ปี พ.ศ.: 2533
4,313 รายการ · หน้า 35 จาก 216
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:154/2533
ความว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147,162 การกระทำของจำเลย มีเจตนาเดียวกันเพื่อจะเอาเงินจากการทำใบเบิกเงิน จึงเป็น การกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 147ซึ่งเป็นบทหนักจำคุกกระทงละ 5 ปี ได้กระทำ 21 ครั้งเป็น 21 กระทง รวมจำคุก105 ปี ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 158 จำคุก 3 ปี ข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามรวมจำคุก 72 ปี แต่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(1) ที่แก้ไขแล้วโทษจำคุกรวมทั้งสิ้นต้องไม่เกิน 50 ปี จึงให้จำคุก 50 ปี ให้จำเลยคืนหรือชดใช้เงิน 59,530.28 บาท แก่เจ้าของ ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ (อันดับ 249) จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง (อันดับ 252) จำเลยจึงยื่น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1540/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 291) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนที่ดินให้โจทก์ทั้ง 4ที่ถูกเวนคืน 11 ไร่ 2 งาน 29 ตารางวา ราคาไร่ละ 68,000 บาทเป็นเงิน 786,930 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2523 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยปฏิเสธไม่ปฏิบัติตามคำชี้ขาดเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 286,285) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 267) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1541/2533
ความว่า จำเลยที่ 3 ยื่นฎีกาขอให้พิจารณาคดีใหม่ มีทางชนะคดีโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 86) คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันส่งมอบเครื่องจักรบรรจุอาหารเสริมแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันส่งมอบเครื่องจักรสำหรับบรรจุอาหารเสริมร่างกายอีเล็คโตรไลท์ ชนิดผนึกซองโดยอัตโนมัติ จำนวน 1 เครื่อง ในสภาพดีใช้การได้ตามปกติให้แก่โจทก์หากส่งมอบเครื่องจักรไม่ได้ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ราคาเครื่องจักร 300,000 บาท พร้อมทั้งชำระค่าเสียหายเดือนละ 2,000 บาทนับแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2528 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 20,000 บาทและให้ชำระค่าเสียหายเดือนละ 2,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสามจะส่งมอบเครื่องจักรหรือชำระเงินแทนให้แก่โจทก์แล้วเสร็จ จำเลยที่ 3 ยื …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1542/2533
ความว่า โจทก์ทั้งสองฎีกา มีเหตุอันควรจะชนะคดีได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 185) โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนการเช่าตึกแถวเลขที่ 158/104-137 ซอยวัดเจ้ามูลถนนจรัลสนิทวงศ์ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ให้แก่ผู้เช่า กับขอให้จำเลยชดใช้เงินแก่โจทก์ทั้งสองรวมเป็นเงิน 1,527,172 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งและแก้ไขคำให้การและฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์มีสิทธิจัดคนเข้าเช่าตึกแถวเลขที่158/104-137 ซอยวัดเจ้ามูล ถนนจรัลสนิทวงศ์ เขตบางกอกใหญ่กรุงเทพมหานคร โดยให้จำเลยไปจดทะเบียนการเช่าให้แก่ผู้เช่าณ ที่ทำการเขตบางกอกใหญ่ ในกำหนดการเช่า 30 ปี นับจากวันทำสัญญาเช่าทุกราย ในอัตราค่าเช่าห้องละ 180 บาท ต่อเดือน หากจำเลยไม่ยอมไปจดทะเบียนการเช่า ให้ถือเอาคำพิพากษานี้แทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยใช้เงินแ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1543/2533
ความว่า โจทก์ร่วมยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของโจทก์ร่วมต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ไม่รับฎีกาโจทก์ร่วมเห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า จากข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังมาเป็นการออกเช็คค้ำประกันหนี้ตามกฎหมายหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วมไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,92 ระหว่างพิจารณา นายอนุพงศ์วัศรากิจ ผู้เสียหาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 56) โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 57) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วม ไม …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1544/2533
ความว่า เนื่องจากโจทก์จำเลยสามารถตกลงกันได้แล้ว จำเลยไม่ติดใจจะฎีกาต่อไป จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 56) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 111,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 4 มกราคม2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยฎีกาและยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ (อันดับ 44,47)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 54) คำสั่ง อนุญาตให้จำเลยถอนฎีกาได้ ให้คืนค่าขึ้นศาล 3 ใน 4 จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1545/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา มีมูลที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 123) ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 90,748 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 12 มีนาคม 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินแก่โจทก์เสร็จ แต่ดอกเบี้ยนับจนถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 5,668 บาท จำเลยที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 116,115) จำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกัน และได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 85,106) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 2 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 12 มีนาคม 2527 จนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 1 ปี มาให้เป็นที่พอใจและภายใ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1546/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 82) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนบ้านออกจากที่พิพาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโฉนดที่ดินเลขที่ 10018 ตำบลพระนอนอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 78,77)จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 68) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1547/2533
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 72) ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ให้จำเลยกับบริวารออกไปจากที่ดินโจทก์ โฉนดเลขที่ 1415 ตำบลห้วยเขนอำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ห้ามเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินอีกต่อไป กับให้จำเลยชำระเงินค่าเสียหาย จำนวน 20,000 บาท และชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงินปีละ 20,000 บาท นับแต่ปี พ.ศ. 2532 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะออกจากที่ดินโจทก์ จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 63,65) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 กับค่าเสียหายเป็นรายปีมีกำหนด3 ปี มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1548/2533
ความว่า คดีนี้จำเลยได้อ้างสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 236/2529ของศาลจังหวัดนครพนมเป็นพยาน แต่สำนวนคดีแพ่งดังกล่าวจำเลยได้ยื่นฎีกาต่อศาลจังหวัดนครพนมเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2532 ปัจจุบันคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จึงขอศาลฎีกาโปรดมีคำสั่งเรียกสำนวนคดีแพ่งดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาของศาลฎีกาก่อนมีคำพิพากษาในคดีนี้ด้วย โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 33,063.69 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 30,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 10 พฤษภาคม 2528) จนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 110,111) คำสั่ง ถ้าได้ตรวจสำนวนพิจารณาเห็นสมควร จะเรียกมาภายหลัง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1549/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างการฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1),83 ประกอบด้วยมาตรา 80 จำคุกคนละ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 43) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกันคนละ 50,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 2,7 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยทั้งสองประกอบด้วย แต่จำเลยทั้งสองยังมิได้ยื่นฎีกามาจึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:155/2533
ความว่า ผู้ขอประกันยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องระหว่างพิจารณา นางคลาดชูอิน มารดาผู้ตาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 จำคุก 20 ปี จำเลยอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์สั่งว่า พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง (อันดับ 57) ผู้ขอประกันจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 58) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาตีราคาประกัน 250,000 บาท (อันดับ 4) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีไม่เห็นสมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตนั้นชอบแล้วให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1550/2533
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต่างพิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามคู่ความฎีกาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์และจำเลยมีรูปร่างเหมือนหรือคล้ายกันหรือไม่ จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 127)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา83,274 และขอให้ริบของกระดาษสลากของกลาง ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าคืนของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1551/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 199) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 20,000 บาท ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2และให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 192,191)จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีในระหว่างอุทธรณ์ (อันดับ 178) คำสั่ง อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1553/2533
ความว่า จำเลยยื่นฎีกา มีทางชนะคดีของโจทก์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 94) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 17,986.37 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2528จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2528ถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 875.91 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 84,83) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยจำเลยได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 67,74) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ย นับแต่วันที่ 5 เมษายน 2528 เป็นเวลา 6 ปี มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่าง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1554/2533
ความว่า ผู้ร้องฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 49) คดีสืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์รวม4 รายการ โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอม ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ทรัพย์ที่ยึดดังกล่าวเป็นของผู้ร้อง ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องวางเงินประกันความเสียหายจำนวน 50,000 บาท ผู้ร้องยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาการวางเงินอ้างว่าไม่สามารถวางเงินได้ทันเนื่องจากเป็นเงินจำนวนมาก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่าผู้ร้องไม่วางเงินประกันตามคำสั่งศาล ขอให้ศาลสั่งจำหน่ายคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าผู้ร้องเพิกเฉยไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาล ถือว่าผู้ร้องทิ้งคำร้องขัดทรัพย์ จึงให้จำหน่ายคดีของผู้ร้องออกจากสารบบความ ผู้ร้องอุทธรณ์ ขอให้ขยายระยะเวลาวางเงินประกันความเสียหายตามคำร้อง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1555/2533
ความว่า ผู้ร้องฎีกา หากบังคับคดีโดยทำการขายทอดตลาดทรัพย์ที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้แล้วจะทำให้ผู้ร้องและครอบครัวได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก โปรดให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ผู้ร้องได้ร้องขัดทรัพย์ไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์และจำเลยที่ 1 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว เฉพาะโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 35,36,37) คดีสืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 7 ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่จั๊วะอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่าที่ดินแปลงดังกล่าวที่โจทก์นำยึดไม่ใช่ของจำเลยที่ 1 แต่เป็นของผู้ร้อง โจทก์และเจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลจังหวัดแพร่ไม่มีสิทธิและอำนาจที่จะเอาที่ดินแปลงดังกล่าวนี้ออกขายทอดตลาด ขอให้ศาลมีคำสั่งงดการขายทอดตลาดและให้ทำการไต่สวนคำร้องแล้วสั่งถอนการยึดทรัพย์ดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์คำร้องของผู้ร้องแล้วไม …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1556/2533
ความว่า จำเลยยื่นฎีกา มีทางชนะคดีในชั้นฎีกาได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 107) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 901,866 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2529เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 102,103) ศาลอุทธรณ์ได้อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์สองครั้ง แต่จำเลยไม่นำหลักทรัพย์มาวางเป็นหลักประกันต่อศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดทั้งสองครั้ง (อันดับ 54,62,68,97,88,92) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2529 จนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 1 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคั …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1557/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองยื่นฎีกา คดีมีทางที่จะชนะได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 215) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน76,932,916.57 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบแปดต่อปี จากต้นเงิน51,718,784 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ ถ้าจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้หรือชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์สินจำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาด นำเงินสุทธิมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 211, 210) จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยธนาคารทหารไทย จำกัด นำหนังสือค้ำประกันมาวางเป็นหลักประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 127,140) คำสั่ง ถ้าศาลชั้นต้นเห็นว่าหลักทรัพย์ที่จำนองเป็นหลักประกันเพียงพอกับจำนวนหนี้ตามคำพิพากษาศาลอุท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1558/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ที่ 1 แถลงคัดค้าน (อันดับ 91) คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับอีกคดีหนึ่ง ซึ่งคดีดังกล่าวมิได้ขึ้นสู่ศาลฎีกา โดยเรียกบริษัทเร่งพัฒนาประกันภัยจำกัดโจทก์คดีนี้ว่า โจทก์ที่ 1 เรียกนายพลเทพ หลวงพรหม และบริษัทไทยพัฒนาประกันภัย จำกัด จำเลยทั้งสองในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามเดิม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวน 40,000 บาท แก่โจทก์ที่ 1 พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2528 อันเป็นวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 87,86) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ แต่จำเลยทั้งสองไม่วางหลักประกันภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด (อันดับ75,77) คำสั่ง ถ้าจำเลยทั้งสองคนใดคนหนึ …