ปี พ.ศ.: 2533
4,313 รายการ · หน้า 33 จาก 216
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1460/2533
ความว่า เนื่องจากโจทก์ได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา ตามภาพถ่ายใบมรณบัตรท้ายคำร้อง จำเลยเป็นบุตรของโจทก์ตามภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านท้ายคำร้อง จำเลยในฐานะทายาทและเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดกของโจทก์ จึงมีความประสงค์ขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ผู้มรณะ โปรดอนุญาต หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 889เนื้อที่ดิน 6 ไร่ 2 งาน 95.50 วา ที่ดินโฉนดเลขที่ 1296เนื้อที่ดิน 2 งาน 56 วา และที่ดินโฉนดเลขที่ 1301 เนื้อที่ดิน3 งาน 20 วา เฉพาะส่วนของจำเลยซึ่งได้รับการยกให้จากโจทก์รวม 3 แปลง ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลมหาพราหมณ์อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้แก่โจทก์ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถ้าจำเลยไม่ไปก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกาคดีอยู่ในระหว่า …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1461/2533
ความว่า เนื่องจากโจทก์ถึงแก่กรรมตามสำเนาภาพถ่ายใบมรณบัตรท้ายคำร้อง ผู้ร้องทั้งสี่และจำเลยเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ ผู้ร้องทั้งสี่มีความประสงค์ที่จะขอเข้ารับมรดกความสืบต่อจากโจทก์ผู้วายชนม์ โปรดอนุญาต หมายเหตุ ทนายจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 889เนื้อที่ดิน 6 ไร่ 2 งาน 95.50 วา ที่ดินโฉนดเลขที่ 1296เนื้อที่ดิน 2 งาน 56 วา และที่ดินโฉนดเลขที่ 1301 เนื้อที่ดิน3 งาน 20 วา เฉพาะส่วนของจำเลยซึ่งได้รับการยกให้จากโจทก์รวม3 แปลง ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลมหาพราหมณ์อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้แก่โจทก์ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถ้าจำเลยไม่ไปก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกาคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ร้องทั้งสี่ยื่นคำร้องดังก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1462/2533
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 112) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน 28,856 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และใช้เงินจำนวน 22,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 27 พฤษภาคม2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 ให้จำเลยใช้เงินจำนวน 17,500 บาท แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงินจำนวน49,772 บาท แก่โจทก์ที่ 1 พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 48,856 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้อ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1463/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 วรรคแรก,336 ทวิ,83 จำคุก 6 ปีจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 86) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน120,000 บาท (อันดับ 4,76) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1464/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 5 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 205แผ่นที่ 3) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 5 ร่วมกันใช้ค่าทดแทนให้โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 2,753,216.12 บาท (สองล้านเจ็ดแสนห้าหมื่นสามพันสองร้อยสิบหกบาทสิบสองสตางค์) พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 1 สำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 ที่ 7และที่ 8 ยกฟ้องโจทก์ที่ 2 สำหรับจำเลยทั้ง 8 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ที่ 5 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 203) จำเลยที่ 1 ที่ 5 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ (อันดับ 192) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1465/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 180) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางมาลินี ศุกระพรรณา ผู้ตาย ถือกรรมสิทธิ์ร่วมเป็นจำนวนสองในห้าส่วนในที่ดินโฉนดเลขที่ 111362 ตำบลคลองตัน (บางกะปิฝั่งใต้) อำเภอพระโขนง(บางกะปิ) กรุงเทพมหานคร พร้อมตึกแถว เลขที่ 593/13-14 ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินแปลงดังกล่าว หากไม่ไปให้ถือเอา คำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 ให้จำเลยทั้งสาม ร่วมกันชำระเงิน 106,040 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ เจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้แบ่ง ค่าเช่าที่ดินและตึกแถวพิพาทแก่โจทก์เป็นรายเดือนจำนวนสองในห้าส่วน นับแต่เดือนตุลาคม 2528 เป็นต้นไปตลอดเวลาที่มีค่าเช่าอยู่ คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1466/2533
ความว่า เนื่องด้วยโจทก์ได้รับความเดือดร้อนยากจนแสนสาหัสไม่มีเงินใช้จ่ายในครอบครัว โจทก์รอที่จะได้รับชำระหนี้เอาจากจำเลยในคดีนี้เท่านั้น แต่จำเลยพยายามประวิงการชำระหนี้โดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ทำให้โจทก์เสียหายเพิ่มมากขึ้น ขอศาลฎีกาได้โปรดพิจารณาพิพากษาคดีนี้โดยเร็วด้วย หมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ส่วนข้อที่โจทก์ขอว่าหากจำเลยไม่ชำระเงิน ให้จำเลยโอนสิทธิการเช่าคืนโจทก์นั้น ปรากฏจากคำเบิกความของโจทก์ว่า จำเลยได้โอนสิทธิการเช่าให้แก่บุคคลภายนอกแล้ว และโจทก์ไม่ได้ฟ้องจำเลยกับบุคคลภายนอกให้เพิกถอนการโอน คำขอข้อนี้จึงให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา (อันดับ 174) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 203) คำสั่ง จะเร่งรัดการพิจาร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1467/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองยื่นฎีกา มีเหตุผลเพียงพอที่ศาลฎีกาจะพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 64 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 200,000 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2528 ไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 61,60) จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์มีธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาบรรทัดทองโดยนางกรวิภา พงศ์อารีผู้จัดการ นำหนังสือค้ำประกันของธนาคารมาวางเป็นหลักประกันและทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 46,49) คำสั่ง ถ้าจำเลยทั้งสองหรือจำเลยคนหนึ่งคนใดหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คิดถึงวันอ่านคำสั่งนี้แล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1468/2533
ความว่า โจทก์ยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอนุญาตให้โจทก์นำค่าทนายความที่ต้องใช้แทนจำเลยชั้นอุทธรณ์มาวางภายในวันที่4 มิถุนายน 2533 โจทก์นำเงินมาวางวันที่ 5 มิถุนายน 2533 เกินกว่ากำหนดดังกล่าว จึงไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า โจทก์ยื่นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายภายในกำหนดพร้อมกับได้เสียค่าฤชาธรรมเนียมจำนวน 50 บาท ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้โจทก์ใช้แทนจำเลย 500 บาทนั้น ถ้าโจทก์ไม่นำมาวางจำเลยจะต้องขอศาลออกคำบังคับให้โจทก์ปฏิบัติตามคำพิพากษาก่อน เมื่อโจทก์ไม่ปฏิบัติแล้วจำเลยจะต้องขอศาลออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี และโจทก์ก็ไม่มีเจตนาที่จะจงใจไม่ชำระเงินให้แก่จำเลยแต่อย่างใด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 95) โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดและ พิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย ศาลช …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1469/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1) จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 20) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน50,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 2 แผ่นที่ 2, อันดับ 8 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกามา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:147/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136,138 วรรคสอง,358,367,371,91 ฯลฯเป็นความผิดต่างกรรมเรียงกระทงลงโทษ จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว ข้อหาดูหมิ่นตามมาตรา 136 จำคุก 15 วัน ข้อหาต่อสู้ขัดขวางมาตรา 138 วรรคสอง จำคุก 15 วัน ข้อหาทำให้เสียทรัพย์ตามมาตรา 358 จำคุก 15 วัน ข้อหาพาอาวุธตามมาตรา 371 ปรับ50 บาท ข้อหาบอกชื่อเท็จมาตรา 367 ปรับ 50 บาท รวมจำคุก 45 วันปรับ 100 บาท ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 238 ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 23 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 30,000 บาท (อันดับ 11) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1470/2533
ความว่า ผู้ประกันยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 ที่ศาลสั่งรับฎีกาคำสั่งของนายประกันไปนั้น จึงเป็นการสั่งรับไปโดยผิดหลง จึงให้เพิกถอนคำสั่งรับฎีกาดังกล่าวเสีย และมีคำสั่งใหม่เป็นว่า ไม่รับฎีกาของนายประกัน ผู้ประกันเห็นว่า กฎหมายย่อมไม่มีผลย้อนหลังเป็นโทษ เมื่อสิทธิของนายประกันเกิดขึ้นก่อนที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 ใช้บังคับแล้ว นายประกันจึงมีสิทธิฎีกาได้ตามกฎหมายเก่าที่ให้อุทธรณ์ฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของผู้ประกันไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 22 แผ่นที่ 2)คดีสืบเนื่องจากผู้ประกันได้ทำสัญญาประกันตัว นางสาวรัตนา แซ่กี้ ผู้ต้องหา ไว้ในระหว่างสอบสวนเป็นจำนวนเงิน 60,000 บาท แล้วผิดนัดไม่ส่งตัวผู้ต้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1471/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักประกันซึ่งวางไว้ในชั้นขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 4,8,72 กระทงหนึ่งจำคุก 1 ปี และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก83 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 4 ปี รวมจำคุก 5 ปี และบวกโทษที่รอไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 11359/2530 ของศาลแขวงพระนครใต้ จำคุก1 เดือน รวมจำคุก 5 ปี 1 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน จำคุก 2 ปี เมื่อบวกโทษที่รอไว้ในคดีหมายเลขแดงที่11359/2530 ของศาลแขวงพระนครใต้ซึ่งมีโทษจำคุก 1 เดือน คงรวมเป็นจำคุก 2 ปี 1 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 33) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1472/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 จำเลยที่ 2มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,47,157 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ปรับจำเลยที่ 11,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 อันเป็นบทหนัก จำคุก 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่า จำเลยที่ 2 จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 213 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยใ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1473/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับ จำเลยที่ 1 ที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 ในข้อ2.1 และข้อ 2.2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยคดีโดยมิได้ฟังข้อเท็จจริงตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะพยาน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (สำนวนธุรการอันดับ 44)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล จึงให้ประทับฟ้องระหว่างพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 24 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1474/2533
ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 62)คดีนี้ (คดีหมายเลขแดงที่ 1093/2528 ของศาลชั้นต้น)ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอื่นอีกคดีหนึ่ง ซึ่งคดีดังกล่าวถึงที่สุดโดยคู่ความมิได้อุทธรณ์ โดยเรียกนายบัวลี เงาทองจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 138,250 บาท ให้แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2527ซึ่งเป็นวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จสิ้น กับให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 40,000 บาท ให้แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2527ซึ่งเป็นวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จสิ้น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1475/2533
ความว่า โจทก์ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดมีคำสั่งให้คุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา หมายเหตุ ผู้ร้องได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 57 แผ่นที่ 2)สืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ 1 ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3ก.) ทะเบียนเลขที่2115 เนื้อที่ 61 ไร่ 1 งาน 50 ตารางวา ตั้งอยู่ที่ตำบลเกษมอำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินที่โจทก์นำยึดเป็นที่ดินของผู้ร้อง จำนวนเนื้อที่ 41 ไร่ 2 งาน 16 ตารางวา โดยจำเลยที่ 1ขอออก น.ส. 3ก. ดังกล่าวทับที่ของผู้ร้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยที่ดินส่วนของผู้ร้องดังกล่าว ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องขัดทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ปล่อยที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3ก.) ทะเบียนเลขที่ 2115 ทางด้านทิศใต้จำนวนเนื้อที่ 41 ไร่ 2 งาน 16 ตารางวา ที่ยึด โจ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1476/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 125) ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวน500,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในจำนวนเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงิน เสร็จ จำเลยที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 118,117) คำสั่ง ถ้าจำเลยที่ 2 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมดอกเบี้ยนับถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปี มาให้เป็นพอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1477/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ฎีกา คดีมีเหตุที่ศาลฎีกาจะพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพยานจำเลยแล้วพิพากษาใหม่ และ หากอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างนี้ ก็ไม่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 100) กรณีสืบเนื่องจาก โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ชำระเงิน 24,329,091.57 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยหากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ต่างยื่นคำให้การ ส่วนจำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา หลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วทนายจำเลยขอเลื่อนคดีต่อศาลหลายครั้งเพื่อทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ หรือสืบพยานจำเลยที่ 3 เพียงปากเดียว ครั้งสุดท้ายนายประดิษฐ์ ศรีเจริญ ทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่าป่วย โจทก์แถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยพฤติการณ์ทั้งหมดแล้วเห …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1478/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ทั้งสองและทนายโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว เฉพาะโจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 125,127) ระหว่างพิจารณา นายประชิน หนูเล็ก ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม อ้างว่าเป็นบุตรของโจทก์ที่ 1 และเป็นพี่ชายของโจทก์ที่ 2 และมีส่วนได้เสียในผลแห่งคดี ศาลชั้นต้นอนุญาต ต่อมาภายหลัง ศาลชั้นต้นสั่งเพิกถอนคำสั่งที่อนุญาตดังกล่าว (อันดับ 78) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อบ้านเลขที่ 53 หมู่ที่ 4ตำบลนครสวรรค์ออก อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ออกไปโดยทำที่ดินของโจทก์ให้อยู่ในสภาพเดิม ห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์อีกต่อไป ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ 20 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรื้อบ้านดังกล่าวออกไป ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 116,115) จำเลยได้ …