ปี พ.ศ.: 2533
4,313 รายการ · หน้า 25 จาก 216
- ฎีกาที่ 1299/2533
ข้อตกลงระหว่างกรมป่าไม้กับกรมตำรวจกำหนดให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจยึดพาหนะที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดไว้ แต่มิได้ระบุว่าพนักงานสอนสวนจะต้องเป็นผู้เก็บรักษาไว้เอง ทั้งระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการเก็บรักษาของกลาง กำหนดให้พนักงานสอบสวนจัดสถานที่สำหรับรักษาพาหนะของกลาง หรือมอบให้ผู้ที่สมควรรักษาไว้แทนก็ได้ การที่จำเลยซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนมอบรถยนต์ของกลางให้ ท. ผู้เช่าซื้อนำไปเก็บรักษาไว้เนื่องจากจำเลยไม่มีสถานที่เก็บรักษา และสถานีตำรวจที่จำเลยปฏิบัติงานอยู่ในเขตผู้ก่อการร้าย จึงมีเหตุผลอันสมควร เป็นการใช้ดุลพินิจปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบ และไม่ขัดต่อข้อตกลงดังกล่าว การที่ ท. ผู้เช่าซื้อนำรถยนต์ของกลางไปใช้ และโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อได้ยึดคืนแล้วนำไปขายต่อให้แก่ผู้อื่นเนื่องจาก ท.ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ ซึ่งต่อมาศาลมีคำพิพากษาให้ริบรถยนต์ของกลางผู้ซื้อได้รับความเสียหายและฟ้องโจทก์ให้รับผิดนั้นเ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1299/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี คำรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 8 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว เฉพาะจำเลยที่ 2 มีคำร้องประกอบ (สำนวนธุรการอันดับ 64,66,65) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกันคนละ 130,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 8,3 แผ่นที่ 3)อันดับ 39,38 แผ่นที่ 3) คำสั่ง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเ …
- ฎีกาที่ 1300/2533
จำเลยที่ 5 เป็นหุ้นส่วนในห้างฯ จำเลยที่ 1 ในขณะที่จำเลยที่ 1 เป็นหนี้ค่าซื้อตั๋วโดยสารเครื่องบินโจทก์ แม้ภายหลังจำเลยที่ 5 ได้ออกจากหุ้นส่วนไปแล้วก็ยังคงต้องรับผิดในหนี้ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนที่ตนได้ออกจากหุ้นส่วนไปภายในกำหนดสองปีนับแต่เมื่อออกจากหุ้นส่วน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1051,1068
- ฎีกาที่ 1300/2533
จำเลยที่ 5 เป็นหุ้นส่วนในห้างฯ จำเลยที่ 1 ในขณะที่จำเลยที่ 1 เป็นหนี้ค่าซื้อตั๋วโดยสารเครื่องบินโจทก์ แม้ภายหลังจำเลยที่ 5 ได้ออกจากหุ้นส่วนไปแล้วก็ยังคงต้องรับผิดในหนี้ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนที่ตนได้ออกจากหุ้นส่วนไปภายในกำหนดสองปีนับแต่เมื่อออกจากหุ้นส่วน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1051, 1068
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1300/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา เชื่อว่าศาลฎีกาจะพิพากษากลับยกฟ้องโจทก์ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 115) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงินจำนวน999,985.32 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยทบต้นในอัตราร้อยละ 14 ต่อปีนับแต่วันที่ 16 มกราคม 2524 จนถึงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2527 แล้วให้นำเงินตามบัญชีเลขที่ 15785 ของจำเลยที่ 2 ที่ 3 จำนวน1,064,246.56 บาทหักออกจากยอดหนี้ดังกล่าวแล้วให้จำเลยทั้งสามใช้เงินจำนวนที่คงเหลือนั้นพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 14ต่อปีนับแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้ให้แก่โจทก์ จำนวน 632,003.37 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ14 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 27 มีนาคม 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1301/2533
ความว่า ผู้ขอประกันทั้งสามยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคแรก,83 จำคุกคนละ 5 ปี ข้อหาลักทรัพย์ให้ยก สำหรับที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีหมายเลขดำที่7780/2532 ของศาลนี้นั้น ไม่ปรากฏว่าคดีดังกล่าวมีคำพิพากษาแล้วจึงไม่อาจนับโทษต่อได้ คำขอส่วนนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง ผู้ขอประกันทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาค่าประกันหนึ่งแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- ฎีกาที่ 1302/2533
โจทก์ใช้ สิทธิบอกเลิกสัญญาซื้อขายเสาและสายอากาศระหว่างโจทก์จำเลยทั้งริบหลักประกันที่จำเลยวางไว้แล้ว แม้ก่อนที่จะมีการบอกเลิกสัญญาจำเลยจะได้ สร้างเสาอากาศไปแล้ว แต่ โจทก์ก็มิได้รับไว้เพราะยังไม่มีสายอากาศตาม สัญญาซื้อขาย ถือ ได้ ว่าจำเลยมิได้ส่งมอบของตาม สัญญา ไม่ใช่เรื่องที่จำเลยส่งมอบของให้โจทก์ไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ตาม สัญญา โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าปรับเป็นรายวันจากจำเลย.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1302/2533
ความว่า จำเลยที่ 4 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339,83 ฯลฯ จำคุก 10 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 4 ฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 157,159,158) จำเลยที่ 4 เคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกายกคำร้อง (อันดับ 148) ศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 4 ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตามลำดับ ชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 17 แผ่นที่ 2,อันดับ 110 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 4 เคยได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาของศา …
- ฎีกาที่ 1303/2533
จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์อยู่ 2 รายการ คือ หนี้ตามสัญญารับฝากและจำนำสินค้าถังแก๊สเปล่า กับหนี้ตาม สัญญารับฝากและจำนำสินค้าวาล์ว ถังแก๊ส ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้ ทำบันทึกข้อตกลงกับโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 ได้ ตกลง ให้โจทก์ขายถังแก๊สรวม 1064 ท่อโดย ให้โจทก์ยกหนี้ค้างชำระหมดไป และจำเลยที่ 1 จะเอาเงินมาไถ่ถอนวาล์ว ถังแก๊ส 60 หีบ เป็นเงิน 272,701 บาท โดย โจทก์จะไม่คิดค่าดอกเบี้ย และค่ารักษา การที่บันทึกข้อตกลงการชำระหนี้ได้ แยกหนี้สินของจำเลยที่ 1 เป็น 2 รายการโดย ชัดแจ้งแยกต่างหากจากกันเช่นนี้ ถือ ว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นข้อตกลงที่มีเงื่อนไขการชำระหนี้ เมื่อโจทก์ยอมรับเอาสินค้าถังแก๊สเปล่าไปขายเป็นการชำระหนี้ หนี้เฉพาะ รายการนี้ย่อมเป็นอันระงับสิ้นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 321 วรรคแรก แต่ หาทำให้หนี้ตาม สัญญารับฝากและจำนำสินค้าวาล์ว ถังแก๊สระงับไปด้วย แต่ อย่างใดไม่ ถ้าหากคู่กรณีมีเจตนาจะให้หนี้ทั้งสองรายการระงับ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1303-1305/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีทั้งสามสำนวนนี้โจทก์และจำเลยเป็นคู่ความรายเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 861/2531 ของศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสามสำนวน ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 3 กระทง จำคุก 3 ปี ส่วนที่ขอให้นับโทษต่อจากคดีหมายเลขดำที่ 861/2531 ของศาลชั้นต้นนั้นไม่ปรากฏว่าคดีดังกล่าวศาลได้พิพากษาแล้วหรือไม่ ให …
- ฎีกาที่ 1304/2533
ตาม สัญญาเช่าซื้อระบุว่าผู้เช่าซื้อยอมเสียดอกเบี้ย ในค่าเสียหายร้อยละ 18 ต่อปี ข้อสัญญาดังกล่าวเป็นวิธีการกำหนดค่าเสียหายวิธีหนึ่ง มีลักษณะเป็นการกำหนดเบี้ยปรับ ซึ่ง ถ้าหากกำหนดไว้สูงเกินส่วนศาลอาจลดลงเป็นจำนวนที่พอสมควรได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 383.
- ฎีกาที่ 1306/2533
โจทก์มีตัวผู้รับมอบอำนาจมาสืบประกอบสำเนาหนังสือรับรองการจัดตั้งบริษัทโจทก์ โดยนายทะเบียนบริษัทเมืองฮ่องกงและมีโนตารีปับลิกเมืองฮ่องกงรับรองสำเนาหนังสือรับรองดังกล่าวและมีหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ให้ ป. ดำเนินคดีแทน โดยมีคำรับรองของโนตารีปับลิกเมืองฮ่องกงและกงสุลแห่งประเทศไทยว่าจ. และ อ. กรรมการบริษัทโจทก์ได้ลงนามอย่างเป็นทางการในหนังสือมอบอำนาจและเป็นลายมือชื่อที่แท้จริงของ จ. และ อ.จึงเชื่อได้ว่าบริษัทโจทก์ได้มอบอำนาจให้ ป. ดำเนินคดีนี้จริงหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 47
- ฎีกาที่ 1306/2533
โจทก์มีตัว ผู้รับมอบอำนาจมาสืบประกอบสำเนาหนังสือรับรองการจัดตั้งบริษัทโจทก์โดย นายทะเบียนบริษัทเมืองฮ่องกงและมีโนตารีปับลิก เมืองฮ่องกงรับรองสำเนาหนังสือรับรองดังกล่าวและมีหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ให้ ป. ดำเนิน คดีแทน โดย มีคำรับรองของโนตารีปับลิก เมืองฮ่องกง และกงสุลแห่งประเทศ ไทยว่า จ. และ อ. กรรมการบริษัทโจทก์ได้ ลงนามอย่างเป็นทางการในหนังสือมอบอำนาจและเป็นลายมือชื่อที่แท้จริงของ จ. และ อ.จึงเชื่อ ได้ ว่าบริษัทโจทก์ได้ มอบอำนาจให้ ป. ดำเนิน คดีนี้จริงหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 47.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1306/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน โดยจำเลยขอนำหลักทรัพย์ที่ได้ส่งมอบวางไว้ต่อศาลในชั้นขอทุเลาการบังคับระหว่างอุทธรณ์ เป็นหลักทรัพย์ที่จำเลยขอวางไว้เป็นประกันต่อศาลในชั้นขอทุเลาการบังคับระหว่างฎีกาด้วย หมายเหตุ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์นทีทอง จำกัด (ลูกหนี้) โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 91) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน จำนวน 215,620.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 17 ต่อปีจากต้นเงิน 129,966.70 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 88,87) จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ โดยนำหลักทรัพย์มาวางไว้เป็นประกัน และได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 75,81) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยทั้งสอ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1307/2533
ความว่า ผู้คัดค้านยื่นฎีกา คดีมีทางชนะ หากให้ผู้ร้องทำนิติกรรมเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ครอบครองในที่ดินโฉนดเลขที่ 9559ระหว่างนี้ ผู้คัดค้านจะได้รับความเสียหาย โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนโดยมีคำสั่งห้ามผู้ร้องทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาท หมายเหตุ ทนายผู้ร้องแถลงคัดค้าน (อันดับ 63) ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 9559ตำบลโพนทัน อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร จากนางสอน ผิวอ่อนในราคา 6,250 บาท นางสอนได้มอบโฉนดและส่งมอบที่ดินให้ผู้ร้องเข้าครอบครองโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาเกินกว่า10 ปีแล้ว ขอศาลมีคำสั่งแสดงว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดดังกล่าว และมีคำสั่งไปยังเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดยโสธรให้ทำการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เดิมจากนางสอนมาเป็นชื่อผู้ร้อง ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ผู้ …
- ฎีกาที่ 1308/2533
คดีอาญาที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้ เช็คฯ โดย อาศัยเช็ค พิพาทกับคดีที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินตาม เช็ค พิพาทฉบับ เดียว กัน ไม่ใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา เพราะในคดีแพ่งเป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดชดใช้เงินตาม เช็ค อันเป็นสิทธิเรียกร้องโดย ไม่ต้องอาศัยมูลความผิดทางอาญาตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ จึงนำ ป.วิ.อ. มาตรา 46 มาใช้บังคับไม่ได้.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1308/2533
ความว่า คดีนี้ผู้คัดค้านยื่นฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับไว้แล้ว คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา เนื่องจากผู้คัดค้านไม่สามารถเข้าไปทำนาในที่พิพาทได้ เพราะผู้ร้องเข้าไปขัดขวางโดยอ้างว่าผู้ร้องชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ เพื่อยุติการขัดแย้งและโต้เถียงกัน ผู้คัดค้านเห็นควรจะให้มีการประมูลการเข้าทำนาในที่พิพาทระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้าน หากฝ่ายใดให้ราคาสูงสุดเป็นฝ่ายเข้าทำนาในที่พิพาท เงินค่าเข้าทำนาแต่ละปีให้ตกเป็นรายได้ของฝ่ายชนะคดีเมื่อคดีถึงที่สุด จึงขอได้เรียกตัวผู้ร้องมาศาลเพื่อทำการประมูลดังกล่าว โปรดอนุญาต หมายเหตุ ผู้ร้องแถลงคัดค้าน (อันดับ 70) ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 9559ตำบลโพนทัน อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร จากนางสอน ผิวอ่อนในราคา 6,250 บาท นางสอนได้มอบโฉนดและส่งมอบที่ดินให้ผู้ร้องเข้าครอบครองโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาเกินกว่า10 ปี …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1309/2533
ความว่า จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องหนึ่งข้อหาเป็นประโยชน์แก่จำเลย ส่วนข้อหาอื่นที่จำเลยฎีกาศาลอุทธรณ์ยืน ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย การที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยในข้อหาทำสุราและข้อหามีสุราไว้ในความครอบครองคราวเดียวกันเช่นนี้ไม่ชอบ แม้จำเลยจะทำสุรากลั่นและสุราแช่และมีทั้งสุรากลั่นและสุราแช่ก็เป็นความผิดกรรมเดียวหาใช่เป็นความผิดคนละกรรมไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 90 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานทำสุรากลั่นโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 มาตรา 5,30 จำคุก2 เดือน ฐานทำสุราแช่โดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติสุราพ.ศ. 2493 มาตรา 5,30 ปรับ 200 บาท ฐานมีสุรากลั่นไว้ในความคร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1310/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 75,76 เรียงกระทงลงโทษฐานผลิตกัญชากับมีกัญชาที่ผลิตไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่มีโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานผลิตกัญชาให้จำคุก 2 ปี ฐานมีกัญชาไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตให้จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกมีกำหนด 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 48) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน150,000 บาท (อันดับ 3,37) คำสั่ง เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1311/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณาห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างขายทองโต๊ะกังเยาวราช ผู้เสียหาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352,83 ลงโทษจำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา (อันดับ 124) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของจำเลยและผู้ขอประกัน (อันดับ 122,120,121) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน500,000 บาท (อันดับ 6,92) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง