ปี พ.ศ.: 2533
4,313 รายการ · หน้า 34 จาก 216
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1479/2533
ความว่า ผู้ร้องฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ผู้คัดค้านแถลงคัดค้าน (อันดับ 181) ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายเทียนไล้ปัญจะเทวคุปต์ บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้อง ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้าน ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องของผู้ร้อง และตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนายเทียนไล้ปัญจะเทวคุปต์ ผู้ตายศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 170,169) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีมีประเด็นข้อพิพาทเพียงว่าผู้ร้องหรือผู้คัดค้านสมควรเป็นผู้จัดการมรดก มิได้พิพาทเกี่ยวกับทรัพย์มรดก ไม่มีเหตุที่ผู้ร้องต้องขอทุเลาการบังคับ ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:148/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334,335,358,362,365,83,91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล จึงให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดฐานร่วมกันบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2) ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2) ประกอบด้วยมาตรา 362กับให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ในความผิดฐานบุกรุกด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 203,202) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1480/2533
ความว่า คดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา เนื่องจากศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมของนายเทียนไล้ปัญจะเทวคุปต์ แต่ผู้คัดค้านในฐานะผู้จัดการมรดกไม่สามารถเข้าไปจัดการทรัพย์มรดกในที่ดินโฉนดเลขที่ 111360,111361,111362,111363 และ 111367 ตำบลสำโรงใต้ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ได้เนื่องจากผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรชายของนายเทียนไล้ปัญจะเทวคุปต์ ได้เป็นผู้จัดเก็บผลประโยชน์ค่าเช่าในที่ดินแปลงดังกล่าวตลอดมานับแต่เจ้ามรดกถึงแก่กรรม คิดเป็นเงินค่าเช่าที่ดินเดือนละ 10,000 บาท เป็นจำนวน45 เดือน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 450,000 บาท โปรดมีคำสั่งให้ผู้ร้องนำเงินค่าเช่าที่ดินดังกล่าวพร้อมหลักฐานในการรับเงินค่าเช่ามาวางศาลไว้ก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หมายเหตุ ผู้ร้องได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 184 แผ่นที่ 2) ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ของนายเท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1481/2533
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นการฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงทั้งหมด จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ แม้ขณะโจทก์ฟ้องขับไล่บ้านและที่ดินพิพาทอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 5,000 บาท ก็ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรค 2 และฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากบ้านไม่มีเลขบ้านอยู่ที่ซอยโรงน้ำแข็ง ถนนนนทบุรี 1 ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 136121 ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรีและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ 1,000 บาท นับแต่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1482/2533
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ขอให้ศาลฎีกาปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคสอง ประกอบมาตรา 340 ตรี ฯลฯ จำคุก 15 ปี ฯลฯจำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 สั่งว่า พิเคราะห์แล้วตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดี ไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1483/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 235 วรรคสาม จำเลยอายุไม่เกิน 20 ปีแต่พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วไม่มีเหตุลดมาตราส่วนโทษให้จึงให้จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 24) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน100,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 2,4) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกามา จึงไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1484/2533
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นปัญหาข้อเท็จจริงคดีนี้ศาลอุทธรณ์แก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยมิได้เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งหมด กล่าวคือฎีกาในข้อ 2. ก และข้อ 3 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเพราะจำเลยมิได้โต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์แต่เพียงประการเดียวว่าสมควรรอการลงโทษให้จำเลยหรือไม่ แต่ได้โต้แย้งว่าการที่ศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่เคยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ร่วมแล้วนำมาประกอบการวินิจฉัยว่าสมควรรอการลงโทษให้จำเลยหรือไม่เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 และขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่ต้องห้ามฎีกาและชอบที่จะยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นฎีกาได้ แม้มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อีกทั้งเป็นการรับฟังข้อเท็จจริงที่ผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวนส่วนฎีกาในข้อ 3 ปัญหาว่า ข้อเท็จจริงตามฟ้องและคำ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1485-1486/2533
ความว่า จำเลยฎีกา หากศาลไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับย่อมเป็นที่เสียหายแก่จำเลย และการอนุญาตให้ทุเลาการบังคับก็ไม่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายแต่ประการใด โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 114) คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกนายทองใส พนาลิกุล โจทก์สำนวนแรกและจำเลยสำนวนหลังว่าโจทก์ และเรียกจ่าสิบตำรวจวิโรจน์ศรีเทพอุบล จำเลยสำนวนแรกและโจทก์สำนวนหลังว่า จำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ผู้ครอบครองที่ดินแปลงพิพาท ตามระวาง 50 น13ฎ 53 ทั้งแปลง จำเลยเป็นเจ้าของบ้านพิพาทที่ปลูกสร้างแทนที่บ้านเลขที่ 553 ในที่ดินแปลงพิพาททั้งหลัง คำขออื่นของโจทก์และของจำเลยให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 106,108) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1487-1488/2533
ความว่า เนื่องด้วยจำเลยได้ตรวจพบหนังสือแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ของที่พิพาทดังปรากฏตามสำเนาเอกสารท้ายคำร้องนี้แต่จำเลยไม่สามารถนำมาอ้างในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นได้ซึ่งต่อมาจำเลยได้ยื่นเป็นพยานเพิ่มเติมในชั้นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ก็มิได้มีคำสั่งแต่อย่างใด ฉะนั้นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม และเพื่อที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายในประเด็นที่ว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาททั้งแปลงหรือไม่ และจำเลยขออาศัยที่โจทก์หรือไม่ ได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมแก่จำเลย ขอศาลได้โปรดรับหนังสือแจ้งการครอบครองที่ดินดังกล่าวที่จำเลยได้ยื่นเป็นพยานเพิ่มเติมนี้ด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 120) คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกนายทองใส พนาลิกุล โจทก์สำนวนแรกและจำเลยสำนวนหลังว่าโจทก์ และเรียกจ่าสิบตำรวจวิโรจน์ศรีเทพอุบล จำเลยสำนวนแรกและโจทก์สำนวนหลังว่า จำเลย ศาลชั้นต้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1489/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา บริษัทไมล์ฟอร์ดเทรดดิ้ง จำกัดผู้เสียหาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคแรก ลงโทษจำคุกกรรมละ 2 ปี รวม 48 กรรม เป็นโทษจำคุก 96 ปี โดยข้อจำกัดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 คงให้จำคุกจำเลย 20 ปี และให้จำเลยคืนทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่โจทก์ร่วมหรือใช้ราคาเป็นเงิน390,764 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบว่าประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน800,000 บาท (อันดับ 4,192 แผ่นที่ 2) คำส …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:149/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 53) ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของจำเลยที่ 1 และคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 โดยให้โจทก์ชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินตามฟ้องของปี พ.ศ. 2530 และ 2531 เป็นเงินปีละ18,387.50 บาท รวม 2 ปี เป็นเงิน 36,775 บาท ให้จำเลยที่ 1คืนเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินส่วนที่โจทก์ชำระเกินไปจำนวน405,992.50 บาทแก่โจทก์ ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาเป็นต้นไปหากไม่คืนภายในกำหนดดังกล่าวให้จำเลยที่ 1เสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินจำนวน 405,992.50 บาทนับถัดจากวันครบกำหนด 3 เดือนดังกล่าวเป็นต้นไปจนกว่า จะคืนเงินค่าภาษีแก่โจทก์เสร็จ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 48 แผ่นที่ 1 และแผ่นที่ 10) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่าง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1490/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีทั้งสองสำนวนนี้โจทก์เป็นบุคคลรายเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกจำเลยในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,300 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,78,157,160 ให้ลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จำคุก 1 ปี ฐานไม่ให้ความช่วยเหลือตามสมควรไม่แสดงตัวและแจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงาน จำคุก1 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 1 เดือน จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ลงโทษปรับ1,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1ฐานขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส มีกำหนด6 เดือน และลดโทษ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1491/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับ จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ฎีกาในข้อ 2(1) นั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้นำพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 71(2) ขึ้นมาประกอบการพิจารณาในปัญหาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นประมาทหรือไม่ส่วนในข้อ 2(2) ปัญหาว่า จำเลยที่ 1 สมควรได้รับการรอการลงโทษหรือไม่ และในข้อ 2(3) ปัญหาว่า ในความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78,160 ศาลจะเปลี่ยนโทษจำคุกสำหรับจำเลยที่ 1 มาเป็นโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทแทนได้หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 82) คดีทั้งสองสำนวนนี้โจทก์เป็นบุคคลรายเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกจำเลยในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1493/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ให้จำคุกคนละ 3 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพฐานรับของโจรในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้จำเลยที่ 1 หนึ่งในสามคงให้จำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีของจำเลยที่ 1 ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรได้พิจารณาคำฟ้องฎีกาของจำเลยที่ 1ประกอบด้วย แต่จำเลยที่ 1 ยังไม่ได้ยื่นฎีกามา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:150/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 อุทธรณ์ มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 49) ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ร่วมกับชำระค่าภาษีอากรจำนวน 272,178.52 บาท แก่โจทก์โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดไม่เกิน 20,610 บาท และจำเลยที่ 3ร่วมรับผิดไม่เกิน 22,400 บาท ฯลฯ โจทก์และจำเลยที่ 2 ที่ 3 อุทธรณ์ (อันดับ 45,46 แผ่นที่ 4) ทนายจำเลยที่ 2 ที่ 3 ยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 46 แผ่นที่ 3) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 2 ที่ 3 หาประกันสำหรับจำนวนเงินค่าภาษีที่แต่ละคนจะต้องร่วมรับผิดชำระตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางมาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลภาษีอากรกลางกำหนดก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์มิฉะนั้นให้ยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:151/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลคดีเด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานีพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ควบคุมตัวจำเลยทั้งสามไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง,284,83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษ จำเลยที่ 2ที่ 3 มีอายุ 16 ปี ลดมาตราส่วนให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 75 ความผิดตามมาตรา 276 วรรคสอง จำคุกคนละ 8 ปี มาตรา 284 จำคุกคนละ2 ปี รวมจำคุกคนละ 10 ปี จำเลยทั้งสองเป็นเยาวชนอ่อนต่อความผิดเพื่อสวัสดิภาพและอนาคตของจำเลยทั้งสองจึงเห็นสมควรให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นการส่งตัวจำเลยทั้งสองไปฝึกอบรมยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กจังหวัดสุราษฎร์ธานี จนกว่าจำเลยทั้งสองจะมีอายุครบ24 ปีบริบูรณ์ ส่วนจำเลยที่ 1 อายุไม่เกิน 14 ปี ไม่ต้องรับโทษแต่เห็นสมควรใ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:152/2533
ความว่า ผู้ขอประกันอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,339 วรรคสองประกอบด้วย มาตรา 340 ตรี,371 เรียงกระทงลงโทษ ฐานชิงทรัพย์ จำคุก 18 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร ปรับ 100 บาท รวมเป็นจำคุก 18 ปี ปรับ 100 บาทจำเลยกระทำความผิดอีก เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 93 คงจำคุก 27 ปี ปรับ 150 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 179,850 บาทแก่ผู้เสียหายด้วย ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ (อันดับ 102) จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์โดยมีนายเฉลียว พลายละหาร เป็นผู้ขอประกัน ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง (อันดับ 93,97 แผ่นที่ 2) ผู้ขอประกันจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 101) ศาลชั้นต้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:153/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4),157 ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนัก จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 38 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 120,000 บาท (อันดับ 5) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1537-1538/2533
ความว่า โจทก์ฎีกา มีมูลที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 120) คดีสองสำนวนนี้ โจทก์และจำเลยเป็นคู่ความรายเดียวกันศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกนายสำอางค์พันธ์สนิทว่า โจทก์ และเรียกนายพงษ์พิทักษ์วาณิชย์ ว่า จำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องจำเลยและห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องหรือขัดขวางการครอบครองและการก่อสร้างตึกแถวบนที่ดินที่โจทก์ได้รับสิทธิให้ทำการก่อสร้าง ส่วนคำขออื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์ใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 114,115) คำสั่ง ถ้าโจทก์หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยมีกำหนด 6 ปี มาให้เป็นที่พอใจและภายใน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1539/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีมูลพอที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 186) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน47,805.96 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินจำนวนนี้ นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษา และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์ขยายเวลายื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น และพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 15,784 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี คิดตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน2527 และให้จำเลยที่ 1,2 ร่วมกันชำระเงิน 45,170.96 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราเดียวกันคิดตั้งแต่วันที่เดียวกันจนถึงวันชำระเสร็จให้โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อ …