ปี พ.ศ.: 2533
4,313 รายการ · หน้า 32 จาก 216
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:143/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 142,91 ลงโทษจำคุก 6 เดือน และตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ลงโทษปรับ 132,102.90 บาทรวมจำคุก 6 เดือน ปรับ 132,102.90 บาท คำรับของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุก4 เดือน ปรับ 88,068.60 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 84,83) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 9,70 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวยกคำ …
- ฎีกาที่ 1431/2533
ความผิดฐาน ดำรงชีพ จากรายได้ของหญิงซึ่ง ค้าประเวณีตามป.อ. มาตรา 286 นั้น จะต้อง ได้ความว่าจำเลยไม่มีปัจจัยอย่างอื่นอันปรากฏสำหรับดำรงชีพ หรือไม่มีปัจจัยอันพอเพียงสำหรับดำรงชีพจึงจะลงโทษจำเลยได้ เมื่อโจทก์นำสืบได้ แต่ เพียงว่าจำเลยได้รับเงิน ค่าบริการจากหญิงซึ่ง ค้าประเวณีเท่านั้น โดย ไม่ นำสืบให้เห็นว่า จำเลยไม่มีปัจจัยอย่างอื่นอันปรากฏสำหรับดำรงชีพ หรือไม่มีปัจจัย อันพอเพียงสำหรับดำรงชีพ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด ฐาน ดำรงชีพ อยู่ จากรายได้ของหญิงซึ่ง ค้าประเวณี.
- ฎีกาที่ 1434/2533
ฟ้องโจทก์บรรยายว่า โจทก์กับจำเลยและผู้อื่นร่วมกันเล่นแชร์โดย จำเลยเป็นนายวงมีหน้าที่รับผิดชอบในการเล่นแชร์ ต่อมาวงแชร์ล้มเลิก โจทก์ยังได้ รับเงินค่าแชร์ขาดอยู่เป็นจำนวนเท่าใด ขอให้บังคับจำเลยในฐานะ นายวงแชร์ ชดใช้ส่วนที่ยังขาดอยู่ให้แก่โจทก์คำฟ้องดังกล่าวได้ แสดงโดย แจ้งชัดซึ่ง สภาพ แห่ง ข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้วส่วนใครร่วมเล่นแชร์ บ้าง มีใครประมูลได้ เมื่อไร จำนวนเงินเท่าไรประมูลกี่ครั้งและโจทก์ได้ ชำระเงินค่าแชร์แก่จำเลยกี่ครั้ง ชำระที่ไหน เมื่อใด นั้นเป็นรายละเอียดที่โจทก์ชอบจะนำสืบในชั้น พิจารณาหาจำต้องกล่าวมาในฟ้องไม่ ดังนั้นฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม จำเลยเป็นนายวงแชร์ มีหน้าที่ต้อง รับผิดชอบในการเล่นแชร์ต่อ ลูกวงแชร์ตาม ที่ตกลง กัน เมื่อวงแชร์ ล้ม เลิก จำเลยไม่ สามารถเรียกเก็บเงินจากลูกวงแชร์ได้ จำเลยกับลูกวงแชร์ที่ประมูลแชร์แล้วได …
- ฎีกาที่ 1436/2533
ช. เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลย จำนวนร้อยละ 43.46 จึงมีอำนาจเรียกประชุมวิสามัญได้ เมื่อ ช. เรียกประชุมผู้ถือหุ้นทั้งหมดและมีการประชุมตามกำหนดจึงเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่มีอำนาจลงมติแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการบริษัทจำเลยได้ ตามป.พ.พ. 1173,1174,1151 และเมื่อการประชุมใหญ่วิสามัญดังกล่าวที่ประชุมได้มีมติเอกฉันท์ให้ถอดถอนกรรมการชุดเดิมทั้งหมดและแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ 5 คน โดย ช.และว. เป็นกรรมการชุดใหม่มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันกระทำการแทนจำเลยได้ตามมติของที่ประชุมใหญ่วิสามัญได้ให้อำนาจไว้ ดังนี้ ช.กับว.จึงมีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันแต่งตั้งทนายความแทนบริษัทจำเลยได้ และทนายความดังกล่าวย่อมมีอำนาจอุทธรณ์แทนบริษัทจำเลย ศ. กรรมการของบริษัทจำเลยเป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของจำเลยกระทำการผูกพันจำเลยได้ การที่ ศ.เป็นโจทก์ร่วมกับลูกจ้างคนอื่นของจำเลยรวม 366 คน ฟ้องบริษัทจำเลยให้จ่ายค่าจ้าง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:144/2533
ความว่า ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างฎีกาฉบับลงวันที่ 31 มกราคม 2533 ไว้ บัดนี้ผู้ร้องไม่ประสงค์จะประกันตัวจำเลยที่ 1 ในระหว่างฎีกา จึงขอถอนคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวดังกล่าว โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,336 ทวิ,357,83 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 ให้จำคุก 2 ปี ชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และข้อนำสืบทางพิจารณาของจำเลยที่ 1 มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 รับของโจรเฉพาะทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องรายการที่ 1 ถึงที่ 7 จำเลยที่ 1มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 2 ปีกรณีมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม จำคุก 1 ปี 4 เดือนนอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1449/2533
ความว่า ผู้ร้องฎีกา มีทางชนะคดี โปรดมีคำสั่งให้งดการขายหรือจำหน่ายทรัพย์พิพาทไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 83) คดีสืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 14689 พร้อมตึกแถวเลขที่ 23/15 แขวงตลาดน้อย (สามแยก)เขตสัมพันธวงศ์ (สำเพ็ง) กรุงเทพมหานคร เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้อง ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 78,77) ผู้ร้องเคยยื่นคำร้องขอให้งดการขายหรือจำหน่ายทรัพย์พิพาทในระหว่างอุทธรณ์ (อันดับ 66) แต่ไม่ปรากฏคำสั่งของศาลอุทธรณ์ในสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกา คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นการขอคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 264 ให้งดการขายหรือจำหน่าย …
- ฎีกาที่ 145/2533
สัญญาเช่าตึกแถวพิพาทกำหนดอัตราค่าเช่าเดือนละ 1,000 บาทเมื่อครบกำหนดอายุสัญญาเช่า 1 ปีแล้ว จำเลยผู้เช่ายังคงอยู่ในตึกแถวพิพาทโดยโจทก์ผู้ให้เช่าไม่ทักท้วง จึงถือว่าโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาเช่าใหม่ต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลา ซึ่งหมายความว่าข้อตกลงเกี่ยวกับกำหนดเวลาไม่มีผลบังคับต่อไป ส่วนข้อสัญญาอื่นคงเป็นไปตามสัญญาเช่าเดิม รวมทั้งอัตราค่าเช่าด้วย และเนื่องจากการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 บังคับให้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ ดังนั้น เมื่อโจทก์จะขอบังคับให้จำเลยชำระค่าเช่าในอัตราที่สูงกว่าเดือนละ 1,000 บาทโจทก์ก็ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อจำเลยมาแสดงว่าได้มีการตกลงขึ้นค่าเช่าดังที่โจทก์อ้าง การที่โจทก์นำพยานบุคคลมาสืบว่าได้มีการตกลงขึ้นค่าเช่าในอัตราเดือนละ18,000 บาท ย่อมเป็นก …
- ฎีกาที่ 145/2533
จำเลยได้เช่าตึกแถวพิพาทหลังจากที่โจทก์ซื้อมานานเกือบ 10 ปีโดยไม่ปรากฏว่าก่อนหรือหลังจากที่ให้จำเลยเช่าได้มีการต่อเติมตึกแถวพิพาทแต่อย่างใด เงินที่จำเลยอ้างว่าให้โจทก์เพื่อช่วยค่าก่อสร้าง จึงหาใช่เงินช่วยค่าก่อสร้างตึกแถวพิพาทอันจะทำให้สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาไม่ เมื่อได้มีการบอกเลิกการเช่าโดยชอบแล้ว โจทก์ย่อมฟ้องขับไล่จำเลยได้ สัญญาเช่าตึกแถวพิพาทกำหนดอัตราค่าเช่าไว้เดือนละ 1,000บาท เมื่อครบกำหนดอายุการเช่า 1 ปี จำเลยยังคงอยู่ในตึกแถวพิพาทต่อมาโดยโจทก์ไม่ทักท้วง มาตรา 570 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้ถือว่าโจทก์จำเลยเป็นอันทำสัญญาใหม่ต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลา ซึ่งหมายความว่าข้อตกลงเกี่ยวกับกำหนดเวลาไม่มีผลบังคับกันต่อไป ส่วนข้อสัญญาอื่นคงเป็นไปตามสัญญาเช่าเดิมรวมทั้งอัตราค่าเช่าด้วย ดังนั้นเมื่อโจทก์จะขอบังคับให้จำเลยชำระค่าเช่าหลังจากครบอายุการเช่า …
- ฎีกาที่ 145/2533
จำเลยได้เช่าตึกแถวพิพาทหลังจากที่โจทก์ซื้อมานานเกือบ 10 ปีโดยไม่ปรากฏว่าก่อนหรือหลังจากที่ให้จำเลยเช่าได้มีการต่อเติมตึกแถวพิพาทแต่อย่างใด เงินที่จำเลยอ้างว่าให้โจทก์เพื่อช่วยค่าก่อสร้างจึงหาใช่เงินช่วยค่าก่อสร้างตึกแถวพิพาทอันจะทำให้สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาไม่ เมื่อได้มีการบอกเลิกการเช่าโดยชอบแล้ว โจทก์ย่อมฟ้องขับไล่จำเลยได้ สัญญาเช่าตึกแถวพิพาทกำหนดอัตราค่าเช่าไว้เดือนละ 1,000 บาทเมื่อครบกำหนดการเช่า 1 ปี จำเลยยังคงอยู่ในตึกแถวพิพาทต่อมาตาม ป.พ.พ. มาตรา 570 ให้ถือว่าโจทก์จำเลยเป็นอันทำสัญญาใหม่ต่อไปไม่มีกำหนดเวลา ซึ่งหมายความว่าข้อตกลงเกี่ยวกับกำหนดเวลาไม่มีผลบังคับกันต่อไป ส่วนข้อสัญญาอื่นคงเป็นไปตามสัญญาเดิมรวมทั้งอัตราค่าเช่าด้วย ดังนั้น เมื่อโจทก์จะขอบังคับให้จำเลยชำระค่าเช่าหลังจากครบอายุการเช่า 1 ปี เป็นอัตราค่าเช่าที่สูงกว่าที่กำหนดไว้ในส …
- ฎีกาที่ 145/2533
สัญญาเช่าตึกแถวพิพาทกำหนดอัตราค่าเช่าเดือนละ 1,000 บาทเมื่อครบกำหนดอายุสัญญาเช่า 1 ปีแล้ว จำเลยผู้เช่ายังคงอยู่ในตึกแถวพิพาทโดยโจทก์ผู้ให้เช่าไม่ทักท้วง จึงถือว่าโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาเช่าใหม่ต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลา ซึ่งหมายความว่าข้อตกลงเกี่ยวกับกำหนดเวลาไม่มีผลบังคับต่อไป ส่วนข้อสัญญาอื่นคงเป็นไปตามสัญญาเช่าเดิม รวมทั้งอัตราค่าเช่าด้วย และเนื่องจากการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 บังคับให้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ ดังนั้น เมื่อโจทก์จะขอบังคับให้จำเลยชำระค่าเช่าในอัตราที่สูงกว่าเดือนละ 1,000 บาท โจทก์ก็ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อจำเลยมาแสดงว่าได้มีการตกลงขึ้นค่าเช่าดังที่โจทก์อ้าง การที่โจทก์นำพยานบุคคลมาสืบว่าได้มีการตกลงขึ้นค่าเช่าในอัตราเดือนละ18,000 บาท ย่อมเป็น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:145/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 2 เห็นว่า จำเลยที่ 2 ได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายในเรื่องที่ศาลพิจารณาพิพากษาโดยไม่รับฟังพยานทั้งสองฝ่ายแต่กลับไปรับฟังพยานหลักฐานฝ่ายเดียวในการปรับข้อเท็จจริงลงโทษจำเลยที่ 2 จึงเป็นการขัดกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่สำคัญเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 121) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,357 พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นควรวางโทษลดหลั่นกันโดยให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1450/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 147) ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 2 ถูกศาลพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดโจทก์จึงขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงิน815,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย โดยจำเลยที่ 1 รับผิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ในต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันที่ 5มีนาคม 2526 ในต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2526ในต้นเงิน 200,000 บาท นับแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2526 ในต้นเงิน215,000 บาท นับแต่วันที่ 20 มีนาคม 2526 ในต้นเงิน 100,000 บาทนับแต่วันที่ 26 มีนาคม 2526 และในต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันที่ 4 เมษายน 2526 เป็นต้นไป (แต่ดอกเบี้ยในส่วนนี้เมื่อรวมดอกเบี้ยตามเช็คทั้ง 6 ฉบับ คำนวณถึงวันฟ้องจะต้องไม่เกิน97,800 บาท) ส่วนจำเลยที่ 3 รับผิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1451/2533
ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา คดีมีทางชนะจำเลยมีทรัพย์สินและหลักทรัพย์มั่นคง หากศาลฎีกาอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไม่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 96) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 395,872.93 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2527 จนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 86,87) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ แต่จำเลยทั้งสามไม่นำหลักทรัพย์มาวางประกันต่อศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด (อันดับ 69,73) คำสั่ง ชั้นอุทธรณ์ จำเลยทั้งสามเคยขอทุเลาการบังคับ เมื่อศาลอนุญาตแล้ว จำเลยทั้งสามก็ไม่หาหลักประกันมาวางตามที่ศาลกำหนด ฉะนั้นจึงไม่สมควรที่จะอนุญาตให้จำเลยทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกาให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1453/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 67) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน50,000 บาทแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 63,62) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ แต่จำเลยทั้งสองไม่นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันต่อศาลภายในเวลาที่ ศาลชั้นต้นกำหนด (อันดับ 48,50) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยทั้งสองหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ มาวางศาลจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1454/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 85แผ่นที่ 3) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 405,200 บาทให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 2 พฤษภาคม2525 จนกว่าชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องไม่เกิน 3 ปี(ตามโจทก์ขอ) ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 622,550บาท ให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 572,550 บาท นับแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2525 เป็นต้นไปมีกำหนดเวลา 3 ปี ในต้นเงิน 50,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 25กรกฎาคม 2528) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ โจทก์และจำเลยฎีกา เฉพาะจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ80,83,82) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 70) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1456/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 132) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อชั้นลอยของอาคารโรงแรมบางกอกพาเลสเลขที่1091/336แขวงมักกะสัน เขตพญาไทกรุงเทพมหานคร ของจำเลย ส่วนที่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินโฉนดเลขที่1051 ของโจทก์ ซึ่งรวมทั้งรื้อกันสาดโครงเหล็กที่จำเลยสร้างต่อจากชั้นลอยดังกล่าวออกไปด้วยและรื้อคันซีเมนต์ขวางถนนหมายเลข 2 และ 3ตามเอกสาร จ.1 ออกแล้วทำให้กลับอยู่ในสภาพถนนเช่นเดิม หากจำเลยไม่ยอมรื้อ ให้โจทก์รื้อออกได้ โดยให้จำเลยออกค่าใช้จ่ายให้จำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน 54,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์อีกเดือนละ5,000 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรื้อสิ่งที่สร้างรุกล้ำทั้งหมดออกไปจากที่ดินของโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1457/2533
ความว่า จำเลยยื่นฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 144 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 10561ตำบลท่าเสา อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ให้โจทก์ และรับเงินค่าราคาที่ดินจำนวน 200,000 บาท หากไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยฎีกาและเพิ่มเติมฎีกา (อันดับ 135,141) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 134) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกาแต่ห้ามทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทในระหว่างฎีกา ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1458/2533
ความว่า คดีนี้จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยมีผู้ร้องเป็นผู้ขอประกัน บัดนี้ผู้ร้องไม่ประสงค์ขอให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยระหว่างฎีกาอีกต่อไป จึงขอถอนคำร้องขอประกันในระหว่างฎีกา ฉบับลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2533 และขอรับหลักประกันทั้งหมดคืนไปจากศาล โปรดอนุญาต หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 19 ปีรู้รับผิดชอบดีแล้ว ไม่สมควรลดมาตราส่วนโทษให้ ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ร้องแถลงในคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 46,45) ผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 47) คำสั่ง อนุญาตให้ผู้ร้องถอนคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวได้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1459/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ฯลฯ จำคุก 5 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก3 ปี 4 เดือน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ (อันดับ 51) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 32) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกายกคำร้อง (สำนวนธุรการ อันดับ 29) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน150,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 2 แผ่นที่ 2, อันดับ 15 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลชั้นต้นก็มีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยแล้ว จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะให้ปล่อยชั่วคราว ให …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:146/2533
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 108 แผ่นที่ 3) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 300,500 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จหากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 7352 ตำบลบางขุนกอง(บางราวนกฝั่งใต้) อำเภอบางกรวย (บางใหญ่) จังหวัดนนทบุรีที่จำนองขายทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์ จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 104,103) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 88) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา