ปี พ.ศ.: 2533
4,313 รายการ · หน้า 23 จาก 216
- ฎีกาที่ 1279/2533
โจทก์ทราบถึงเหตุที่สินค้าขาดจำนวนจากน้ำหนักที่จำเลยแจ้งในรายงานการตรวจสอบสินค้าว่าเป็นเพราะจำเลยคำนวณและรายงานน้ำหนักสินค้าผิดพลาด ถือได้ว่าโจทก์รู้ถึงการละเมิดของจำเลยแล้ว การที่โจทก์ว่าจ้างบริษัท ว.ทำการตรวจสอบในภายหลังนั้น เป็นเพียงการตรวจสอบเพื่อหาหลักฐานว่าจำเลยคำนวณผิดพลาดอย่างไร เพื่อนำมาเป็นพยานหลักฐานในคดีเท่านั้น การที่โจทก์ฟ้องจำเลยเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่รู้ถึงการละเมิดและตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 442
- ฎีกาที่ 1279/2533
โจทก์ทราบถึง เหตุที่สินค้าขาดจำนวนจากน้ำหนักที่จำเลยแจ้งในรายงานการตรวจสอบสินค้าว่าเพราะจำเลยคำนวณและรายงานน้ำหนักสินค้าผิดพลาด ถือ ได้ ว่าโจทก์รู้ถึง การละเมิดของจำเลยแล้วการที่โจทก์ว่าจ้างบริษัท ว. ทำการตรวจสอบในภายหลังนั้นเป็นเพียงการตรวจสอบเพื่อหาหลักฐานว่าจำเลยคำนวณผิดพลาดอย่างไรเพื่อนำมาเป็นพยานหลักฐานในคดีเท่านั้น การที่โจทก์ฟ้องจำเลยเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่รู้ถึง การละเมิดและตัวผู้จะพึงต้อง ใช้ ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 448.
- ฎีกาที่ 1279/2533
โจทก์รับจ้างบริษัทผู้ขายให้ขนส่งสินค้ามีน้ำหนัก 5,000เมตริกตัน จากท่าเรือกรุงเทพ ไปส่งให้ผู้ซื้อ ณ ประเทศสิงคโปร์ผู้ซื้อได้ว่าจ้างจำเลยเป็นผู้ตรวจสอบจำนวนและคุณภาพสินค้าโดยวิธีเปรียบเทียบน้ำหนักเรือก่อนและหลังบรรทุกสินค้าลงเรือกับระดับน้ำ ข้างเรือซึ่งเรียกว่าดร๊าฟ เซอร์เวย์ แล้วรายงานว่าสินค้ามีน้ำหนัก 4,976 เมตริกตัน ต่ำกว่าที่ซื้อขายไม่ถึง1 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าใช้ได้ ปรากฏว่าเมื่อเรือไปถึงประเทศสิงคโปร์แล้ว สินค้าขาดหายไป 472 เมตริกตันข้อเท็จจริงได้ความว่า เมื่อขนถ่ายสินค้าลงเรือเรียบร้อยแล้วเรือของโจทก์ก็ออกเดินทางตรงไปยังประเทศสิงคโปร์ ก่อนทำการขนถ่ายสินค้าออกจากเรือก็ไม่ปรากฏว่าซีล ปิดระวางสินค้ามีร่องรอยถูกเปิดมาก่อน ทั้งไม่ปรากฏว่าห้องระวางเก็บสินค้าในเรือมีความชำรุดเสียหายแสดงว่าสินค้าไม่มีการสูญหายระหว่างทาง โจทก์ย่อมต้องทราบได้ทันทีว่าการที่สินค้าขาดจำนวนจากน …
- ฎีกาที่ 1279/2533
โจทก์รับจ้างบริษัทผู้ขายให้ขนส่งสินค้ามีน้ำหนัก ๕,๐๐๐ เมตริกตัน จากท่าเรือกรุงเทพ ไปส่งให้ผู้ซื้อ ณ ประเทศสิงคโปร์ ผู้ซื้อได้ว่าจ้างจำเลยเป็นผู้ตรวจสอบจำนวนและคุณภาพสินค้า โดยวิธีเปรียบเทียบน้ำหนักเรือก่อนและหลังบรรทุกสินค้าลงเรือ กับระดับน้ำ ข้างเรือซึ่งเรียกว่าดร๊าฟ เซอร์เวย์ แล้วรายงานว่า สินค้ามีน้ำหนัก ๔,๙๗๖ เมตริกตัน ต่ำกว่าที่ซื้อขายไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าใช้ได้ ปรากฏว่า เมื่อเรือไปถึงประเทศสิงคโปร์แล้ว สินค้าขาดหายไป ๔๗๒ เมตริกตัน ข้อเท็จจริงได้ความว่า เมื่อขนถ่ายสินค้าลงเรือเรียบร้อยแล้ว เรือของโจทก์ก็ออกเดินทางตรงไปยังประเทศสิงคโปร์ ก่อนทำการ ขนถ่ายสินค้าออกจากเรือก็ไม่ปรากฏว่าซีล ปิดระวางสินค้ามีร่องรอย ถูกเปิดมาก่อน ทั้งไม่ปรากฏว่าห้องระวางเก็บสินค้าในเรือมี ความชำรุดเสียหายแสดงว่าสินค้าไม่มีการสูญหายระหว่างทาง โจทก์ ย่อมต้องทราบได้ทันทีว่าการที่สินค้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1279/2533
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีโอกาสที่ศาลฎีกาจะพิจารณาพิพากษายกฟ้องโจทก์ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 114) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ จำนวน 200,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 16 เมษายน 2529 ซึ่งเป็นวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 109,108) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์โดยวางหลักทรัพย์ไว้เป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 87,92) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ย มีกำหนด 5 ปีมาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:128/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 วรรคแรก ประกอบมาตรา 80 จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 16) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 90,000บาท (สำนวนธุรการอันดับ 2,8 แผ่นที่ 3) คำสั่ง คดีนี้ ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้ จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1280/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 140) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 300,000 บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2525 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยก่อนฟ้องต้องไม่เกิน 11,500 บาท จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 133,132) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2525 ถึงวันฟังคำสั่งนี้ และต่อไปอีกสองปีมาให้เป็นที่พอใจศาลชั้นต้น และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1281/2533
เบี้ยปรับคือค่าเสียหายที่กำหนดไว้ล่วงหน้าในสัญญาอันอาจมีหรือเกิดขึ้นจากคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประพฤติผิดสัญญา เพื่อให้ฝ่ายที่ผิดสัญญาชดใช้ให้แก่ฝ่ายที่มิได้ผิดสัญญา แต่ ก็มิได้บังคับโดย เด็ดขาดว่าจำนวนเบี้ยปรับจะต้อง เป็นไปตาม ที่กำหนดไว้ในสัญญาหากจำนวนเบี้ยปรับนั้นสูงเกินส่วนศาลอาจใช้ ดุลพินิจลดจำนวนเบี้ยปรับตาม สัญญาลงได้ โดย พิจารณาถึง ทางได้เสียของโจทก์ซึ่ง เป็นเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วย กฎหมาย.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1281/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา มีเหตุผลอันจะทำให้ศาลฎีกามีคำพิพากษาเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 101) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน95,972 บาท นับแต่วันที่ 9 กันยายน 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยก่อนฟ้องมิให้เกิน 7,014.06 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 99,97) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ แต่จำเลยทั้งสองไม่วางหลักประกันภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด(อันดับ 78 แผ่นที่ 2,80) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยทั้งสองหรือคนหนึ่งคนใดหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่9 กันยายน 2526 เป็นต้นไปจนถึงวันทราบคำสั่งนี้ และต …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1282/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 324 จำคุก 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 75,74) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน40,000 บาท (อันดับ 3,49,56) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1283/2533
ผู้ตายกับจำเลยเคยมีสาเหตุกันเนื่องจากผู้ตายแบ่งเงินจากการขายรถจักรยานยนต์ที่ลักมาให้จำเลยน้อยและพูดจาดูถูกจำเลยเสมอ วันเกิดเหตุผู้ตายกับจำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์ไปด้วยกันเนื่องจากจำเลยลวงผู้ตายว่ามีผู้สนใจจะซื้อรถจักรยานยนต์เมื่อถึงที่เกิดเหตุจำเลยใช้อาวุธปืนที่พาติดตัวไปยิงผู้ตายในลักษณะจ่อยิงด้านหลัง แล้วลากศพไปทิ้งไว้ในป่า และนำรถจักรยานยนต์ไปซ่อนไว้ ก่อนเกิดเหตุไม่ปรากฏว่าจำเลยทะเลาะกับผู้ตาย เช่นนี้แสดงว่าจำเลยได้วางแผนตระเตรียมการที่จะฆ่าผู้ตายไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงฟังได้ว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน.
- ฎีกาที่ 1283/2533
ผู้ตายกับจำเลยเคยมีสาเหตุกันเนื่องจากผู้ตายแบ่งเงินจากการขายรถจักรยานยนต์ที่ลักมาให้จำเลยน้อยและพูดจาดูถูกจำเลยเสมอวันเกิดเหตุผู้ตายกับจำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์ไปด้วยกันเนื่องจากจำเลยลวงผู้ตายว่ามีผู้สนใจจะซื้อรถจักรยานยนต์ เมื่อถึงที่เกิดเหตุจำเลยใช้อาวุธปืนที่พาติดตัวไปยิงผู้ตายในลักษณะจ่อยิงด้านหลัง แล้วลากศพไปทิ้งไว้ในป่า และนำรถจักรยานยนต์ไปซ่อนไว้ก่อนเกิดเหตุไม่ปรากฏว่าจำเลยทะเลาะกับผู้ตาย เช่นนี้แสดงว่าจำเลยได้วางแผนตระเตรียมการที่จะฆ่าผู้ตายไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงฟังได้ว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
- ฎีกาที่ 1283/2533
ขณะเกิดเหตุ จำเลยกับผู้ตายขับขี่รถจักรยานยนต์ของกลางคนละคันมุ่งหน้าจะไปทางจังหวัด กำแพงเพชร โดย จำเลยลวงผู้ตายว่า มีผู้สนใจจะซื้อรถจักรยานยนต์ของกลาง เมื่อถึง บริเวณสถานที่ เกิด เหตุ จำเลยได้ ใช้ อาวุธปืนที่มีและพกพาติด ตัว ไปยิงผู้ตายในลักษณะจ่อยิงด้านหลังประชิดตัว ผู้ตาย แล้วลากศพผู้ตายไปทิ้งในป่า นำรถจักรยานยนต์ไปซ่อน ไว้ ปรากฏจากภาพถ่ายสภาพศพประกอบรายงานการชันสูตร พลิก ศพว่า มีรอยกระสุนปืนลูกซอง 1 นัดเข้าเป็นกลุ่มตรง บริเวณกลางหลังด้านขวาของผู้ตาย เป็นร่องรอยของการใช้ อาวุธปืนลูกซองยิงในระยะประชิดตัว ซึ่ง การยิงในลักษณะเช่นนี้ จำเลยจะต้อง มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับผู้ตาย ทั้งก่อนเกิดเหตุขณะที่อยู่บ้าน นาย ฉ. ก็ไม่ปรากฏว่า จำเลยมีปากเสียงทะเลาะเบาะแว้ง กับผู้ตายแต่ อย่างใดเลย เช่นนี้ จึงเชื่อ ได้ ว่าก่อนเกิดเหตุคดีนี้จำเลยได้ วางแผนตระเตรียมการที่จะฆ่าผู้ตายไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว สาเหตุเพราะผู้ …
- ฎีกาที่ 1283/2533
ผู้ตายกับจำเลยเคยมีสาเหตุกันเนื่องจากผู้ตายแบ่งเงินจากการขายรถจักรยานยนต์ที่ลักมาให้จำเลยน้อยและพูดจาดูถูกจำเลยเสมอ วันเกิดเหตุผู้ตายกับจำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์ไปด้วยกันเนื่องจากจำเลยลวงผู้ตายว่ามีผู้สนใจจะซื้อรถจักรยานยนต์ เมื่อถึงที่เกิดเหตุจำเลยใช้อาวุธปืนที่พาติดตัวไปยิงผู้ตายในลักษณะจ่อยิงด้านหลัง แล้วลากศพไปทิ้งไว้ในป่า และนำรถจักรยานยนต์ไปซ่อนไว้ ก่อนเกิดเหตุไม่ปรากฏว่าจำเลยทะเลาะกับผู้ตาย เช่นนี้แสดงว่าจำเลยได้วางแผนตระเตรียมการที่จะฆ่าผู้ตายไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงฟังได้ว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1283/2533
ความว่า เนื่องจากโจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงกันได้แล้ว จำเลยทั้งสองไม่ติดใจดำเนินกระบวนพิจารณาอีกต่อไป จึงขอถอนฎีกาโปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 126,886.21บาทให้แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 19 ต่อปีจากต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2526 เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ชำระเงินหรือชำระเงินไม่ครบถ้วนก็ให้ยึดที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 4384 ตำบลบ้านไผ่อำเภอบ้านไผ่ของจำเลยที่ 2 ที่จำนองไว้กับโจทก์มาขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้ให้โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ก็ให้บังคับคดีเอากับทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา (อันดับ 106) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ทนายจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 119) โดยใบแต่งทนายระบุให้ทนายมีอำนาจถอนฟ้องได้ ( …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1284/2533
ความว่า จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ส่วนฎีกาที่เป็นปัญหาข้อกฎหมายก็มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้ว ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225 ประกอบด้วย มาตรา 195จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ (น่าจะเป็นจำเลย) ข้อ 5 ที่ว่าโจทก์จำเลยได้มีการตกลงประนีประนอมยอมความกันโดยจำเลย ยอมผ่อนชำระให้โจทก์และโจทก์รับไว้ ถือได้ว่าโจทก์จำเลยยอมความกัน ทำให้สิทธิการดำเนินคดีอาญาของโจทก์ระงับ เป็นข้อกฎหมายที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ หรือแม้แต่จะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาก็ตามก็เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนที่ศาลจำต้องรับฎีกาในข้อกฎหมายดังกล่าวโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานใ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1285/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกัน ขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก วางโทษจำคุกคนละ 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษเฉพาะจำเลยที่ 2ไว้มีกำหนด 2 ปี ให้จำเลยที่ 2 รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติสำนักงานคุมประพฤติธนบุรีทุก 3 เดือนครั้ง จนกว่าจะครบ 2 ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้และยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 55,56,59,57) จำเลยที่ 1 เคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 51) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อย …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1286/2533
ความว่า เนื่องจากโจทก์ที่ 3 ได้ถึงแก่กรรมรายละเอียดปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายใบมรณะบัตรท้ายคำร้อง ผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ที่ 3 ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายใบสูติบัตรท้ายคำร้องมีความประสงค์ขอรับมรดกความแทนโจทก์ที่ 3 เพื่อดำเนินคดีต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยทั้งสามแถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 200) โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามแบ่งทรัพย์มรดกตามบัญชีท้ายฟ้องให้โจทก์ทั้งสามเป็นเงิน 164,313 บาท หากไม่สามารถแบ่งได้ให้นำทรัพย์มรดกออกขายทอดตลาดแบ่งเงินให้โจทก์ทั้งสามตามส่วน ให้จำเลยทั้งสามชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีจากต้นเงิน 164,313 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะแบ่งมรดกเสร็จ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการวินิจฉัยในส่วนที่โจทก์ทั้งสามจะได้รับจากทรัพย์สินพิพาทแล้วพิพากษาใหม่ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ฎ …
- ฎีกาที่ 1287/2533
ก่อนเกิดเหตุจำเลยมีภริยาอยู่แล้ว และยังไม่ได้เลิกกับภริยาเมื่อพาผู้เสียหายไปร่วมประเวณีโดย ไม่มีเจตนาที่จะอยู่กินเลี้ยงดูผู้เสียหายฉัน สามีภริยาแล้ว ต่อมารู้ตัวว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิด จึงให้มารดาและพวกพาไปขอขมาและนำเงินไปชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ร่วมเพื่อมิให้ดำเนิน คดีแก่จำเลยอีกต่อไปดังนั้น แม้จะฟังว่าผู้เสียหายสมัครใจไปกับจำเลย และได้ร่วมประเวณีกับจำเลยก็ตาม การกระทำของจำเลยถือ ได้ ว่าเป็นการพรากผู้เสียหายซึ่ง เป็นผู้เยาว์ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจารอันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 319 วรรคแรก.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1287/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม จำคุก 6 ปี 8 เดือน และจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 72,72 ทวิเรียงกระทงลงโทษฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งจำคุก 6 เดือน และฐานพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตให้พกพา จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้หนึ่งในสาม จำคุก 4 เดือน รวมจำคุก 7 ปี6 เดือน ฯลฯ จำเลยฎีกาและยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 74,80 แผ่นที่ 2,78) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่า …