,91 ก่อนวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 4 ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ประทับฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา (อันดับ 44) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 58) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้โจทก์ถอนฎีกาสำหรับจำเลยที่ 3 ได้ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความของศาลฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1432/2532
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า จำเลยได้ยื่นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายขอให้ศาลใช้ดุลพินิจรอการลงโทษให้แก่จำเลย สำหรับฎีกาในส่วนที่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยเห็นว่าเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงพิจารณา ซึ่งจำเลยได้ขออนุญาตให้ศาลรับรองไว้ด้วยแล้ว โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 33) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,55,72,78 ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32,91 ฯลฯ เรียงกระทงลงโทษ ฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ จำคุก 2 ปี ฐานมีเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตปรับ 1,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี ปรับ 500 บาท ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1433/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ฎีกา มีมูลที่จะชนะคดีได้โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 152) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 36,000 บาทให้โจทก์และให้ชำระค่าเสียหายเดือนละ 800 บาท นับแต่วันที่ 1กรกฎาคม 2526 จนกว่าจะชำระหนี้ให้โจทก์เสร็จสิ้น ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า คดีของจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้องนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 147,146) จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ (อันดับ 128) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 2 ที่ 3 หรือที่ 4 คนใดคนหนึ่งหรือร่วมกันหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมค่าเสียหายรายเดือนเดือนละ 800 บาทนับแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2526 จนถึงวันฟังคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปีมาว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:144/2532
ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา มีเหตุผลที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 71) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชำระเงิน จำนวน500,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2527 จนกว่าชำระเสร็จ ส่วนจำเลยที่ 3 ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 3 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 66,65) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 3 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2527 ถึงวันทราบคำสั่งนี้มาให้จนเป็นที่พอใจ และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1449/2532
เมื่อจำเลยยิงผู้ตายแล้ว ผู้เสียหายได้เข้าไปแย่งปืนจากจำเลยและกอดปล้ำกัน ระหว่างกอดปล้ำกัน ก. วิ่งเข้ามาหาจำเลย จำเลยจึงส่งอาวุธปืนให้แก่ ก. โดยจำเลยมิได้พูดหรือแสดงกิริยาอาการใดที่จะพึงให้เข้าใจได้ว่าจำเลยมีเจตนาให้ ก. ยิงผู้เสียหายเมื่อ ก. ได้รับอาวุธปืนจากจำเลยแล้วก็หาได้ยิงผู้เสียหายในทันทีไม่ แต่ ได้ ถอยหลังออกไปก่อน เมื่อผู้เสียหายเข้าไปแย่งอาวุธปืนจาก ก. อีกจึงถูก ยิง เช่นนี้ไม่อาจรับฟังได้ ว่าจำเลยทราบหรือคาดหมายได้ว่า ก. มีเจตนายิงผู้เสียหาย ถือไม่ได้ว่าจำเลยช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ ก. ยิงผู้เสียหายตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ในวันนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก ทนายจำเลยที่ศาลชั้นต้นตั้งขอถอนตัว เพราะจำเลยแต่งตั้ง ทนายเข้ามาใหม่ เมื่อทนายจำเลยขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นก็อนุญาตและนัดสืบพยานโจทก์ครั้งที่สองห่างจากวันนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกประมาณ 70 วัน ซึ่ง เป็นระยะเวลาที่เนิ่นนานเพี …
- ฎีกาที่ 1449/2532
เมื่อจำเลยยิงผู้ตายแล้ว ผู้เสียหายได้เข้าไปแย่งปืนจากจำเลยและกอดปล้ำกัน ระหว่างกอดปล้ำกัน ก. วิ่งเข้ามาหาจำเลย จำเลยจึงส่งอาวุธปืนให้แก่ ก. โดยจำเลยมิได้พูดหรือแสดงกิริยาอาการใดที่จะพึงให้เข้าใจได้ว่าจำเลยมีเจตนาให้ ก. ยิงผู้เสียหาย เมื่อ ก. ได้รับอาวุธปืนจากจำเลยแล้วก็หาได้ยิงผู้เสียหายในทันทีไม่ แต่ได้ถอยหลังออกไปก่อน เมื่อผู้เสียหายเข้าไปแย่งอาวุธปืนจาก ก. อีกจึงถูกยิง เช่นนี้ไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยทราบหรือคาดหมายได้ว่า ก. มีเจตนายิงผู้เสียหาย ถือไม่ได้ว่าจำเลยช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ ก. ยิงผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ในวันนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก ทนายจำเลยที่ศาลชั้นต้นตั้งขอถอนตัว เพราะจำเลยแต่งตั้งทนายเข้ามาใหม่ เมื่อทนายจำเลยขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นก็อนุญาตและนัดสืบพยานโจทก์ครั้งที่สอง ห่างจากวันนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกประมาณ 70 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เนิ่นนานเพียงพอท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:145/2532
ความว่า คดีนี้ จำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาไว้ คดีจึงอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ยังไม่ถึงที่สุดโจทก์ทั้งสามได้รับเงินจากจำเลยทั้งสองจนเป็นที่พอใจแล้วจึงขอถอนฟ้อง โปรดอนุญาต หมายเหตุ ทนายจำเลยทั้งสองแถลงท้ายคำร้องว่าไม่คัดค้าน(อันดับ 79) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,91,341 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์มีมูล จึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดกรรมเดียว ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ2 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีของศาล ลดโทษให้จำเลยทั้งสองคนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอ้างว่าเป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้าม (อัน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1455/2532
ความว่า ผู้ร้องที่ 1 ที่ 2 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนโดยให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์ที่โจทก์นำยึดไว้ชั่วคราวจนกว่าจะมีคำพิพากษาศาลฎีกา หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 88) สืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดโรงสีไฟพร้อมด้วยเครื่องจักรและอุปกรณ์ทั้งหมดซึ่งปลูกสร้างอยู่บนที่ดินมีโฉนดอยู่ที่หมู่ที่ 7 ตำบลพระขาว อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องโดยผู้ร้องได้ซื้อมาจากจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธินำยึด ขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปล่อยโรงสีไฟพร้อมเครื่องจักรและอุปกรณ์ทั้งหมดที่ถูกเจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้คืนแก่ผู้ร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องทั้งสองผู้ร้องที่ 1 ที่ 2 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 82, …